# ทัวร์โมร็อกโก (Morocco : Sand of Legends)

ชวนเที่ยวทัวร์โมร็อกโก (Morocco) สัมผัสมนต์เสน่ห์แห่ง “อารยธรรมมัวร์” อันเป็นเอกลักษณ์ และธรรมชาติอันน่าทึ่ง เช่น ทะเลทรายสะฮารา เปิดให้จองแล้ววันนี้

- URL: https://www.thewildchronicles.com/tours/morocco-2025
- Destination: โมร็อกโก / Morocco
- Duration: 12 วัน 9 คืน
- Price from: 129,900 THB per person
- Group size: 25
- Tour leader: คุณปั๊บ พงศ์ศรณ์ ภูมิวัฒน์
- Status: Past tour

## Highlights

- สำรวจเมืองคาซาบลังก้า เมืองที่คนทั่วโลกต่างรู้จัก
- เยือน "เมืองสีชมพู" "นครสีฟ้า" และ "สวิตเซอร์แลนด์" แห่งโมร็อกโก
- ขี่อูฐชมแสงอรุณแรกของเช้าวันใหม่เหนือทะเลทรายซาฮาร่า
- ค้างคืนในเต็นท์แบบ exclusive ท่ามกลางเนินทรายเมอร์ซูก้า ที่วิวสวยจนเกือบลืมหายใจ!

## Places visited

- Chefchaouen
- Sahara Desert
- Rabat
- Ait Ben Haddou
- Chellah
- สถานที่สุดพีกอีกมากมาย!
- คุณอารีย์      Read More เป็นทริปที่ดีที่สุดในชีวิตทริปหนึ่งเจอคนดีๆๆ ได้รู้จักกันขอบคุณทุกคนนะคะเจอกันทริปหน้าค่ะ
- คุณสามารถ      Read More ขอบคุณอาจารย์เชนและอาจารย์ปั๊บที่ให้วิทยาทานและความสนุกสนานตลอดทริปครับ 
และดีใจที่ได้เดินทางกับเพื่อนร่วมทริปที่น่ารักทุกท่านครับ
- คุณอุษณา      Read More เอาใจใส่ดูแลทุกอย่างไม่ให้ขาดตกบกพร่อง แม้จะเหนื่อยแสนเหนื่อยด้วยสุขภาพของตนเอง Tripนี้ ได้รู้จัก Morocco แบบไม่มีข้อสงสัย ด้วยกระจ่างในคำบรรยายประกอบทั้งของอาจารย์เองและของคุณ PUP ขอบพระคุณอาจารย์SHANE เป็นอย่างยิ่งค่ะ 🪷🙏🪷

## About this tour

## 🏜️ Grand Morocco: Sand of Legends 🐪



#### ปี 2025 นี้! The Wild Chronicles ขอพาท่านเดินทางไป “โมร็อกโก” เพื่อสัมผัสเรื่องราวตำนานมากมายในดินแดนนี้ ทัวร์ไม่จอยกรุ๊ป ไม่ชะโงก อะไรควรดูอยู่ดูนานขึ้น อะไรอยู่นอกเส้นทางปกติแต่ควรสัมผัสจะได้ไปสัมผัส มีคุณปั๊บเป็นวิทยากรประวัติศาสตร์นำเอง 🥰


รู้หรือไม่? ในแอฟริกาเหนือ ยังมีดินแดนที่ทอดตัวอยู่ระหว่างทะเลทรายซาฮารา เทือกเขาแอตลาส และทะเลเมดิเตอร์เรเนียน ประเทศนั้นคือ**โมร็อกโก…** ชาวโมร็อกโกมีทั้งสายเลือดแห่งชนเผ่าทะเลทรายที่แน่นแฟ้นกับธรรมชาติ และยังมีส่วนสำคัญสร้างอารยธรรมที่ยิ่งใหญ่ระดับมหาอำนาจของโลก อันเป็นต้นแบบของศิลปะและสถาปัตยกรรม **“มัวร์” **หรือ** “มัฆริบ”** ที่แพร่กระจายอยู่ทั่วแอฟริกาเหนือรวมไปถึงสเปน


**ปี 2025❗The Wild Chronicles** ขอพาท่านเดินทางไป **“โมร็อกโก”** เพื่อสัมผัสเรื่องราวตำนานมากมายในดินแดนนี้ ทัวร์ไม่จอยกรุ๊ป ไม่ชะโงก อะไรควรดูอยู่ดูนานขึ้น อะไรอยู่นอกเส้นทางปกติแต่ควรสัมผัสจะได้ไปสัมผัส **มีคุณปั๊บเป็นวิทยากรประวัติศาสตร์นำเอง**


🐫 เดินทางสู่ **กรุงราบัต (Rabat)** เมืองหลวงอันสวยงามของราชอาณาจักรโมร็อกโก ซึ่งตั้งอยู่ริมชายฝั่งมหาสมุทรแอตแลนติก กรุงราบัตถือกำเนิดขึ้นในศตวรรษที่ 12 โดยสุลต่านแห่งราชวงศ์อัลโมฮัด เมืองแห่งนี้จึงกลายเป็นศูนย์กลางการบริหารของประเทศ และได้รับการแต่งตั้งเป็นเมืองหลวงอย่างเป็นทางการในปี 1912 จนถึงปัจจุบัน



![Rabat](/media/2025/04/กรุงราบัต.jpg)

Rabat
🐫 เยี่ยมชม **สุสานของกษัตริย์โมฮัมเหม็ดที่ 5 (Mausoleum of Mohammed V)** สุสานแห่งนี้สร้างขึ้นในปี 1961 เพื่อเป็นเกียรติแก่กษัตริย์โมฮัมเหม็ดที่ 5 ผู้เรียกร้องเอกราชของโมร็อกโกคืนจากฝรั่งเศส ภายในอาคารมีสถาปัตยกรรมแบบโมร็อกโก-มัวร์ ที่งดงาม ประดับด้วยหินอ่อนสีขาว เสาแกะสลักด้วยความประณีต



![Mausoleum of Mohammed V](/media/2025/04/สุสานกษัตริย์โมฮัมเหม็ดที่-5.jpg)

Mausoleum of Mohammed V
🐫 เยี่ยมชม **หอขานฮัสซัน (Hassan Tower)** หอนี้เริ่มสร้างในปี ค.ศ. 1195 โดยตั้งใจให้เป็นหอขาน (หรือหอสูงของมุสลิมใช้เรียกคนมาทำละหมาด) ที่ใหญ่ที่สุดในโลก ณ เวลานั้น แต่การก่อสร้างไม่แล้วเสร็จ ทำให้หอขานมีความสูงเพียง 44 เมตรจากที่ตั้งใจจะให้หอขานสูงถึง 86 เมตร แม้จะสร้างไม่เสร็จ แต่รากฐานของความทะเยอทะยานของหอขานแห่งนี้ถือเป็นสัญลักษณ์ความยิ่งใหญ่ของราชวงศ์อัลโมราวิด



![Hassan Tower](/media/2025/04/หอขานฮัสซัน.jpg)

