# โวโลดีมีร์ เซเลนสกี: ดาวตลก หรือ ประธานาธิบดี

- URL: https://www.thewildchronicles.com/blog/%E0%B9%82%E0%B8%A7%E0%B9%82%E0%B8%A5%E0%B8%94%E0%B8%B5%E0%B8%A1%E0%B8%B5%E0%B8%A3%E0%B9%8C-%E0%B9%80%E0%B8%8B%E0%B9%80%E0%B8%A5%E0%B8%99%E0%B8%AA%E0%B8%81%E0%B8%B5
- Author: พงศ์ศรณ์ ภูมิวัฒน์
- Published: 2023-11-01T10:17:02Z
- Updated: 2023-11-06T10:32:05Z
- Tags: ยูเครน

> เรื่องราวของ “โวโลดีมีร์ เซเลนสกี” ที่บางคนบอกว่าเขาเป็นแค่ “ตัวตลก” บ้างก็บอกว่าเขาเป็น “วีรบุรุษ” ผู้นำพาประเทศในยามวิกฤต

ในสงครามรัสเซีย-ยูเครนที่เกิดขึ้นมาเร็วๆ นี้ ได้ทำให้คนๆ หนึ่งกลายมาเป็นจุดสนใจของคนแทบทั้งโลก เขาคือ “โวโลดีมีร์ เซเลนสกี” บางคนบอกว่าเขาเป็นแค่ “ตัวตลก” บางเขาบอกว่าเขาเป็น “วีรบุรุษ” ผู้นำพาประเทศในยามวิกฤต


บทความนี้จะพาท่านไปรู้จักชีวประวัติและนโยบายของประธานาธิบดีผู้นี้นะครับ


**ชีวประวัติก่อนเข้าวงการการเมือง **


เซเลนสกีเกิดในครอบครัวชาวยิวในนครกรือวึยรีฮ์ (Kryvyi Rih) เมื่อปี 1978 แม้อยู่ในประเทศยูเครน (ขณะนั้นคือสาธารณรัฐสังคมนิยมโซเวียตยูเครน) แต่เป็นโซนที่พูดรัสเซียกันมาก ดังนั้นภาษาแม่ของเซเลนสกีคือรัสเซีย


พ่อของเขาเป็นอาจารย์วิชาไซเบอร์เนติกส์และคอมพิวเตอร์ ส่วนแม่เป็นวิศวกร ปู่เป็นทหารในกองทัพแดง ส่วนปู่ทวดและพี่น้องปู่อีก 3 คนเสียชีวิตในเหตุการณ์ฮอโลคอสต์


เขาเรียนจบด้านกฎหมายในปี 2000 แต่ไม่ได้ทำงานตรงสาย เพราะเขาไปให้ความสนใจกับวงการบันเทิง โดยเริ่มเข้าแข่งขันในรายการตลกตั้งแต่อายุ 17 ปี (ประมาณปี 1995) จนชนะการแข่งขันระดับประเทศ หลังจากนั้นเขาได้เก็บเกี่ยวความสำเร็จมาเรื่อยๆ จนก่อตั้งสตูดิโอกวาร์ตัล 95 (Kvartal 95) ในปี 1997 ต่อมากลายเป็นสตูดิโอใหญ่ที่สร้างผลงานมากมายให้วงการบันเทิงยูเครน


เซเลนสกียังแสดงภาพยนตร์และพากย์เสียงภาพยนตร์อีกหลายเรื่องระหว่างปี 2008-2017 ในช่วงนั้นเขาได้แสดงนำในซีรีย์ Servant of the People (ผู้รับใช้ประชา) เป็นซีรีย์เสียดสีการเมือง ซึ่งเขารับบทเป็นครูอายุประมาณ 30 กว่าๆ ที่ได้รับเลือกตั้งเป็นประธานาธิบดียูเครนหลังออกคลิปด่ารัฐบาลจนกลายเป็นไวรัล ซึ่งซีรีย์นี้ได้รับความนิยมมาก


ท่าทีต่อความขัดแย้งยูเครน-รัสเซียของเซเลนสกีก่อนเข้าวงการการเมืองนั้นเป็นแบบผสม เขาเคยร่วมงานกับทีมงานรัสเซียเรื่อยๆ รวมทั้งยังเคยวิจารณ์กระทรวงวัฒนธรรมยูเครนที่เคยคิดจะสั่งแบนรายการภาษารัสเซีย ในขณะเดียวกันเขาเคยบริจาคเงิน 1 ล้านฮริฟเนีย (ราวๆ 1 ล้านบาท) ให้กองทัพยูเครนจากเรื่องสงครามในดอนบัส ทำให้เกิดกระแสต้านเขาในรัสเซียอยู่ช่วงหนึ่ง



