# นิทานกาวๆ ตอน “พระอาทิตย์เจ็ดดวง”

- URL: https://www.thewildchronicles.com/blog/seven-suns
- Author: พงศ์ศรณ์ ภูมิวัฒน์
- Published: 2023-10-31T04:32:18Z
- Updated: 2023-11-10T09:54:05Z
- Tags: มองโกเลีย

> นิทานมองโกเลีย เมื่อมีพระอาทิตย์ 7 ดวงจนโลกถึงคราววิบัติ ทำไมทุกวันนี้ถึงเหลือแค่ดวงเดียวนะ? อ่านได้ที่นี่

นี่คือนิทานมองโกเลียชื่อพระอาทิตย์เจ็ดดวง ซึ่งเป็นคนละเรื่องกับนิทานจีนชื่อ “โฮ่วอี้ผู้ยิงพระอาทิตย์” ที่ได้รับการคัดเลือกมาลงเพราะกาวกว่ามากนั่นเอง


กาลครั้งหนึ่งโลกของเรามีดวงอาทิตย์อยู่บนฟ้าถึงเจ็ดดวง


ความร้อนของดวงอาทิตย์ทั้งเจ็ดแผดเผาจนโลกแห้งแล้ง แทบมอดไหม้ ผู้คนและสัตว์ต่างเดือดร้อนลำบาก ไม่อาจทนทานความร้อนขนาดนั้นได้


เวลานั้นมีผู้กล้าในหมู่คนชื่อ**เออร์คิ เมอร์เจน** มีคำบรรยายความยิ่งใหญ่ว่า:
 “หัวแม่โป้งของเขาทรงพลัง
 ตับของเขามีสุขภาพแข็งแรง
 เขาได้รับพรแห่งความหนุ่มสาว
 เลือดของเขาร้อนดุจไฟ”
 ผู้คนต่างจึงไปขอร้องให้เออร์คิ เมอร์เจนช่วยยิงลดจำนวนพระอาทิตย์ เพื่อดับร้อน


เออร์คิ เมอร์เจนบอกว่า “กระจอกมาก! ข้าจะยิงธนูทำลายดวงอาทิตย์โดยใช้ลูกศรไม่เกินดวงละดอก หากใช้เกินนี้ ข้าจะตัดนิ้วโป้งตนเองมิให้ยิงธนูได้อีก จากนั้นจะหนีไปหลบในรู กินหญ้าเป็นอาหาร”
 เหล่าผู้ขอความช่วยเหลือต่างคิดในใจว่าเอ็งไม่ต้องรับปากขนาดนั้นก็ได้ เดี๋ยวซวยทีหลัง …แต่เห็นเออร์คิ เมอร์เจนกำลังอินก็ไม่กล้าตักเตือน


เออร์คิ เมอร์เจนจึงขี่ม้าออกไปยิงพระอาทิตย์ เขาสำแดงอานุภาพยิงตกถึงหกดวงในเวลาไม่นาน


แต่ตอนยิงดวงอาทิตย์ดวงที่เจ็ดเผอิญมีนกนางแอ่นบินผ่านมา ทำให้ลูกศรถูกหางนกนางแอ่นเบนทิศทางไป แต่นั้นหางของนกนางแอ่นจึงเป็นสองแฉก


พระอาทิตย์ดวงที่เจ็ดกลัวตายหนีไปลับเหลี่ยมเขาทางตะวันตก แต่เออร์คิ เมอร์เจนไม่ไล่ต่อ เพราะหมดโควตาลูกศรแล้ว กำลังคิดว่าจะแก้ไขที่ปากดีไว้ได้อย่างไร


ตอนนั้นม้าของเออร์คิ เมอร์เจนร้องขึ้นว่า “ฮี้ๆ ก่อนจะคิดเรื่องอื่น ผมขออาสาวิ่งพาเจ้านายไปไล่ยิงนกนางแอ่นตัวนั้นเพื่อเป็นการแก้แค้น หากติดตามไม่สำเร็จ เจ้านายตัดขาผมทิ้งทะเลทรายได้เลย! ผมจะเลิกเป็นม้า อยู่ในรูแทน!”
 ขาดคำผู้คนต่างก็ถอนหายใจที่ม้าปากดีอีกแล้ว ส่วนเออร์คิ เมอร์เจนตกใจที่ม้าพูดได้


ทั้งสองจึงควบวิ่งตามนกนางแอ่นไปอย่างรวดเร็ว …แต่ปรากฏตามไม่ทัน…


เออร์คิ เมอร์เจนโมโหมากจึงตัดขาหน้าของม้าเอาไปทิ้งทะเลทรายตามคำพูด แต่นั้นม้าของเออร์คิ เมอร์เจนก็กลายเป็นบรรพบุรุษของ**หนูทะเลทราย**ที่เหลือแต่ขาหลังยาวๆ อาศัยในรู


สำหรับเออร์คิ เมอร์เจนนั้นได้ตัดนิ้วโป้งทิ้ง ไปอาศัยในรู กินหญ้า กลายเป็นตัว**มาร์มอต** ให้สังเกตว่ามาร์มอตนั้นมีสี่นิ้ว เพราะตัดนิ้วโป้งไปแล้ว จนทุกวันนี้ชาวมองโกลยังเรียกเนื้อส่วนหนึ่งในตัวมาร์มอตว่า “เนื้อมนุษย์” และไม่กินมัน เพราะเชื่อว่าเป็นเนื้อของวีรบุรุษ


แต่นั้นพระอาทิตย์ดวงสุดท้ายที่จิตหลอนจากการถูกฆ่าล้างครอบครัวก็ยังคงวิ่งหนีเออร์คิ เมอร์เจนจากทางตะวันออกไปทางตะวันตกอยู่เสมอ ทำให้เกิดปรากฏการณ์กลางวันกลางคืน


สำหรับนกนางแอ่นนั้นยังคงบินมาเยาะเย้ยชาวมองโกล ร้องเป็นเสียงนกที่ชาวมองโกลฟังเป็น “แน่จริงจับฉันสิ! แน่จริงจับฉันสิ!” จึงถูกคนไล่ยิงบ้าง ไล่กินบ้าง


นิทานเรื่องนี้สอนว่าอะไรก็ไม่รู้เหมือนกัน ขอจบนิทานกาวๆ ตอนพระอาทิตย์เจ็ดดวงลงแต่เพียงเท่านี้นะครับ