Hassan Tower
🐫 เดินชม **“ป้อมปราการอูไดอาส” (Kasbah Les Udayas)** ป้อมปราการโบราณแห่งนี้สร้างขึ้นในศตวรรษที่ 12 โดยราชวงศ์อัลโมฮัด และยังเคยถูกใช้เป็นฐานที่มั่นของกลุ่มโจรสลัดจนถึง ศตวรรษที่ 18 ภายในป้อมปราการมีสิ่งปลูกสร้างและสถาปัตยกรรมเก่าแก่มากมาย เช่น ประตูอูไดอาส และมีย่านที่อยู่อาศัยเก่าแก่อันสวยงามอยู่ด้านใน



![Kasbah Les Udayas](/media/2025/04/ป้อมปราการอูไดอาส-.jpg)

Kasbah Les Udayas
🐫 เยี่ยมชม**เมืองโบราณเชลลาห์ (Chellah)** ที่มีประวัติยาวนานและมีอารยธรรมซ้อนทับกันนับพันชั้น สืบทอดตั้งแต่ยุคฟีนีเชียนจนถึงยุคปัจจุบัน โดยมีผู้คนอยู่อาศัยใช้สอยโดยไม่ขาดตอน จุดที่น่าสนใจคือซากถนนแบบโรมัน ซากวิหาร โรงอาบน้ำและสุสานหลวงของราชวงศ์มารินิด อีกทั้งเมืองโบราณแห่งนี้ได้ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกโดยองค์การยูเนสโก



![Chellah](/media/2025/04/เมืองโบราณเชลลาห์2-1.jpg)

Chellah
🐫 เดินทางต่อสู่ **“เมือง****เชฟชาอูน” (Chefchaouen)** เชฟชาอูนเป็นที่รู้จักในสมญานาม “ไข่มุกสีน้ำเงินแห่งโมร็อกโก” เมืองแห่งนี้เริ่มก่อตั้งขึ้นในปี 1471 จากป้อมปราการเล็กๆ เพื่อต่อสู้กับการรุกรานของโปรตุเกส ต่อมาซัยยิดะฮ์ อัล ฮุรเราะฮ์ ราชินีโจรสลัดที่มีชื่อเสียงในด้านความงามและความเก่งกาจได้ขึ้นครองเมืองนี้ เธอบัญชาการการปล้นเรือสินค้าชาวคริสต์จากยุโรป จนทำให้ชาวตะวันตกหวั่นเกรงอำนาจของเธอ อีกทั้งเมืองเชฟชาอูนเป็นที่พำนักแห่งสุดท้ายของราชินีโจรสลัดหลังจากที่เธอประกอบวีรกรรมมากมายอีกด้วย



![Chefchaouen](/media/2025/04/เชฟชาอูน2-1.jpg)

Chefchaouen
🐫 พาท่านเดินชมย่านเมืองเก่า **“เมดินาแห่งเมืองเชฟชาอูน” (Medina of Chefchaouen)** เป็นย่านบ้านเรือนที่ทาด้วยสีน้ำเงินฟ้า ย่านนี้เต็มไปด้วยร้านค้า งานฝีมือ พรม เครื่องหนัง และของที่ระลึกในร้านเล็ก ๆ ตลอดทางตามพื้นที่ไหล่เขา ย่านเมืองนี้เป็นดั่งสวรรค์ของผู้ชื่นชอบการถ่ายภาพ เพราะเต็มไปด้วยมุมที่สามารถถ่ายรูปออกมาได้อย่างสวยงามโดดเด่น



![Medina of Chefchaouen](/media/2025/04/เชฟชาอูน5-1.jpg)

Medina of Chefchaouen
🐫 เดินทางสู่ **“เ**มืองเม็กเนส” (Meknes) เป็นเมืองหลวงในยุคสมัย กษัตริย์มูเล่ อิสมาอิล แห่งราชวงศ์อาลาวิด ซึ่งเป็นกษัตริย์ลูกผสมผิวดำ ภายใต้การปกครองของพระองค์ เม็กแนสถูกพัฒนาอย่างรวดเร็ว มีการก่อสร้างอาคารราชวัง กำแพงเมือง และประตูเมืองขนาดมหึมาอย่างอลังการ จนได้รับฉายาว่า “แวร์ซายส์แห่งโมร็อกโก”


🐫 เยี่ยมชม **บับ มันซูร์ (Bab Mansour)** หรือ **ซุ้มประตูแห่งชัยชนะ** ประตูเมืองขนาดใหญ่ที่ตั้งอยู่ด้านหน้าของจัตุรัสเอล-เฮดิมในเมืองเม็กแนส สร้างขึ้นในต้นศตวรรษที่ 18 เพื่อเป็นทางเข้าหลักสู่เขตราชวัง ประตูนี้ได้รับการนับถือโดยทั่วไปว่าเป็นสุดยอดแห่งสถาปัตยกรรมมัวร์



![Bab Mansour](/media/2025/04/บับ-มันซูร์.jpg)

Bab Mansour
🐫 เยี่ยมชม** โบราณสถานโวลูบิลิส (Volubilis)** ก่อตั้งขึ้นในช่วงศตวรรษที่ 3 ก่อนคริสตกาล และเคยเป็นด่านหน้าอันสำคัญของจักรวรรดิโรมัน ปัจจุบันยังคงหลงเหลือซากเมืองโรมันโบราณ ซึ่งเป็นหลักฐานสำคัญของการตั้งถิ่นฐานของจักรวรรดิโรมันในแอฟริกาเหนือ ด้วยความที่เมืองถูกทิ้งร้างมานานเกือบพันปี ทำให้แหล่งนี้ยังคงรักษา “ศิลปะดั้งเดิม” ได้อย่างดีเยี่ยม



![Volubilis](/media/2025/04/โบราณสถานโวลูบิลิส.jpg)

Volubilis
🐫 เดินทางสู่ **“เมืองเฟส”** (Fez) อดีตหนึ่งในสี่เมืองหลวงของโมร็อกโก เมืองเฟสก่อตั้งขึ้นในปี ค.ศ. 789 โดย กษัตริย์อิดริสที่ 1 (Idris I) แห่งราชวงศ์อิดริสิด ซึ่งปัจจุบันเมืองเฟสคงรักษาเอกลักษณ์ของเมืองประวัติศาสตร์ไว้ได้ และกลายเป็นจุดหมายสำคัญของนักท่องเที่ยว


🐫 พาเดินดูตลาดหรือ **ซูค (Souks)** ซูคของเมืองเฟสมีชื่อเสียงในการมีเป็นเส้นทางแคบๆ มากมาย ที่เรียงรายไปด้วยร้านค้าเล็กใหญ่ที่เรียงรายติดกัน มีตั้งแต่ ร้านเครื่องหนัง ร้านขายเครื่องเทศ หรือแม้แต่ลานทำพรม ความเก่าแก่ชองซูคและย่านเมืองเก่าเฟส ทำให้มันได้รับสถานะมรดกโลกจากองค์การ UNESCO


