# “ซาซาเนียน” จักรวรรดิสุดท้ายแห่งอารยธรรมเปอร์เซีย

- URL: https://www.thewildchronicles.com/blog/%E0%B8%8B%E0%B8%B2%E0%B8%8B%E0%B8%B2%E0%B9%80%E0%B8%99%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%99%E0%B9%81%E0%B8%AB%E0%B9%88%E0%B8%87%E0%B9%80%E0%B8%9B%E0%B8%AD%E0%B8%A3%E0%B9%8C%E0%B9%80%E0%B8%8B%E0%B8%B5%E0%B8%A2
- Author: พงศ์ศรณ์ ภูมิวัฒน์
- Published: 2023-10-27T04:01:18Z
- Updated: 2023-11-17T10:01:21Z
- Tags: อิสลาม, เปอร์เซีย

> เราจะพาท่านไปรู้จักกับจักรวรรดิซาซาเนียนที่เป็นยุครุ่งเรืองและเป็นยุคสุดท้ายของอารยธรรมเปอร์เซียก่อนที่จะถูกรุกรานโดยอาณาจักรอิสลาม

ซาซาเนียนเป็นอาณาจักรสุดท้ายของอารยธรรมเปอร์เซียก่อนการพิชิตของชาวมุสลิมในศตวรรษที่ 7 – 8 ก่อนคริสตศักราช ราชวงศ์ซาซาน มีอายุยาวนานกว่าสี่ศตวรรษ ตั้งแต่ ค.ศ. 224 ถึง ค.ศ. 651 ทำให้เป็นราชวงศ์ของจักรวรรดิเปอร์เซียที่มีอายุยืนยาวที่สุด จักรวรรดิซาซาเนียนสร้างชาวเปอร์เซียขึ้นใหม่ในฐานะมหาอำนาจในสมัยโบราณตอนปลาย เคียงคู่ศัตรูตัวฉกาจที่ห่ำหั่นกันอย่างจักรวรรดิโรมัน


จักรวรรดิซาซาเนียน ถือเป็นยุคที่รุ่งเรืองของอารยธรรมเปอร์เซียอีกยุคหนึ่ง ทั้งยังได้วางรากฐานศิลปะ วัฒนธรรม วิทยาการต่าง ๆ ไว้มากมาย จักรวรรดิซาซาเนียนในยุคแรก ๆ จนถึงช่วงบั้นปลายจะเป็นอย่างไรมาดูกันครับ


**อาณาจักรนี้ก่อตั้งโดยอาร์ดาชีร์ที่ 1 (Ardashir I)**


ขึ้นสู่อำนาจเมื่อจักรวรรดิพาร์เธียอ่อนแอลงจากการเมืองภายใน และการทำสงครามกับชาวโรมัน หลังจากเอาชนะอาร์ตาบานุสที่ 4 (Artabanus IV) จักรวรรดิพาร์เธียคนสุดท้ายในปี 224 เขาได้ก่อตั้งราชวงศ์ซาซาเนียน และออกเดินทางเพื่อฟื้นฟูมรดกของจักรวรรดิอะคีเมนิด (Achaemenid) โดยการขยายอำนาจการปกครอง และถือเป็นการขยายอาณาเขตที่ยิ่งใหญ่ที่สุด จักรวรรดิซาซาเนียนมีพื้นที่ครอบคลุมอิหร่านและอิรักในปัจจุบันทั้งหมด และขยายจากทะเลเมดิเตอร์เรเนียนตะวันออก (รวมถึงอานาโตเลียและอียิปต์) ไปจนถึงบางส่วนของปากีสถานในปัจจุบัน ตลอดจนจากบางส่วนของอาระเบียตอนใต้ไปจนถึงคอเคซัสและเอเชียกลาง



## ฟื้นฟูศาสนาโซโรอัสเตอร์


อาร์ดาชีร์ที่1 ปฏิรูปเปอร์เซียโดยการรวมศูนย์อำนาจ ตั้งศาสนาประจำชาติแข่งขันกับโรม นอกจากนี้จักรวรรดิซาซาเนียนยังสร้างวิหารไฟในดินแดนที่ถูกยึดครองเพื่อส่งเสริมศาสนา โดยเฉพาะแถบคอเคซัสที่พวกเขามีอำนาจมาหลายศตวรรษ



## รัชสมัยของชาปูร์ที่ 1 (Shapur I)


ชาปูร์ที่ 1 เป็นกษัตริย์ซาซาเนียนองค์ที่สองของกษัตริย์แห่งอารยธรรมเปอร์เซีย ในระหว่างที่เขาดำรงตำแหน่งผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ เขาช่วยพ่อของเขาในการพิชิตและทำลายเมืองฮาทรา (Hatra) ของอาหรับ ซึ่งในขณะที่เขาปิดล้อมเมืองฮาทราอยู่ เขาได้รับการช่วยเหลือ อัล-นาดิราห์ (al-Nadirah) เจ้าหญิงที่ตกหลุมรักชาปูร์ที่ 1


