# India Pushkar ทำไมต้องไป “อินเดีย” เที่ยวเมืองศักดิ์สิทธิ์พุชการ์-อัจเมอร์ กับ The Wild Chronicles

- URL: https://www.thewildchronicles.com/blog/why-india-pushkar-2025
- Author: พงศ์ศรณ์ ภูมิวัฒน์
- Published: 2025-09-29T02:00:45Z
- Updated: 2025-09-29T02:00:45Z
- Tags: ทัวร์ TWC, ประวัติศาสตร์, อินเดีย

> รู้หรือไม่!? ครั้งหนึ่งพระพรหม… ทรงสังหารอสูรวัชรณภะ ด้วยดอกบัวศักดิ์สิทธิ์ จนกลีบดอกบัวแตกออก ร่วงหล่นลงสู่พื้นพิภพ บัวกลีบหนึ่งร่วงหล่นลง

🕉️ รู้หรือไม่!? ครั้งหนึ่ง**พระพรหม…** ทรงสังหารอสูรวัชรณภะ ด้วยดอกบัวศักดิ์สิทธิ์ จนกลีบดอกบัวแตกออก ร่วงหล่นลงสู่พื้นพิภพ บัวกลีบหนึ่งร่วงหล่นลง สู่ผืนทะเลทรายอันร้อนระอุ บังเกิดเป็นทะเลสาบขึ้นมาท่ามกลางความแห้งแล้งอย่างน่าอัศจรรย์ เรียกว่า **“ทะเลสาบปุษกร”** หรือ** “พุชการ์”**


🕉️ รู้หรือไม่!? ในศาสนาฮินดูนั้นมีพระเจ้าผู้ยิ่งใหญ่สามพระองค์ คือ พระพรหมผู้สร้าง พระนารายณ์ผู้รักษา และพระศิวะผู้ทำลาย ชาวฮินดู ส่วนใหญ่นับถือพระนารายณ์และพระศิวะเป็นหลักแต่กลับหาผู้นับถือพระพรหมได้น้อยยิ่ง ทว่าในจำนวนผู้นับถือพระพรหม เมืองพุชการ์นี้โดดเด่นที่สุด…


🕉️ **ปี 2025**❗**The Wild Chronicles** ขอพาท่านเดินทางไป **“อินเดีย”** เที่ยวเมืองศักดิ์สิทธิ์พุชการ์


🕉️ ทัวร์ไม่จอยกรุ๊ป ไม่ชะโงก อะไรควรดูอยู่ดูนานขึ้น อะไรอยู่นอกเส้นทางปกติแต่ควรสัมผัสจะได้ไปสัมผัส ผู้สูงอายุก็สามารถไปได้เราดูแลอย่างดี มีวิทยากรผู้เชี่ยวชาญด้านประวัติศาสตร์เป็นคนนำทัวร์


ท่านจะได้ผจญภัยเที่ยวชม


🕌 ชม** “ทัชมาฮาล”** อนุสรณ์แห่งความรัก หนึ่งในสิ่งก่อสร้างที่สวยงามที่สุดในโลก
🕉️ เที่ยว **“วัดอักชาร์ดาห์ม”** หนึ่งในเทวลัยที่ใหญ่ที่สุดของอินเดีย
🛕 ชม** “วัดเชนโซนีจีกีนาสิยา”** วัดเชนเก่าแก่แห่งเมืองอัจเมอร์
🐪 ร่วม** “ขี่อูฐชมเนินทราย”** ในเมืองพุชการ์ ดื่มด่ำบรรยากาศของทะเลทรายราชสถาน
👑 แวะถ่ายภาพ **“ชัลมาฮาล”** พระราชวังกลางน้ำที่ตั้งเด่นสง่าอยู่กลางทะเลสาบ
🛡️ เที่ยว** “ป้อมแอมเบอร์”** ป้อมปราการอันงดงามและได้รับสถานะเป็นแหล่งมรดกโลก


พร้อมสถานที่สุดพีกอีกมากมาย..