🐫 แวะชม** “สุสานของกษัตริย์ มูเล อิดริสที่ 2” (Moulay Idriss Mausolem II)** กษัตริย์อิดริสที่ 2 เป็นผู้สถาปนาเมืองเฟสให้เป็นเมืองหลวงของราชวงศ์อิดริสิด ซึ่งถือเป็นราชวงศ์มุสลิมสายเลือดตรงจากท่านศาสดามูฮัมหมัด ผ่านหลานของท่าน และเป็นราชวงศ์แรกที่นับถืออิสลามของโมร็อกโก


เขาได้รับการเคารพบูชาอย่างสูงจากชาวโมร็อกโก เชื่อกันว่าท่านเป็นผู้ปกป้องเมืองจากภัยพิบัติและนำศรัทธาอิสลามมายังภูมิภาคนี้ สุสานของพระองค์จึงกลายเป็นศูนย์กลางแห่งความศรัทธาของชาวมุสลิมในประเทศ และมีความเชื่อว่าหญิงสาวชาวมุสลิมที่แต่งงานแล้วยังไม่สามารถมีบุตรได้ก็มักจะมาขอพรกันที่นี่


🐫 เยี่ยมชม** มัสยิดและมหาวิทยาลัย อัล เกาะเราะวียีน (Al-Qarawiyyin Mosque and University)** มหาวิทยาลัยแห่งนี้ก่อตั้งขึ้นในปี 859 โดย ฟาติมะห์ อัล-ฟิห์รี และถือเป็น มหาวิทยาลัยที่เก่าแก่ที่สุดในโลกที่ยังเปิดสอนอยู่ มัสยิดและมหาวิทยาลัยแห่งนี้มีบทบาทสำคัญในการเผยแผ่ศาสนาอิสลาม วิทยาศาสตร์ ปรัชญา และคณิตศาสตร์ในโลกอาหรับและยุโรปยุคกลาง


🐫 เดินชม **“โรงฟอกหนังฮัวรา” (Chouara Tannery)** เป็นหนึ่งในไฮไลท์เมืองเฟส โรงฟอกหนังแห่งนี้เป็นโรงฟอกที่เก่าแก่ที่สุดในเมือง และยังคงใช้วิธีการดั้งเดิมมาเกือบพันปี ท่านได้มาชมโรงฟอกหนังแห่งนี้ ท่านสามารถรับชมกระบวนการฟอกหนังแบบดั้งเดิมที่ถูกรักษาไว้ ซึ่งถือเป็นเสน่ห์เฉพาะตัวของที่นี่



![Chouara Tannery](/media/2025/04/โรงฟอกหนังฮัวรา.jpg)

Chouara Tannery
🐫 เยี่ยมชม** บับ บู เจอลูด (Bab Bou Jeloud)** หรือที่รู้จักกันว่า “ประตูฟ้า” ประตูเมืองอันโด่งดังซึ่งเป็นทางเข้าสู่ย่านเมืองเก่า ประตูนี้สร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1913 ในสมัยอาณานิคมฝรั่งเศส โดยใช้ศิลปะผสมผสานระหว่างอาหรับและมัวร์ ด้านนอกประตูประดับด้วยกระเบื้องโมเสกสีฟ้า ส่วนด้านในใช้สีเขียว มีลักษณะประตูเป็นโค้งซุ้มเกือกม้าแหลม



![Bab Bou Jeloud](/media/2025/04/ประตู-บับ-บู-เจอลูด.jpg)

Bab Bou Jeloud
🐫 เยี่ยมชม **โบสถ์ยิวอาเบน ดานัน (Aben Danan Synagogue) **ที่นี่เป็นโบสถ์ยิวออร์โธดอกซ์ ที่ถูกสร้างขึ้นในช่วงศตวรรษที่ 17 สถาปัตยกรรมของที่นี่มีความเรียบง่ายและกลมกลืน ประตูทางเข้าเป็นเพียงประตูเรียบๆ ที่แทบไม่แตกต่างจากประตูบ้านใกล้เคียงกัน ซึ่งมีบรรยากาศภายในดูสงบและลึกลับ


🐫 พาชม **พระราชวังหลวงแห่งเฟส (Royal Palace of Fez)** ซึ่งเป็นพระราชวังของกษัตริย์โมร็อกโกองค์ปัจจุบัน สถานที่แห่งนี้แม้จะไม่เปิดให้เข้าชมภายใน แต่ด้านหน้าของพระราชวังถือเป็นหนึ่งในจุดถ่ายภาพที่สวยที่สุด ด้วยประตูทองเหลืองขนาดใหญ่เจ็ดบาน ซึ่งเป็นตัวแทนของวันทั้งเจ็ดในสัปดาห์ ประตูเหล่านี้ถูกแกะสลักและประดับด้วยกระเบื้อง และไม้ฉลุอันประณีต สะท้อนความงดงามของงานศิลป์ราชสำนักโมร็อกโก



![Royal Palace of Fez](/media/2025/04/พระราชวังหลวงแห่งเฟส.jpg)

Royal Palace of Fez
🐫 เดินสู่ **“เมืองอิเฟรน” (Ifrane)** เมืองที่ได้รับสมญานามว่า “สวิตเซอร์แลนด์แห่งโมร็อกโก” อิเฟรนตั้งอยู่บนที่ราบสูงแอตลาสตอนกลาง เมืองนี้ก่อตั้งขึ้นในปี 1929 ในยุคที่ฝรั่งเศสยังปกครองโมร็อกโก โดยออกแบบให้เป็นเมืองตากอากาศของชาวยุโรป สถาปัตยกรรมของเมืองจึงแตกต่างจากเมืองอื่นในโมร็อกโกอย่างชัดเจน เหมือนหลุดเข้ามาในหมู่บ้านของชาวยุโรปตะวันตกแม้อยู่ใกล้ทะเลทรายมากก็ตาม


🐫 ขับผ่าน **หุบเขาซีซ (Ziz Valley)** หุบเขาที่ทอดยาวผ่านภูเขาแอตลาสตะวันออกเฉียงใต้ เกิดจากแม่น้ำซีซที่ไหลผ่านเทือกเขาและสร้างภูมิประเทศแบบโอเอซิสกลางทะเลทรายที่นับว่า “ที่สวยที่สุดของโมร็อกโก”



![Ziz Valley](/media/2025/04/หุบเขาซีซ2-1.jpg)

Ziz Valley
🐫 นําท่านนั่งรถขับเคลื่อนสี่ล้อ สู่ **“ทะเลทรายซาฮารา” (Sahara Desert)** ทะเลทรายซาฮาราคือทะเลทรายที่ใหญ่ที่สุดในโลก ครอบคลุมพื้นที่กว่า 9 ล้านตารางกิโลเมตรครอบคลุมถึง 11 ประเทศ ขนาดเกือบเทียบเท่าทวีปยุโรปทั้งทวีป โดยทะเลทรายซาฮาราคลุมพื้นที่โมร็อกโกทางตะวันออกเฉียงใต้ทั้งหมด ผืนทรายแห่งนี้เป็นทางผ่านของอารยธรรมและการค้าในแอฟริกาเหนือมายาวนานหลายพันปี



