# “คนิกเนสิส” นักลักลอบขนหนังสือเถื่อน

- URL: https://www.thewildchronicles.com/blog/knygnesys
- Author: พงศ์ศรณ์ ภูมิวัฒน์
- Published: 2023-06-07T06:18:33Z
- Updated: 2023-07-06T08:06:23Z
- Tags: ลิทัวเนีย

> "นักลักลอบขนหนังสือเถื่อน" คนเหล่านี้ลักลอบพิมพ์หนังสือขนหนังสือ หากพวกเขาถูกจับได้ พวกเขาจะต้องถูกลงโทษอย่างหนัก อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่

ศตวรรษที่ 19 ดินแดนลิทัวเนียตกเป็นเมืองขึ้นของจักรวรรดิรัสเซีย หลังการลุกฮือขึ้นกู้ชาติของชาวลิทัวเนียล้มเหลวในปี 1864 จักรวรรดิรัสเซียจึงตัดสินใจว่ามีแต่ต้องกลืนชาติให้ชาวลิทัวเนียสูญพันธุ์สิ้นอัตลักษณ์ กลายเป็นชาวรัสเซียไป จึงจะกำราบให้คนเหล่านี้สยบยอมได้


มีการประกาศห้ามชาวลิทัวเนียตีพิมพ์หนังสือด้วยอักษรโรมัน (ที่ชาวลิทัวเนียใช้มาตลอด) ให้ใช้แต่อักษรซีริลลิกของรัสเซียในการเขียนอ่าน ให้เยาวชนลิทัวเนียเรียนแต่ในภาษารัสเซียเท่านั้นเพื่อให้พวกเขาถูกกลืนกลายเป็นชาวรัสเซียไปในที่สุด


ด้วยเหตุนี้เหล่าปัญญาชนลิทัวเนียจึงหลบลงใต้ดิน พวกเขาตั้งเครือข่าย “สมาคมลับเพื่อลักลอบขนหนังสือเถื่อน” ขึ้น


เกิดอาชีพ “นักลักลอบขนหนังสือเถื่อน” เรียกว่า “คนิกเนสิส” (Knygnešys) คนเหล่านี้ลักลอบพิมพ์หนังสือขนหนังสือด้วยความกล้าหาญ หากพวกเขาถูกจับได้ พวกเขาจะต้องถูกลงโทษอย่างหนัก อาจถึงกับถูกส่งไปใช้แรงงานที่ไซบีเรีย ซึ่งมีโอกาสอดตาย หนาวตายสูง


เป็นเวลา 40 ปี ตั้งแต่ปี 1864-1904 ที่กลุ่มคนิกเนสิสเสี่ยงอันตราย ขนหนังสือเฉลี่ยสามถึงสี่หมื่นเล่มต่อปี ไปแจกจ่ายให้ทุกหมู่บ้าน ทุกชุมชนของชาวลิทัวเนียแอบอ่านกันลับๆ


ประมาณว่า จักรวรรดิรัสเซียจับหนังสือเหล่านี้ได้ถึงหนึ่งในสาม แปลว่ามีคนิกเนสิสถูกเนรเทศไปไซบีเรียไม่นับได้ อย่างไรก็ตามพวกเขาก็ยังต่อสู้ขนหนังสือมิได้ย่อท้อ


จนปี 1904 จักรวรรดิรัสเซียทำสงครามกับญี่ปุ่น มีลางว่าคู่ต่อสู้ตึงมือ ฝ่ายรัสเซียไม่ต้องการให้ความขัดแย้งกับชนกลุ่มน้อยเป็นปัญหาให้ต้องพะวงหลัง จึงยอมยกเลิกกฎห้ามพิมพ์หนังสือลิทัวเนีย


ดังนี้ชาวลิทัวเนียจึงกลับมาอ่านหนังสือของตนได้ใหม่


ด้วยการเสียสละของเหล่าคนิกเนสิสที่ต่อสู้ทรมานบาดเจ็บล้มตายมาตลอด ทำให้หลังผ่านการกลืนชาติมาถึงสี่สิบปี กลับปรากฏว่าทุกหมู่บ้าน ทุกตำบลของลิทัวเนียยังมีหนังสือของตนอยู่พร้อมพรั่ง เยาวชนลิทัวเนียยังสามารถใช้ภาษาของตนเองได้ และยังทราบว่าตนมีรากเหง้าอย่างไร


ในลักษณะนี้วัฒนธรรมลิทัวเนียจึงถูกปกป้องไว้ มิได้สูญหาย ต้องขอบคุณวีรกรรมของ “นักลักลอบขนหนังสือเถื่อน” เหล่านี้เอง


ภาพแนบ : วินคัส จัสกา นักลักลอบขนหนังสือเถื่อนชื่อดัง