TAT 11/10382

FILE Nº 0262 · ประวัติศาสตร์ · ไม่ลับแล้ว

เรื่องของสีน้ำเงินที่หายไปในยุคโบราณ

ประวัติศาสตร์เผยแพร่ อัปเดต 9 นาทีในการอ่าน
ขอม

TL;DR — คนโบราณทำไมดูเหมือนจะไม่มีคำเรียกสีน้ำเงินเลย? ทำไมบางคนมองสีน้ำเงินเป็นสีเขียวเฉดหนึ่ง?

คุณผู้อ่านทราบไหมครับว่า คนในโลกยุคหลายพันปีก่อนรู้จักสีน้ำเงินน้อยมาก จนสมัยหนึ่งนักวิชาการเชื่อว่า คนโบราณอาจมองไม่เห็นสีดังกล่าว เพราะในบันทึกหลายๆ ภาษา ทั้งฟากตะวันออกและตะวันตก แทบไม่มีคำว่า “สีน้ำเงิน” อยู่เลย

แต่กลับกันก็มีหลักฐานบ่งชี้ว่า สีแรกที่มนุษย์สังเคราะห์ขึ้นมาได้ด้วยกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ ก็คือสีน้ำเงินนี่แหละ

เรื่องราวเป็นยังไงมายังไง เราจะไปดูกันครับ

หลายพันปีมาแล้ว แม้จะมีอารยธรรมยิ่งใหญ่เกิดขึ้นบนโลกมากมาย กลับมีสิ่งหนึ่งที่ขาดหายไป สิ่งที่อาจดูธรรมดา แต่ก็สำคัญจนจินตนาการไม่ออกว่าหากไม่มีมันแล้วจะเป็นยังไง… สิ่งนั้นคือ “คำเรียกสีน้ำเงิน”

ในสมัยโบราณ มีเพียงไม่กี่อารยธรรมเท่านั้นที่มีคำเรียกสีดังกล่าว ทำให้เกิดข้อสงสัยในหมู่นักวิชาการขึ้นมาว่า คนสมัยก่อนตาบอดสีหรือไม่?

ในปี 1858 นักวิชาการนาม วิลเลียม แกลดสโตน เสนอทฤษฎีขึ้นมาว่าคนยุคก่อนอาจมีปัญหาทางสายตา เพราะในมหากาพย์ Odyssey ของโฮเมอร์ ไม่มีการพูดถึงสีน้ำเงินเลย แม้กระทั่งกับทะเลยังเป็นสีแดงไวน์ และพอเขาไปหางานเขียนสมัยกรีกโบราณอื่นๆ มาอ่าน ก็ไม่เจอคำว่าสีน้ำเงินเช่นกัน

ล่วงไปปี 1880 นักปรัชญาชาวยิวเยอรมันลาซารัส ไกเกอร์ ค้นข้อมูลลึกลงไปอีก แล้วพบว่าไม่ใช่แค่ชาวกรีกในช่วงเวลานั้นหรอกที่ไม่มีสีน้ำเงิน ในวรรณคดียุคโบราณของหลายๆ ชาติก็แทบไม่มีสีน้ำเงินปรากฏ

ไกเกอร์พบด้วยว่า แทบทุกภาษามีคำเรียกสีเริ่มจากขาวและดำ แทนแสงสว่างและความมืด ต่อด้วยสีแดง เหลือง เขียว ซึ่งเป็นสีของดินและพืช โดยสีน้ำเงินปรากฏขึ้นมาสุดท้าย เพราะไม่ได้มีตามธรรมชาติ (เชื่อกันว่าคนโบราณส่วนมากอาจมองท้องฟ้าเป็นสีขาว)

อีกทั้งในสมัยโบราณ ไม่ได้มีการแบ่งคำเรียกสีละเอียดเหมือนสมัยนี้ อย่างชาวกรีกก็มักมีแค่คำแยกสีอ่อนสีเข้ม เช่น “เคเนออส” (kyaneos) อาจหมายถึงได้ทั้งสีน้ำเงินเข้ม สีเขียวเข้ม หรือสีม่วงเข้ม ส่วนคำว่า สีฟ้า “กลาวคอส” (glaukos) อาจหมายถึงได้ทั้งสีฟ้า เขียวอ่อน เทา ฯลฯ