![Sahara Desert](/media/2025/04/ซาฮาร่า-เมอร์ซูกา2.jpg)

Sahara Desert
🐫 เดินทางสู่ **หุบเขาทอดร้า (Todra Groge)** หุบเขาขนาดมหึมาในแนวเทือกเขาแอตลาส มีรูปลักษณ์ที่ดูสวยงามและแปลกตาจากการกัดกร่อนด้วยแรงลมและสายฝน ลักษณะเด่นของหุบเขาแห่งนี้คือ ผนังหินสูงเท่ากับตึก 40 ชั้น โดยบางช่วงของเส้นทางมีแม่น้ำเล็ก ๆ และทางเดินแคบ ๆ



![Todra Groge](/media/2025/04/ทอดร้ากอร์จ.jpg)

Todra Groge
🐫 เดินทางสู่ **“เมืองวอร์ซาเซ็ท” (Ouarzazate) **เมืองที่ตั้งอยู่ในเขตเทือกเขาแอตลาส เมืองแห่งนี้ได้รับฉายาว่า “ประตูสู่ทะเลทราย” ด้วยทำเลที่ตั้งอยู่ระหว่างเทือกเขาแอตลาสสูงและทะเลทรายซาฮารา เป็นเมืองที่นักเดินทางนิยมใช้เป็นจุดเริ่มต้นของการออกท่องทะเลทราย


🐫 เยี่ยมชม **“หมู่บ้านไอท์ เบน ฮัดดู” (Ait Ben Haddou)** หมู่บ้านแห่งนี้สร้างจากหมู่เคสบาห์หรือป้อมปราการแบบเบอร์เบอร์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของโมร็อกโก เป็นตัวอย่างที่ยอดเยี่ยมของสถาปัตยกรรมดินเหนียวของโมร็อกโก และมีสถานะเป็นมรดกโลก UNESCO เมื่อปี ค.ศ. 1987 อีกด้วย



![Ait Ben Haddou](/media/2025/04/หมู่บ้านไอท์-เบน-ฮัดดู2.jpg)

Ait Ben Haddou
🐫 เยี่ยมชม **โบสถ์ยิวเก่าแห่งตาโอริร์ต (The Old Synagogue of Taourirt)** ตั้งอยู่ในเมืองตาโอริร์ต โบสถ์แห่งนี้คือหลักฐานสำคัญของชุมชนชาวยิวอามาซีฆ (Amazigh Jews) หรือก็คือชาวเบอร์เบอร์ที่รับอิทธิพลจากชาวยิวที่อพยพมาโมร็อกโกในอดีต


🐫 เดินทางสู่** “เมืองมาร์ราเกช” (Marrakech)** เมืองนี้มีประวัติศาสตร์ยาวนานนับพันปี ถูกสร้างและตั้งเป็นเมืองหลวงโดยราชวงศ์อัลโมราวิดในปี ค.ศ. 1070 ชื่อของเมืองในภาษาเบอร์เบอร์หมายถึง “แผ่นดินของพระเจ้า” (Land of God) และเมืองแห่งนี้เป็นต้นกำเนิดของชื่อประเทศ “โมร็อกโก” ในภาษาอังกฤษ (เรียกเพี้ยนไปจากมาร์ราเกช)


🐫 ชม **“สวนฌาร์แดง มาชอแรล” (Jardin Majorelle)** หรือ **“สวนอีฟว์ แซ็ง โลร็อง” (Yves Saint Laurent Gardens) **สวนแห่งนี้ถูกสร้างโดยศิลปินชาวฝรั่งเศส ฌาร์แดง มาชอแรล ในปี 1923 แล้วต่อมาได้รับการบูรณะและอนุรักษ์โดยดีไซเนอร์ระดับโลก อีฟว์ แซ็ง โลร็อง ภายในสวนแห่งนี้เต็มไปด้วยต้นไม้นานาพรรณที่มีสีสันชวนสะดุดตา



![Jardin Majorelle](/media/2025/04/สวนฌาร์แดง-มาร์ชอแรล.jpg)

Jardin Majorelle
🐫 เยี่ยมชม** “พระราชวังบาเฮีย” (Bahia Palace)** พระราชวังแห่งนี้สร้างขึ้นในปลายศตวรรษที่ 19 โดย ซี มูซา (Si Moussa) อุปราชที่มีอำนาจมาก ซึ่งต่อมาวงศ์ของเขาจะสามารถควบคุมโมร็อกโก เชิดกษัตริย์เป็นหุ่นอยู่ระยะหนึ่ง วังนี้ถูกต่อขยายโดยตั้งใจว่าตั้งใจจะให้เป็นพระราชวังที่ยิ่งใหญ่และหรูหราที่สุดในยุคนั้น



![Bahia Palace](/media/2025/04/พระราชวังบาเฮีย.jpg)

Bahia Palace
🐫 เยี่ยมชม**สวนลับ เลอ ฌาร์แด็ง (Le Jardin Secret)** สวนลับกลางเมืองเก่ามาร์ราเกชแห่งนี้เคยเป็นบ้านพักของขุนนางในศตวรรษที่ 19 ที่ถูกทิ้งร้างไปก่อนจะได้รับการบูรณะในเวลาต่อมา สวนแห่งนี้ผสมผสานภูมิปัญญาสวนเปอร์เซีย กับสถาปัตยกรรมมัวร์ได้อย่างกลมกลืน



![Le Jardin Secret](/media/2025/04/เลอ-ฌาร์แด็ง-.jpg)

Le Jardin Secret
🐫 พาท่านดู**โดมแห่งราชวงศ์อัลโมราวิด (Almoravid Koubba)** เป็นอนุสรณ์สถานขนาดเล็กในเมืองมาร์ราเกชสร้างขึ้นโดยราชวงศ์อัลโมราวิดในช่วงต้นศตวรรษที่ 12 เป็นหนึ่งในอาคารที่เก่าแก่ที่สุดของเมืองและเป็นสิ่งที่เหลืออยู่เพียงไม่กี่แห่งของสถาปัตยกรรมอัลโมราวิดในเมืองมาร์ราเกช โดยอาคารแห่งนี้ใช้สำหรับพิธีชำระล้างร่างกายก่อนการละหมาด


🐫 เยี่ยมชม** “วิทยาลัยมาดราซาเบน ยูซุฟ” (Madrasa Ben Youssef)** หนึ่งในสถาบันสอนศาสนาอิสลามที่ใหญ่ที่สุดในแอฟริกาเหนือ วิทยาลัยนี้ตั้งชื่อตามมัสยิดเบนยูซุฟ ที่อยู่ติดกัน ก่อตั้งขึ้นในศตวรรษที่ 14 วิทยาลัยแห่งนี้เป็นสถานที่ทางประวัติศาสตร์ และเป็นวิทยาลัยอิสลามที่ใหญ่ที่สุดในมัฆริบ (แอฟริกาเหนือ) ในช่วงรุ่งเรือง และได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางว่าเป็นจุดสูงสุดของสถาปัตยกรรมสมัยราชวงศ์ซาเดียนส์