เรามาดูรายละเอียดกันดีกว่าครับว่า **ทำไมต้องไป.. “อินเดีย” เที่ยวเมืองศักดิ์สิทธิ์พุชการ์-อัจเมอร์ 🕉️ กับ The Wild Chronicles**



![](/media/2025/09/1-3.jpg)


ในศาสนาฮินดูมี 3 องค์เทพหลักเรียกขานว่า “ตรีมูรติ” หรือสามเทพผู้ยิ่งใหญ่ ประกอบด้วย “พระพรหม” ผู้สร้างโลก “พระวิษณุ” ผู้ปกป้องและรักษาสมดุล และ “พระศิวะ” ผู้ทำลาย ทั้งสามต่างมีความสำคัญและมีบทบาทหน้าที่แตกต่างกันในการสร้างสรรค์ รักษา และทำลายจักรวาล แต่หากมองจากจำนวนผู้ศรัทธาแล้ว พระพรหมกลับมีผู้นับถือน้อยที่สุดอย่างน่าประหลาดใจ


ตำนานหนึ่งเล่าว่า เรื่องนี้เกี่ยวพันกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ณ เมืองพุชการ์ รัฐราชสถาน ซึ่งถือเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์เพียงไม่กี่แห่งในอินเดียที่มีวัดอุทิศแด่พระพรหม และหนึ่งในเมืองที่ยังคงรักษาความศักดิ์สิทธิ์นี้ไว้จนถึงปัจจุบัน



![](/media/2025/09/2-3.jpg)


“พุชการ์” หรือ “ปุษกร” เป็นเมืองที่ถือกำเนิดขึ้นรอบทะเลสาบพุชการ์ ซึ่งมีความสำคัญอย่างยิ่งในตำนานของพระพรหม ตามบันทึกในคัมภีร์ฮินดูเล่าว่า ครั้งหนึ่งพระพรหมทรงสังหารอสูรชื่อวัชรณภะ ด้วยดอกบัวศักดิ์สิทธิ์ กลีบดอกบัวแตกกระจายและร่วงหล่นลงสู่พื้นพิภพ กลีบหนึ่งตกลงบนผืนทะเลทรายอันร้อนระอุ และบังเกิดเป็นทะเลสาบศักดิ์สิทธิ์แห่งนี้ขึ้นท่ามกลางความแห้งแล้งอย่างน่าอัศจรรย์



![](/media/2025/09/3-3.jpg)


ทะเลสาบพุชการ์ยังเกี่ยวเนื่องกับเหตุผลว่าทำไมพระพรหมถึงมีผู้นับถือน้อยที่สุดอย่างน่าประหลาดใจ ตำนานเล่าว่าเมื่อพระพรหมตั้งใจจะประกอบพิธีบูชายัญ เพื่ออัญเชิญพลังแห่งสวรรค์ แต่ในวันพิธีพระชายา “พระแม่สาวิตรี” กลับมาไม่ทัน ด้วยเกรงว่าฤกษ์จะล่วงเลยพระพรหมจึงจําต้องอภิเษกกับหญิงสาวชาวท้องถิ่นนางหนึ่งนามว่า “คายาณี” และทําพิธีร่วมกัน ณ แท่นบูชาริมทะเลสาบพุชการ์


เมื่อพระแม่สาวิตรีมาถึงและเห็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น นางจึงโกรธแค้นและสาปพระพรหมว่า “ขอให้พระองค์มิได้เป็นที่เคารพบูชา ณ ที่ใดในโลก นอกจากเพียงที่นี่เท่านั้น” คําสาปนี้เอง ทําให้แม้พระพรหมจะเป็นหนึ่งในเทพเจ้าผู้ยิ่งใหญ่แห่งตรีมูรติแต่กลับแทบไม่มีวัดใดในอินเดียที่สร้างอุทิศแด่ท่าน เว้นเพียงที่ “พุชการ์” (ปุษกร) แห่งสําคัญที่สุด



![](/media/2025/09/4-3.jpg)


ทัวร์นี้จึงน่าสนใจเป็นพิเศษในการเสนอแง่มุมใหม่ๆ ของอินเดีย เพราะพุชการ์คือเมืองที่มีความศรัทธาต่อพระพรหมอย่างลึกซึ้ง และเป็นหนึ่งในไม่กี่แห่งที่ยังคงรักษาธรรมเนียมการบูชาท่านไว้ นอกจากนั้นยังได้เดินทางต่อไปยัง “อัจเมอร์” เมืองเก่าแก่ที่ขึ้นชื่อเรื่องความหลากหลายทางวัฒนธรรม ทั้งวัดฮินดู มัสยิด และสุสานนักบุญซูฟีที่ผู้คนจากทุกสารทิศหลั่งไหลมากราบไหว้


