# ประวัติศาสตร์ และการเดินทางอันยาวนานของ ‘กาแฟ’

- URL: https://www.thewildchronicles.com/blog/%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%95%E0%B8%B4%E0%B8%A8%E0%B8%B2%E0%B8%AA%E0%B8%95%E0%B8%A3%E0%B9%8C%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B9%81%E0%B8%9F
- Author: พงศ์ศรณ์ ภูมิวัฒน์
- Published: 2023-10-26T10:25:04Z
- Updated: 2023-11-17T10:08:21Z
- Tags: อาหาร, แอฟริกา

> เรื่องราวต้นกำเนิดและการเดินทางของกาแฟที่เชื่อมโยงกับคนทั้งโลก จนปัจจุบันกลายเป็นเครื่องดื่มยอดนิยมที่ทุกคนต้องเคยลิ้มลอง

รู้หรือไม่ ‘กาแฟ’ เป็นเครื่องดื่มที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานมานับพันปี มีอิทธิพลต่อคนในหลากหลายมิติไม่ว่าจะเป็น วิถีชีวิต รสนิยม ความเชื่อ และวัฒนธรรม ไม่ว่ายุคสมัยใด นับตั้งแต่มีการค้นพบ กาแฟจึงมีความเชื่อมโยงผูกพันอยู่คู่กับสังคมมาโดยตลอด


เรื่องราวของ ‘กาแฟ’ มีอะไรที่น่าสนใจในเชิงประวัติศาสตร์ ซึ่งย้อนหลังไปถึงปี ค.ศ. 850 และอาจก่อนหน้านั้น เนื่องจากมีตำนานมากมายเกี่ยวกับการกาแฟ ทั้งนี้ “กาแฟ” ปรากฏในตำนานของผู้คนบนทวีปแอฟริกามาตั้งแต่คริสต์ศตวรรษที่ 9 กล่าวถึง ความช่างสังเกตของคนเลี้ยงแพะมีอาการคึกคักหลังจากกินผลเบอร์รี่กาแฟ ถือเป็นจุดเริ่มต้นของเครื่องดื่มอีกหนึ่งชนิดที่เกิดขึ้นบนโลก และสืบต่อกันมาจนถึงปัจจุบัน


**แหล่งดั้งเดิมที่ค้นพบกาแฟ **


กาแฟโดยแหล่งกำเนิดแล้วเป็นพืชพื้นเมืองของอาบีซีเนีย (Abyssinia) และอาราเบีย (Arabia) ถูกค้นพบในศตวรรษที่ 6 ราวปี ค.ศ. 575 ในประเทศอาระเบีย (Arabia) และในขณะเดียวกันบางแหล่งข้อมูลกล่าวว่ากาแฟเป็นพืชพื้นเมืองที่พบในเมืองคัพฟา (Kaffa) ซึ่งเป็นจังหวัดหนึ่งของประเทศเอธิโอเปีย (Ethiopia) กาแฟจึงได้ชื่อเรียกตามจังหวัดนี้ และยังได้เรียกแตกต่างกันออกไปอีกมาก แหล่งกำเนิดเดิมของกาแฟมาจากประเทศอาบีซีเนีย หรือแถบประเทศอาราเบียน หรือประเทศอาหรับ ตะวันออกกลาง สมัยนั้นไม่มีผู้ใดให้ความสนใจเท่าใดนัก


ชาวอาระเบียเรียกพืชนี้ว่า “คะวาฮ์” (Kawah) หรือ “คะเวฮ์” (Kaweh) ซึ่งแปลว่าพลัง (strength) หรือความกระปรี้กระเปร่า (vigor) ชาวตุรกีเรียกว่า “คะเวฮ์” (Kaveh) ต่อมาการเรียกชื่อกาแฟจึงเปลี่ยนแปลงไปตามแหล่งต่าง ๆ ของโลก เช่น คัฟฟี (Koffee) ในอังกฤษเรียกว่า “คอฟฟี” (coffee) อันเป็นชื่อที่รู้จักและใช้ในปัจจุบันนี้ เมื่อมาถึงประเทศไทยคนไทยเรียกว่า โกปี๊ ข้าวแฝ่ และกาแฟในที่สุด