![Madrasa Ben Youssef](/media/2025/04/วิทยาลัยมาดราซาเบน-ยูซุฟ.jpg)

Madrasa Ben Youssef
🐫 พาไปเดิน **“จัตุรัสกลางเมืองเฌมา เอล ฟนา” (Djemaa El Fna Square)** จัตุรัสนี้เป็นศูนย์กลางของชาวเมืองมาร์ราเกช ที่มีขนาดใหญ่และถูกรายล้อมไปด้วยอาคารร้านค้าและตลาดนัด ในเวลากลางวันเต็มไปด้วยร้านขายน้ำผลไม้ สมุนไพร และของพื้นเมือง


เมื่อเข้าสู่ช่วงยามเย็นบรรยากาศจะแปรเปลี่ยนเป็น **“ละครกลางแจ้ง”** มีนักเล่านิทาน นักดนตรี นักแสดงพื้นบ้าน แพทย์แผนโบราณ และร้านอาหารกลางคืนเรียงรายรอบจตุรัส จัตุรัสแห่งนี้ไม่ได้เป็นเพียงพื้นที่สาธารณะ แต่คือพื้นที่ทางวัฒนธรรมที่ยังมีชีวิต UNESCO ขึ้นทะเบียนที่นี่เป็น “มรดกทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ของมนุษยชาติ” เพราะเรื่องเล่าเหล่านี้ยังคงมีผู้มาฟังอย่างสม่ำเสมอ และยังคงดำเนินอยู่ทุกค่ำคืนในจัตุรัสแห่งนี้



![Djemaa El Fna Square](/media/2025/04/จัตุรัสกลางเมืองเฌมา-เอล-ฟนา.jpg)

Djemaa El Fna Square
🐫 ชม** “สุเหร่าคูโตเบีย” (Kutobia Mosque)** สร้างขึ้นในศตวรรษที่ 12 โดยราชวงศ์อัลโมฮัด ที่นี่มีหอขานสูงถึง 70 เมตร ตกแต่งด้วยลายปูนปั้นฉลุและหินแกะลวดลายแบบอัลโมฮัดอย่างงดงาม ซึ่งได้กลายเป็น แม่แบบให้กับหอระฆังลา คิรัลดา (La Giralda) ในเซบียา สเปน และ หอขานของมัสยิดฮัสซันในราบัต รูปแบบของมันที่เรียบแต่สง่างาม ผสมกลิ่นอายเรขาคณิตของศิลปะมัวร์ จนหอขานแห่งนี้ได้กลายเป็นต้นแบบของสถาปัตยกรรมหอขานไปทั่วทั้งอาณาบริเวณที่เคยอยู่ภายใต้อิทธิพลของอัลโมฮัด



![Kutobia Mosque](/media/2025/04/สุเหร่าคูโตเบีย.jpg)

Kutobia Mosque
🐫 แวะถ่ายรูปที่ **บับ อักนาอู (Bab Agnaou)** ซุ้มประตูนี้สร้างขึ้นและแล้วเสร็จในปี 1990 โดยราชวงศ์อัลโมฮัด เป็นหนึ่งในประตูที่สวยงามและคงสภาพดีที่สุดของมาร์ราเกช บับ อักนาอู ถูกสร้างขึ้นเพื่อเป็นทางเข้าสู่เขตพระราชวังโดยเฉพาะ เป็นตัวอย่างของศิลปะแบบอัลโมฮัดที่เน้นความเรียบแต่ยังคงความสวยงาม และเป็นต้นแบบของประตูศิลปะมัวร์อื่นๆ



![Bab Agnaou](/media/2025/04/บับ-อักเนา.jpg)

Bab Agnaou
🐫 เยี่ยมชม **สุสานราชวงศ์ซาเดียนส์ (Saadian Tombs)** สุสานแห่งนี้ถูกค้นพบในปี 1917 ที่นี่เป็นที่ฝังพระศพของสุลต่านราชวงศ์ซาเดียนส์ ไฮไลต์ของสุสานอยู่ที่ “ห้องสิบสองเสา” ซึ่งเป็นที่ฝังสุลต่านอาหมัด อัล-มันซูร์ ผู้นำที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของราชวงศ์นี้ ห้องนี้ตกแต่งด้วยหินอ่อนจากอิตาลี ปูนปั้นลายอาหรับ และไม้แกะสลักอย่างประณีตและหรูหรา


🐫 เดินทางสู่ **เมืองคาซาบลังกา (Casablanca) **เมืองท่าใหญ่ที่สุดของโมร็อกโก และเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจสมัยใหม่ของโมร็อกโก เดิมเมืองนี้มีชื่อว่า อันฟา (Anfa) เป็นเมืองท่าของชาวเบอร์เบอร์ที่มีมาตั้งแต่ยุคโรมัน ในศตวรรษที่ 15–16 ชาวโปรตุเกสบุกเข้ายึดครองและเปลี่ยนชื่อเมืองว่า “คาซาบลังกา” แปลว่า “บ้านสีขาว” และชาวสเปนเรียกชื่อเมืองนี้ตามทำให้ชื่อนี้ติดปากเรื่อยมา


🐫 **ร่วมดินเนอร์ที่ร้านอาหาร** **“ริคคาเฟ่”** ซึ่งได้แรงบันดาลใจจาก**ภาพยนตร์ระดับตำนานเรื่องคาซาบลังกา ในปี 1942** ร้านอาหารถูกตกแต่งในสไตล์ฮอลลีวูดยุคคลาสสิกผสมกับสไตล์โมร็อกโก มีเบบี้แกรนด์เปียโน ประตูโค้ง และโคมไฟแก้วแบบโมร็อกโก พร้อมเล่นเพลงประกอบจากภาพยนตร์ เช่น As Time Goes By ให้เพลิดเพลินระหว่างรับประทานอาหาร


ภาพยนตร์ Casablanca บอกเล่าเรื่องราวของ “ริค” เจ้าของไนต์คลับในเมืองคาซาบลังกาช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 ซึ่งได้กลับมาพบกับอดีตคนรักชื่อ “อิลซา” โดยไม่คาดฝัน ขณะเธอเดินทางมากับสามีซึ่งเป็นผู้นำขบวนการต่อต้านเยอรมัน ในเมืองที่เต็มไปด้วยเงามืดทางการเมืองและทางเลือกที่แสนเจ็บปวด ริคต้องเลือกระหว่างความรักหรืออุดมการณ์ หนังมีตอนจบที่ทั้งเจ็บปวดและซาบซึ้งอยู่คู่กาลเวลา


🐫 เยี่ยมชม **มัสยิดกษัตริย์ฮัสซันที่ 2 (King Hassan II Mosque)** มัสยิดที่ใหญ่ที่สุดในโมร็อกโก และใหญ่เป็นอันดับ 2 ของทวีปแอฟริกาโดยสร้างเสร็จในปี 1993 ตัวมัสยิดตั้งอยู่ริมมหาสมุทรแอตแลนติก พื้นบางส่วนสร้าง “ลอยน้ำ” นอกจากนี้หอขานของมัสยิดยังเป็นหอขานที่สูงที่สุดเป็นอันดับสองของโลกโดยมี 210 เมตร เป็นหนึ่งในไม่กี่มัสยิดในโมร็อกโกที่เปิดให้นักท่องเที่ยวที่ไม่ใช่มุสลิมเข้าชมได้อย่างเป็นทางการ


