# Uzbekistan-Turkmenistan ทำไมต้องไป “อุซเบกิสถาน-เติร์กเมนิสถาน” กับ The Wild Chronicles

- URL: https://www.thewildchronicles.com/blog/why-turkmen-uzs2025
- Author: พงศ์ศรณ์ ภูมิวัฒน์
- Published: 2025-09-16T02:00:52Z
- Updated: 2025-09-16T02:00:52Z
- Tags: ทัวร์ TWC, ประวัติศาสตร์, อุซเบกิสถาน, เติร์กเมนิสถาน

> รู้หรือไม่? ท่ามกลางดินแดนทุ่งหญ้าแห้งและทะเลทรายของเอเชียกลาง มีดินแดนที่เต็มไปด้วยความลี้ลับ ความขัดแย้ง และความงดงาม

**รู้หรือไม่?** ท่ามกลางดินแดนทุ่งหญ้าแห้งและทะเลทรายของเอเชียกลาง มีดินแดนที่เต็มไปด้วยความลี้ลับ ความขัดแย้ง และความงดงามที่ยากจะหาสิ่งใดเปรียบเทียบได้ นั่นคือประเทศอุซเบกิสถาน และเติร์กเมนิสถาน


ดินแดนแห่งนี้เป็นที่ตั้งของ **“อาชกาบัต”** เมืองที่เปรียบดั่งสรวงสวรรค์ที่สร้างด้วยหินอ่อนสีขาวทั้งเมือง ดินแดนแห่งนี้ยังมี “ประตูนรก” บ่อยักษ์ที่มีมหาเปลวเพลิงลุกท่วมตลอดเวลาดูแปลกตาน่าสะพรึงกลัว


**ปี 2025❗The Wild Chronicles** ขอพาท่านเดินทางไป **“อุซเบกิสถาน-เติร์กเมนิสถาน”** เพื่อสัมผัสเรื่องราวประวัติศาสตร์มากมายในดินแดนนี้


นอกจากที่กล่าวไปแล้วท่านจะได้ผจญภัยเที่ยวชม


🌇 เที่ยว **“จัตุรัสเรจิสถาน”** จัตุรัสกลางเมืองซามาร์คานด์อันโด่งดังและยิ่งใหญ่
🌠 ชม **“หอสังเกตการณ์อุลุกเบก”** หอดูดาวที่สร้างขึ้นเมื่อกว่า 600 ปีก่อน
🕌 เยี่ยมชม **“มัสยิดเติร์กเมนบาชี รูฮี**” ซึ่งสร้างด้วยหินอ่อนสีขาวสุดยิ่งใหญ่อลังการ
🌙 ชม **“มัสยิดบีบี-คานุม”** หนึ่งในมัสยิดที่ใหญ่และสำคัญที่สุดในโลอิสลาม
🐎 ชม** “สนามแข่งม้า”** ที่จัดแสดงม้าพันธุ์อะคาล-เทเค อันเป็นแรงบันดาลใจของม้าเซ็กเธาว์ในสามก๊ก


**ทริปนี้ ไม่จอยกรุ๊ป!** พาทุกท่านชมประวัติศาสตร์แบบเต็มอิ่มไม่มีชะโงกดู อะไรควรดู อยู่ดูนานขึ้น อะไรอยู่นอกเส้นทางปกติแต่ควรสัมผัส เราจะพาทุกท่านไปสัมผัส โดยเฉพาะผู้รักการผจญภัยและ หลงไหลในประวัติศาสตร์และทิวทัศน์ที่ตื่นตา ไม่ควรพลาดด้วยประการทั้งปวง!!