เส้นทางนี้จึงไม่ใช่เพียงการเยี่ยมชมสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ แต่ยังเป็นการเปิดมุมมองใหม่ของอินเดีย ในฐานะประเทศที่มีความหลากหลายทางศาสนาและวัฒนธรรมอย่างน่าทึ่ง ให้ผู้เดินทางได้สัมผัสทั้งตำนาน ความศรัทธา และวิถีชีวิตที่ผสมผสานกันอย่างกลมกลืน



![](/media/2025/09/5-3.jpg)


ไล่ตามเส้นทางพาท่านชอบ “วัดอักชาร์ดาห์ม” (Swaminarayan Akshardham) หนึ่งในเทวลัยที่ใหญ่ที่สุดของอินเดีย โดยองค์วิหารสร้างจากหินทรายสีชมพูและหินอ่อนสีขาว พร้อมแกะสลักอย่างวิจิตรโดยไม่ใช้เหล็กหรือคอนกรีต องค์วิหารถูกแกะสลักอย่างวิจิตรโดยไม่ใช้เหล็กหรือคอนกรีตมนเทียร (Mandir) มีความสูงใหญ่ประดับด้วยเสาแกะสลัก โดม และรูปปั้นเทพเจ้ากว่า 20,000 ชิ้น เรียกได้ว่าเป็นสถานที่ที่รวบรวมงานศิลปะ สถาปัตยกรรม และความเชื่อทางจิตวิญญาณไว้อย่างลงตัว ดึงดูดนักท่องเที่ยวและผู้แสวงบุญจากทั่วโลก



![](/media/2025/09/6-3.jpg)


เยี่ยมชม “ทัชมาฮาล” (Taj Mahal) หนึ่งในสิ่งก่อสร้างที่สวยงามที่สุดในโลก เป็นสัญลักษณ์ของความรักอันเป็นนิรันดร์ สร้างจากหินอ่อนสีขาวประดับด้วยงานแกะสลักและตกแต่งด้วยอัญมณี ผสมผสานงานศิลปะจากเปอร์เซีย อิสลาม และอินเดีย จนกลายเป็นผลงานชิ้นเอกที่มีความงดงามและอลังการ ทัชมาฮาลได้รับสถานะเป็น UNESCO World Heritage ในปี 1983 พร้อมเป็นหนึ่งในเจ็ดสิ่งมหัศจรรย์ของโลกยุคใหม่ และยังเป็นสถาปัตยกรรมหินอ่อนที่สวยที่สุดแห่งหนึ่งของโลกอีกด้วย



![](/media/2025/09/7-3.jpg)


เยี่ยมชม “ป้อมแอมเบอร์” (Amber Fort) เป็นป้อมปราการที่ตั้งอยู่ในเมืองชัยปุระ และได้รับสถานะเป็น UNESCO World Heritage ในปี 2013 ป้อมแห่งนี้ถูกสร้างขึ้นในศตวรรษที่ 16 โดยผสมผสานสถาปัตยกรรมฮินดูและราชปุต สร้างจากหินทรายสีแดงและหินอ่อน ตั้งอยู่บนยอดเขาที่มองเห็นทัศนียภาพโดยรอบ ภายในป้อมมีพระราชวัง ห้องโถง สวน และวัดวาอารามหลายแห่ง



![](/media/2025/09/8-3.jpg)


แวะถ่ายภาพ “ชัลมาฮาล” (Jal Mahal) เป็นพระราชวังกลางน้ำ ตั้งเด่นสง่าอยู่กลางทะเลสาบมันสาคร (Man Sagar) โดยมีเทือกเขานหาร์การห์ตั้งอยู่เบื้องหลัง พระราชวังและทิวทัศน์ของทะเลสาบโดยรอบถูกต่อเติมและปรับปรุงโดย ซาวาย ไจ สิงห์ที่ 2 ตัวพระราชวังนั้นสร้างได้อย่างสวยงามตามสถาปัตยกรรมราชปุตและโมกุล พร้อมยอดหลังคาทรงสี่เหลี่ยมที่ถูกสร้างตามแบบสถาปัตยกรรมเบงกอล ตัวอาคารสร้างโดยใช้หินทรายสีแดง ประกอบด้วยทั้งหมด 5 ชั้น ซึ่ง 4 ชั้นล่างจะถูกน้ําท่วมเมื่อทะเลสาบมีระดับน้ำสูงสุด โดยเหลือเพียงชั้นบนสุดซึ่งจะเผยขึ้นมาเหนือน้ำ