เมืองทางตะวันออกของอาณาจักรซาซาเนียน ที่มีพรมแดนติดกับดินแดนของคูซาน (Kushans) และดินแดนของซากาส์ (Sakas) ในปัจจุบันคือเติร์กเมนิสถาน อัฟกานิสถาน และปากีสถาน ด้วยอำนาจของ อาร์ดาชีร์ บิดาของชาปูร์ ทำให้กษัตริย์คูซานและซากาส์เกรงกลัว และส่งเครื่องบรรณาการให้กับจักรวรรดิซาซาเนียน


ไม่นานหลังจากอาร์ดาซีร์เสียชีวิตลง กษัตริย์ของทั้งสองเมืองต่างเริ่มแข็งขืนกับชาปูร์ จึงทำให้ชาปูร์ต้องการที่จะแสดงอำนาจต่อเมืองใต้ปกครอง จึงทำการเดินทัพไปต่อสู้พร้อมทั้งยึดครอง และส่งลูกชายของตนไปเป็นกษัตริย์ของทั้งสองเมือง



## ชาปูร์ก่อสงครามกับโรม


เมื่อสิ้นสุดรัชกาลอาร์ดาซีร์ที่ 1 ชาปูร์ได้พิชิตป้อมปราการเมโสโปเตเมีย นิซิบิส (Nisibis) และ คาร์แร (Carrhae) นอกจากนี้ยังได้รุกคืบเข้าไปในซีเรีย ในปี 242 ชาวโรมันภายใต้จักรพรรดิ กอร์เดียนที่ 3 (Gordian III) พวกเขาได้ออกเดินทางไปต่อต้านกองทัพของชาปูร์ ด้วยกองทัพขนาดใหญ่


ต่อมาชาวโรมันเข้าตีเมโสโปเตเมียตะวันออกที่ชาปูร์เข้าครอง แต่ต้องเจอกับกองทัพของจักรวรรดิซาซาเนียน นำโดยชาปูร์ที่ 1 กอร์เดียนที่ 3 แพ้อยู่หลายหน จึงทำให้ถูกสังหารโดยกองทหารของเขาเอง จากนั้น ฟิลิปชาวอาหรับจึงขึ้นมาเป็นจักรพรรดิแทน ฟิลิปไม่อยากทำผิดพลาดเหมือนจักรพรรดิคนก่อน และทราบดีว่าเขาต้องกลับไปกรุงโรมเพื่อรักษาตำแหน่งในวุฒิสภา ฟิลิปจึงขอเจรจาสันติภาพกับชาปูร์ที่ 1 ในปี 244 โดยตกลงว่าอาร์เมเนียจะอยู่ในขอบเขตอิทธิพลของเปอร์เซีย และจ่ายเงินจำนวน 500,000 เดนาร์ให้กับชาปูร์ที่ 1



## การรุกรานอาณาจักรอาร์เมเนีย


ชาปูร์ที่ 1 นำกองทัพขนาดใหญ่บุกยึดอาร์เมเนีย และได้แต่งตั้งฮอมิซด์ (Hormizd I) ลูกชายของตนขึ้นเป็นกษัตริย์ เมื่ออาร์เมเนียถูกปราบปราม จอร์เจียจึงยอมจำนนต่อจักรวรรดิซาซาเนียนและตกอยู่ภายใต้การดูแลของทางการซาซาเนียน



## สงครามกับโรมันครั้งที่สอง


ชาปูร์ที่ 1 ใช้การรุกรานของโรมันในอาร์เมเนียเป็นข้ออ้างในการกลับมาห่ำหั่นต่อสู้กันอีกครั้ง สงครามครั้งนี้เรียกว่าสงครามบาร์บาลิสโซ(Battle of Barbalissos) โดยกองทัพของจักรวรรดิซาซาเนียนโจมตีกองกำลังโรมัน 60,000 คน จนฝ่ายของโรมันได้พ่ายแพ้ไป ในศึกครั้งนี้ทำให้อาณาเขตของโรมันฝั่งตะวันออกเกิดช่องโหว่ ทำให้กองทัพของชาปูร์นำทหารไปบุกยึดอันทิโอก (Antioch) และดูรายูโรโป (Dura Europos) ในอีกสามปีต่อมา



## การต่อสู้ในเอเดสซา (Edessa)


ในช่วงที่ชาปูร์รุกรานซีเรีย เขายึดเมืองสำคัญของโรมันอย่างเมืองอันทิโอก จักรพรรดิวาเลอเรี่ยน (ปี ค.ศ. 253–260) ได้นำกองทัพเดินทัพต่อต้านชาปูร์ และในปี ค.ศ. 257 วาเลอเรี่ยนได้ยึดเมืองอันทิโอกกลับคืนมา และคืนซีเรียให้อยู่ในการควบคุมของโรมัน กองทหารของชาปูร์ล่าถอยอย่างรวดเร็ว ทำให้วาเลอเรี่ยน ไล่ตามไปยังเอเดสซา วาเลอเรี่ยนพบกับกองทัพของชาปูร์ ซึ่งเป็นกองทัพหลัก ทำให้วาเลอเรี่ยน
 พ่ายแพ้อย่างยับเยินและถูกจับในทันที



