# Indonesia ทำไมต้องไป “อินโดนีเซีย” เส้นทางที่สาบสูญ ย้อนรอย “พุทธ-ฮินดู” ยุคแรกของอุษาคเนย์ กับ The Wild Chronicles

- URL: https://www.thewildchronicles.com/blog/why-indonesia-newyear
- Author: พงศ์ศรณ์ ภูมิวัฒน์
- Published: 2025-09-30T02:00:57Z
- Updated: 2025-09-30T02:00:57Z
- Tags: ทัวร์ TWC, ประวัติศาสตร์, อินโดนีเซีย

> รู้หรือไม่!? ในอดีต เกาะชวาถือเป็นดินแดนจุดหมายทางการค้าของอินเดีย ทำให้มีการนำวัฒนธรรมอินเดียเข้าสู่พื้นที่ จนกลายเป็นรากฐานอารยธรรมในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

⛰️ รู้หรือไม่!? ในอดีต เกาะชวาถือเป็นดินแดนจุดหมายทางการค้าของอินเดีย ทำให้มีการนำวัฒนธรรมอินเดียเข้าสู่พื้นที่ จนกลายเป็นรากฐานอารยธรรมในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ แม้ปัจจุบัน ชวาจะเป็นส่วนหนึ่งของ **“อินโดนีเซีย”** ประเทศมุสลิมที่ใหญ่ที่สุดในโลก แต่ที่นี่ก็ยังคงมีร่องรอยของ **“พุทธ-ฮินดู”** อย่างเด่นชัด โดยเฉพาะเมือง **“ยอกยาการ์ตา”**


⛰️ **ทัวร์ข้ามปี 2025**❗**The Wild Chronicles** ขอพาท่านเดินทางไป **“อินโดนีเซีย”** เพื่อไปสัมผัสความเป็น “ฮินดู” ณ แดนอิเหนา เพราะมันคือ **“พุทธ-ฮินดู”** ยุคแรกของอุษาคเนย์ พร้อมเรื่องราวมากมายให้ท่านแสวงหา ซึ่งจะทำให้ท่านได้เข้าใจถึงความเป็นพุทธ-ฮินดูในไทยได้ถึงแก่นแท้


⛰️ ทัวร์ไม่จอยกรุ๊ป ไม่ชะโงก อะไรควรดูอยู่ดูนานขึ้น อะไรอยู่นอกเส้นทางปกติแต่ควรสัมผัสจะได้ไปสัมผัสโดยเฉพาะผู้รักการผจญภัยและ หลงไหลในประวัติศาสตร์และทิวทัศน์ที่ตื่นตา ไม่ควรพลาดด้วยประการทั้งปวง!! มีวิทยากรผู้เชี่ยวชาญด้านประวัติศาสตร์เป็นคนนำทัวร์


ท่านจะได้ผจญภัยเที่ยวชม


☸️ เที่ยว** “บุโรพุทโธ”** พุทธสถานที่ใหญ่ที่สุดในโลกที่ได้รับสถานะเป็นมรดกโลก
🕉️ เที่ยว **“มหาเทวาลัยปรัมบานัน”** วัดฮินดูที่ใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
🎪 ชม **“ชมการแสดงรามายณะกลางแจ้งฉบับชาวชวา”** ที่จัดแสดงอย่างต่อเนื่องมาตั้งแต่ปี 1961
⛰️ ชมพระอาทิตย์ขึ้นเหนือ “ภูเขาไฟโบรโม่” ชมวิวรอบๆ ที่สวยงามไม่เหมือนที่ใด
🏜️ เที่ยว **“ลาอูตันปาซีร์”** ที่เมื่อสายลมพัดผ่าน ผืนทรายจะส่งเสียงเบาราวกับเสียงกระซิบของธรรมชาติ
🏰 ชม **“วังสุลต่านแห่งยอกยาการ์ตา”** ที่สวยงามและทรงคุณค่าด้านประวัติศาสตร์
🍜 แวะช้อปปิ้งที่ **“ย่านมาลิโอโบโร”** ถนนคนเดินที่คึกคักและเต็มไปด้วยร้านค้าของฝากเล็กๆ


พร้อมสถานที่สุดพีกอีกมากมาย..