เรามาดูรายละเอียดกันดีกว่าครับว่า **ทำไมต้องไป.. “อุซเบกิสถาน-เติร์กเมนิสถาน” เส้นทางผจญภัยสู่สวรรค์ 🪽และนรก 🔥แห่งเอเชียกลาง กับ The Wild Chronicles**



![](/media/2025/09/1.jpg)


อุซเบกิสถาน เป็นที่ตั้งของเมืองโบราณมากมายที่เคยรุ่งเรืองบนเส้นทางสายไหม หนึ่งในนั้นคือ “ซามาร์คานด์” เมืองซึ่งเคยเป็นศูนย์กลางของจักรวรรดิติมูริด (Timurid Empire) อาณาจักรที่ทรงอิทธิพลที่สุดในเอเชียกลางหลังการล่มสลายของจักรวรรดิมองโกล


ผู้ก่อตั้งจักรวรรดินี้คือ “ติมูร์” ผู้ที่ยิ่งใหญ่และโหดเหี้ยม ทุกดินแดนที่เขาพิชิตได้ ต่างเต็มไปด้วยคราบโลหิตไหลนองเต็มแผ่นดิน ร่างผู้เสียชีวิตที่กองเป็นภูเขา และเมืองพังราบไว้เบื้องหลัง


อย่างไรก็ตามเขาได้เนรมิต “ซามาร์คานด์” ให้กลายเป็นมหานครแห่งศิลปะอิสลาม เต็มไปด้วยโดมสีฟ้า หอสูง ลวดลายเรขาคณิต ซึ่งล้วนหลงเหลือมาจนถึงปัจจุบัน



![](/media/2025/09/2.jpg)


เส้นทางสายไหมในอุซเบกิสถานและเติร์กเมนิสถาน คือหนึ่งใน “เส้นทางสายไหมสายหลักที่สุด” ของโลกยุคโบราณ ที่คาราวานพ่อค้าจากดินแดนต่างๆ ต้องเดินทางเพื่อขนสินค้าสู่โลกตะวันตก


ตลอดสองฟากฝั่งของเส้นทางนี้ ได้ถือกำเนิดเมืองสำคัญมากมาย ไม่ว่าจะเป็น “เมิร์ฟ” (Merv), “บูคารา” (Bukhara), และ “ซามาร์คานด์” (Samarkand) เมืองที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นหัวใจของอารยธรรมเอเชียกลาง และเป็นจุดแลกเปลี่ยนทั้งผ้าไหม เครื่องเทศ วิทยาการ และศาสนา


เส้นทางสายไหมรุ่งเรืองอยู่หลายศตวรรษ ก่อนจะค่อยๆ เสื่อมถอยเมื่อมนุษย์เริ่มเดินทางขนส่งสินค้าผ่านเส้นทางทะเลได้สำเร็จ และหลงเหลือไว้เพียงซากเมืองโบราณที่บ่งบอกว่าดินแดนแห่งนี้เคยรุ่งเรืองในอดีต



![](/media/2025/09/3.jpg)


ในช่วงยุคมืดของยุโรปภายใต้การครอบงำของศาสนจักรและสงครามศักดิ์สิทธิ์ ดินแดนแห่งนี้กลับรุ่งเรืองและเคยเป็นที่ตั้งของ “ห้องสมุดของโลกยุคโบราณ”


จักรวรรดิติมูริดได้เนรมิตเมือง “ซามาร์คานด์” และ “บูคารา” ให้กลายเป็นศูนย์กลางแห่งวิทยาการของโลกอิสลาม ที่นี่คือบ้านของ อุลุกเบก (Ulugh Beg) หลานของติมูร์ ผู้หลงใหลในดาราศาสตร์ยิ่งกว่าอำนาจ


เขาสร้างทั้ง หอดูดาว ที่แม่นยำที่สุดในโลกยุคนั้น และ ห้องสมุดที่รวบรวมตำราเกือบ 40,000 เล่ม
ตำราของอริสโตเติล โสคราติส และอัล-ฟอรอบี ถูกเก็บไว้ร่วมกันที่นี่ มีการแปลตำราเปอร์เซียและกรีกสู่ภาษาอาหรับ และแจกจ่ายไปทั่วโลกมุสลิม


แต่เมื่ออุลุกเบกถูกสังหารโดยลูกชายของตนเอง อันเนื่องจากความขัดแย้งเรื่องศาสนาและอำนาจ สิ่งต่างๆ จึงถูกทำลาย ห้องสมุดถูกเผาจนสิ้น เหลือไว้เพียงเศษอิฐและร่องรอยว่าดินแดนแห่งนี้เคยมีอารยธรรมความรู้ที่ล้ำค่าที่สุดแห่งหนึ่งของโลก



