🧭 รู้หรือไม่!? ณ กลางผืนทรายซาฮาราอันแห้งแล้ง กลับมีแม่น้ำสายหนึ่งไหลย้อนขึ้นไปทางทิศเหนืออย่างแปลกตา สายน้ำผืนนี้ทำให้พื้นที่รอบข้างกลายเป็นแผ่นดินที่อุดมสมบูรณ์ เราเรียกมหานทีแห่งนี้ว่า “แม่น้ำไนล์”
ชาวอียิปต์เริ่มสร้างอารยธรรมลุ่มแม่น้ำไนล์ตั้งแต่เมื่อ 5,000 ปีก่อน พวกเขาสร้างเมืองที่ยิ่งใหญ่ สร้างศาสนาและความเชื่อ สร้างภาษาที่ใช้สื่อสาร และสร้างโลกทัศน์หลังความตายที่จะส่งอิทธิพลต่อมนุษยชาติมายาวนานจนถึงปัจจุบัน
🧭 ปี 2026❗The Wild Chronicles ขอพาท่านเดินทางไป “อียิปต์” : Whispers of the Nile 🧭🌅
🧭 ทัวร์ของเราไม่จอยกรุ๊ป ไม่ชะโงก อะไรควรดูอยู่ดูนานขึ้น อะไรอยู่นอกเส้นทางปกติแต่ควรสัมผัสจะได้ไปสัมผัส โดยเฉพาะผู้รักการผจญภัย หลงไหลในประวัติศาสตร์ และประสบการณ์ที่แทบไม่มีใครได้สัมผัส ไม่ควรพลาดด้วยประการทั้งปวง!! โดยมี “คุณปั๊บ” เป็นวิทยากรประวัติศาสตร์นำทัวร์เอง
ท่านจะได้เที่ยวชม
🏺 “พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติอารยธรรมอียิปต์” หนึ่งในพิพิธภัณฑ์ที่ทรงคุณค่าแห่งหนึ่งของโลก
⚰️ “มหาพีระมิดแห่งคูฟู” พีระมิดที่ยิ่งใหญ่ที่สุดและเก่าแก่ที่สุด
🐾 “มหาสฟิงซ์แห่งกีซ่า” รูปปั้นอันโด่งดังที่มีลำตัวเป็นสิงโตและเศียรเป็นมนุษย์
🧭 “มหาวิหารแห่งอะบูซิมเบล” มหาวิหารขนาดใหญ่ที่ถูกแกะสลักเข้าไปในหน้าผา
⛵ “ล่องเรือใบเฟลุกกะ” ดื่มด่ำบรรยากาศของอียิปต์ท่ามกลางแม่น้ำไนล์
🖼️ “วิหารเอ็ดฟู” หนึ่งในวิหารโบราณที่ยังคงความสมบูรณ์มากที่สุด
👑 “หุบเขากษัตริย์” สถานที่ฝังพระศพของฟาโรห์อันยิ่งใหญ่
ยังมีสถานที่สุดพีกอีกมากมาย..