เรามาดูรายละเอียดกันดีกว่าครับว่า **ทำไมต้องไป.. “อินโดนีเซีย” เส้นทางที่สาบสูญ ย้อนรอย “พุทธ-ฮินดู” ☸️🕉️ยุคแรกของอุษาคเนย์ กับ The Wild Chronicles**



![](/media/2025/09/1-4.jpg)


หมู่เกาะอินโดนีเซียตั้งอยู่บนหนึ่งในเส้นทางเดินเรือที่สำคัญที่สุดของโลกโบราณ หมู่เกาะแถบนี้เชื่อมมหาสมุทรอินเดียกับทะเลจีนใต้ ทำให้มีพ่อค้าและนักเดินเรือจากอินเดีย อาหรับ และเอเชียตะวันออกมากมายต่างแวะพักและแลกเปลี่ยนสินค้าท่ามกลางหมู่เกาะนับพัน จนเกิดเป็นสะพานเชื่อมระหว่างโลกตะวันตกกับตะวันออกบนดินแดนแห่งนี้


นอกจากสินค้ามีค่าอย่างเครื่องเทศและอัญมณีแล้ว สิ่งที่เดินทางมาพร้อมเรือสำเภายังรวมถึงความเชื่อ ภาษา และศิลปวัฒนธรรม โดยเฉพาะศาสนาฮินดูและพุทธที่ค่อยๆ แทรกซึมเข้ามาในวิถีชีวิตของผู้คนท้องถิ่น จนหมู่เกาะแห่งนี้กลายเป็นดินแดนที่ผสมผสานวัฒนธรรมพื้นเมืองกับอารยธรรมอินเดียอย่างกลมกลืน และเป็นรากฐานของอารยธรรมยุคแรกในหมู่เกาะอินโดนีเซียในยุคโบราณ



![](/media/2025/09/2-4.jpg)


ยุครุ่งเรืองของศาสนาพุทธและฮินดูในหมู่เกาะอินโดนีเซีย ปรากฏชัดผ่านอาณาจักรสำคัญ เช่น “ศรีวิชัย” ที่เจริญรุ่งเรืองราวพุทธศตวรรษที่ 13–18 ในฐานะศูนย์กลางพระพุทธศาสนามหายานและการค้าทางทะเลที่เชื่อมเอเชียตะวันออกเฉียงใต้กับอินเดียและจีน และ “มัชปาหิต” อาณาจักรฮินดู–ชวาที่เรืองอำนาจในพุทธศตวรรษที่ 19–20 ครอบคลุมอำนาจไปทั่วหมู่เกาะอินโดนีเซียและบางส่วนของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ จนได้รับการยกย่องว่าเป็นหนึ่งในมหาอำนาจแห่งภูมิภาคในยุคนั้น


ร่องรอยความรุ่งเรืองเหล่านี้ยังคงปรากฏในโบราณสถานอันยิ่งใหญ่ เช่น “บุโรพุทโธ” มหาสถูปพุทธศาสนามหายานที่ใหญ่ที่สุดในโลก ซึ่งสร้างขึ้นในสมัยราชวงศ์ไศเลนทรา และ “มหาเทวาลัยปรัมบานัน” วิหารฮินดูอันวิจิตรที่สร้างขึ้นในสมัยราชวงศ์มาตารัมฮินดู ทั้งสองต่างสะท้อนให้เห็นถึงความเชื่อ ศิลปะ และภูมิปัญญาทางสถาปัตยกรรมอันล้ำค่าของยุคสมัยนั้น



![](/media/2025/09/3-4.jpg)