![](/media/2025/09/4.jpg)


เริ่มต้นการเดินทางที่ “กรุงทาชเคนต์” (Tashkent) เมืองหลวงอันเก่าแก่และทรงความสำคัญของประเทศอุซเบกิสถาน ทาชเคนต์เป็นเมืองที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานนับพันปี โดยเคยเป็นจุดพักสำคัญบนเส้นทางสายไหม


ชื่อ “ทาชเคนต์” แปลว่า “เมืองแห่งศิลา” ในภาษาเติร์ก ซึ่งสะท้อนถึงภูมิประเทศเดิมที่รายล้อมด้วยเนินหินและภูเขา


ในศตวรรษที่ 19 เมืองแห่งนี้ถูกรวมเข้าเป็นส่วนหนึ่งของจักรวรรดิรัสเซีย และต่อมาได้กลายเป็นเมืองหลวงของ “สาธารณรัฐสังคมนิยมโซเวียตอุซเบก” (Uzbek SSR) ภายใต้สหภาพโซเวียต


หลังการล่มสลายของสหภาพโซเวียตในปี 1991 ทาชเคนต์ได้รับการแต่งตั้งให้เป็นเมืองหลวงของ “สาธารณรัฐอุซเบกิสถาน” และยังคงเป็นศูนย์กลางด้านการเมือง เศรษฐกิจ และวัฒนธรรมของประเทศมาจนถึงปัจจุบัน



![](/media/2025/09/5.jpg)


พาแวะชม “จัตุรัสเอมีร์ ติมูร์” (Amir Temur Square) จัตุรัสใจกลางกรุงทาชเคนต์ ที่ตั้งชื่อตาม
เอมีร์ ติมูร์(Amir Temur) หรือ ติมูร์ (Timur) มหาราชาแห่งเอเชียกลาง ผู้ก่อตั้งอาณาจักรติมูริดอันยิ่งใหญ่


จัตุรัสแห่งนี้ถูกสร้างขึ้นตั้งแต่คริสต์ศตวรรษที่ 19 ในยุคที่ทาชเคนต์ยังเป็นศูนย์กลางกองบัญชาการของ “เตอร์กิสถาน” ภายใต้จักรวรรดิรัสเซีย


ทุกวันนี้จัตุรัสติมูร์กลายเป็นสวนสาธารณะขนาดย่อมใจกลางเมือง มีอนุสาวรีย์ของมหาราชาขี่ม้าตั้งตระหง่านอยู่กลางลาน รายล้อมด้วยโรงเรียน ธนาคาร และอาคารราชการ ซึ่งสะท้อนทั้งประวัติศาสตร์และการเปลี่ยนแปลงของเมืองหลวงแห่งนี้ ที่ได้รับอิทธิพลของรัสเซียมาค่อนข้างมาก



![](/media/2025/09/6.jpg)


ชม “โรงแรมอุซเบกิสถาน” (Uzbekistan Hotel) โรงแรมที่มีการออกแบบอย่างโดดเด่นด้วยสถาปัตยกรรมแนวโซเวียต ตัวโรงแรมทําเป็นรูปหนังสือ ถูกสร้างขึ้นเมื่อปี 1974 ถือเป็นหนึ่งในโรงแรมที่มีชื่อเสียงมากที่สุดแห่งหนึ่งของอุซเบกิสถาน



![](/media/2025/09/7.jpg)


เดินทางสู่ “เมืองซามาร์คานด์” (Samarkand) ซามาร์คานด์ถือเป็นหนึ่งในเมืองที่เก่าแก่และมีความสําคัญทางประวัติศาสตร์มากที่สุดในเอเชียกลาง เพราะเป็นศูนย์กลางของ อารยธรรมต่างๆ บนเส้นทางสายไหม ทําให้ที่นี่ถือเป็น “ศูนย์กลางอํานาจของโลก” อีกทั้งเมืองแห่งนี้ยังได้รับสถานะเป็นเมืองมรดกโลกจากองค์การ UNESCO



![](/media/2025/09/8.jpg)