เรามาดูรายละเอียดกันดีกว่าครับว่า ทำไมต้องไป.. “อียิปต์” Whispers of the Nile 🧭🌅 กับ The Wild Chronicles
อียิปต์โบราณถือเป็น “หนึ่งในอู่อารยธรรมที่เก่าแก่ที่สุดของโลก” อารยธรรมอียิปต์เกิดขึ้นเมื่อราว 3200 ปีก่อนคริสตกาล เมื่อชุมชนเล็กๆ สองฝั่งแม่น้ำไนล์ค่อยๆ พัฒนาเป็นสังคมเกษตรกรรม ก่อนจะรวมตัวกันเป็นอาณาจักรที่มีการปกครองสูงสุดโดยกษัตริย์ที่เรียกขานว่า “ฟาโรห์”
ตลอดหลายพันปีของอารยธรรมอียิปต์โบราณพวกเขาได้พัฒนาวิทยาการมากมาย ทำให้ดินแดนแห่งนี้เป็นต้นแบบทางคณิตศาสตร์ ดาราศาสตร์ และการแพทย์ ที่ส่งอิทธิพลต่ออารยธรรโลกโบราณในยุคหลัง
สิ่งก่อสร้างที่มีชื่อเสียงที่สุดของชาวอียิปต์โบราณคือ “กลุ่มพีระมิดแห่งกีซา” ที่ถูกสร้างขึ้นเมื่อราว 2,600 ปีก่อนคริสตกาล
พีระมิดต่างๆ ในอียิปต์ ถูกสร้างขึ้นตามความเชื่อเรื่องของโลกหลังความตาย อันเป็นรากฐานของศาสนาอียิปต์โบราณที่ยังคงหลงเหลืออยู่ในโบราณสถานทั่วประเทศ
ด้วยความยิ่งใหญ่ของกลุ่มพีระมิดแห่งกีซา ทำให้พีระมิดเหล่านี้ถูกขึ้นทะเบียนเป็น 1 ใน 7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลกยุคโบราณที่ยังคงยืนหยัดมาจนถึงปัจจุบัน ความยิ่งใหญ่ของมันสะท้อนทั้งความยิ่งใหญ่ของอารยธรรมอียิปต์โบราณ และความก้าวหน้าทางวิศวกรรมของชาวอียิปต์ในยุคนั้น
นอกจากนี้ ที่อียิปต์ยังเป็นต้นกำเนิดของ “อักษรเฮียโรกลิฟิก” ระบบการเขียนที่เก่าแก่และซับซ้อนที่สุดระบบหนึ่งของโลก
ที่นี่เป็นต้นกำเนิดของ “กระดาษปาปิรุส” สิ่งจดบันทึกเรื่องราวในยุคแรกของประวัติศาสตร์โลก
ที่นี่เป็นต้นกำเนิดของ “ปฏิทินสุริยะ” ต้นแบบปฏิทินที่มีอิทธิพลต่อปฏิทินสากลที่ทั่วโลกใช้กันในปัจจุบัน
ดินแดนที่ถูกเรียกว่า “ของขวัญจากแม่น้ำไนล์” แห่งนี้ ยังมีเรื่องราวอีกมากมาย ที่รอทุกท่านไปสัมผัส
ไล่ตามเส้นทางท่านจะได้ชม “พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติอารยธรรมอียิปต์” (The National Museum of Egyptian Civilization) หนึ่งในพิพิธภัณฑ์ที่ทรงคุณค่าที่สุดของโลก
พิพิธภัณฑ์แห่งนี้ โดดเด่นด้วยการนําเสนอภาพรวมของอารยธรรมอียิปต์อย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่ยุคก่อนประวัติศาสตร์ ยุคโบราณ ยุคกรีก – โรมัน ยุคคริสเตียน (คอปติก) ยุคอิสลาม ไปจนถึงยุคสมัยใหม่ แสดงให้เห็นถึงวิวัฒนาการทางวัฒนธรรมและสังคมของชาวอียิปต์ตลอดหลายพันปีที่ผ่านมา