แม้ทุกวันนี้ชาวอินโดนีเซียส่วนใหญ่จะหันมานับถือศาสนาอิสลาม แต่หมู่เกาะแห่งนี้ยังคงซ่อนร่องรอยของศาสนาพุทธและฮินดูอันเก่าแก่ ที่เคยรุ่งเรืองและฝังรากลึกในวิถีชีวิตของผู้คนเมื่อกว่าพันปีก่อนเอาไว้ ทั้งโบราณสถาน ศิลปกรรม และตำนานท้องถิ่นที่ยังเล่าขานสืบมา


ทัวร์นี้จึงไม่ใช่ทัวร์ธรรมดา แต่เป็นการย้อนรอยไปสัมผัสรากเหง้าของอารยธรรมพุทธ–ฮินดูในอุษาคเนย์ ที่ยังคงทรงคุณค่าและรอให้เราได้ค้นพบด้วยตาของตนเอง



![](/media/2025/09/4-4.jpg)


ไล่ตามเส้นทางพาท่านเที่ยวชม “วังสุลต่านแห่งยอกยาการ์ตา” (Sultan’s Palace of Yogyakarta) ซึ่งสร้างขึ้นมาตั้งแต่ปี 1790 ตัวอาคารออกแบบเป็นศิลปะชวาและตะวันตก สิ่งที่น่าสนใจในวังแห่งนี้ คือวังแห่งนี้มีประตูทั้งหมด 9 บาน โดยเชื่อว่าประตูเหล่านี้สื่อถึงทวารทั้ง 9 ของมนุษย์ที่เชื่อมโยงกับหลักศาสนาฮินดู อีกทั้งภายในวังยังมีการจัดแสดงข้าวของเครื่องใช้ในพระราชวัง และข้อมูลเกี่ยวกับประวัติศาสตร์อันทรงคุณค่าในดินแดนแห่งนี้



![](/media/2025/09/5-4.jpg)


เยี่ยมชม “ตามันซารี” (Taman Sari) หรือ “พระราชวังน้ำ” หนึ่งในผลงานสถาปัตยกรรมอันรุ่งเรืองแห่งศตวรรษที่ 18 พระราชวังแห่งนี้สร้างตามรูปแบบที่ผสมผสานศิลปะชวาพื้นเมืองเข้ากับสถาปัตยกรรมยุโรปอย่างลงตัว


ชื่อ “ตามันซารี” หมายถึง “สวนดอกไม้งาม” ขณะที่ฉายา “Water Castle” สะท้อนระบบควบคุมน้ำอันชาญฉลาดที่ใช้ทั้งสร้างสภาพแวดล้อมร่มรื่น และเป็นปราการทางธรรมชาติยามเกิดภัยสงคราม


ด้วยคุณค่าทางประวัติศาสตร์ในปี 2023 ตามันซารีและพื้นที่โดยรอบจึงได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกเชิงคติยภาพ ภายใต้ชื่อ “Cosmological Axis of Yogyakarta”



![](/media/2025/09/6-4.jpg)


เยี่ยมชม “พิพิธภัณฑ์ป้อมเฟรเดเบิร์ก” (Vredeburg Fort Museum) ป้อมปราการเก่าแก่ใจกลางเมืองยอกยาการ์ตา สร้างขึ้นในปี 1760 เดิมใช้ชื่อว่า “Rustenburg” หมายถึง “ป้อมแห่งการพักผ่อน”


ทว่าในปี 1867 ป้อมได้รับความเสียหายจากเหตุแผ่นดินไหว และเมื่อมีการบูรณะใหม่จึงได้รับชื่อว่า “Vredeburg” หมายถึง “ป้อมแห่งสันติภาพ”


ป้อมแห่งนี้เคยเป็นฐานทัพสําคัญของทั้งชาวดัตช์ ญี่ปุ่น และต่อมาเป็นฐานของอินโดนีเซียหลังประกาศเอกราชในปี 1945 ก่อนจะได้รับการเปลี่ยนเป็นพิพิธภัณฑ์ในปี 1992 ภายใต้ชื่อ “พิพิธภัณฑ์การต่อสู้เพื่อเอกราช” ภายในจัดแสดงฉากจําลองถ่ายทอดเหตุการณ์สําคัญในประวัติศาสตร์อินโดนีเซีย เล่าเรื่องราวอย่างมีชีวิตชีวาตั้งแต่คริสต์ศตวรรษที่ 19 จนถึงยุคปัจจุบัน