## ตำนานคาลดี (Kaldi หรือ Khalid)


มีตำนานเล่ากล่าวขานสืบต่อกันของเด็กเลี้ยงแพะ เรื่องราวของ ‘คาลดี’ เกิดขึ้นในศตวรรษที่ 9 หรือในช่วง ค.ศ.850 เขาเป็นคนเลี้ยงแพะชาวเอธิโอเปีย เมื่อครั้งที่เขาต้อนแพะไปกินอาหารตามแหล่งธรรมชาติ เขาสังเกตเห็นความผิดปกติบางอย่าง โดยฝูงแพะเขาดูคึกคัก กระตือรือร้น หลังจากที่กินผลเบอร์รี่กาแฟไปแล้ว กล่าวกันว่าเป็นจุดเริ่มต้นของการเพาะปลูกกาแฟในเวลาต่อมา


มีการกล่าวถึงกาแฟในวรรณกรรมของ ฟิลิปเป ซิลเวสเตร ดูโฟร์ (philippe sylvestre dufour) นักปรุงยาและกวีชาวฝรั่งเศส โดยเนื้อหามีการอ้างอิงมาจาก มูฮัมหมัด อิบัน ซาการียา อัล-ราซี (Muhammad ibn Zakariya al-Razi) แพทย์ชาวเปอร์เซียในศตวรรษที่ 10


**หลักฐานที่เป็นลายลักษณ์อักษรครั้งแรก **ของการซื้อขายกาแฟ มีอายุย้อนไปถึงปลายศตวรรษที่ 15 และบันทึกเป็นลายลักษณ์อักษรว่าพ่อค้าชื่อ Sufi Imam Muhammad Ibn Said Al Dhabhani นำเข้ากาแฟจากเอธิโอเปียไปยังเยเมน แต่ก็มีข้อมูลบางแหล่งกล่าวว่าการค้ากาแฟเริ่มต้นขึ้นเมื่อเกือบหนึ่งศตวรรษก่อนหน้านี้


ตลอดศตวรรษที่ 15 กาแฟเริ่มแพร่ไปทั่วตะวันออกกลางและแอฟริกา จนปี ค.ศ.1414 ได้ไปถึงเมกกะ เมดินา ไคโร ดามัสกัส แบกแดด คอนสแตนติโนเปิล และเมืองใหญ่อื่นๆ อีกหลายแห่ง และในช่วงต้นทศวรรษ 1500 ได้แพร่กระจายไปถึงสุลต่านมาเมลุค แห่งอียิปต์ และแอฟริกาเหนือจากท่าเรือมอคค่าของเยเมน


จนกระทั่งในปี ค.ศ. 1511 ไคร์ เบ็ก (Khair Beg) ผู้ว่าการเมกกะ ได้สั่งห้ามดื่มกาแฟ เนื่องจากกระตุ้นให้เกิดความคิดสุดโต่งของผู้คนในเมือง เขาเชื่อว่ากาแฟเป็นของมึนเมาที่เป็นอันตราย เทียบเท่ากับไวน์ ซึ่งอัลกุรอานห้ามไว้ เขาส่งกองกำลังไปยึดกาแฟจากผู้ขายและเผาสต็อกตามท้องถนน


ในปี ค.ศ.1524 ในตุรกีออตโตมาน สุลต่านสุไลมานที่ 1 ได้มีคำสั่งยกเลิกข้อห้ามที่ว่าด้วยไม่ให้ดื่มกาแฟ


ร้านกาแฟเปิดขึ้นในซีเรีย ในเมืองอเลปโป (Aleppo) และหลังจากนั้นได้มีการเปิดร้านกาแฟขึ้นต่อที่อิสตันบลู เมืองหลวงของจักรวรรดิออตโตมันในปี ค.ศ.1554