## พรรคการเมืองน้องใหม่ สู่การชนะเลือกตั้ง


ในปี 2018 เซเลนสกีร่วมกับทีมงานกวาร์ตัล 95 ก่อตั้งพรรคการเมืองชื่อ “ผู้รับใช้ประชา” (ชื่อเดียวกับซีรีย์) โดยเขาหวังว่าจะนำมืออาชีพและคนที่เหมาะสมเข้าสู่วงการการเมือง


เขาลงรับสมัครเลือกตั้งประธานาธิบดียูเครนในปี 2019 โดยชูนโยบายต่อต้านการคอร์รัปชันของกลุ่มอีลิตเก่า และใช้เวลาหาเสียงเพียง 4 เดือนเท่านั้น วิธีการหาเสียงของเขาหลักๆ จะเป็นการแสดง “เดี่ยวไมโครโฟน” ออนไลน์ เขาไม่พึ่งพาสื่อกระแสหลักนัก เพราะมองว่าเป็นกระบอกเสียงให้กับกลุ่มอีลีต


เปโตร โปโรเชนโก ประธานาธิบดียูเครนในขณะนั้นหาเสียงโดยใส่ไฟว่า รัสเซียจะได้ประโยชน์ถ้าเซเลนสกีได้รับเลือกตั้งประธานาธิบดี …ซึ่งเป็นข้อหาฝักใฝ่รัสเซียนี้เป็นข้อหาที่ค่อนข้างแรงในสถานการณ์สงคราม


เซเลนสกีโปรตะวันตก แต่เมื่อเทียบกับโปโรเชนโกแล้วยังเป็นกลางกว่า ผลการเลือกตั้งปรากฏว่าเขาสามารถเอาชนะโปโรเชนโก ไปได้ 73% ต่อ 25% หรือก็คือ “ขาดลอย” จะเรียกเขาว่าม้ามืดก็ไม่ผิดนัก


สิ่งที่ประชาชนคาดหวังจากเซเลนสกีคือ
 1) ต้องการทางออกต่อสงครามในดอนบัส ซึ่งดำเนินมาตั้งแต่ปี 2014
 2) แก้ปัญหาคอร์รัปชัน
 3) แก้ไขปัญหาค่าครองชีพไม่พอกับรายจ่าย ลดความเหลื่อมล้ำ
 4) ปรับนโยบายของรัฐบาลชุดก่อนๆ ที่กดขี่และแบ่งแยกคนกลุ่มต่างๆ ออกจากกัน


เนื่องจากช่วงที่เขาชนะการเลือกตั้งนั้น พรรคของเขายังมีเสียงอยู่น้อยในสภา สิ่งแรกที่เขาทำในตำแหน่งประธานาธิบดีคือประกาศ “ยุบสภา” จัดการเลือกตั้งใหม่ จนพรรคผู้รับใช้ประชาของเขาได้เสียงเกินกึ่งหนึ่งของสภาเป็นครั้งแรกนับแต่ยูเครนประกาศเอกราชจากสหภาพโซเวียต!



## มีขึ้นก็มีลง


ความนิยมที่เซเลนสกีได้รับนั้นถือว่าสูงผิดปกติในการเมืองยูเครน อย่างไรก็ตาม ความนิยมของเขาก็ค่อยๆ ลดลงในเวลาต่อมา โดยในเดือนตุลาคม 2020 ความนิยมในตัวเซเลนสกีเคยตกลงไปถึง 24.7% (แต่ยังถือว่าสูงกว่าอดีตประธานาธิบดีอย่างโปโรเชนโกซึ่งตามมาเป็นอันดับ 2)


เซเลนสกีสามารถผ่านมาตรการปราบคอร์รัปชัน โดยผ่านกฎหมายเอาผิดกับข้าราชการที่ร่ำรวยผิดปกติ รวมทั้งการผ่านกฎหมายการปฏิรูปที่ดินเพื่อลดความเหลื่อมล้ำ อย่างไรก็ตามเนื่องจากไม่ค่อยมีผลงานอื่นให้เห็นมากนักความนิยมในตัวเขาก็ค่อยๆ ลดลง


สาเหตุของการเสื่อมความนิยมในตัวเซเลนสกีมีการวิเคราะห์ไว้หลายสาเหตุประกอบกัน เช่น:


1) ตกเป็นกรณีอื้อฉาวอยู่หลายครั้ง เช่น มีชื่อปรากฏอยู่ในปานามาเปเปอส์ (แปลว่าอาจมีความพยายามเลี่ยงภาษี) หรือการยังมีสายสัมพันธ์กับคนจากกลุ่มอีลีตเก่าซึ่งเป็นเจ้าของสถานีโทรทัศน์ที่จัดรายการเขา
 2) เขาถูกกล่าวหาว่าพยายามรวบอำนาจเข้าสู่ตนเองมากขึ้น ด้วยการตั้งคนที่ไว้วางใจให้ดำรงตำแหน่งสำคัญ
 3) รัฐมนตรีในคณะรัฐบาลของเขาถูกโจมตีว่ามีความเกี่ยวข้องกับรัสเซีย
 4) มีการสั่งปลดนักการเมืองและข้าราชการที่ขัดแย้งกับรัฐบาล
 5) การรับมือกับโรคระบาดโควิด-19 ที่ไม่ค่อยดีนัก