เยี่ยมชม “ป้อมปราการไคโร” (Cairo Citadel) หนึ่งในสัญลักษณ์สำคัญทางประวัติศาสตร์และสถาปัตยกรรมของเมืองไคโร ป้อมปราการแห่งนี้เคยเป็นศูนย์กลางการปกครองของอียิปต์มายาวนานหลายศตวรรษ ตั้งแต่ประมาณปี 1176-1183 เพื่อป้องกันเมืองไคโรจากการรุกรานของนักรบครูเสด และยังใช้เป็นที่ประทับของผู้ปกครองอียิปต์ในเวลาต่อมาอีกหลายราชวงศ์
เยี่ยมชม “ที่ราบสูงกีซ่า” (Giza Plateau) เป็นบริเวณเนินทรายและหินปูนอันเป็นที่ตั้งของสถาปัตยกรรมโบราณที่มีชื่อเสียงระดับโลก ที่ราบสูงแห่งนี้มิใช่เพียงแค่พื้นที่ทางภูมิศาสตร์ แต่เป็นเสมือนพิพิธภัณฑ์ธรรมชาติที่จัดแสดงความยิ่งใหญ่ของอาณาจักรอียิปต์โบราณ บนที่ราบสูงกีซ่าเป็นที่ตั้งของสิ่งก่อสร้างหลักที่สำคัญ ดังนี้
“มหาพีระมิดแห่งคูฟู” (Great Pyramid of Khufu) พีระมิดที่ใหญ่ที่สุดและเก่าแก่ที่สุดในหมู่พีระมิดกีซ่า สร้างขึ้นเพื่อเป็นสุสานของ ฟาโรห์คูฟู พีระมิดแห่งนี้ คือ สิ่งมหัศจรรย์ยุคโบราณเพียงแห่งเดียวที่ยังคงอยู่ตราบจนปัจจุบัน
“พีระมิดแห่งคาเฟร” (Pyramid of Khafre) ตั้งอยู่ถัดจากพีระมิดคูฟู สร้างขึ้นเพื่อ ฟาโรห์คาเฟร พระราชโอรสของฟาโรห์คูฟู แม้จะดูสูงกว่าเล็กน้อยเนื่องจากตั้งอยู่บนพื้นที่ที่สูงกว่า แต่ในความเป็นจริงแล้วมีขนาดเล็กกว่าพีระมิดคูฟูเล็กน้อยเท่านั้น
“พีระมิดแห่งเมนคาอูเร” (Pyramid of Menkaure) พีระมิดที่เล็กที่สุดในสามพีระมิดหลักนี้ สร้างขึ้นเพื่อ ฟาโรห์เมนคาอูเร พระราชโอรสของฟาโรห์คาเฟร
“มหาสฟิงซ์แห่งกีซ่า” (The Sphinx) รูปปั้นขนาดมหึมาที่มีลำตัวเป็นสิงโตและเศียรเป็นมนุษย์ เชื่อกันว่าแกะสลักจากหินปูนก้อนเดียว และมีใบหน้าของฟาโรห์คาเฟร ตั้งตระหง่านอยู่เบื้องหน้าพีระมิด ทำหน้าที่เสมือนผู้พิทักษ์สุสานหลวงมานานกว่า 4,500 ปี
เข้าชม “พิพิธภัณฑ์อียิปต์โบราณ” (Grand Egyptian Museum) หรือ GEM พิพิธภัณฑ์แห่งใหม่ล่าสุดนี้ถูกออกแบบให้มีความยิ่งใหญ่และทันสมัย เพื่อเป็นศูนย์กลางการจัดแสดงโบราณวัตถุอันล้ำค่าของอียิปต์อย่างแท้จริง อีกทั้ง GEM ได้รับการออกแบบให้เป็น “พิพิธภัณฑ์โบราณคดีที่ใหญ่ที่สุดในโลก” ด้วยพื้นที่จัดแสดงอันกว้างขวาง สามารถรองรับโบราณวัตถุจำนวนมหาศาล รวมถึงวัตถุขนาดใหญ่ได้อย่างครบครัน
ไฮไลต์สําคัญของ GEM คือการรวบรวมโบราณวัตถุทั้งหมดที่ค้นพบจากหลุมฝังพระศพของ ฟาโรห์ตุตันคาเมน มาจัดแสดงอย่างครบถ้วนเป็นครั้งแรก รวมถึงหน้ากากทองคําอันโด่งดัง และเครื่องประดับอีกนับพันชิ้น
เยี่ยมชม “วิหารฟิเล” (Philae Temple) หนึ่งในหมู่โบราณสถานที่โดดเด่นและงดงามที่สุดของอียิปต์โบราณ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในด้านสถาปัตยกรรมที่ผสมผสานอิทธิพลแบบอียิปต์ดั้งเดิมและกรีก-โรมันเข้าไว้ด้วยกันอย่างลงตัว