**‘กาแฟ’** เป็นที่รู้จักครั้งแรกในยุโรปบนเกาะมอลตาใรศตวรรษที่ 16 โดยกาแฟถูกนำมากับทาสชาวมุสลิมตุรกี ที่ถูกอัศวินแห่งเซนต์จอห์นคุมขังในปี ค.ศ.1565 ซึ่งในช่วงนั้นกองทัพของออตโตมานปิดล้อมเพื่อจะยึดครองเกาะมอลตา


ต่อมาในปี ค.ศ. 1580 พรอสเปโร อัลปินี (Prospero Alpini) นักพฤกษศาสตร์และแพทย์ชาวเวนิสได้นำเข้ากาแฟจากอียิปต์เข้าสู่สาธารณรัฐเวนิส หลังจากนั้นไม่นาน ร้านกาแฟก็เริ่มเปิดทีละร้าน และกาแฟก็ได้แพร่หลายกลายเป็นเครื่องดื่มของปัญญาชน รวมถึงใช้กาแฟเป็นเครื่องมือในการพบปะทางสังคม


**ในศตวรรษที่ 16** ยังเป็นช่วงเวลาที่กาแฟเป็นที่ชื่นชอบกับคนกลุ่มหนึ่งในยุโรป นักบวชจำนวนหนึ่งในคริสตจักรคาทอลิกเชื่อว่าเครื่องดื่มจะทำให้ประชาคมของพวกเขาเสื่อมเสียด้วยรสชาติที่แย่ พวกเขาตราหน้าว่ากาแฟเป็นซาตาน ทั้งยังกดดันให้ศาสนจักรสั่งห้าม


แต่เมื่อสมเด็จพระสันตะปาปาเคลมองค์ที่ 8 ได้ลิ้มลองกาแฟ และได้พูดว่า *“ทำไมเครื่องดื่มของซาตานถึงอร่อย จนน่าเสียดาย หากจะปล่อยให้คนนอกศาสนาใช้มันแต่เพียงฝ่ายเดียว”* นอกจากนี้ยังได้พูดถึงว่ากาแฟยังดีกว่าพวกเครื่องดื่มแอลกอฮอล์


ปีเตอร์ ฟาน เดน บร็อคเคอ (Pieter van den Broecke) พ่อค้าชาวดัตช์ได้ต้นกล้ากาแฟจากเมือง มอคค่า (Mocha) ประเทศเยเมน ในปี ค.ศ.1616 และนำกลับไปปลูกที่อัมสเตอร์ดัม


**ร้านกาแฟแห่งแรกในอังกฤษ** เปิดที่อ็อกซ์ฟอร์ด ลอนดอน ในปี ค.ศ.1652 โดยปาสกวา โรเซ่ (Pasqua Roseé) ชาวกรีก เขาเป็นคนรับใช้พ่อค้าชาวอังกฤษ ครั้นเมื่อตอนเจ้านายเขากลับมาที่ลอนดอน เขาจึงได้ติดตามมาด้วย และเปิดร้านกาแฟในที่สุด


ความนิยมการดื่มกาแฟเริ่มแพร่ไปทั่วทุกหนแห่งทั่วโลก จนในปี ค.ศ.1673 ในเยอรมัน ได้มีการเปิดร้านกาแฟแห่งแรกที่ท่าเรือทะเหนือ ในเบรเมน และได้แพร่ขยายไปถึงฮัมบูร์ก ในปี ค.ศ.1677


ในปี ค.ศ. 1669 สุไลมาน อากา (Soleiman Agha) เอกอัครราชทูตจากสุลต่านเมห์เหม็ดที่ 4 ได้เดินทางถึงกรุงปารีสพร้อมกับผู้ติดตาม ซึ่งนำเมล็ดกาแฟจำนวนมากมาด้วย พวกเขาไม่เพียงชงกาแฟให้ชาวฝรั่งเศสและยุโรปกินเท่านั้น แต่พวกเขายังได้ให้เมล็ดกาแฟแก่ราาชสำนักอีกด้วย