![](/media/2025/09/7-4.jpg)


ร่วมรับชม “การแสดงรามายณะกลางแจ้งฉบับชาวชวา” ณ โรงละครรามายณะปรัมบานัน (Ramayana Ballet Prambanan) ในโซนที่นั่งแบบพิเศษ (Special Class) ซึ่งเป็นโรงละครที่มีชื่อเสียงที่สุดของยอกยาการ์ตา และมีการจัดแสดงอย่างต่อเนื่องมาตั้งแต่ปี 1961 การแสดงรามายณะฉบับชวานี้เป็นหนึ่งในศิลปะการแสดงที่เก่าแก่และงดงามที่สุดของอินโดนีเซีย โดยถ่ายทอดเรื่องราวรามายณะผ่านการรํา ดนตรีประกอบ และการแสดงสีหน้า ที่วิจิตรและมีเอกลักษณ์


เนื้อเรื่องของรามายณะปรัมบานัน ได้รับแรงบันดาลใจจากวรรณคดีรามายณะที่ปรากฏบนภาพสลักนูนต่ำของผนังวิหารพระศิวะ ณ เทวาลัยปรัมบานัน การแสดงชุดนี้มีการประยุกต์ให้เนื้อเรื่องกระชับรวดเร็ว ดูง่าย และมีการใช้เทคโนโลยีแสงสีเสียงมาประกอบ เมื่อบวกกับฉากหลังเป็นเทวาลัยอันศักดิ์สิทธิ์แล้ว ทําให้มันมีความงดงามยิ่ง



![](/media/2025/09/8-4.jpg)


เยี่ยมชม “บุโรพุทโธ” (Borobudur Temple) พุทธสถานที่ใหญ่ที่สุดในโลกที่ได้รับสถานะเป็นมรดกโลก สร้างโดยราชวงศ์ไศเลนทร์ กษัตริย์ผู้ปกครองอาณาจักรศรีวิชัย มหาอำนาจยุคแรกของอุษาคเนย์


ในอดีตบุโรพุทโธเคยถูกทิ้งร้าง แต่ถูกค้นพบอีกครั้งในช่วงคริสต์ศตวรรษที่ 19 จากนั้นจึงได้รับการบูรณะให้กลับมาสวยงาม ปัจจุบันบุโรพุทโธได้ขึ้นบัญชีเป็นมรดกโลกโดยองค์การยูเนสโกในปี 1991 หากท่านชื่นชอบประวัติศาสตร์หรือสถาปัตยกรรมโบราณ บุโรพุทโธ จะทําให้ท่านทึ่งในความยิ่งใหญ่ และพุทธปรัชญาที่แฝงอยู่ในงานศิลปกรรม



![](/media/2025/09/9-4.jpg)


ชื่นชม “จันทิเมนดุต” (Candi Mendut) อาคารโบราณที่ใช้สำหรับพิธีกรรมทางศาสนาพุทธนิกายมหายาน ซึ่งภายในจันทิมีพระพุทธรูปขนาดใหญ่แกะสลักจากหิน อีกทั้งยังมีภาพแกะสลักที่สวยงาม อันแสดงถึงความเชื่อทางศาสนาในยุคนั้น


ภายในจันทิเมนดุตมีพระพุทธรูปขนาดใหญ่แกะสลักจากหิน อีกทั้งยังมีภาพแกะสลักที่สวยงาม แสดงถึงความเชื่อทางศาสนาในยุคนั้น จันทิแห่งนี้เป็นส่วนหนึ่งของประวัติศาสตร์ที่สําคัญในอินโดนีเซีย หากท่านชื่นชอบสถาปัตยกรรมโบราณและเรื่องราวทางศาสนา การมาเยี่ยมชมที่นี่จะทําให้ท่านได้สัมผัสเสน่ห์ของศิลปะยุคโบราณอย่างใกล้ชิด