## นาร์เซห์(Narseh) ทำสงครามกับโรม


หลังชาปูร์ที่ 1 เสียชีวิตในปี ค.ศ. 270 จักรวรรดิซาซาเนียนได้เปลี่ยนกษัตริย์มาหลายพระองค์ โดยส่วนใหญ่ก็จะเป็นลูกชายและหลานของชาปูร์ที่ 1 จนเมื่อ ค.ศ. 295 – 296 กาเลเรียส (Galerius) จักรพรรดิโรมันได้ทำการบุกเมโสโปเตเมีย ผู้นำกองทัพของจักรวรรดิซาซาเนียนในแถบนั้นคือนาร์เซห์ บุตรชายของชาปูร์ที่ 1 ผู้ซึ่งสืบราชบัลลังก์ ได้ทำการสู้รบกับกองทัพของโรมันอย่างดุเดือด สู้กันถึงสามครั้ง โดยครั้งสุดท้ายกาเลเรียสต้องแพ้ให้กับนาร์เซห์ จึงถอยทัพกลับมาตั้งหลักเพื่อจะแก้แค้น


ต่อมาในปี ค.ศ. 297 – 298 กาเลเรียสพร้อมกองทหารจำนวนมาก ได้เข้าต่อสู้กับกองทัพของนาร์เซห์ ซึ่งกาเลเรียสได้รับช่วยเหลือจากชาวอาร์เมเนีย จึงทำให้ฝั่งของจักรวรรดิซาซาเนียนต้องพ่ายแพ้ และเสียดินแดนหลายแห่งให้กับโรมัน


หลังจากนั้นก็มีกษัตริย์แห่งจักรวรรดิซาซาเนียน ขึ้นครองราชย์ต่อจากนาร์เซห์อีกสองพระองค์ จนถึงยุคต่อไป ยุคทองอีกหนึ่งยุคของจักรวรรดิซาซาเนียน…



## รัชสมัยของชาปูร์ที่ 2


ชาปูร์ที่ 2 เป็นกษัตริย์ที่ครองราชย์นานถึง 70 ปี จากปี ค.ศ.309 – 379 รัชกาลของพระองค์ได้เห็นการฟื้นตัวทางทหาร และการขยายอาณาเขต ซึ่งถือเป็นยุคทองของจักรวรรดิซาซาเนียน อีกทั้งพระองค์ดำเนินนโยบายทางศาสนาที่เข้มงวดอย่างมาก พระองค์ได้ทำการรวบรวม อเวสตะ (Avesta) ซึ่งเป็นคัมภีร์ศักดิ์สิทธิ์ของศาสนาโซโรอัสเตอร์เสร็จสมบูรณ์ กล่าวได้ว่าพระองค์เป็นหนึ่งในกษัตริย์ของจักรวรรดิซาซาเนียนที่โด่งดังอีกคนหนึ่ง



## สงครามครั้งแรกของชาปูร์ที่ 2 กับโรมัน


ชาปูร์ที่ 2 เรียกร้องให้ชาวโรมันทุกภูมิภาคที่บรรพบุรุษของเขาเคยเป็นเจ้าของ และให้ยอมจำนนต่อตน ชาวโรมันตอบโต้โดยเพิ่มการสนับสนุนกษัตริย์คริสเตียนแห่งอาร์เมเนียต่อเพื่อการรุกรานของซาซาเนียน


ในปี ค.ศ.312 คอนสแตนตินมหาราช ทำให้ความสัมพันธ์ของกรุงโรมกับชาวซาซาเนียนแย่ลง โดยศาสนาคริสต์เป็นศาสนาที่ถูกต้องตามกฎหมายของอาณาจักรของพวกเขา และประกาศตนเป็นผู้พิทักษ์และผู้ปกป้องชาวคริสต์ทุกคน รวมทั้งผู้ที่อาศัยอยู่ในดินแดนซาซาเนียน โรมกำลังสนับสนุนศาสนาคริสต์อย่างแข็งขันในอาร์เมเนียที่อยู่ใกล้เคียง ซึ่งเป็นภูมิภาคที่ชาปูร์ที่ 2 เชื่อว่าเป็นของเขา