🫶 พร้อมสถานที่สุดพีกอีกมากมาย **ราคาเริ่มต้น 129,900 บาท/ท่าน รวมตั๋วเครื่องบินและวีซ่าแล้วเรียบร้อย**


**ทริปสุดพิเศษประจำปี 2025 แบบนี้ ออกเดินทางวันที่ 12-23 พฤศจิกายน  2025 แบบจัดเต็มถึง 12 วัน 9 คืน โดยทริปนี้ “คุณปั๊บ พงศ์ศรณ์ ภูมิวัฒน์” เจ้าของเพจ The Wild Chronicles** 🌏 จะนำพาทุกท่านไปพบความรู้แปลกใหม่ ในสถานที่ที่ซ่อน “ความไม่ธรรมดา” เอาไว้มากมาย



![วิทยากรด้านประวัติศาสตร์ต่างประเทศ](/media/2025/01/tl-pup.jpg)

วิทยากรด้านประวัติศาสตร์ต่างประเทศ

![รายชื่อโรงแรมที่ทางเราจัดไว้ให้สำหรับทุกท่านที่ร่วมเดินทางไปทัวร์กับ The Wild Chronicles](/media/2025/04/morocco-hotel.png)

รายชื่อโรงแรมที่ทางเราจัดไว้ให้สำหรับทุกท่านที่ร่วมเดินทางไปทัวร์กับ The Wild Chronicles

![](/media/2025/04/plate-with-fresh-food-burlap.jpg)



![](/media/2025/04/turkish-pide-russian-blins-small-tray-marble-surface.jpg)


…ย้ำทัวร์เราไม่จอยกรุ๊ป! พาทุกท่านชมประวัติศาสตร์แบบเต็มอิ่มไม่มีชะโงกดู อะไรควรดู อยู่ดูนานขึ้น อะไรอยู่นอกเส้นทางปกติแต่ควรสัมผัส เราจะพาทุกท่านไปสัมผัส ทัวร์นี้ผู้สูงอายุก็สามารถไปได้เพราะเราดูแลทุกท่านเป็นอย่างดี




## ⬇️หรือติดต่อสอบถามเพิ่มเติมได้ที่เบอร์ 082-894-8444 หรือแอดไลน์ที่ปุ่มด้านล่างและพิมพ์ว่า “สนใจทัวร์โมร็อกโก” ครับ ⬇️



## “ราชินีโจรสลัดแห่งโมร็อกโก” – ซัยยิดะห์ อัล ฮูร์รา


ซัยยิดะห์ อัล ฮูร์รา “ราชินีโจรสลัดแห่งโมร็อกโก” ซึ่งสามารถนำกองเรือโจรสลัดโมร็อกโกบุกปล้นกองเรือสเปนและโปรตุเกส จนเป็นที่หวาดผวาไปทั่วทะเลเมดิเตอร์เรเนียน นอกจากนี้ เธอยังเป็นเจ้าเมืองเตตวนและสวยมากเสียจนทำให้สุลต่านโมร็อกโกยังมาแต่งงานกับเธอ… 					
[กดอ่านเลย](/blog/queen-of-pirates-morocco)



## ศิลปะของมาเกร็บ วิวัฒนาการจากเปอร์เซียสู่แอฟริกาเหนือ


คำว่า “มาเกร็บ” (Maghreb) ที่มีความหมายว่า “ทิศตะวันตก” เป็นคำภาษาอาหรับที่ใช้เรียกพื้นที่ในทวีปแอฟริกาเหนือที่อยู่ทางตะวันตกของอียิปต์ ซึ่งพื้นที่เหล่านี้ชาวอาหรับมาพิชิตในช่วงการขยายอาณาเขตออกไปอย่างกว้างขวางของอาณาจักรอิสลามในช่วงศตวรรษที่ 7					
[กดอ่านเลย](/blog/maghreb-arts)



## มัวร์ (Moors) คืออะไร? – สรุปเข้าใจง่าย


มัวร์ (Moors) คือใคร? นี่คงเป็นคำถามที่ใครหลายคนสงสัย...หากได้อ่านประวัติศาสตร์ยุโรปที่กล่าวถึงชาวมัวร์					
[กดอ่านเลย](/blog/moors-history)

### Day 1: กรุงเทพฯ – ดูไบ (Bangkok – Dubai)

นัดพบที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เวลา 22:00 น. ชั้น 4 อาคารผู้โดยสารขาออก เช็คอินที่เคาน์เตอร์สายการบินเอมิเรตส์

- 01:05 น. ออกเดินทางสู่ดูไบด้วยเที่ยวบิน EK385 (ประมาณ 6 ชม. 50 นาที)

- Hotel: บนเครื่องบิน

### Day 2: ดูไบ – คาซาบลังกา – ราบัต (Dubai – Casablanca – Rabat)

ถึงดูไบ 04:55 น. แวะพักราว 2 ชม. 30 นาที ก่อนบินต่อด้วย EK751 ไปคาซาบลังกา ถึง 13:10 น. แล้วเดินทางสู่กรุงราบัต (Rabat) เมืองหลวงริมมหาสมุทรแอตแลนติก ซึ่งเป็นเมืองมรดกโลก

- สุสานของกษัตริย์โมฮัมเหม็ดที่ 5 (Mausoleum of Mohammed V) สร้างปี 1961 ด้วยสถาปัตยกรรมโมร็อกโก–มัวร์
- หอขานฮัสซัน (Hassan Tower) เริ่มสร้างปี 1195 ตั้งใจให้สูง 86 เมตรแต่สร้างไม่เสร็จ เหลือ 44 เมตร
- ป้อมปราการอูไดอาส (Kasbah Les Udayas) ป้อมศตวรรษที่ 12 ที่เคยเป็นฐานของโจรสลัด พร้อมสวนอันดาลูเซีย

- Hotel: NJ Hotel Rabat (4★) or similar

### Day 3: ราบัต – เชลลาห์ – เชฟชาอูน (Rabat – Chellah – Chefchaouen)

เยี่ยมชมเมืองโบราณเชลลาห์ (Chellah) ที่มีอารยธรรมซ้อนทับกันตั้งแต่ยุคฟีนีเชียน โรมัน อิสลาม ซากถนนโรมัน วิหาร โรงอาบน้ำ และสุสานหลวงราชวงศ์มารินิด จากนั้นเดินทางประมาณ 4 ชม. 30 นาทีสู่เชฟชาอูน (Chefchaouen) “ไข่มุกสีน้ำเงินแห่งโมร็อกโก”

- เรื่องราวของซัยยิดะฮ์ อัล ฮุรเราะฮ์ ราชินีโจรสลัดผู้ครองเมือง
- เดินชมเมดินาของเชฟชาอูน ย่านบ้านสีน้ำเงินฟ้า ร้านงานฝีมือ พรม และเครื่องหนัง
- Meals: B,L,D
- Hotel: Dar Ba Sidi & Spa Hotel (5★) or similar