![](/media/2025/09/10-4.jpg)


แวะ “ย่านช้อปปิ้งมาลิโอโบโร” (MalioboroStreet) เป็นเหมือนถนนคนเดินที่คึกคักที่สุดในยอกยาการ์ตา บนถนนสายนี้ท่านจะพบกับร้านค้าเล็กๆ และแผงลอยที่ขายสินค้าพื้นเมือง ทั้งผ้าบาติก ของที่ระลึก และงานฝีมือต่างๆ สะท้อนวัฒนธรรมชาวชวาได้เป็นอย่างดี นอกจากนี้ยังมีอาหารท้องถิ่นให้เลือกซื้อลองชิม ไม่ว่าจะเป็นของว่างพื้นบ้านหรือเมนูจานหลักรสชาติอร่อย



![](/media/2025/09/11-4.jpg)


เที่ยวชม “มหาเทวาลัยปรัมบานัน”(Prambanan Temple) วัดฮินดูที่ใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ซึ่งมีสถานะเป็นมรดกโลก โดยปรัมบานันถูกสร้างขึ้นเพื่อถวายแด่พระตรีมูรติ หรือเทพเจ้าสูงสุดสามองค์ในศาสนาฮินดู ได้แก่ พระพรหม (ผู้สร้างโลก) พระวิษณุ (ผู้รักษาโลก) และพระศิวะ (ผู้ทำลายโลก) วัดนี้มีพระปรางค์สูงถึง 47 เมตร ล้อมรอบด้วยเทวาลัยเล็กๆ อีกหลายแห่งเดิมทีเคยถูกปล่อยให้รกร้าง แต่ได้รับการบูรณะจนกลับมาสวยงามอีกครั้ง และปัจจุบัน มหาเทวาลัยปรัมบานันได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกจากองค์การยูเนสโกในปี 1991



![](/media/2025/09/12-4.jpg)


เยี่ยมชม “จันทิเซวู” (Candi Sewu) ซึ่งตั้งอยู่ใกล้กับมหาเทวาลัยปรัมบานัน เป็นจันทิที่เก่าแก่ ภายในมีห้องที่ใช้สําหรับประดิษฐานพระพุทธรูปหรือเทพเจ้าสําคัญ โครงสร้างของจันทิเซวูได้รับอิทธิพลมาจากศิลปะอินเดีย และยังเคยมีการค้นพบพระพุทธรูปที่สําคัญในบริเวณนี้อีกด้วย



![](/media/2025/09/13-4.jpg)


เยี่ยมชม “จันทิอิโจ” (Candi Ijo) เป็นอาคารหลายหลังตั้งอยู่บนภูเขาสูง 410 เมตร สร้างขึ้นในช่วงศตวรรษที่ 16 – 17 ตามความเชื่อของศาสนาฮินดู คาดการณ์ว่าอาจเคยมีจันทิมากกว่าที่พบในปัจจุบัน เนื่องจากยังพบซากจันทิที่ถูกทําลายและหินที่กระจัดกระจายในบริเวณเชิงเขา



![](/media/2025/09/14-4.jpg)


เยี่ยมชม “วัดฮงเทียกเฮียน” (Hong Tiek Hian Temple) วัดจีนที่เก่าแก่ที่สุดแห่งหนึ่งของอินโดนีเซีย ตั้งอยู่ใจกลางเมืองสุราบายา ทางตะวันออกของเกาะชวา เป็นดั่งศูนย์รวมประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม และศรัทธาของชาวจีนโพ้นทะเลในภูมิภาคนี้