ในปี ค.ศ.337- 361 ชาปูร์ที่ 2 ได้ยกทัพบุกเมโสโปเตเมียของโรมัน และยึดอาร์เมเนียได้ ซึ่งมีการสู้รบกันเก้าครั้ง หลังจากยึดครองได้แล้ว และประกาศเก็บภาษีสองเท่ากับชาวคริสต์ทุกคนที่อาศัยอยู่ภายใต้จักรวรรดิซาซาเนียน ทำให้ผู้นำชาวคริสต์ปฏิเสธที่จะจ่าย และประกาศไม่ให้คริสเตียนคนอื่น ๆ ไม่ต้องจ่าย นำไปสู่การกดขี่ข่มเหงชาวคริสต์ จนมีผู้เสียชีวิตกว่า 16,000 คน



## สงครามครั้งที่ 2 ของชาปูร์กับโรมัน


ในปี ค.ศ. 363 จักรพรรดิจูเลียน(Julian) เป็นผู้นำกองทัพที่แข็งแกร่งของโรมัน ได้รุกคืบเข้าสู่เมืองหลวงของชาปูร์ที่ 2 ชื่อว่า เทสไซฟอน (Ctesiphon) และสามารถเอาชนะกองทัพขนาดใหญ่ของชาปูร์ได้ แต่จูเลียนก็ไม่สามารถยึดเมืองที่มีป้อมปราการ หรือตีเข้าถึงกองทัพเปอร์เซียหลัก ที่มีชาปูร์ที่ 2 บัญชาการอยู่


ด้วยความระห่ำของกองทัพเปอร์เซีย จูเลียนถูกสังหาร ระหว่างการถอยกลับไปยังอาณาเขตของโรมัน ทำให้โจเวียน (Jovian) ขึ้นมาเป็นจักรพรรดิแห่งโรมันแทน เมื่อกองทัพของโรมันเสียขวัญกำลังใจ โจเวียนจึงได้ถอยทัพ และขอทำสนธิสัญญากับชาปูร์ที่ 2 คือให้เขาถอยทัพกลับอย่างปลอดภัย ทั้งนี้ยังได้มอบเมืองนิซิบิส (Nisibis) เมืองซิงการา (Singara) จอร์เจียและอาร์เมเนียจะอยู่ภายใต้การควบคุมของจักรวรรดิซาซาเนียน และห้ามไม่ให้ชาวโรมันเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับกิจการของอาร์เมเนียอีก ภายใต้ข้อตกลงนี้ ชาปูร์ที่ 2 เข้าควบคุมอาร์เมเนียและจับกษัตริย์ (Arsaces II) และจับขังไว้ในปราสาทแห่งการลืมเลือน (Castle of Anyuš in Ḵuzestān)



## ยุทธการที่อวาเรเยอร์ (The Battle of Avarayr)


ยุทธการที่อวาเรเยอร์ เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 2 มิถุนายน ค.ศ. 451 บนที่ราบอวาเรเยอร์ ในวัสปูรากัน (Vaspurakan) ระหว่างกองทัพคริสเตียนอาร์เมเนียภายใต้การนำของ วาร์ดาน มามิโกเนียน (Vardan Mamikonian) เป็นผู้นำทางทหารชาวอาร์เมเนียซึ่งเป็นผู้นำการกบฏต่อจักรวรรดิซาซาเนียน และฝ่ายทหารเปอร์เซีย แห่งซาซาเนียน ถือเป็นหนึ่งในการต่อสู้ครั้งแรกเพื่อปกป้องความเชื่อ ความศรัทธา ของเหล่าคริสเตียน


ฝ่ายเปอร์เซียจะได้รับชัยชนะในสนามรบ ถือเป็นชัยชนะครั้งใหญ่ และทั้งสองฝ่ายได้ทำสนธิสัญญา Nvarsak เพื่อยุติปัญหาความขัดแย้ง ในปี ค.ศ. 484 ซึ่งให้สิทธิ์เสรีภาพของชาวอาร์เมเนียในการนับถือศาสนาคริสต์อย่างเสรี



## เฮฟทาไลต์ (Hephthalite) เอาชนะจักรวรรดิซาซาเนียน


เฮฟทาไลต์เป็นชนชาติที่อาศัยอยู่ในเอเชียกลาง พวกเขาก่อตั้งอาณาจักร และเริ่มมีบทบาททางการทหารในแถบถิ่นนี้มากมาย ใน ค.ศ.474 พวกเขาเอาชนะเปรอซที่ 1 (Peroz I ) แห่งจักรวรรดิซาซาเนียน ทั้งนี้จักรวรรดิซาซาเนียนยังต้องส่งส่วยให้กับเฮฟทาไลต์ด้วย และอีกหลายเมืองที่อยู่ในอาณาเขตของจักรวรรดิซาซาเนียน ก็โดนเฮฟทาไลต์เข้าปกครอง



## เฮฟทาไลต์ กองทัพอารักขาคาวัด (Kavad)


หลังจากเฮฟทาไลต์ได้รับชัยชนะเหนือเปรอซที่ 1 ชาวเฮปทาไลต์ก็กลายเป็นผู้มีพระคุณของคาวัดที่ 1 บุตรชายของเปรอซที่ 1