จุดที่ทําให้วิหารแห่งนี้ยิ่งน่าทึ่งคือ เรื่องราวเบื้องหลังการรอดพ้นจากการจมอยู่ใต้น้ำ เพราะเดิมทีวิหารฟิเลตั้งอยู่บนเกาะฟิเล ซึ่งเคยจมอยู่ใต้น้ำบางส่วน หลังจากมีการสร้างเขื่อนอัสวานแห่งแรกในปี 1902
และเกือบจะจมมิดถาวรหลังจากการก่อสร้างเขื่อนอัสวานในปี 1960
ด้วยความร่วมมือระดับนานาชาติภายใต้การนําขององค์การยูเนสโก จึงได้มีการดําเนินโครงการกอบกู้ครั้งใหญ่โดยการรื้อถอนวิหารฟิเลออกเป็นชิ้นส่วนกว่า 40,000 ชิ้น แล้วนําไปประกอบขึ้นใหม่ทั้งหมดบน เกาะอะกิลเกีย อันเป็นเกาะที่สูงกว่าในบริเวณใกล้เคียง โครงการนี้ใช้เวลากว่า 8 ปี และถือเป็นหนึ่งในความสําเร็จที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในการอนุรักษ์โบราณสถานของโลก
เยี่ยมชม “อะบูซิมเบล” (Abu Simbel) เป็นแหล่งโบราณคดีสำคัญที่ตั้งอยู่ริมฝั่งทะเลสาบนัสเซอร์ (Lake Nasser) ที่นี่มีชื่อเสียงโด่งดังไปทั่วโลกจากมหาวิหารหินทรายขนาดใหญ่สองแห่งที่แกะสลักเข้าไปในหน้าผา ได้แก่
“มหาวิหารใหญ่” (Great Temple of Ramesses II) วิหารแห่งนี้อุทิศแด่เทพเจ้าสำคัญสามองค์คือ รา-โฮรัคห์ตี (Ra-Horakhty), อาเมิน (Amun), และพทาห์ (Ptah) รวมถึงตัว ฟาโรห์รามเสสที่ 2 เอง สิ่งที่โดดเด่นคือ รูปปั้นมหึมาสี่องค์ของฟาโรห์รามเสสที่ 2 ประทับนั่งอยู่ด้านหน้าทางเข้า ซึ่งสูงถึง 20 เมตร แกะสลักอย่างงดงามและน่าเกรงขาม
“วิหารเล็ก” (Small Temple of Nefertari) วิหารนี้อุทิศแด่ เทพีฮาธอร์ (Hathor) และ ราชินีเนเฟอร์ตารี พระมเหสีผู้เป็นที่รักของฟาโรห์รามเสสที่ 2 บริเวณด้านหน้าวิหารมีรูปปั้นฟาโรห์รามเสสที่ 2 และราชินีเนเฟอร์ตารี สลับกันรวมหกองค์
พาท่าน “ล่องเรือใบเฟลุกกะ” (Felucca Sailing) นี่เป็นเรือใบไม้แบบดั้งเดิมของอียิปต์ที่ใช้มาตั้งแต่สมัยโบราณ โดยอาศัยแรงลมในการขับเคลื่อนเป็นหลัก การล่องเรือเฟลุกกะบนแม่น้ำไนล์จึงเปรียบเสมือนการย้อนรอยประสบการณ์การเดินทางของชาวอียิปต์ในอดีต
ระหว่างล่องเรือท่านจะได้ชื่นชมทัศนียภาพอันงดงามของสองฝั่งแม่น้ำ ทั้งหมู่บ้านนูเบียนที่เต็มไปด้วยสีสัน และวิถีชีวิตริมน้ำที่ดําเนินไปอย่างช้าๆ ภายใต้แสงแดดอันอบอุ่นของอียิปต์ ประสบการณ์ที่เงียบสงบและเป็นธรรมชาติจากการล่องเรือใบนี้แตกต่างจากการเดินทางด้วยเรือยนต์สมัยใหม่ และจะช่วยให้ท่านได้ดื่มด่ํากับมนต์เสน่ห์ของแม่น้ำไนล์ได้อย่างแท้จริง