![](/media/2025/09/9-3.jpg)


เยี่ยมชม “กัลตาจี” (Galta Ji) เป็นสถานที่แสวงบุญของชาวฮินดูมาตั้งแต่โบราณ จึงทําให้ที่นี่มีวัดหลายแห่งโดยวัดที่มีชื่อเสียงที่สุดคือ วัดกัลตาจี(GaltaJi Temple) หรือ วัดลิง ที่มาของชื่อวัดนี้มาจากการสร้างเพื่ออุทิศแด่หนุมานเมื่อช่วงศตวรรษที่ 18



![](/media/2025/09/10-3.jpg)


เที่ยวชม “พระราชวังหลวง” (The City Palace) สร้างขึ้นในศตวรรษที่ 18 เป็นการผสมผสานสถาปัตยกรรมแบบราชปุตโมกุลและยุโรปเข้าด้วยกัน บริเวณโดยรอบพระราชวังจะเป็นที่โล่งกว้าง มีอาคารหลายหลังและมีห้องต่างๆ อยู่ภายใน แสดงให้เห็นถึงความยิ่งใหญ่ของศิลปะอินเดียและยุโรป



![](/media/2025/09/11-3.jpg)


แวะถ่ายภาพ “ฮาวามาฮาล” (Hawa Mahal) ถ่ายรูปกับพระราชวังสายลมแห่งเมืองชัยปุระ ที่นี่มีจุดเด่นคือหน้าต่าง 953 บาน ช่วยทําให้ลมพัดผ่านเย็นสบายตลอดทั้งปี พระราชวังหลังนี้สร้างขึ้นในปี 1799 ด้วยหินทรายสีชมพู ตามสถาปัตยกรรมของชาวเปอร์เซียผสมโมกุลมีลักษณะเป็นอาคาร 5 ชั้น รูปทรงอาคารเหมือนรวงผึ้งหรือมงกุฏของพระกฤษณะ มีช่องหน้าต่างจํานวนมากไว้สําหรับให้บรรดานางใน นางสนม และข้าราชบริพารสตรีคอยแอบดูบรรยากาศภายนอกพระราชวัง โดยที่คนภายนอกไม่สังเกตเห็น ด้วยความสวยงามของพระราชวังจึงเหมาะเป็นอย่างยิ่งที่จะถ่ายรูปเอาไว้



![](/media/2025/09/12-3.jpg)


เดินทางสู่ “เมืองปุษกร” หรือ “เมืองพุชการ์” (Pushkar) เมืองศักดิ์สิทธิ์และศูนย์กลางการแสวงบุญที่สําคัญยิ่งของศาสนาฮินดู ตั้งอยู่ในรัฐราชสถาน ประเทศอินเดีย เชื่อกันว่าเป็นเมืองที่มีมาตั้งแต่สมัยพระพรหมสร้างโลก บรรยากาศภายในเมืองมีความเงียบสงบ เต็มไปด้วยกลิ่นอายของจิตวิญญาณและความเชื่อทางศาสนาผู้คนเป็นมิตร และยังคงรักษาวิถีชีวิตแบบดั้งเดิมไว้ได้อย่างดีเยี่ยม



![](/media/2025/09/13-3.jpg)


เยี่ยมชม “วัดสาวิตรี” (Shree Savitri Mata Mandir) วัดฮินดูที่ประดิษฐานองค์พระแม่สาวิตรี พระชายาองค์แรกของพระพรหม วัดแห่งนี้ตั้งอยู่บนยอดเขารัตนคีรี (Ratnagiri Hill) ในเมืองปุชการ์ รัฐราชสถาน ประเทศอินเดีย สร้างขึ้นในปี 1687 เพื่อเป็นสถานที่สักการะพระแม่สาวิตรีซึ่งชาวฮินดูเชื่อว่าเป็นเทพีแห่งความบริสุทธิ์และคุณธรรม



![](/media/2025/09/14-3.jpg)