ขณะที่บาลัช น้องชายของเปรอซขึ้นครองบัลลังก์ซาซาเนียน ในปี ค.ศ. 488 กองทัพเฮฟทาไลต์ได้พิชิตกองทัพซาซาเนียนแห่งบาลัช และสามารถยึดได้ อำนาจทั้งหมดจึงตกมาที่คาวัดที่ 1 และเขาได้ขึ้นครองบัลลังก์ต่อ


ในปี ค.ศ. 496–498 คาวัดที่ 1 ถูกขุนนางและนักบวชโค่นล้ม เขาจึงหลบหนี และได้รับความช่วยเหลือจากกองทัพเฮฟทาไลต์



## รัชสมัยของคาวัดที่ 1 (Kavad I)


คาวัดที่ 1 เป็นกษัตริย์แห่งจักรวรรดิซาซาเนียนตั้งแต่ปี ค.ศ.488 – 531 พยายามจัดระเบียบอาณาจักรของเขาใหม่ และพยายามจะปฏิรูปหลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็นการทหาร การเมือง และสัมพันธ์ทางการทูต ทั้งนี้คาวัดที่ 1 ยังได้สมรสกับลูกสาวของกษัตริย์เฮฟทาไลต์ พันธมิตรของเขาอีกด้วย นอกจากนี้กษัตริย์เฮฟทาไลต์ยังได้มอบกองทัพที่แข็งแกร่งให้กับคาวัดที่ 1 เสริมความน่ากลัวให้เขาได้ใช้โอกาสในการกอบกู้ศักดิ์ศรีของเปอร์เซีย ในยุคสมัยของเขาเขาได้ต่อสู้กับจักรวรรดิไบแซนไทน์อยู่บ่อยครั้ง



## สงครามอนาสตาเซีย (Anastasian War)


สงครามอนาสตาเซียเกิดขึ้นตั้งแต่ปี ค.ศ. 502 – 506 ระหว่างจักรวรรดิไบแซนไทน์และจักรวรรดิซาซาเนียน เป็นความขัดแย้งครั้งใหญ่ครั้งแรกระหว่างสองมหาอำนาจนับตั้งแต่ปี ค.ศ.440 และจะเป็นจุดเริ่มต้นของความขัดแย้งที่นำไปสู่การฆ่าทำลายล้างระหว่างสองอาณาจักรอย่างหนักหน่วง



## สงครามไอบีเรีย (Iberian War)


สงครามไอบีเรียมีการต่อสู้ตั้งแต่ปี ค.ศ. 526 – 532 ระหว่างจักรวรรดิไบแซนไทน์และจักรวรรดิซาซาเนียนอาณาจักรไอบีเรียของจอร์เจียตะวันออก ซึ่งเป็นรัฐที่อยู่ภายใต้อำนาจของซาซาเนียน ที่แปรพักตร์ไปร่วมกับไบแซนไทน์ จากเหตุหลาย ๆ ปัจจัยไม่ว่าจะเป็นเรื่องส่วย การค้า ทำให้ความขัดแย้งปะทุขึ้นท่ามกลางความตึงเครียด



## รัชสมัยของคอสโรว์ที่ 1 ( Khosrow I)


คอสโรว์ที่ 1 เป็นกษัตริย์แห่งจักรวรรดิซาซาเนียนตั้งแต่ปี ค.ศ.531 – 579 เขาเป็นบุตรชายของคาวัดที่ 1 โดยคอสโรว์ที่ 1 ได้ทำสนธิสัญญาสันติภาพกับจักรวรรดิไบแซนไทน์ในปี ค.ศ.532 จากเมื่อครั้นยุคสมัยของพ่อเขาได้ทำสงครามกับไบแซนไทน์มาอย่างหนักหน่วง จากนั้นคอสโรว์ก็มุ่งเน้นไปที่การรวมอำนาจของเขา


คอสโรว์ละเมิดสนธิสัญญาสันติภาพและประกาศสงครามกับไบแซนไทน์ในปี ค.ศ. 540 เมื่อเขาไล่ตีเมืองแอนติออค (Antioch) เป็นเมืองที่อยู่ภายใต้อำนาจของโรมันไบแซนไทน์ นอกจากนี้ยังมีการทำสนธิสัญญาสันติภาพและละเมิดกันอีกหลายครั้ง


คอสโรว์ที่ 1 เป็นที่รู้จักในด้านอุปนิสัย คุณธรรม และความรู้ของเขา เขายังได้สานต่อโครงการของคาวัดที่ 1 ในการปฏิรูปสังคม การทหาร และเศรษฐกิจครั้งใหญ่ ส่งเสริมสวัสดิการของประชาชน เพิ่มรายได้ของรัฐ จัดตั้งกองทัพมืออาชีพ และก่อตั้งหรือสร้างเมือง วัง และโครงสร้างพื้นฐานจำนวนมากขึ้นใหม่ เขาสนใจวรรณกรรม ปรัชญา ศิลปะ และวิทยาศาสตร์ ทุกอย่างมีความเจริญรุ่งเรืองขึ้นอย่างชัดเจน