พาท่านเริ่มต้นการล่องเรือบนแม่น้ำไนล์สามคืน “Nile Capital Cruises” เรือสําราญระดับ 5 ดาว ที่ได้รับการออกแบบมาเพื่อ มอบความสะดวกสบายสูงสุด มีห้องพักที่หรูหราพร้อมระเบียงส่วนตัว ให้ท่านได้ตื่นมาพบกับทิวทัศน์ของแม่น้ำไนล์ที่ทอดยาวสุดสายตา พร้อมสิ่งอํานวยความสะดวกครบครัน ตั้งแต่สระว่ายน้ำบนดาดฟ้า ห้องอาหารเลิศรส ไปจนถึงบาร์และเลาจน์ที่พร้อมให้บริการเครื่องดื่มชั้นดี นี่จะเป็นประสบการณ์การพักผ่อนและเรียนรู้ประวัติศาสตร์ไปด้วยแบบที่หาที่อื่นได้ยาก
เยี่ยมชม “พิพิธภัณฑ์จระเข้” (Crocodile Museum) ตั้งอยู่เคียงข้างวิหารคอมออมโบ พิพิธภัณฑ์แห่งนี้เปิดในปี 2012 เพื่อจัดแสดงเรื่องราวและความสำคัญของจระเข้ในอารยธรรมอียิปต์โบราณ พิพิธภัณฑ์ได้รวบรวมหลักฐานทางโบราณคดีที่เผยให้เห็นว่าชาวอียิปต์มีความ ผูกพันกับจระเข้แม่น้ำไนล์อย่างลึกซึ้ง
ภายในห้องจัดแสดงหลัก ผู้เข้าชมจะได้พบกับมัมมี่จระเข้แม่น้ําไนล์จํานวนมาก ซึ่งมีขนาดแตกต่างกันไปตั้งแต่ 2 เมตร ไปจนถึงตัวที่ยาวที่สุดถึง 4.30 เมตร มัมมี่เหล่านี้เผยให้เห็นกรรมวิธีการทํามัมมี่จระเข้ที่ซับซ้อน รวมถึงเครื่องประดับที่ใช้กับพวกมัน เช่น ดวงตาที่ทําจากทองและงาช้าง หรือฟันทองคํา
เยี่ยมชม “วิหารเอ็ดฟู” (Edfu Temple) หนึ่งในวิหารอียิปต์โบราณที่ยังคงความสมบูรณ์มากที่สุดเท่าที่เคยค้นพบ วิหารแห่งนี้สร้างขึ้นเพื่ออุทิศถวายแด่ เทพฮอรัส (Horus) เทพเจ้าแห่งท้องฟ้าผู้มีเศียรเป็นเหยี่ยว เป็นสัญลักษณ์ของการปกป้องและความยุติธรรม
จุดเด่นอีกประการของวิหารนี้คือ เสาหินขนาดใหญ่และผนังวิหารที่ได้รับการอนุรักษ์ไว้อย่างดีเยี่ยม ยังคงปรากฏร่องรอยของสีสันเดิมในบางจุด การที่วิหารนี้ถูกฝังอยู่ใต้ทรายมานานหลายศตวรรษ ทำให้รอดพ้นจากการทำลายของธรรมชาติและกาลเวลา จึงเป็นเหตุผลที่ทำให้วิหารเอ็ดฟูยังคงงดงามและสมบูรณ์มาจนถึงปัจจุบัน
นำท่านล่องผ่าน “เอสน่า ล็อค” (Esna Lock) หรือ ประตูน้ำเอสน่า ตั้งอยู่บนแม่น้ำไนล์อันกว้างใหญ่ ถือเป็นโครงสร้างทางวิศวกรรมที่สำคัญยิ่งต่อทั้งการคมนาคมและการบริหารจัดการน้ำในประเทศอียิปต์ โดยมีบทบาทเปรียบเสมือน ลิฟต์น้ำ ที่ช่วยให้เรือเดินสมุทรและเรือสำราญสามารถสัญจรผ่านจุดที่ระดับน้ำในแม่น้ำมีความแตกต่างกันได้
ประตูน้ำแห่งนี้ถูกสร้างขึ้นด้วยวัตถุประสงค์หลักสองประการ ได้แก่ การควบคุมการไหลของน้ำเพื่อใช้ในการเกษตรและเพื่ออํานวยความสะดวกในการเดินเรือระหว่างเมืองสําคัญอย่างลักซอร์และอัสวาน ประตูน้ำเอสน่ารุ่นแรกเริ่มก่อสร้างในปี 1908 และได้รับการพัฒนาปรับปรุงอย่างต่อเนื่อง โดยมีการสร้างประตูน้ําแห่งที่สองขึ้นในปี 1990 เพื่อรองรับปริมาณการสัญจรทางเรือที่เพิ่มขึ้น