แต่มีอารยธรรมโบราณอยู่อารยธรรมหนึ่งที่มีคำเรียกสีน้ำเงิน อีกยังใช้สีน้ำเงินทั้งในสถาปัตยกรรมและจิตรกรรมอย่างมากมายจนเป็นเอกลักษณ์ …ได้แก่อียิปต์

ตอนแรกสุดนั้น ชาวอียิปต์น่าจะใช้สีน้ำเงินจากแร่อซูไรต์ แต่ปรากฏว่าพอโดนอากาศเข้าไป มันก็เกิดปฏิกิริยา เปลี่ยนเป็นสีเขียว พวกเขาจึงหันไปนิยมสกัดสีออกมาจากแร่ลาพิส ลาซูลี ซึ่งจะคงสีน้ำเงินไว

…ทว่าแร่ลาพิสหาได้ยากมาก ต้องไปขุดไกลถึงอัฟกานิสถาน แล้วก็ได้มาทีละน้อย คนอียิปต์เลยคิดทำสิ่งที่ไม่มีใครทำมาก่อน ได้แก่การสังเคราะห์สีน้ำเงินขึ้นมาเอง

แม้วิธีการผลิตสีที่ว่าจะสูญหายไปกับกาลเวลา แต่จากการตรวจสอบหลักฐานของกลุ่มนักวิทยาศาสตร์ในปัจจุบัน พบว่าสีดังกล่าวมีส่วนผสมของทรายแก้ว ทองแดง แคลเซียมคาร์โบเนต และสารอัลคาไลน์ที่โดนความร้อนกว่า 800 องศาเซลเซียส

สีนี้เองที่ถูกขนานนามว่า “สีน้ำเงินอียิปต์” (Egyptian Blue) และได้ชื่อว่าเป็นการสังเคราะห์สีครั้งแรกของโลก

จริงๆ แล้ว ถึงชาติอื่นๆ จะไม่มีคำเรียกสีน้ำเงิน แต่ก็ใช้ว่าไม่มีใช้ ตัวอย่างเห็นได้จากแหล่งอารยธรรมคนอสซอสบนเกาะครีตของกรีก ก็มีการพบจิตรกรรมฝาผนังระบายสีน้ำเงินอยู่จำนวนหนึ่ง

และแน่นอนว่าในฝั่งเอเชีย จีนก็รู้จักใช้แร่โคบอลต์วาดลวดลายสีน้ำเงินสวยงามลงบนเครื่องลายครามที่เราคุ้นตามานับพันๆ ปีแล้ว

อย่างไรก็ตาม ปัญหาการไม่มีชื่อเรียกแน่นอนให้สีในสมัยก่อน ก็ส่งผลให้เกิดปริศนาบางประการมาจนถึงปัจจุบัน…

ในคัมภีร์ไบเบิลฉบับฮิบรูหรือ “ทานัคห์” มีการระบุให้สี “เทเคเลต” เป็นสีศักดิ์สิทธิ์ ซึ่งประเด็นคือ คำแปลของเทเคเลตนั้นเป็นได้ทั้งสีม่วง สีเขียวอมฟ้า สีน้ำเงิน

แม้ตอนนี้จะยอมรับกันแพร่หลายว่าเทเคเลตเป็นสีน้ำเงิน แต่พวกเขาก็ยังไม่ทราบว่าเฉดไหน ดังนั้นหากเราไปดูสีที่ใช้ในประเทศอิสราเอล ทั้งบนธงชาติ ธงกองทัพ ธงการค้า ก็จะพบว่าสีน้ำเงินนั้นมีเฉดต่างกันไป บ้างเข้มบ้างอ่อน

แรบไบอิสอัค เฮอร์ซอก แห่งไอร์แลนด์ทำวิทยานิพนธ์เรื่องนี้ แล้วสันนิษฐานว่าต้นกำเนิดสีน้ำเงินในศาสนาน่าจะมาจากทากทะเลวงศ์ Hexaplex trunculus ซึ่งเมื่อนำสีจากทากนี้มาย้อมแล้วบางทีก็ให้สีน้ำเงินสด บางทีก็ให้สีม่วง