## สงครามลาซิค (Lazic War)


สงครามลาซิคหรือที่เรียกว่าสงครามโคลชิเดียนเป็นการต่อสู้ระหว่างจักรวรรดิไบแซนไทน์และจักรวรรดิซาซาเนียน ทั้งสองอาณาจักรรบกันเพื่อแย่งชิงภูมิภาคลาซิกาโบราณของจอร์เจีย สงครามลาซิคกินเวลานานถึงยี่สิบปี ตั้งแต่ปี ค.ศ.541 – 562 สงครามจบลงด้วยชัยชนะของชาวเปอร์เซีย จักรวรรดิไบแซนไทน์ต้องส่งเครื่องบรรณาการประจำปีเพื่อแลกกับการยุติสงคราม



## จุดจบของอาณาจักรเฮฟทาไลต์


เมื่อหมดรัชสมัยของคาวัดที่ 1 ชาวเฮฟทาไลต์เริ่มหันเหความสนใจไปจากจักรวรรดิซาซาเนียน โดยในยุคของคอสโรว์ที่ 1 เขาได้ขยายอาณาเขตไปทางทิศตะวันออก เพื่อต้องการควบคุมหลาย ๆ เมืองในแถบนั้น และเขาก็เอาชนะพวกเฮฟทาไลต์ได้ ด้วยความช่วยเหลือจากพวกเตอร์กิก (Turkic) หรือเติร์ก เหตุการณ์นี้เป็นจุดจบสิ้นสุดของเฮฟทาไลต์



## สงครามในคอเคซัส


ในปี ค.ศ.572 – 591 เกิดสงครามระหว่างจักรวรรดิซาซาเนียนแห่งเปอร์เซียและจักรวรรดิไบแซนไทน์ โดยถูกจุดชนวนขึ้นจากโปรไบแซนไทน์ในพื้นที่คอเคซัสที่อยู่ภายใต้อำนาจของเปอร์เซีย การสู้รบส่วนใหญ่จำกัดอยู่ที่คอเคซัสตอนใต้และเมโสโปเตเมีย แม้ว่าจะขยายไปถึงอานาโตเลียตะวันออก ซีเรีย และอิหร่านตอนเหนือด้วย



## สงครามเปอร์โซ – เติร์ก


สงครามเปอร์โซ-เติร์ก เกิดขึ้นระหว่างปี ค.ศ. 588 – 589 ระหว่างจักรวรรดิซาซาเนียนและ เฮฟทาไลต์ ร่วมกับเจ้าเมืองโกกเติร์ก ความขัดแย้งเริ่มต้นจากการรุกรานอาณาจักรของจักรวรรดิซาซาเนียน โดยพวกเติร์ก ท้ายสุดแล้วพวกเฮฟทาไลต์และเติร์ก ก็ต้องแพ้ศิโรราบ จักรวรรดิซาซาเนียนจึงยึดครองดินแดนที่สูญเสียไปกลับคืนมา



## รัชสมัยคอสโรว์ที่ 2


คอสโรว์ที่ 2 เป็นกษัตริย์แห่งจักรวรรดิซาซาเนียนตั้งแต่ปี ค.ศ.590 – 628 คอสโรว์เป็นบุตรชายของฮอร์มิซด์ที่ 4 และเป็นหลานชายของคอสโรว์ที่ 1 โดยในยุคสมัยของคอสโรว์ที่ 2 ส่วนใหญ่จะทำในสงครามกับจักรวรรดิไบแซนไทน์ จนทำให้เขาต้องสูญเสียลูกชาย



## สงครามครั้งสุดท้ายระหว่างจักรวรรดิซาซาเนียน และจักรวรรดิไบแซนไทน์


สงครามครั้งสุดท้ายของทั้งสองจักรวรรดิ เกิดขึ้นในปี ค.ศ.602 – 628 เป็นสงครามที่มีความสูญเสียมากที่สุดเท่าที่เคยสู้รบกันมา


ก่อนหน้าที่คอสโรว์สูญเสียอำนาจจากราชบัลลังก์ จักรพรรดิมอริซ แห่งโรมันไบแซนไทน์ ได้ช่วยให้กษัตริย์โคสโรว์ที่ 2 ของจักรวรรดิซาซาเนียนได้ครองบัลลังก์อีกครั้ง แต่แล้วในปี ค.ศ.602 มอริซถูกสังหารโดยโฟคัส คู่แข่งทางการเมืองของเขา คอสโรว์ที่ 2 ได้ประกาศสงครามกับไบแซนไทน์ทันที เพื่อล้างแค้นให้กับมอริซ เหตุการณ์นี้กลายเป็นความขัดแย้งที่ยาวนานหลายทศวรรษ ซึ่งเป็นสงครามที่ยาวนานที่สุด และมีการสู้รบกันทั่วตะวันออกกลาง: ในอียิปต์ ลิแวนต์ เมโสโปเตเมีย คอเคซัส อานาโตเลีย อาร์เมเนีย ทะเลอีเจียน และก่อนถึงกำแพงเมืองคอนสแตนติโนเปิล