### Day 4: เชฟชาอูน – เม็กเนส – โวลูบิลิส – เฟส (Chefchaouen – Meknes – Volubilis – Fez)

เดินทางประมาณ 4 ชม. สู่เม็กเนส (Meknes) เมืองหลวงสมัยกษัตริย์มูเล อิสมาอิลแห่งราชวงศ์อาลาวิด ได้ฉายา “แวร์ซายส์แห่งโมร็อกโก” และเป็นมรดกโลกปี 1996

- โบราณสถานโวลูบิลิส (Volubilis) เมืองโรมันโบราณ พื้นโมเสกลายเทพเจ้ากรีก–โรมัน เป็นมรดกโลก
- บับ มันซูร์ (Bab Mansour) ประตูชัยสไตล์มัวร์ สร้างต้นศตวรรษที่ 18
- เดินทางต่อสู่เฟส (Fez) ก่อตั้งปี ค.ศ. 789 โดยกษัตริย์อิดริสที่ 1 อดีตหนึ่งในสี่เมืองหลวงของโมร็อกโก
- Meals: B,L,D
- Hotel: Hotel Les Merinides (5★) or similar

### Day 5: เฟส (เมืองเก่าและตลาดซูค) (Fez Old City and Souks)

เดินตลาดซูค (Souks) ของเฟส ซอยแคบเรียงร้านเครื่องหนัง เครื่องเทศ และลานทำพรม

- สุสานของกษัตริย์มูเล อิดริสที่ 2 ผู้สถาปนาเฟสเป็นเมืองหลวง (ชมจากภายนอก)
- มัสยิดและมหาวิทยาลัยอัล เกาะเราะวียีน (Al-Qarawiyyin) ก่อตั้งปี 859 มหาวิทยาลัยที่ยังเปิดสอนเก่าแก่ที่สุดในโลก
- โรงฟอกหนังฮัวรา (Chouara Tannery) ใช้วิธีดั้งเดิมมาเกือบพันปี
- บับ บู เจอลูด (Bab Bou Jeloud) “ประตูฟ้า” สร้างปี 1913 และด้านหน้าพระราชวังหลวงแห่งเฟสที่มีประตูทองเหลืองเจ็ดบาน
- Meals: B,L,D
- Hotel: Hotel Les Merinides (5★) or similar

### Day 6: เฟส – อิเฟรน – หุบเขาซีซ – เมอร์ซูกา (Fez – Ifrane – Ziz Valley – Merzouga)

เยี่ยมโบสถ์ยิวอาเบน ดานัน (Aben Danan Synagogue) โบสถ์ออร์โธดอกซ์ศตวรรษที่ 17 แล้วเดินทาง 1 ชม. 30 นาทีสู่อิเฟรน (Ifrane) “สวิตเซอร์แลนด์แห่งโมร็อกโก” เมืองตากอากาศสไตล์ยุโรปที่ฝรั่งเศสสร้างปี 1929 บนความสูงราว 1,665 เมตร

- ขับผ่านหุบเขาซีซ (Ziz Valley) โอเอซิสต้นอินทผลัมกลางภูเขาแอตลาส
- นั่งรถขับเคลื่อนสี่ล้อสู่ทะเลทรายซาฮารา ณ เมอร์ซูกา (Merzouga) ชมอาทิตย์ตก ทานอาหารค่ำ และชมดาวกลางทะเลทราย
- Meals: B,L,D
- Hotel: Shooting Star Desert Camp or similar

### Day 7: ซาฮารา – หุบเขาทอดร้า – วอร์ซาเซ็ท (Sahara – Todra Gorge – Ouarzazate)

ตอนเช้าขี่อูฐชมพระอาทิตย์ขึ้นเหนือทะเลทรายซาฮารา ทะเลทรายใหญ่ที่สุดในโลก และฟังเรื่องเส้นทางคาราวานที่เชื่อมโมร็อกโกกับแอฟริกาตะวันตก จากนั้นเดินทางสู่หุบเขาทอดร้า (Todra Gorge) ผนังหินทรายสูงเทียบตึก 40 ชั้น

- เดินทางต่อสู่วอร์ซาเซ็ท (Ouarzazate) “ประตูสู่ทะเลทราย” ระหว่างเทือกเขาแอตลาสสูงและซาฮารา
- Meals: B,L,D
- Hotel: Karam Palace Hotel (4★) or similar

### Day 8: ไอท์ เบน ฮัดดู – มาร์ราเกช (Ait Ben Haddou – Marrakech)

เยี่ยมหมู่บ้านไอท์ เบน ฮัดดู (Ait Ben Haddou) หมู่บ้านป้อมดินเหนียวแบบเบอร์เบอร์ มรดกโลก UNESCO ปี 1987 ที่เคยควบคุมเส้นทางคาราวานจากซาฮาราไปมาร์ราเกช

- โบสถ์ยิวเก่าแห่งตาโอริร์ต (Old Synagogue of Taourirt) หลักฐานชุมชนชาวยิวอามาซีฆ
- เดินทางประมาณ 4 ชม. สู่มาร์ราเกช (Marrakech) “เมืองสีแดง” สร้างโดยราชวงศ์อัลโมราวิดปี ค.ศ. 1070 ต้นกำเนิดของชื่อประเทศ “โมร็อกโก”
- Meals: B,L,D
- Hotel: Grand Plaza Marrakech Hotel (4★) or similar

### Day 9: มาร์ราเกช (เมดินาและจัตุรัสเฌมา เอล ฟนา) (Marrakech Medina and Djemaa El Fna)

เที่ยวมาร์ราเกชทั้งวัน

- สวนฌาร์แดง มาชอแรล (Jardin Majorelle) สร้างปี 1923 ต่อมาบูรณะโดยอีฟว์ แซ็ง โลร็อง
- พระราชวังบาเฮีย (Bahia Palace) ศตวรรษที่ 19 มีกว่า 150 ห้อง
- สวนลับ (Le Jardin Secret) และโดมอัลโมราวิด (Almoravid Koubba) อาคารศตวรรษที่ 12
- วิทยาลัยมาดราซาเบน ยูซุฟ (Madrasa Ben Youssef) ศตวรรษที่ 14 ยอดสถาปัตยกรรมยุคซาเดียนส์
- จัตุรัสเฌมา เอล ฟนา (Djemaa El Fna) ที่ UNESCO ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ ยามเย็นเต็มไปด้วยนักเล่านิทานและนักดนตรี
- Meals: B,L,D
- Hotel: Grand Plaza Marrakech Hotel (4★) or similar

### Day 10: มาร์ราเกช – คาซาบลังกา (Marrakech – Casablanca)

ชมสุเหร่าคูโตเบีย (Kutobia Mosque) ศตวรรษที่ 12 หอขานสูง 70 เมตร ต้นแบบของหอระฆังลา คิรัลดาในเซบียา แวะถ่ายรูปที่บับ อักนาอู (Bab Agnaou) และเยี่ยมสุสานราชวงศ์ซาเดียนส์ (Saadian Tombs) พร้อมห้องสิบสองเสา

