# “ราชินีโจรสลัดแห่งโมร็อกโก” – ซัยยิดะห์ อัล ฮูร์รา

- URL: https://www.thewildchronicles.com/blog/queen-of-pirates-morocco
- Author: พงศ์ศรณ์ ภูมิวัฒน์
- Published: 2024-08-29T02:19:27Z
- Updated: 2025-01-15T02:56:01Z
- Tags: ประวัติศาสตร์, โจรสลัด, โมร็อกโก

> หากนึกถึง “โจรสลัด” ใครหลายคนอาจนึกถึง กลุ่มคนที่ทำการปล้นหรือโจรกรรมในทะเล ซึ่งส่วนมากมักเป็นผู้ชาย เพราะโจรสลัดจำเป็นต้องเดินเรือ

**ซัยยิดะห์ อัล ฮูร์รา “ราชินีโจรสลัดแห่งโมร็อกโก” **ซึ่งสามารถนำกองเรือโจรสลัดโมร็อกโกบุกปล้นกองเรือสเปนและโปรตุเกส จนเป็นที่หวาดผวาไปทั่วทะเลเมดิเตอร์เรเนียน นอกจากนี้ เธอยังเป็นเจ้าเมืองเตตวนและสวยมากเสียจนทำให้สุลต่านโมร็อกโกยังมาแต่งงานกับเธอ…


หากนึกถึง “โจรสลัด” ใครหลายคนอาจนึกถึง กลุ่มคนที่ทำการปล้นหรือโจรกรรมในทะเล ซึ่งส่วนมากมักเป็นผู้ชาย เพราะโจรสลัดจำเป็นต้องเดินเรืออย่างยากลำบากและยาวนาน จึงทำให้ไม่ค่อยมีภาพของโจรสลัดหญิงมากนัก


แต่ในหน้าหนึ่งของประวัติศาสตร์โมร็อกโก ได้มีสตรีคนหนึ่งที่เก่งกาจสามารถจนกลายเป็น “ราชินีโจรสลัดแห่งโมร็อกโก” เธอผู้นั่น ก็คือ “ซัยยิดะห์ อัลฮูร์รา”



![“ราชินีโจรสลัดแห่งโมร็อกโก” - “ซัยยิดะห์ อัลฮูร์รา”](/media/2024/08/the-islamic-pirate-queen-sayyida-al-hurra-1.jpg)

“ราชินีโจรสลัดแห่งโมร็อกโก” - “ซัยยิดะห์ อัลฮูร์รา”
ซัยยิดะห์ อัล ฮูร์รา เกิดเมื่อปี 1485 ในตระกูลขุนนางชนชั้นสูงรัฐกรานาดา รัฐอิสลามแห่งสุดท้ายในยุโรป (ปัจจุบันตั้งอยู่ในแคว้นอันดาลูเซีย ประเทศสเปน) โดยตัวของเธอมีชื่อเดิมว่า “ไอชา” ซึ่งแปลว่า “ผู้หญิงที่มีชีวิตชีวา” ซึ่งดูเหมือนว่าชื่อนี้เข้ากับบุคลิกของเธอ เพราะไอชาเป็นเด็กอัจฉริยะที่มีความเฉลียวฉลาด ช่างสงสัย และสามารถพูดภาษาต่างๆ ได้คล่องแคล่วหลายภาษา ไม่ว่าจะเป็นภาษาอาหรับ, คาสตีล, และโปรตุเกส รวมไปถึงความรอบรู้ทางด้านเทววิทยาและคณิตศาสตร์



![](/media/2024/08/800px-Sayyida-v3a.jpg)


จนเมื่อเธออายุได้เจ็ดขวบ ชาวมุสลิมทุกคนในสเปนได้ถูกขับไล่ออกโดยพระเจ้าเฟอร์ดินานด์ที่ 2 แห่งอารากอน และสมเด็จพระราชินีนาถอิซาเบลลาที่ 1 แห่งคาสตีล จึงทำให้ไอชาและครอบครัวของเธอต้องเดินทางอพยพมายังเมืองเชฟชาอูนในโมร็อกโก



![เมืองเชฟชาอูนในปัจจุบัน](/media/2024/08/Chefchaouen_52189357475.jpg)

เมืองเชฟชาอูนในปัจจุบัน
ไอชาในวัย 16 ปี ได้แต่งงานกับซิดี อัล-มันดรีที่ 2 หลานชายของอาลี อัล-มันดรี ผู้ก่อตั้งและเจ้าเมืองเตตวน ซึ่งเป็นเมืองที่ตั้งขึ้นโดยผู้ลี้ภัยชาวมุสลิมจากแคว้นอันดาลูเซีย จึงทำให้เธอย้ายไปอยู่อาศัยที่เมืองเตตวนกับสามีของเธอ