ฝ่ายซาซาเนียนแห่งเปอร์เซียได้เปรียบมากในช่วงแรกของสงครามในระหว่างปี ค.ศ. 602 – 622 ตั้งแต่ปี ค.ศ.622 – 626 เปอร์เซียได้พยายามครั้งสุดท้ายเพื่อยึดกรุงคอนสแตนติโนเปิล แต่แล้วก็แพ้ไป


ต่อมาในปี ค.ศ.627 – 628 จักรพรรดิเฮราคลิอุส แห่งโรมัน ซึ่งเป็นพันธมิตรกับเติร์กได้รุกรานดินแดนใจกลางของเปอร์เซีย สงครามกลางเมืองปะทุขึ้น เกิดการรบกันอย่างดุเดือด ฝ่ายเปอร์เซียได้สังหารเฮราคลิอุส และเรียกร้องสันติภาพเพื่อยุติสงคราม


เมื่อสิ้นสุดสงคราม ทั้งสองฝ่ายต่างหมดทรัพยากรมากมายในศึกครั้งนี้ จึงทำให้ทั้งสองอาณาจักรอ่อนมาก จึงเปิดช่องโหว่ให้กองกำลังมุสลิมเข้ามารุกรานได้ โดยกองทัพมุสลิมได้พิชิตอาณาจักรซาซาเนียทั้งหมดอย่างรวดเร็ว รวมทั้งดินแดนไบแซนไทน์ในเลแวนต์ คอเคซัส อียิปต์ และแอฟริกาเหนือ



## จักรวรรดิซาซาเนียนพิชิตเยรูซาเล็ม


ในปี ค.ศ.614 ซึ่งอยู่ในช่วงสงครามระหว่างสงครามไบแซนไทน์ – ซาซาเนียน จักรวรรดิซาซาเนียนได้พิชิตเยรูซาเล็ม ซึ่งเป็นการปิดล้อมระยะสั้น ๆ เท่านั้น เป็นเหตุการณ์ที่กองทัพจักรวรรดิซาซาเนียนเข้าร่วมกับผู้นำชาวยิว เนหะมีย์ เบน ฮูชิเอล (Nehemiah ben Hushiel ) และเบนจามินแห่งทิเบเรียส (Benjamin of Tiberias) ซึ่งเป็นกลุ่มชาวยิวที่ต่อต้านโรมัน ไบแซนไทน์ และได้นำกำลังราว 20,000 – 26,000 คน เข้าต่อสู้กับไบแซนไทน์ จนยึดเยรูซาเล็มได้



## จักรวรรดิซาซาเนียนพิชิตอียิปต์


ในปี ค.ศ.615 กองทัพจักรวรรดิซาซาเนียนได้ขับไล่ชาวโรมันออกจากเมโสโปเตเมียตอนเหนือ ซีเรีย และปาเลสไตน์ ด้วยความมุ่งมั่นที่จะกำจัดการปกครองของโรมันในเอเชีย คอสโรว์ที่ 2 จึงหันไปเล็งที่อียิปต์ ซึ่งเป็นยุ้งฉางของจักรวรรดิโรมันตะวันออก


การพิชิตอียิปต์ของจักรวรรดิซาซาเนียนเกิดขึ้นในปี ค.ศ.618 – 621 โดยกองทัพเปอร์เซียของจักรวรรดิซาซาเนียนได้เอาชนะกองกำลังไบแซนไทน์ในอียิปต์และยึดครองอเล็กซานเดรีย เมืองหลวงของอียิปต์ ถือเป็นด่านแรกและสำคัญที่สุดในการตัดอู่ข้าวอู่น้ำของโรมัน



## สงครามกลางเมืองของจักรวรรดิซาซาเนียน


กองทัพของเปอร์เซียได้แพ้ให้กับจักรพรรดิเฮราคลิอัส (Heraclius) แห่งโรมันตะวันออก เฮราคลิอัส เสนอให้คอสโรว์ที่ 2 จำนน แต่ด้วยศักดิ์ศรีและชายชาติทหารของเขาจึงไม่ยอมก้มหัวให้ใคร ในปี ค.ศ.628 คอสโรว์ที่ 2 ถูกประหารชีวิต รวมไปถึงลูกชายคนสุดท้องของเขา