- เดินทางประมาณ 3 ชม. สู่คาซาบลังกา (Casablanca) เมืองท่าใหญ่ที่สุดของโมร็อกโก
- ดินเนอร์ที่ร้านริคคาเฟ่ (Rick's Cafe) ที่ได้แรงบันดาลใจจากภาพยนตร์ Casablanca ปี 1942
- Meals: B,L,D
- Hotel: Barceló Hotel (4★) or similar

### Day 11: คาซาบลังกา – ดูไบ (Casablanca – Dubai)

เยี่ยมมัสยิดกษัตริย์ฮัสซันที่ 2 (King Hassan II Mosque) แล้วสร้างเสร็จปี 1993 ริมมหาสมุทรแอตแลนติก หอขานสูง 210 เมตร เป็นมัสยิดที่เปิดให้ผู้ไม่ใช่มุสลิมเข้าชมได้ จากนั้นเดินทางไปสนามบิน รับประทานอาหารกลางวันอิสระ

- 15:05 น. ออกเดินทางสู่ดูไบด้วยเที่ยวบิน EK752 (ประมาณ 7 ชม. 25 นาที)
- Meals: B,L
- Hotel: บนเครื่องบิน

### Day 12: ดูไบ – กรุงเทพฯ (Dubai – Bangkok)

ถึงดูไบ 01:30 น. แวะพักราว 2 ชม. 20 นาที ออกเดินทางสู่กรุงเทพฯ ด้วย EK376 เวลา 03:50 น. ถึงสุวรรณภูมิ 12:55 น. โดยสวัสดิภาพ

## Included

- ค่าตั๋วเครื่องบินไป-กลับระหว่างประเทศ ชั้นประหยัด (Economy Class)
- ค่าน้ำหนักสัมภาระ ชั้นประหยัด ตามมาตรฐานของสายการบิน ทั้งสัมภาระโหลดและถือขึ้นเครื่อง
- ค่าบริการรถรับ-ส่งและนำเที่ยว พร้อมคนขับที่มีประสบการณ์
- ค่าที่พักตามที่ระบุในโปรแกรม พักห้องละ 2 ท่าน
- ค่าเข้าชมสถานที่ตามที่ระบุในโปรแกรม
- ค่าอาหารตามที่ระบุในโปรแกรม
- มัคคุเทศก์ท้องถิ่นผู้มีประสบการณ์
- วิทยากรและหัวหน้าทัวร์ชาวไทย
- ค่าธรรมเนียมวีซ่า (ประเทศโมร็อกโก)
- ค่าประกันอุบัติเหตุระหว่างการเดินทาง วงเงินคุ้มครองท่านละ 1,000,000 บาท (ตามเงื่อนไขในกรมธรรม์)

## Not included

- ค่าอัพเกรดตั๋วเครื่องบินเป็นชั้นธุรกิจ (Business Class)
- ค่าห้องพักเดี่ยว (กรณีพักคนเดียว)
- ค่าใช้จ่ายส่วนตัว เช่น ค่าทำหนังสือเดินทาง ค่าโทรศัพท์ ค่าอินเทอร์เน็ต ค่าซักรีด ค่ามินิบาร์ ค่าอาหารพิเศษหรือเครื่องดื่มนอกเหนือโปรแกรม ค่าน้ำหนักกระเป๋าเกิน ค่าสำรองที่นั่งล่วงหน้า ค่ารักษาพยาบาลจากโรคประจำตัว เป็นต้น
- ค่าทิปหัวหน้าทัวร์ ไกด์ท้องถิ่น และคนขับรถ (แนะนำ 130 USD/ท่าน)
- ภาษีมูลค่าเพิ่ม 7% และภาษีหัก ณ ที่จ่าย 3% และภาษีอื่น ๆ ตามที่กฎหมายกำหนด
- ค่าธรรมเนียมน้ำมันและภาษีสนามบิน ในกรณีที่สายการบินปรับขึ้นราคา

## FAQ

### ทัวร์โมร็อกโก Sand of Legends ราคาเท่าไร รวมตั๋วเครื่องบินไหม?

ราคา 129,900 บาทต่อท่าน เมื่อเดินทาง 10 ท่านขึ้นไป รวมตั๋วเครื่องบินไป-กลับชั้นประหยัดกับสายการบินเอมิเรตส์ ถ้าไม่ใช้ตั๋วเครื่องบินของบริษัทลดค่าทัวร์ลง 30,000 บาท

### ต้องทำวีซ่าโมร็อกโกไหม ใครดำเนินการ?

ค่าธรรมเนียมวีซ่าโมร็อกโกรวมอยู่ในราคาทัวร์แล้ว หนังสือเดินทางต้องมีอายุเหลือมากกว่า 6 เดือน หลังจองให้ชำระมัดจำพร้อมแนบหน้าพาสปอร์ตภายใน 7 วัน

### จองทัวร์ต้องมัดจำเท่าไร และชำระส่วนที่เหลือเมื่อไร?

งวดแรกชำระท่านละ 60,000 บาทเพื่อจอง และชำระงวดที่เหลือภายใน 30 วันก่อนออกเดินทาง ทัวร์ออกเดินทางเมื่อครบ 10 ท่าน

### พักห้องเดี่ยวเพิ่มเท่าไร?

ชำระเพิ่มท่านละ 15,000 บาท หากจองคนเดียวและให้บริษัทหาคู่พักแต่หาไม่ได้ อาจต้องชำระค่าพักเดี่ยวเต็มจำนวน

### พักโรงแรมระดับไหน?

โรงแรมระดับ 4-5 ดาวหรือเทียบเท่า ยกเว้นคืนที่พักในค่ายทะเลทรายซาฮาราที่เมอร์ซูกา (Shooting Star Desert Camp หรือเทียบเท่า) ทุกโรงแรมมีอาหารเช้า และมีอาหารกลางวันและเย็นตามโปรแกรม

### ค่าทิปเท่าไร?

ค่าทิปหัวหน้าทัวร์ ไกด์ท้องถิ่น และคนขับรถไม่รวมในราคาทัวร์ แนะนำ 130 USD ต่อท่าน

### ใครเป็นวิทยากรนำทัวร์โมร็อกโก?

ทัวร์นำโดยคุณปั๊บ วิทยากรด้านประวัติศาสตร์ของ The Wild Chronicles ที่มีประสบการณ์นำเที่ยวกว่า 10 ปี เป็นทัวร์ไม่จอยกรุ๊ป

### ยกเลิกทัวร์ได้ไหม?

หากยกเลิกก่อน 60 วัน หรือหลังบริษัทออกตั๋วเครื่องบินแล้ว บริษัทขอสงวนสิทธิ์เก็บค่ามัดจำทั้งหมดหรือบางส่วน และหากยกเลิกภายใน 30 วันก่อนเดินทาง ขอสงวนสิทธิ์เก็บค่าทัวร์เต็มจำนวน