สัมผัสประสบการณ์สุดพิเศษกับ การขี่อูฐชมเนินทรายในเมืองปุษกรดื่มด่ำกับบรรยากาศทะเลทรายราชสถาน อูฐจะพาท่านตะลุยไปบนสันทรายกว้างใหญ่ ชมความงามของผืนทรายที่พลิ้วไหว พร้อมดื่มด่ําความเงียบสงบ เป็นกิจกรรมที่ไม่ควรพลาดที่จะสร้างความทรงจําอันล้ำค่าให้กับการเดินทางของท่าน



![](/media/2025/09/15-3.jpg)


เยี่ยมชม “ทะเลสาบปุษกร” (Pushkar Lake) เป็นทะเลสาบศักดิ์สิทธิ์อันเป็นหัวใจทางจิตวิญญาณของเมืองและศาสนาฮินดู ทะเลสาบแห่งนี้ล้อมรอบด้วยท่าอาบน้ำ (Ghats) กว่า 52 แห่งที่ผู้แสวงบุญจากทั่วโลกจะเดินทางมาอาบน้ำ เพื่อชําระล้างบาปและรับพรศักดิ์สิทธิ์ บรรยากาศริมทะเลสาบเต็มไปด้วยความสงบเงียบ พร้อมวิวทิวทัศน์ของวัดวาอารามและภูเขาโดยรอบ เป็นจุดที่เหมาะสําหรับการสัมผัสวิถีชีวิตทางศาสนาและวัฒนธรรมอันลึกซึ้งของอินเดีย



![](/media/2025/09/16-3.jpg)


เดินทางสู่ “เมืองอัจเมอร์” (Ajmer) เมืองโบราณสําคัญที่ตั้งอยู่ใจกลางรัฐราชสถาน ได้รับฉายาว่า หัวใจของรัฐราชสถาน เมืองนี้ก่อตั้งขึ้นในศตวรรษที่ 11 โดยกษัตริย์ราชปุต และเคยเป็นเมืองหลวงของราชวงศ์ชัวฮาน ก่อนที่จะตกอยู่ภายใต้การปกครองของอาณาจักรมุสลิมและอังกฤษในเวลาต่อมา


เมืองอัจเมอร์เป็นเมืองที่มีความหลากหลายทางศาสนาและวัฒนธรรม โดยเป็นศูนย์กลางการแสวงบุญที่สําคัญสําหรับทั้งชาวมุสลิมและชาวฮินดูตัวเมืองถูกล้อมรอบด้วยเทือกเขาอราวลี (Aravalli Range) มีภูมิประเทศสวยงาม ผสมผสานระหว่าง ธรรมชาติ ประวัติศาสตร์ และสถาปัตยกรรมแบบอินโด – อิสลาม ได้อย่างลงตัวทําให้เป็นจุดหมายปลายทางที่น่าสนใจสําหรับผู้ที่ต้องการสัมผัสกับมรดกทางวัฒนธรรมของอินเดียอย่างแท้จริง



![](/media/2025/09/17-3.jpg)


เยี่ยมชม “วัดเชนโซนีจีกีนาสิยา” (Soni Ji Ki Nasiya Jain Temple) เป็นวัดเชนที่งดงามและสําคัญมาก สร้างขึ้นในช่วงปลายศตวรรษที่ 19 โดยเศรษฐีชาวเชนท่านหนึ่ง จุดเด่นของวัดนี้คือ สวรรณานครี(Swarna Nagri) หรือเมืองทองคํา เป็นห้องโถงที่จัดแสดงแบบจําลองทองคําของจักรวาลวิทยาและตํานานในศาสนาเชน รวมถึงฉากจากเมืองศักดิ์สิทธิ์และเรื่องราวของคุรุเชน (Tirthankaras) วิหารแห่งนี้จึงเป็นตัวอย่างที่โดดเด่นของสถาปัตยกรรมเชนที่ละเอียดอ่อนและประณีตในอินเดีย



![](/media/2025/09/18-3.jpg)


เยี่ยมชม “ดาร์กาห์อัจเมอร์” (Khwaja Gharib Nawaz Dargah Sharif) เป็นสุสานศักดิ์สิทธิ์ของนักบุญซูฟีผู้เป็นที่รู้จักในนาม การิบ นาวาซ (Gharib Nawaz) ที่มีความหมายว่าผู้เมตตาต่อคนยากไร้


สถานที่แห่งนี้ไม่เพียงเป็นศูนย์รวมจิตใจและเป็นสถานที่แสวงบุญสําคัญของชาวมุสลิมเท่านั้น แต่ยังดึงดูดผู้คนจากทุกศาสนาทั่วโลกให้มาเยือนเพื่อขอพรและแสวงหาความสงบทางจิตใจอีกด้วย