ส่วนศาสตราจารย์ซีฟ โคเรน ประจำมหาวิทยาลัยเชนคาร์ อิสราเอล คิดว่ามันน่าจะเป็นสีน้ำเงินเข้มที่เรียกว่า midnight blue ซึ่งผสมทั้งสีน้ำเงินและม่วงรวมกันมากกว่า ต่อมาช่วงหลังๆ ยังมีผู้เสนอทฤษฎีใหม่เรื่อยๆ เช่นนักวิทยาศาสตร์อิสราเอลก็มีทฤษฎีว่าเทเคเลตอาจเป็นสีน้ำเงินมาจากหอยทากก็เป็นได้

น่าสนใจว่า ภาษาดูจะเป็นส่วนสำคัญในการรับรู้ แยกแยะ และจดจำสี …ซึ่งก็ไม่ได้จำกัดแค่ยุคโบราณ แต่รวมถึงปัจจุบันด้วย

ในปี 2006 จูลส์ ดาวิดอฟฟ์ จากมหาวิทยาลัยโกลด์สมิท กรุงลอนดอน ไปที่ประเทศนามิเบียเพื่อทำการทดลองกับเผ่าฮิมบาซึ่งไม่มีคำเรียกสีน้ำเงิน และมองมันเป็นแค่สีเขียวเฉดหนึ่ง

ดาวิดอฟฟ์ให้คนเผ่าฮิมบาดูภาพสี่เหลี่ยม 12 ภาพ ที่มีสีเขียว 11 ภาพ มีสีน้ำเงินอยู่ 1 ภาพแล้วถามว่าอันไหนไม่ใช่สีเขียว ชนเผ่านี้ใช้เวลาคิดค่อนข้างนานกว่าคนทั่วไปมาก

แต่กับอีกการทดลองหนึ่ง พอให้พวกเขาดูภาพสี่เหลี่ยมสีเขียวทั้งหมดที่มีภาพหนึ่งเป็นคนละเฉดกับภาพอื่น แล้วถามว่าอันไหนไม่เข้าพวก เผ่าฮิมบาก็แยกได้ทันที เพราะชนเผ่านี้มีคำเรียกสีเขียวเยอะมาก

ดังนั้นจึงไม่แปลก ที่ชาติซึ่งมีคำศัพท์พื้นฐานเรียกแค่ “สีน้ำเงิน” (เช่นภาษาอังกฤษ) จะแยกเฉดสีน้ำเงินได้ยากกว่าชาติมีศัพท์แยกย่อยเป็น “สีน้ำเงิน” และ “สีฟ้า” (เช่นภาษารัสเซียและไทย)

นี่เองเป็นเรื่องราวของสีน้ำเงินจากสมัยโบราณ ที่แม้อารยธรรมมนุษย์จะสังเคราะห์มันได้ขึ้นมาเป็นสีแรก แต่มันก็เกือบหายไปจากบันทึกลายลักษณ์อักษรในประวัติศาสตร์ เพราะไร้คำนิยามมากำหนด

…นี่นำไปสู่คำถามคลาสสิกในวิชาปรัชญาว่า “ความหมาย” นั้น เกิดขึ้นก่อนหรือหลังการให้ความหมายกันแน่?…

บทความที่เกี่ยวข้อง

FILE Nº 0117
DECLASSIFIED
Who is Moors Banner
#ประวัติศาสตร์15 ต.ค. 2567

มัวร์ (Moors) คืออะไร? – สรุปเข้าใจง่าย

“มัวร์” (Moors) เป็นคำที่ชาวคริสต์ในยุโรปใช้เรียกชาวมุสลิมทั่วไป แต่เดิมมีความหมายถึงชาวมุสลิมเบอร์เบอร์จากแอฟริกาเหนือ

FILE Nº 0120
DECLASSIFIED
History of Morocco
#ประวัติศาสตร์17 ก.ย. 2567

ประวัติศาสตร์โมร็อกโก (History of Morocco) – สรุปเข้าใจง่าย

“โมร็อกโก” ดินแดนที่เต็มไปด้วยประวัติศาสตร์และมีสถาปัตยกรรมแบบมัวร์อันเอกลักษณ์โดดเด่น เราจะไปดูประวัติศาสตร์โมร็อกโก (History of Morocco) แบบสรุปเข้าใจง่ายกัน

ชอบเรื่องราวแบบนี้? ไปเที่ยวกับเราสิ

สนใจทัวร์นี้? ทักไลน์ได้เลย ทีมงานตอบไว

สอบถามผ่าน LINE