![เมืองเตตวนในปัจจุบัน](/media/2024/08/View_of_Moulay_el_Mehdi_-_panoramio.jpg)

เมืองเตตวนในปัจจุบัน
สามีของเธอได้ขึ้นครองเมืองเตตวน โดยที่ไอชาคอยช่วยเหลือสามีของเธอในการบริหารบ้านเมืองและดูแลเมืองยามที่สามีของเธอออกนอกเมือง จนเมื่อสามีของเธอเสียชีวิตในปี 1515 ไอชาก็ได้กลายเป็นเจ้าเมืองเตตวน และดำรงตำแหน่งเป็น “ซัยยิดะห์ อัล ฮูร์รา – สตรีผู้สูงศักดิ์ที่ไม่ก้มหัวให้กับผู้ที่มีอำนาจเหนือกว่า” ซึ่งถือเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไม่บ่อยนักในสังคมอิสลาม


นอกจากนี้ ในปี 1541 สุลต่านอาเหม็ด อัล-วัตตา แห่งราชวงศ์วัตตาซิดของโมร็อกโก ยังได้ขอเธอแต่งงาน แต่ซัยยิดะห์ยืนยันจะแต่งงานได้ที่เมืองเตตวนเท่านั้น จึงทำให้สุลต่านอาเหม็ดยอมเดินทางจากเมืองเฟซ เมืองหลวงไปเมืองเตตวนเพื่อแต่งงานกับเธอ ซึ่งการแต่งงานครั้งนี้ ถือเป็นครั้งแรกและครั้งเดียวในประวัติศาสตร์โมร็อกโกที่กษัตริย์ทรงแต่งงานนอกเมืองหลวง


ในฐานะเจ้าเมืองเตตวน ซัยยิดะห์ใช้กองเรือโจรสลัดเป็นส่วนหนึ่งในการปกป้องเมืองชายฝั่งของเธอ โดยร่วมมือกับ “เคราแดง” หรือ ไฮเรดดิน บาร์บารอสซ่า โจรสลัดและแม่ทัพเรือของจักรวรรดิออตโตมัน ซึ่งคุมกองเรือในแอลจีเรีย ทำการบุกปล้นสะดมเรือสินค้าของสเปนและโปรตุเกส จนสร้างความหวาดกลัวให้กับลูกเรือที่ต้องเดินทางบริเวณทะเลเมดิเตอร์เรเนียนฝั่งตะวันตก



!["เคราแดง" หรือ ไฮเรดดิน บาร์บารอสซ่า โจรสลัดและแม่ทัพเรือของจักรวรรดิออตโตมัน](/media/2024/08/Hayreddin_Barbarossa_-_Fine_Art_Museum_Algiers.jpg)

"เคราแดง" หรือ ไฮเรดดิน บาร์บารอสซ่า โจรสลัดและแม่ทัพเรือของจักรวรรดิออตโตมัน
นอกจากการปกป้องเมืองเตตวน เธอยังใช้กองเรือโจรสลัดแก้แค้นแทนครอบครัวและชาวมุสลิมที่ถูกเนรเทศออกมาจากสเปน โดยการจับกุมและรีดไถทรัพย์สมบัติจากชาวคริสต์ จนทำให้เธอกลายเป็นมหาเศรษฐีจากสมบัติจำนวนมากมายมหาศาล และค่าไถ่ตัวนักโทษชาวคริสต์ที่เธอจับกุมได้ ทำให้เธอมีฉายาว่า **“ราชินีโจรสลัดมุสลิมตะวันตก”** หรือที่ต่อมาถูกนักประวัติศาสตร์โมร็อกโกเรียกว่า **“ราชินีโจรสลัดแห่งโมร็อกโก”**



![](/media/2024/08/9893a3fe2f4c1ccf44fed1010a59fc97-greek-independence-pirate-queen.jpg)


แต่ในปี 1542 ลูกเขยของเธอก็ได้ยึดอำนาจ พร้อมริบทรัพย์สินของเธอที่สั่งสมมาอย่างยาวนาน ซึ่งทางซัยยิดะห์ได้แต่ยินยอมโดยดี และกลับไปใช้ชีวิตในช่วงบั้นปลายที่เมืองเชฟชาอูนจนเสียชีวิตเมื่อปี 1561 ด้วยวัย 75 ปี เป็นการปิดฉากเรื่องราวของ “ราชินีโจรสลัดแห่งโมร็อกโก” ลงอย่างเรียบง่ายและปกติสุข


#twchistory #twcMorocco #TWC_Rama