ต่อมาได้เกิดสงครามกลางเมืองขึ้นในจักรวรรดิซาซาเนียน ในปี ค.ศ.628 – 632 เป็นความขัดแย้งที่เกิดขึ้นหลังจากการประหารชีวิตกษัตริย์คอสโรว์ที่ 2 เป็นการแย่งชิงอำนาจของกลุ่มขุนนาง ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายอำนาจเก่าอย่าง พาร์เธีย หรือกลุ่มทหารที่มีอำนาจ เหตุการณ์นี้ทำให้จักรวรรดิซาซาเนียนอ่อนแอลงมาก และเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่ทำให้จักรวรรดิล่มสลาย



## กองทัพมุสลิมพิชิตเปอร์เซีย สู่การล่มสลายของจักวรรดิซาซาเนียน


การเพิ่มขึ้นของชาวมุสลิมในอาระเบียเกิดขึ้นพร้อมกับความอ่อนแอทางการเมือง สังคม เศรษฐกิจ และการทหารอย่างไม่เคยปรากฏมาก่อนในเปอร์เซีย ทั้งที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นมหาอำนาจของโลกมาก่อน จักรวรรดิซาซาเนียน ใช้ทรัพยากรต่าง ๆ ไปกับการทำสงครามกับจักรวรรดิไบแซนไทน์หลายทศวรรษ ทำให้จักรวรรดิอ่อนแออย่างมาก


หลังจากที่คอสโรว์ที่ 2 ถูกประหารชีวิตในปี ค.ศ.628 หลังจากนั้นในระยะเวลาเพียง 4 ปี มีผู้อ้างสิทธิ์ขึ้นครองบัลลังก์ถึง 10 คน ทั้งเกิดสงครามกลางเมืองไม่ว่างเว้น ทำให้เกิดความแตกแยก ไม่รวมเป็นอันหนึ่งอันเดียวและเสื่อมโทรมลงเรื่อย ๆ


ชาวมุสลิมอาหรับเข้าโจมตีจักรวรรดิซาซาเนียนครั้งแรกในปี ค.ศ.633 แต่ยังไม่สามารถเอาชนะชาวเปอร์เซียได้


การโจมตีในครั้งที่สองเกิดขึ้นในปี ค.ศ.636 ภายใต้การนำทัพของ ซาอัด อิบัน อบี วัคคัส (Sa’d ibn Abi Waqqas) ในครั้งนี้จักรวรรดิสูญเสียดินแดนทางตะวันตกไปอย่างถาวร


กองทัพมุสลิมยังคงโจมตี เข้ายึดดินแดนเปอร์เซียอย่างต่อเนื่องมากเรื่อย ๆ จนถึงปี ค.ศ.651 ศูนย์กลางเมืองใหญ่ของเปอร์เซียถูกกองกำลังมุสลิมอาหรับเข้ายึดและครอบครอง แม้ว่าชาวอาหรับจะสร้างอำนาจเหนือพื้นที่ส่วนใหญ่ของเปอร์เซีย แต่หลายจุดมีคนลุกฮือขึ้นมาต่อสู้กับกองทัพมุสลิม


ในที่สุดกองทัพมุสลิมก็ควบคุมสถานการณ์ได้ และค่อย ๆ เผยแพร่ศาสนาในรูปแบบต่าง ๆ ทั้งยังมีการเผาคัมภีร์ของศาสนาโซโรอัสเตอร์และนักบวชถูกประหารชีวิต โดยเฉพาะอย่างยิ่งในพื้นที่ที่มีการต่อต้านอย่างรุนแรง


ขุนนางหลายคนต่างหลบหนีไปยังภูมิภาคอื่น ๆ ส่วนคนที่ยอมจำนนก็ต้องยอมรับเงื่อนไขต่าง ๆ ของกองทัพมุสลิม การรุกรานของกองทัพมุสลิมครั้งนี้ทำให้ดินแดนส่วนใหญ่ของเปอร์เซียตกอยู่ภายใต้ผู้นำทางศาสนาอิสลาม


ช่วงเวลาของการปกครองของจักรวรรดิซาซาเนียนถือเป็นจุดรุ่งเรืองสูงสุดในประวัติศาสตร์ของอิหร่านหรืออารยธรรมเปอร์เซีย


อารยธรรมเปอร์เซียมีอิทธิพลทางวัฒนธรรมทั่วดินแดนต่าง ๆ เกือบทั่วโลก ไม่ว่าจะเป็นยุโรปตะวันตก แอฟริกาจีน และอินเดีย ทั้งยังช่วยสร้างศิลปะยุคกลางของยุโรป และเอเชีย


นอกจากนี้วัฒนธรรมเปอร์เซียกลายเป็นรากฐานของวัฒนธรรมอิสลามส่วนใหญ่ มีอิทธิพลต่อศิลปะ สถาปัตยกรรม ดนตรี วรรณกรรม และปรัชญาทั่วโลกมุสลิม