สำหรับประเด็นความสัมพันธ์ระหว่างประเทศที่หลายฝ่ายจับตานั้น จริงๆ เขาได้พยายามเจรจาสันติกับรัสเซียเรื่อยมา โดยในการประชุมสุดยอดนอร์มังดีปี 2019 เขาสามารถต่ออายุข้อตกลงหยุดยิงและแลกเปลี่ยนเชลยศึกกับรัสเซียสำเร็จ


และเรื่องความสัมพันธ์กับนาโต้นั้น นอกจากการเข้าเป็นหุ้นส่วนโอกาสเข้มแข็ง (enhanced opportunity partner) ซึ่งเป็นการส่งเสริมการปฏิบัติการร่วมกันกับนาโต้ในปี 2020 แล้ว ก็ไม่ค่อยมีความคืบหน้ามากนัก


ยูเครนยังไม่ได้รับแผนการเข้าเป็นสมาชิก (Membership Action Plan) จากนาโต้ แม้ว่านาโต้จะอนุมัติมาตั้งแต่ปี 2008 แล้ว …หากจะเปรียบให้เห็นภาพคือ ถ้ายูเครนจะได้เป็นสมาชิกนาโต้ต้อง “สอบให้ผ่าน” ก่อน แต่ยูเครนยัง “ไม่ได้ข้อสอบ” มา 13 ปีแล้ว!


และเอาเข้าจริงการต้องแก้ไขปัญหาภายในประเทศ, ต่อสู้กับกลุ่มอีลิตเก่า, ถ่วงดุลความสัมพันธ์กับชาติมหาอำนาจ, และการป้องกันไม่ให้รัสเซียส่งกองทัพมาบุกไปพร้อมๆ กันนี่ก็เป็นเรื่องที่ยากและน่าเห็นใจเหมือนกัน



## “วีรบุรุษ” จำเป็น?


ตั้งแต่เดือน มี.ค. และ เม.ย. 2021 เป็นต้นมา กองทัพรัสเซียเริ่มระดมกำลังติดชายแดนตะวันออกของยูเครน พร้อมกับยื่นร่างสนธิสัญญา 2 ร่าง ซึ่งกำหนดห้ามยูเครนเข้าร่วมนาโต้ และให้นาโต้ลดกำลังพลและยุทโธปกรณ์ในยุโรปตะวันออก


ในช่วงนั้น แม้จะมีการเตือนจากชาติตะวันตกว่ารัสเซียมีแผนบุกยูเครน แต่เซเลนสกีดูเหมือนจะให้ความสำคัญกับการรักษาความเชื่อมั่นต่อเศรษฐกิจมากกว่า โดยพยายามส่งสารว่าชาติตะวันตกหวาดระแวงไปเอง ขอให้คนมาเที่ยวยูเครนกันเยอะๆ จนดูเหมือนว่ามีความหละหลวมต่อภัยจากรัสเซียด้วยซ้ำ


อย่างไรก็ตาม เมื่อถึงคราวจำเป็น เซเลนสกีก็แสดงภาวะผู้นำเหมือนกัน ไม่ว่าจะเป็นการยืนหยัดต่อสู้อยู่ในกรุงเคียฟ, การไปให้กำลังใจทหารที่แนวหน้า, การสื่อสารกับชาวโลก, และการทำสงครามข่าวสารกับรัสเซียที่ทำได้ค่อนข้างดี


มีผลการสำรวจของกลุ่มในช่วงปลายเดือน ก.พ. ที่ผ่านมา ระบุว่าประชาชนผู้ตอบแบบสำรวจ 70% เชื่อว่ายูเครนจะชนะ และ 91% เห็นชอบกับการกระทำของเซเลนสกี


แม้ว่าจะเป็นโพลในช่วงสงคราม แต่ถ้าเป็นจริงจะเห็นว่าผู้คนที่หวาดกลัวสงคราม สุดท้ายยังเชื่อในตัวเขามาก



## บทส่งท้าย


เซเลนสกีเป็นตัวอย่างที่ดีที่ทำให้เราเห็นว่าคนเราต่างก็มีบทบาทที่เหมาะสมกับตนเอง เขาอาจจะเป็นผู้นำในยามสงบที่ “งั้นๆ” แต่ฉายแววโดดเด่นในยามวุ่นวาย


อนาคตของยูเครนยังมีความไม่แน่นอน มีโอกาสแพ้สงครามมากกว่าชนะ แต่สิ่งหนึ่งที่ข้อมูลแวดล้อมบอกก็คือเซเลนสกีไม่ใช่แค่ “ดาวตลกที่เล่นการเมืองไม่เป็น” อย่างที่ถูกปรามาสไว้