วัดแห่งนี้โดดเด่นด้วยสถาปัตยกรรมจีนโบราณ มีอาคารสีแดง – เหลืองที่เป็นเอกลักษณ์และยังคงรักษารายละเอียดดั้งเดิมไว้อย่างงดงาม ทั้งประติมากรรมนางฟ้า มังกร รวมถึงงานแกะสลักต่างๆ สะท้อนถึงศิลปะชั้นสูง หนึ่งในจุดเด่นสําคัญคือสะพานมังกรคู่ ที่เชื่อมอาคารสองหลังเข้าด้วยกันอย่างวิจิตร


ภายในวัดแบ่งออกเป็นสองชั้น มีแท่นบูชาเทพเจ้าหลายองค์ รวมถึงเจ้าแม่กวนอิม และพระพุทธรูปประดิษฐานอยู่ในตําแหน่งสําคัญ ทําให้ที่นี่เป็นสถานที่ที่ผู้ศรัทธาหลั่งไหลมาสักการะตลอดทั้งปี



![](/media/2025/09/15-4.jpg)


เดินทางสู่ “มัสยิดแห่งชาติอัล-อักบัร” (Al-Akbar National Mosque) หนึ่งในแลนด์มาร์กสําคัญของเมืองสุราบายา ที่นี่เป็นมัสยิดที่ใหญ่เป็นอันดับสองของอินโดนีเซีย โดดเด่นด้วยโดมขนาดใหญ่ทรงครึ่งไข่ลักษณะคล้ายสถูป ล้อมรอบด้วยโดมเล็กอีกสี่โดมโดดเด่นด้วยสีฟ้า – เขียวอันเป็นเอกลักษณ์ อีกหนึ่งไฮไลต์คือ มินาเรตสูง 99 เมตร สื่อถึงพระนามทั้ง 99 ของอัลลอฮ์ ภายในมีลิฟต์พานักท่องเที่ยวขึ้นสู่จุดชมวิวแบบ 360 องศา นอกจากนี้ ภายในห้องละหมาดหลักยังมี “มิห์รอบ” (Mihrab) เป็นช่องแสดงทิศทางกิบลัต (ทิศที่ชาวมุสลิมใช้ละหมาด) ที่ใหญ่ที่สุดในอินโดนีเซีย



![](/media/2025/09/16-4.jpg)


เยี่ยมชม “พิพิธภัณฑ์มัชปาหิตโตรวูลัน” (Museum Majapahit Trowulan) หนึ่งในพิพิธภัณฑ์โบราณคดีที่สําคัญที่สุดของอินโดนีเซีย ที่รวบรวมโบราณวัตถุจากอาณาจักรมัชปาหิตและราชอาณาจักรโบราณอื่นๆ ในภูมิภาคชวาตะวันออก พิพิธภัณฑ์แห่งนี้มีจุดเริ่มต้นตั้งแต่ปี 1924 ก่อสร้างโดยสมาคมโบราณคดีมัชปาหิตที่จัดตั้งขึ้นเพื่ออนุรักษ์วัตถุโบราณที่ขุดพบในบริเวณเมืองโตรวูลัน ซึ่งเชื่อกันว่าเคยเป็นศูนย์กลางของอาณาจักรมัชปาหิต



![](/media/2025/09/17-4.jpg)


ชมพระอาทิตย์ขึ้นเหนือ “ภูเขาไฟโบรโม” (Mount Bromo) ภูเขาไฟที่มีความสูงประมาณ 2,400 เมตร และเป็นหนึ่งในจุดหมายปลายทางที่ต้องมาเยือนให้ได้เมื่อมาถึงอินโดนีเซีย เพราะภาพวิวที่ปากปล่องเป็นสิ่งที่หลายคนบอกว่าคุ้มค่ากับความเหนื่อย ทั้งความกว้างใหญ่ของปล่องภูเขาไฟและวิวรอบๆ ที่ดูสวยงามไม่เหมือนที่ไหนจริงๆ