เยี่ยมชม “จัตุรัสเรจิสถาน” (Registan Square) อันสวยงามและยิ่งใหญ่ จัตุรัสแห่งนี้ถูกตกแต่งด้วยกระเบื้องเคลือบสีฟ้าตัดขอบสีเหลือง รายล้อมไปด้วยมัดรอซะห์ 3 แห่ง และไฮไลท์สําคัญ คือ อุลุกเบก มัดรอซะห์ (Ulugh Beg Madrasah) อันทรงคุณค่าอย่างมากทั้งในเชิงประวัติศาสตร์ วิทยาศาสตร์ และสถาปัตยกรรม



![](/media/2025/09/9.jpg)


ชม “มัสยิดบีบี-คานุม” (Bibi-Khanym Mosque) หนึ่งในมัสยิดที่ใหญ่และสําคัญที่สุดในโลกอิสลาม ถูกสร้างขึ้นระหว่างปี 1399 – 1404 โดยคําสั่ง ของเอมีร์ติมูร์หลังจากการรุกรานอินเดียเพื่อเป็นสัญลักษณ์แห่งความยิ่งใหญ่ของอาณาจักรติมูริด



![](/media/2025/09/10.jpg)


เยี่ยมชม “หอสังเกตการณ์อุลุกเบก” (Observatory of Ulugbek) เป็นหอสังเกตการณ์ทางดาราศาสตร์แห่งซามาร์คานด์ซึ่งถูกสร้างขึ้นเมื่อปี 1420 หอสังเกตการณ์อุลุเบกถือเป็นหนึ่งในสิ่งก่อสร้างด้านดาราศาสตร์ที่ล้ำหน้าที่สุดของโลกในยุคกลาง เพราะถือเป็นหอดูดาว ที่แม่นยําที่สุดในโลกยุคนั้น และเป็นสัญลักษณ์ของความรุ่งเรืองทางวิทยาการของโลกมุสลิม



![](/media/2025/09/11.jpg)


เดินทางสู่ “เมืองบูคารา” (Bukhara) หนึ่งในเมืองประวัติศาสตร์บนเส้นทางสายไหมที่ได้รับการอนุรักษ์ไว้อย่างสมบูรณ์ที่สุดในเอเชียกลาง เมืองนี้ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกโดยองค์การ UNESCO ร่วมกับสถานที่สําคัญหลายแห่งในใจกลางเมือง ซึ่งสะท้อนถึงความรุ่งเรืองของบูคาราในฐานะ “ศูนย์กลางอํานาจของโลก” และมหานครอันดับหนึ่งของโลกเช่นเดียวกับซามาร์คานด์



![](/media/2025/09/12.jpg)


เยี่ยมชม “ปอย-คาลยัน คอมเพล็กซ์” (Poi-Kalyan Complex) คอมเพล็กซ์ที่ประกอบด้วยอาคารสําคัญ 3 หลัง สร้างขึ้นในศตวรรษที่ 12 – 16 คอมเพล็กซ์นี้เป็นกลุ่มอาคารที่ตั้งอยู่ใจกลางเมืองบูคารา ประดับตกแต่งด้วยกระเบื้องสีน้ําเงิน ว่ากันว่าที่นี่มีการใช้เซรามิกในการก่อสร้างเป็นครั้งแรก ต่อมาเซรามิกก็ถูกใช้กันอย่างแพร่หลายในเอเชียกลาง



![](/media/2025/09/13.jpg)


เที่ยวชม “โทกี-ซาร์โรฟอน” (Toki-Sarrofon) หนึ่งในโดมการค้าเก่าแก่ที่สําคัญของเมืองบูคารา โดมการค้าแห่งนี้เคยเป็นแหล่งแลกเปลี่ยนเงินตราจากทั่วทั้งเอเชียกลาง จีน อินเดีย เปอร์เซีย และ โลกอาหรับ ทําให้ที่นี่ถูกเรียกว่า “โทกี-ซาร์โรฟอน” หรือ โดมแลกเงินตรา



![](/media/2025/09/14.jpg)