คําสอนของท่านการิบ นาวาซที่เน้นย้ำถึงความรัก ความเห็นอกเห็นใจ และการบริการเพื่อนมนุษย์ โดยไม่แบ่งแยกศาสนาทําให้ดาร์กาห์แห่งนี้กลายเป็นสัญลักษณ์แห่งความสามัคคีปรองดองทางศาสนาได้อย่างแท้จริง ตัวอาคารหลักโดดเด่นด้วยสถาปัตยกรรมแบบอินโด – อิสลามอันงดงาม พร้อมโดมสีขาว โค้งแกะสลักอย่างวิจิตร และลานกว้างขวาง



![](/media/2025/09/19-3.jpg)


เยี่ยมชม “อาไดดินกาโจปรา” (Adhai Din Ka Jhopra) เป็นมัสยิดโบราณที่มีชื่อเสียงแห่งหนึ่ง ชื่อ อาไดดินกาโจปรา นั้นแปลว่ากระท่อมสองวันครึ่ง โดยมีตํานานเล่าขานว่า สถานที่แห่งนี้สร้างเสร็จภายในเวลาเพียง 2.5 วัน แต่ในความเป็นจริงแล้วอาคารนี้ถูกสร้างขึ้นโดยการดัดแปลงและขยายจากอาคารเดิมในคริสต์ศตวรรษที่ 12 โดย กุตุบ อุดดิน ไอบัก (Qutb al-Din Aibak) ผู้ปกครองคนแรกของรัฐสุลต่านเดลี


นอกจากนี้เดิมเชื่อกันว่าที่นี่เคยเป็นวิหารและโรงเรียนสอนภาษาสันสกฤตของชาวฮินดู ก่อนจะถูกดัดแปลงให้เป็นมัสยิดจึงนับเป็นตัวอย่างอันยอดเยี่ยมของสถาปัตยกรรมแบบอินโด – อิสลามที่ผสมผสานองค์ประกอบของทั้งศิลปะฮินดูและอิสลามได้อย่างลงตัว


**ยังมีสถานที่และเรื่องราวอันตื่นตาอีกมากที่เรายังไม่ได้กล่าวถึง และกำลังรอให้ทุกท่านไปสัมผัสด้วยตัวเอง! ทริปสุดพิเศษประจำปี 2025 แบบนี้ ออกเดินทาง 5 – 10 ธันวาคม ท่องเที่ยวเต็มอิ่มกว่า 6 วัน 4 คืน**


**…ย้ำว่าทัวร์ของเราไม่จอยกรุ๊ป!! ไม่ชะโงก อะไรควรดูอยู่ดูนานขึ้น อะไรอยู่นอกเส้นทางปกติแต่ควรสัมผัสจะได้ไปสัมผัส โดยเฉพาะผู้รักการผจญภัย หลงไหลในประวัติศาสตร์ และประสบการณ์ที่แทบไม่มีใครได้สัมผัส ไม่ควรพลาดด้วยประการทั้งปวง!!**



![](/media/2025/09/20-3.jpg)


รับประสบการณ์ที่แตกต่าง และสัมผัสบรรยากาศแบบใหม่ที่อาจไม่เคยลิ้มลอง หากท่านใดสนใจขอโปรแกรม สามารถติดต่อได้ทาง หมายเลข **082-894-8444, 089-927-6446** หรือแอด **LINE OA** ได้ที่ **@thewildchronicles (พิมพ์ @ ด้านหน้า) และพิมพ์ว่า “สนใจทัวร์อินเดีย”** ได้เลยนะครับ หรือกดปุ่ม **“จองทัวร์”** ได้เลยครับ


[กดจองทัวร์!](/tours/india-pushkar-2025)


[Ad LineOA The Wild Chronicle](https://page.line.me/020lkciz?openQrModal=true)


[## Blog สามารถอ่านบทความต่างๆ ได้ที่นี่ Click Here](/category/blog/)


[## The Wild Chronicles - ประวัติศาสตร์ ข่าวต่างประเทศ ท่องเที่ยวที่แปลก กดติดตามแฟนเพจของเราได้ที่นี่นะครับ Click Here](https://www.facebook.com/pongsorn.bhumiwat)