กิจกรรมไฮไลต์!! คือเราจะพาทุกท่าน “ขี่ม้าไปชมปากปล่องภูเขาไฟ” (รวมค่าธรรมเนียมในค่าทัวร์แล้ว) โดยม้าจะพาไปส่งที่เชิงเขา ก่อนที่ท่านจะเดินขึ้นบันไดเพื่อไปถึงปากปล่อง ภาพวิวที่ปากปล่องเป็นสิ่งที่หลายคนบอกว่าคุ้มค่ากับความเหนื่อย ทั้งความกว้างใหญ่ของปล่องภูเขาไฟและวิวรอบๆ ที่ดูสวยงามแบบไม่เหมือนที่ใด



![](/media/2025/09/18-4.jpg)


เยี่ยมชม “ทะเลทรายเสียงกระซิบ” (Whispering Sand) หรือ เสียงกระซิบจากผืนทราย พื้นที่กว้างใหญ่ที่ปกคลุมไปด้วยเถ้าภูเขาไฟจากการระเบิดในอดีต มีลักษณะคล้ายกับทะเลทราย แต่ไม่เหมือนทะเลทรายทั่วไป เพราะผืนทรายที่นี่มีสีเทาถึงสีดำ จุดเด่น คือ เสียงที่เกิดขึ้นจากลมที่พัดผ่านทราย เสียงนี้จะได้ยินเหมือนกับเสียงกระซิบเบาๆ


ที่นี่ไม่ใช่ทะเลทรายธรรมดา แต่คือพื้นที่สีดําล้วนขนาดกว่า 10 ตารางกิโลเมตร ที่ปกคลุมไปด้วยฝุ่นเถ้าภูเขาไฟอันละเอียดก่อตัวขึ้นจากการปะทุของภูเขาไฟโบราณในแอ่งเทงเกอร์นับหมื่นปีก่อน กลายเป็นทัศนียภาพอันโดดเด่นแตกต่างไม่เหมือนที่ใด


**ยังมีสถานที่และเรื่องราวอันตื่นตาอีกมากที่เรายังไม่ได้กล่าวถึง และกำลังรอให้ทุกท่านไปสัมผัสด้วยตัวเอง! …ทริปข้ามปี 2025-2026 แบบนี้ออกเดินทางวันที่ 26 ธ.ค. 2025 – 2 มกราคม 2026 เต็มอิ่มกว่า 8 วัน 7 คืน
**


**…ย้ำว่าทัวร์ของเราไม่จอยกรุ๊ป!! ไม่ชะโงก อะไรควรดูอยู่ดูนานขึ้น อะไรอยู่นอกเส้นทางปกติแต่ควรสัมผัสจะได้ไปสัมผัส โดยเฉพาะผู้รักการผจญภัย หลงไหลในประวัติศาสตร์ และประสบการณ์ที่แทบไม่มีใครได้สัมผัส ไม่ควรพลาดด้วยประการทั้งปวง!!**



![](/media/2025/09/19-4.jpg)


รับประสบการณ์ที่แตกต่าง และสัมผัสบรรยากาศแบบใหม่ที่อาจไม่เคยลิ้มลอง หากท่านใดสนใจขอโปรแกรม สามารถติดต่อได้ทาง หมายเลข **082-894-8444, 089-927-6446** หรือแอด **LINE OA** ได้ที่ **@thewildchronicles (พิมพ์ @ ด้านหน้า) และพิมพ์ว่า “สนใจทัวร์อินโดนีเซีย”** ได้เลยนะครับ หรือกดปุ่ม **“จองทัวร์”** ได้เลยครับ


[กดจองทัวร์!](/tours/indonesia-newyear-2025)


[Ad LineOA The Wild Chronicle](https://page.line.me/020lkciz?openQrModal=true)


[## Blog สามารถอ่านบทความต่างๆ ได้ที่นี่ Click Here](/category/blog/)


[## The Wild Chronicles - ประวัติศาสตร์ ข่าวต่างประเทศ ท่องเที่ยวที่แปลก กดติดตามแฟนเพจของเราได้ที่นี่นะครับ Click Here](https://www.facebook.com/pongsorn.bhumiwat)