เที่ยวชม “หุบเขากษัตริย์และราชินี” (Valley of the Kings & Queens) สถานที่ฝังพระศพและศพของบุคคลสำคัญในสมัยราชอาณาจักรใหม่ ประมาณ 1,539-1,075 ปีก่อนคริสตกาล โดยเฉพาะฟาโรห์ ราชินี เชื้อพระวงศ์ และขุนนางชั้นสูง ที่นี่ถูกสร้างขึ้นอย่างลับๆ เพื่อป้องกันการรบกวนและโจรกรรมสมบัติ การเลือกใช้หุบเขาที่ซ่อนตัวอยู่ท่ามกลางภูเขาหินทรายอันแห้งแล้งแห่งนี้เป็นสุสานหลวง ภายในหุบเขาแห่งนี้ท่านจะได้ชม
“หุบเขากษัตริย์” (Valley of the Kings) สถานที่ฝังพระศพของฟาโรห์ผู้ทรงอำนาจหลายพระองค์ อาทิ ฟาโรห์ตุตันคาเมน ผู้โด่งดังจากการค้นพบสุสานที่สมบูรณ์เกือบทั้งหมดโดยฮาวเวิร์ด คาร์เตอร์, ฟาโรห์รามเสสที่ 2 ผู้สร้างวิหารและอนุสาวรีย์อันยิ่งใหญ่มากมาย และฟาโรห์เซติที่ 1 โดยสุสานของพระองค์มีภาพสลักและภาพวาดฝาผนังที่งดงามวิจิตร การสร้างสุสานในหุบเขาเหล่านี้มักเป็นการเจาะลึกลงไปในเนื้อหิน พร้อมตกแต่งผนังด้วยฉากจากคัมภีร์แห่งความตาย และเรื่องราวการเดินทางของวิญญาณสู่โลกหลังความตาย
“หุบเขาราชินี” (Valley of the Queens) เป็นสุสานที่สงวนไว้สำหรับราชินีและพระโอรสธิดาของฟาโรห์ รวมถึงขุนนางบางท่านที่ได้รับอนุญาต สุสานที่โดดเด่นและเป็นที่รู้จักมากที่สุดคือ สุสานของราชินีเนเฟอร์ตารี พระมเหสีอันเป็นที่รักของฟาโรห์รามเสสที่ 2 ภายในตกแต่งด้วยภาพวาดฝาผนังสีสันสดใสที่ยังคงความงดงามไว้อย่างน่าทึ่ง
เยี่ยมชม “วิหารแห่งราชินีฮัตเชปซุต” (Temple of Queen Hatshepsut) หนึ่งในอนุสรณ์สถานทางศาสนาที่โดดเด่นและมีเอกลักษณ์ที่สุดแห่งหนึ่งของอียิปต์โบราณ สร้างขึ้นเพื่ออุทิศถวายแด่ ฟาโรห์ฮัตเชปซุต ผู้ทรงเป็นฟาโรห์หญิงที่ทรงอำนาจและประสบความสำเร็จมากที่สุดในประวัติศาสตร์อียิปต์โบราณ
วิหารแห่งนี้ถูกออกแบบโดยสถาปนิกนามว่า เซเนนมุต (Senenmut) มีลักษณะทางสถาปัตยกรรมที่แตกต่างจากวิหารส่วนใหญ่ในยุคนั้นอย่างชัดเจน คือเป็นวิหารแบบขั้นบันไดขนาดใหญ่ที่ลดหลั่นเป็นสามชั้น สร้างกลมกลืนไปกับหน้าผาหินปูนอันสูงชันของหุบเขาเบื้องหลัง นับเป็นการผสานงานสถาปัตยกรรมเข้ากับภูมิทัศน์ธรรมชาติได้อย่างลงตัวและงดงามยิ่ง
เยี่ยมชม “วิหารคาร์นัก” (Karnak Temple) หนึ่งในกลุ่มศาสนสถานที่ใหญ่ที่สุดและเก่าแก่ที่สุดในโลก วิหารแห่งนี้ไม่ได้เป็นเพียงวิหารเดี่ยวๆ แต่เป็นกลุ่มวิหารขนาดมหึมาที่สร้างขึ้นและขยายต่อเติมโดยฟาโรห์หลายพระองค์ตลอดระยะเวลากว่าสองพันปี ตั้งแต่สมัยราชอาณาจักรกลางไปจนถึงราชอาณาจักรใหม่และช่วงปลายยุคอียิปต์โบราณ