เยี่ยมชม “พระราชวังซิโตไร โมคี โคซา” พระราชวังฤดูร้อนของ “เอมีร์แห่งบูคารา” (Emir of Bukhara) ผู้ปกครองเอมิเรตแห่งบูคารา พระราชวังแห่งนี้มีความสําคัญทางประวัติศาสตร์ เพราะถูกสร้างขึ้นในยุคที่อิทธิพลของจักรวรรดิรัสเซียเริ่มแผ่เข้ามาในเอเชียกลาง สถาปัตยกรรมจึงสะท้อนการผสมผสานระหว่างศิลปะตะวันออกของ เปอร์เซีย-อุซเบก กับ ศิลปะตะวันตกของรัสเซีย



![](/media/2025/09/15.jpg)


เยี่ยมชม “สุสานซามานิด” (Samanids Mausoleum) สุสานของจักรวรรดิซามานิด (Saminid Empire) อาณาจักรซึ่งยิ่งใหญ่เกรียงไกร สุสานแห่งนี้ถูกสันนิษฐานว่าสร้างขึ้นช่วงปลายศตวรรษที่ 9 หรือต้นศตวรรษที่ 10 โดยบุคคลสําคัญที่ถูกฝังที่นี่ คือ อิสมาอิล ซามานี (Ismail Samani) ผู้ก่อตั้งจักรวรรดิซามานิด และเป็นกษัตริย์ผู้เปลี่ยนศาสนาที่นับถือจากโซโรอัสเตอร์ ศาสนาดั้งเดิมของคนเปอร์เซีย มาเป็นศาสนาอิสลาม



![](/media/2025/09/16.jpg)


เยี่ยมชม “มัสยิดโบโล-เฮาซ์” (Bolo-Hauz Mosque) หนึ่งในสัญลักษณ์แห่งประวัติศาสตร์ของเมืองบูคารา มัสยิดนี้ถูกสร้างขึ้นในปี 1712 และถูกใช้เป็นมัสยิดประจําวันศุกร์ของชาวมุสลิมมาอย่างยาวนาน นับเป็นหนึ่งในอาคารยุคโบราณหลังสุดท้าย ก่อนที่อุซเบกิสถานจะก้าวเข้าสู่ยุคใหม่ มัสยิดถูกออกแบบมาอย่างชาญฉลาดเพื่อรองรับสภาพอากาศที่แปรเปลี่ยนของเอเชียกลาง



![](/media/2025/09/17.jpg)


นําท่านชม “ป้อมปราการแห่งบูคารา” (The Ark of Bukhara) ที่ยังคงสมบูรณ์ครบทั้งป้อม คูเมือง ประตู และหอรบ โดยจุดที่โดดเด่นที่สุดคือ “อาร์คแห่งบูคารา” ป้อมปราการสําคัญซึ่งเป็นศูนย์บัญชาการทางทหารและการปกครองของเมือง


ภายในอาร์คเคยเป็นพระราชวังหลวงที่ประกอบด้วยตําหนักที่ประทับของกษัตริย์, ลานอเนกประสงค์, โรงม้า, ที่พักของข้าราชบริพารและยังมีมัสยิดไม้โบราณ หนึ่งในมัสยิดที่เก่าแก่ที่สุดในอุซเบกิสถาน ทั้งหมดนี้สะท้อนให้เห็นถึงความรุ่งเรืองของบูคาราในฐานะศูนย์กลางอารยธรรมและอํานาจแห่งเอเชียกลาง



![](/media/2025/09/18.jpg)


เยี่ยมชม “มัสยิดใหญ่ประจําจังหวัดเลบัป” (Lebap Region Mosque) หนึ่งในมัสยิดใหญ่ของประเทศเติร์กเมนิสถาน ซึ่งถูกสร้างขึ้นอย่างวิจิตรด้วยหินอ่อนขาว โดดเด่นด้วยโดมสีน้ำเงิน, หออะซานสี่ต้น, และลวดลายศิลปะอิสลามร่วมสมัย มัสยิดแห่งนี้สามารถรองรับผู้ละหมาดได้หลายพันคนและทําหน้าที่เป็นศูนย์กลางทางศาสนาและชุมชนของภูมิภาค



![](/media/2025/09/19.jpg)