**บันทึกแรกของการปลูกกาแฟในอินเดีย** เกิดขึ้นหลังจากการนำเมล็ดกาแฟจากเยเมนโดย บาบา บูดัน (Baba Budan) ไปมาขายที่รัฐกรณาฏกะ (Karnataka) จนทำให้ปัจจุบันรัฐนี้เป็นรัฐที่ปลูกกาแฟเยอะที่สุดในอินเดีย คิดเป็น 70 เปอร์เซ็นต์ของผลผลิตต่อปี ทำให้อินเดียเป็นชาติที่ผลิตกาแฟมากเป็นอันดับ 6 ของโลก (ข้อมูลปี ค.ศ.2019)


**ร้านกาแฟแห่งแรกในออสเตรีย **เปิดขึ้นในเวียนนาปี ค.ศ. 1683 หลังยุทธการเวียนนา โดยเจอร์ซี ฟรานซิสเซก คูลซีกี (Jerzy Franciszek Kulczycki) นายทหารชาวโปแลนด์ ได้ปล้นเสบียง เก็บเมล็ดกาแฟ หลังชนะพวกเติร์กได้ และนำเมล็ดกาแฟที่ได้มา มาเปิดร้านกาแฟแห่งแรกชื่อร้านว่า ‘ขวดสีน้ำเงิน (Blue Bottle)’


หลังงานเลี้ยงน้ำชาที่บอสตัน (Boston Tea Party) หรือการประท้วงทางการเมืองต่อต้านการเอารัดเอาเปรียบของอังกฤษ เพื่อต่อต้านภาษีใบชาที่มาจากความไม่เป็นธรรม ในปี ค.ศ.1773 ชาวอเมริกันจำนวนมากเปลี่ยนมาดื่มกาแฟแทนชา เพราะการดื่มชากลายเป็นเรื่องไม่รักชาติ


**อาราบิก้า **เป็นกาแฟพันธุ์แรกที่นำเข้ามายังเวียดนามตั้งแต่ปี ค.ศ.1857 ครั้งแรกคือการทดลองปลูกในจังหวัดทางภาคเหนือ เช่น ห่านาม (Ha Nam), ฟูไล (Phu Ly) จากนั้นจึงขยายไปยังจังหวัดต่างๆ เช่น เหงะอาน (Nghe An) แล้วแพร่หลายไปยังจังหวัดในภาคกลาง ในที่สุดกาแฟก็เติบโตในที่ราบสูงตอนกลาง และเป็นที่ยอมรับว่าที่ราบสูงตอนกลางเป็นสถานที่ที่ดีในการปลูกกาแฟ


**กาแฟได้แพร่หลายเข้ามาในประเทศไทยครั้งแรก **ในปี ค.ศ.1904 โดยชาวมุสลิมคนหนึ่งที่ชื่อ นายดีหมุน หรือนายหนิตีหมุน สุหลงกุ ได้ไปแสวงบุญที่เมกกะ ประเทศซาอุดิอาระเบีย และได้นำเมล็ดพันธุ์กาแฟมาเพาะปลูกที่ ตำบลบ้านโหนด อำเภอสะบ้าย้อย จังหวัดสงขลา


ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน กาแฟได้เดินทางไปอย่างแพร่หลาย เกือบทุกประเทศทั่วโลก นับว่าเป็นเครื่องดื่มที่ทุกชาติต้องมี หรืออาจพูดได้ว่าเป็นเครื่องดื่มที่เป็นสากล ต่างเพียงวัฒนธรรมการดื่มของแต่ละประเทศที่มีความแตกต่างกัน


ในปัจจุบัน จะเห็นได้ว่า กาแฟถูกนำมาประยุกต์เป็นเครื่องดื่มหลากหลายชนิด ด้วยการผสมผสานกับวัตถุดิบต่าง ๆ เพื่อสร้างมิติของรสชาติและความเป็นเอกลักษณ์เฉพาะเมนูนั้น ๆ ให้ดึงดูด โน้มน้าว ผู้บริโภคให้หลงใหลในรสชาติ และหลงใหลในมนต์เสน่ห์ของกาแฟอย่างที่เป็นมาในอดีตจนถึงทุกวันนี้