เยี่ยมชม “วิหารลักซอร์” (Luxor Temple) หนึ่งในศาสนสถานสำคัญที่สร้างขึ้นเพื่ออุทิศแด่ คณะเทพแห่งธีบส์ การก่อสร้างวิหารลักซอร์เริ่มต้นขึ้นในสมัย ฟาโรห์อเมนโฮเทปที่ 3 และได้รับการต่อเติมขยายโดยฟาโรห์หลายพระองค์ในเวลาต่อมา รวมถึงฟาโรห์ตุตันคาเมน และฟาโรห์รามเสสที่ 2 ผู้ทรงสร้างเสาโอเบลิสก์ขนาดใหญ่และรูปปั้นฟาโรห์ของพระองค์เองตั้งตระหง่านอยู่บริเวณทางเข้าวิหาร ลักษณะเด่นของวิหารลักซอร์ คือ การออกแบบที่เน้นความสมมาตรและความยิ่งใหญ่
แวะเดินเล่นที่ “ตลาดเอลซุก” (El Souk) หรือ ตลาดลักซอร์ เป็นตลาดพื้นเมืองที่มีชีวิตชีวาและเป็นศูนย์กลางการค้าที่สำคัญของชาวท้องถิ่นมาตั้งแต่สมัยโบราณ ตลาดแห่งนี้สะท้อนให้เห็นถึงวิถีชีวิต วัฒนธรรม และบรรยากาศของอียิปต์ในปัจจุบันได้อย่างชัดเจน สินค้าที่วางจำหน่ายในตลาดมีความหลากหลาย ตั้งแต่ของใช้ในชีวิตประจำวันของชาวอียิปต์ เช่น เสื้อผ้า เครื่องเทศ สมุนไพร พรมทอ และเครื่องหนัง ไปจนถึงของที่ระลึกสำหรับนักท่องเที่ยว อาทิ เครื่องประดับอียิปต์โบราณจำลอง รูปปั้นฟาโรห์และเทพเจ้า ปาปิรุส และเครื่องหอมต่างๆ
เที่ยวชม “ถนนอัลมูอิซ” (Al Moez Ldin Allah Al Fatmi Street) เป็นหนึ่งในถนนสายประวัติศาสตร์ที่สำคัญที่สุดของกรุงไคโร ถนนอัลมูอิซทอดยาวผ่านใจกลางย่านเมืองเก่าไคโร ท่านจะได้พบกับอาคารโบราณ มัสยิด โรงเรียนสอนศาสนา โรงอาบน้ำสาธารณะ และวังเก่าแก่ที่สร้างขึ้นในยุคสมัยต่างๆ เรียงรายอยู่ตลอดเส้นทาง จุดเด่นของถนนสายนี้คือการเป็นแหล่งรวมของมัสยิดและโบสถ์เก่าแก่หลายแห่งที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์และศิลปะอย่างยิ่ง
แวะช้อปปิ้ง ณ “ตลาดข่าน เอล คาลิลี” (Khan El Khalili Bazaar) หนึ่งในตลาดโบราณที่เก่าแก่และมีชื่อเสียงที่สุดในตะวันออกกลาง มีประวัติศาสตร์ยาวนานย้อนไปถึงช่วงศตวรรษที่ 14 สร้างขึ้นครั้งแรกในปี 1382 โดย เจ้าชายดิฮาร์คัส เอล-คาลิลี (Djiharkas el-Khalili) ผู้สร้างคาราวานซาราย (Caravanserai) หรือที่พักสำหรับกองคาราวาน พ่อค้า และผู้เดินทางในสมัยนั้น ต่อมาพื้นที่นี้ได้พัฒนามาเป็นตลาดขนาดใหญ่ที่มีตรอกซอกซอยซับซ้อน เต็มไปด้วยร้านค้าและเวิร์คช็อปช่างฝีมือ
เยี่ยมชม “สุสานใต้ดินแห่งอเล็กซานเดรีย” (Catacombs of Kom El Shoqafa) หรือ สุสานคอมเอลชูคาฟา หนึ่งในแหล่งโบราณคดีที่สำคัญและน่าสนใจที่สุดแห่งหนึ่งของเมืองนี้ โดยเป็นสุสานใต้ดินขนาดใหญ่ที่สร้างขึ้นในสมัยโรมันช่วงคริสต์ศตวรรษที่ 2 และ 3 สะท้อนให้เห็นถึงการผสมผสานทางวัฒนธรรมและศิลปะระหว่างอียิปต์โบราณ กรีก และโรมันได้อย่างชัดเจน