เดินทางสู่ “เมืองโบราณเมิร์ฟ” (Merv) หนึ่งในจุดยุทธศาสตร์สําคัญของเส้นทางสายไหมในอดีต เมืองแห่งนี้ครั้งหนึ่งเคยได้รับการยกย่องว่าเป็นมหานครที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลกช่วงศตวรรษที่ 12 ทั้งในด้านจํานวนประชากร ศิลปวิทยาการ และความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี


มหานครแห่งนี้เคยเป็นศูนย์กลางการค้า การศึกษา และวิทยาศาสตร์อันเฟื่องฟูของโลกตะวันออก ที่มีบทบาทสําคัญในการเชื่อมโยงอารยธรรมระหว่างเปอร์เซีย จีน และเอเชียกลาง เป็นเมืองที่เคยรุ่งเรืองและยิ่งใหญ่ในประวัติศาสตร์



![](/media/2025/09/20.jpg)


พาชม “อัสฮับส์คอมเพล็กซ์” (Complex of Askhabs) เป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์สร้างขึ้นในศตวรรษที่ 15 เพื่อรําลึกถึงสองผู้ติดตามคนแรกของศาสดามูฮัมหมัด สุสานทั้งสองหลังสร้างด้วยหินอ่อน ประดับด้วยลวดลายที่สวยงาม



![](/media/2025/09/21.jpg)


แวะชม “ป้อมปราการเออร์กาล่า” (Erk Gala) ป้อมปราการและอดีตศูนย์กลางของเมืองเมิร์ฟในสมัยโบราณ มีกําแพงเมืองสูง 25 – 29 เมตร แม้ผ่านกาลเวลามากว่าหลายศตวรรษ แต่ยังคงมีความแข็งแรงและยิ่งใหญ่อยู่เรื่อยมา ภายในป้อมปราการมีซากปรักหักพังของพระราชวัง และจัตุรัสขนาดใหญ่



![](/media/2025/09/22.jpg)


เยี่ยมชม “โฮจา ยูซุฟ ฮามาดานีคอมเพล็กซ์” (Hoja Yusup Hamadani Complex) ภายในบริเวณมีทั้งมัสยิดและสุสาน ซึ่งเป็นที่ฝังศพของ โฮจา ยูซุฟ ฮามาดานีผู้รู้คนสําคัญของแนวทางซูฟีในศาสนาอิสลาม จึงเป็นที่แสวงบุญสําคัญของผู้ที่เชื่อถือแนวทางนี้



![](/media/2025/09/23.jpg)


เยี่ยมชม “สุสานแห่งสุลต่านซันจาร์” (Sultan Sanjar Mausoleum) เป็นสุสานทรงสี่เหลี่ยมจัตุรัสขนาดใหญ่ มีโดมสูง 38 เมตร และเป็นต้นแบบของสถาปัตยกรรมแบบโดมสองชั้น ซึ่งต่อมาจะส่งอิทธิพลถึงดินแดนอื่น ๆ เป็นอันมาก บริเวณโดยรอบสุสานนี้มีซากหอดูดาว และห้องสมุด แสดงถึงความก้าวหน้าของเมืองเมิร์ฟในยุคโบราณ



![](/media/2025/09/24.jpg)


นำท่านสู่ “กรุงอาชกาบัต” (Ashgabat) เมืองหลวงของเติร์กเมนิสถาน เมืองแห่งนี้ถูกสร้างด้วยอาคารหินอ่อนสีขาวจนได้รับชื่อว่า “เมืองสีขาว” และยังได้รับการบันทึกโดยกินเนสส์บุ๊กว่าเป็นเมืองที่มีอาคารหินอ่อนสีขาวมากที่สุดในโลกซึ่งท่านจะได้สัมผัสบรรยากาศเหนือจริงราวสรวงสวรรค์กลางทะเลทรายกับสถาปัตยกรรมสุดล้ำ ถนนสุดกว้าง และความเงียบที่เคียงคู่กับความงามซึ่งยากจะพบเห็น



![](/media/2025/09/25.jpg)


ออกเดินทางไปชม “สนามแข่งม้า” (Horse Hippodrome: Akhalteke Horses) ซึ่งมีการจัดแสดงและอนุรักษ์ม้าพันธุ์อะคาล-เทเค อันเป็นม้าสายพันธุ์หายากที่มีความสําคัญทางประวัติศาสตร์ ในอดีตเมื่อชาวจีนยกย่องม้าพันธุ์นี้ว่าเป็นยอดม้า หากมีม้าชนิดนี้ในกองทัพจะทําให้กลายเป็นกองทัพไร้เทียมทาน และเชื่อว่าม้าเซ็กเธาว์ในวรรณคดีเรื่องสามก๊กก็ได้รับแรงบันดาลใจมาจากม้าชนิดนี้ ทั้งยังได้รับขนานนามว่า “ม้าที่ดีที่สุดในโลก”



![](/media/2025/09/26.jpg)


ชม “อนุสาวรีย์รุกห์นาห์มา” (Ruhnama Monument) อนุสาวรีย์ที่สร้างขึ้นเพื่อเฉลิมฉลองหนังสือรุกห์นาห์มา หรือหนังสือที่เขียนโดย ซาปาร์มูรัต นิยาซอฟ อดีตประธานาธิบดี


หนังสือเล่มนี้ผสมผสานประวัติศาสตร์ นิติธรรม ศาสนา และนิทาน ที่นิยาซอฟอ้างว่าได้รับนิมิต จากบรรพชนเติร์กเมนิสถานให้เขียนและสั่งให้ทุกโรงเรียน รวมถึงมหาวิทยาลัยต้องอ่านหนังสือเล่มนี้ ตลอดจนมีเนื้อหาหนังสือเล่มนี้อยู่ในข้อสอบรับราชการ และข้อสอบใบขับขี่ในยุคหนึ่ง



![](/media/2025/09/27.jpg)


เที่ยวชม “อนุสาวรีย์อิสรภาพ” (Independent Monument) หนึ่งในแลนด์มาร์กสําคัญกลางกรุงอาชกาบัต สร้างขึ้นในปี 2001 เพื่อเฉลิมฉลองการได้รับเอกราชจากสหภาพโซเวียต โดยได้รับแรงบันดาลใจจากสถาปัตยกรรมเติร์กเมนดั้งเดิม และรูปทรงของเต็นท์ยุคเร่ร่อน (Yurt) ล้อมรอบด้วยสวนสาธารณะขนาดใหญ่ เป็นสถานที่ที่แสดงออกถึงความภาคภูมิใจของชาติ



![](/media/2025/09/28.jpg)


ชม “หลุมแก๊ซดาร์วาซา” (Darwaza Gas Crater) หรือที่ผู้คนขนานนามว่า “ประตูนรก” (Gates of Hell) ปล่องหลุมขนาดใหญ่กลางทะเลทรายที่มีเปลวไฟลุกโชนตลอด 24 ชั่วโมง ไม่เคยดับมานานกว่าครึ่งศตวรรษ!



![](/media/2025/09/29.jpg)


(ชมจากด้านนอก) เยี่ยมชม “อนุสาวรีย์แห่งความเป็นกลาง”(Arch of Neutrality) เป็นหนึ่งในสัญลักษณ์สําคัญของเติร์กเมนิสถานสร้างขึ้นในปี 1998 เพื่อเป็นการเฉลิมฉลองสถานะความเป็นกลางทางการเมืองของชาติ อนุสาวรีย์นี้มีความสูง 95 เมตร เป็นโครงสร้างที่โดดเด่นและทันสมัยใช้วัสดุอย่างหินอ่อนและโลหะในการก่อสร้าง มีการตกแต่งด้วยลวดลายประดับแบบดั้งเดิมของเติร์กเมนิสถาน



![](/media/2025/09/30.jpg)