(ชมจากด้านนอก) “เสาหินปอมเปย์” (Pompey’s Pillar) เป็นหนึ่งในเสาหินเดี่ยวที่ใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยสร้างขึ้นในสมัยโรมัน สร้างขึ้นเพื่อเป็นเกียรติแก่ จักรพรรดิดิโอคลีเชียน (Diocletian) แห่งจักรวรรดิโรมัน เสาหินต้นนี้เคยเป็นส่วนหนึ่งของ วิหารเซราเปียม (Serapeum) เป็นวิหารขนาดใหญ่ที่อุทิศแด่ เทพเซราพิส (Serapis) เทพเจ้าที่ผสมผสานระหว่างเทพโอซิริสของอียิปต์กับเทพซูสของกรีก
วิหารเซราเปียมเคยเป็นศูนย์กลางทางศาสนาและวัฒนธรรมที่สําคัญในอเล็กซานเดรีย แต่ได้ถูกทําลายลงไปเกือบทั้งหมด คงเหลือเพียงเสาหินปอมเปย์และซากปรักหักพังบางส่วนเท่านั้นที่ยังคงยืนยงอยู่
(ชมจากด้านนอก) “ป้อมปราการไคต์เบย์” (Citadel of Qaitbay) ซึ่งตั้งตระหง่านอยู่ริมชายฝั่งทะเลเมดิเตอร์เรเนียน เป็นหนึ่งในป้อมปราการป้องกันชายฝั่งที่สำคัญที่สุดแห่งหนึ่งของอียิปต์ และยังเป็นสัญลักษณ์ของเมืองอเล็กซานเดรียในปัจจุบัน สร้างขึ้นในคริสต์ศตวรรษที่ 15
สิ่งที่ทําให้ป้อมปราการแห่งนี้มีความสําคัญยิ่ง คือการที่มันถูกสร้างขึ้นบนซากปรักหักพังของ ประภาคารฟาโรสแห่งอเล็กซานเดรีย หนึ่งในเจ็ดสิ่งมหัศจรรย์ของโลกยุคโบราณที่พังทลายลงจากแผ่นดินไหวในศตวรรษที่ 14 สุลต่านไคต์เบย์ได้ใช้เศษซากหินของประภาคารโบราณมาเป็นวัสดุหลักในการก่อสร้างป้อมปราการนี้ ทําให้ป้อมแห่งนี้เปรียบเสมือนการสืบทอดจิตวิญญาณแห่งการปกป้องและเป็นเครื่องยืนยันถึงความยิ่งใหญ่ของอเล็กซานเดรียในอดีต
ยังมีสถานที่และเรื่องราวอันตื่นตาอีกมากที่เรายังไม่ได้กล่าวถึง และกำลังรอให้ทุกท่านไปสัมผัสด้วยตัวเอง! ทริปสุดพิเศษประจำปี 2026 แบบนี้ ออกเดินทางวันที่ 30 มีนาคม – 8 เมษายน 2026 จัดเต็มกว่า 10 วัน 7 คืน
…ย้ำว่าทัวร์ของเราไม่จอยกรุ๊ป!! ไม่ชะโงก อะไรควรดูอยู่ดูนานขึ้น อะไรอยู่นอกเส้นทางปกติแต่ควรสัมผัสจะได้ไปสัมผัส โดยเฉพาะผู้รักการผจญภัย หลงไหลในประวัติศาสตร์ และประสบการณ์ที่แทบไม่มีใครได้สัมผัส ไม่ควรพลาดด้วยประการทั้งปวง!!
รับประสบการณ์ที่แตกต่าง และสัมผัสบรรยากาศแบบใหม่ที่อาจไม่เคยลิ้มลอง หากท่านใดสนใจขอโปรแกรม สามารถติดต่อได้ทาง หมายเลข 082-894-8444, 089-927-6446 หรือแอด LINE OA ได้ที่ @thewildchronicles (พิมพ์ @ ด้านหน้า) และพิมพ์ว่า “สนใจทัวร์อียิปต์” ได้เลยนะครับ หรือกดปุ่ม “จองทัวร์” ได้เลยครับ
0 Comment