เที่ยวชม “มัสยิดเติร์กเมนบาชี รูฮี” (Turkmenbashi Ruhy Mosque) เป็นมัสยิดหลักของประเทศเติร์กเมนิสถาน โดดเด่นด้วยความยิ่งใหญ่และอลังการเหมือนสิ่งก่อสร้างอื่น ๆ ในยุคหลังได้รับเอกราช มัสยิดนี้สร้างขึ้นจากหินอ่อนสีขาว ตัวมัสยิดเป็นอาคารโดมเดี่ยวล้อมรอบด้วยหอขาน 4 โดยสร้างตามคําสั่งของ ซาปาร์มูรัต นิยาซอฟ เพื่อเป็นสุสานของเขาเอง



![](/media/2025/09/31.jpg)


แวะถ่ายภาพกับ “อนุสาวรีย์เลนิน” (Lenin Statue) หนึ่งในอนุสาวรีย์เลนินที่ยังคงตั้งอยู่หลังการล่มสลายของสหภาพโซเวียต เพราะในขณะที่หลายประเทศต่างพากันรื้อถอนรูปปั้นเลนินด้วยความโกรธแค้น อนุสาวรีย์แห่งนี้กลับได้รับการอนุรักษ์ไว้ แต่ไม่ใช่เพราะความศรัทธาในตัวเลนิน แต่เพราะฐานของอนุสาวรีย์ถูกตกแต่งด้วย “ลวดลายพรมเติร์กเมน” ซึ่งมีความหมายต่ออัตลักษณ์ชาติ



![](/media/2025/09/32.jpg)


ปิดท้ายด้วยการแวะเดินเล่นที่ “ตลาดกูลิสถาน” (Gulistan State Shopping Center) หรือเป็นที่รู้จักในชื่อ ตลาดรัสเซีย (Russian Market) เป็นตลาดใจกลางกรุงอาชกาบัตและนักท่องเที่ยว รวมถึงคณะผู้แทนจากต่างประเทศที่มักมาเยี่ยมชม ตลาดนี้มีสินค้าหลากหลายชนิดอย่างมาก พร้อมด้วยร้านอาหารและแผงขายของกินเล่นตั้งอยู่ภายใน


**ยังมีสถานที่และเรื่องราวอันตื่นตาบนเส้นทางแห่งนี้ รอให้ทุกท่านไปสัมผัสด้วยตัวเอง! ทริปสุดพิเศษประจำปี 2025 แบบนี้ ออกเดินทางวันที่ 24 ต.ค. – 1 พ.ย. 2568 ท่องเที่ยวเต็มอิ่มกว่า 9 วัน 7 คืน**


**…ย้ำว่าทัวร์เราไม่จอยกรุ๊ป! พาทุกท่านชมประวัติศาสตร์แบบเต็มอิ่มไม่มีชะโงกดู อะไรควรดู อยู่ดูนานขึ้น อะไรอยู่นอกเส้นทางปกติแต่ควรสัมผัส เราจะพาทุกท่านไปสัมผัส โดยเฉพาะผู้รักการผจญภัยและ หลงไหลในประวัติศาสตร์และทิวทัศน์ที่ตื่นตา ไม่ควรพลาดด้วยประการทั้งปวง!!**



![](/media/2025/05/21-1.jpg)


รับประสบการณ์ที่แตกต่าง และสัมผัสบรรยากาศแบบใหม่ที่อาจไม่เคยลิ้มลอง หากท่านใดสนใจขอโปรแกรม สามารถติดต่อได้ทาง หมายเลข **082-894-8444, 089-927-6446** หรือแอด **LINE OA** ได้ที่ **@thewildchronicles (พิมพ์ @ ด้านหน้า) และพิมพ์ว่า “สนใจทัวร์เติร์กเมนิสถาน”** ได้เลยนะครับ หรือกดปุ่ม **“จองทัวร์”** ได้เลยครับ


[กดจองทัวร์!](/tours/uzbek-turkmen-oct-2025)


[Ad LineOA The Wild Chronicle](https://page.line.me/020lkciz?openQrModal=true)


[## Blog สามารถอ่านบทความต่างๆ ได้ที่นี่ Click Here](/category/blog/)


[## The Wild Chronicles - ประวัติศาสตร์ ข่าวต่างประเทศ ท่องเที่ยวที่แปลก กดติดตามแฟนเพจของเราได้ที่นี่นะครับ Click Here](https://www.facebook.com/pongsorn.bhumiwat)