พาท่านสัมผัสประสบการณ์ The Birth of Bhutan : “เทศกาลวันชาติโบราณ” เป็นหนึ่งในเทศกาลที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในภูฏาน พร้อมเก็บไฮไลท์สถานที่แบบจัดเต็ม!
ไฮไลต์ของทริป
- ✨ ทัวร์ “The Birth of Bhutan” 25 ก.พ - 1 มี.ค 2026 ชมเทศกาลวันชาติโบราณ ✨
- พาท่านเที่ยวดินแดนมังกรสายฟ้า ราชอาณาจักรวัชรยานแห่งเดียวในโลก ท่ามกลางขุนเขาหิมาลัย
- ⚔️ ไป 'เทศกาลวันชาติแบบโบราณ' ชมระบำหน้ากากที่บอกเล่าเรื่องราวการกำเนิดประเทศนี้
- 🏯 สักการะ 'วัดทักซัง' แลนด์มาร์คกลางชะง่อนเขาอันศักดิ์สิทธิ์
- 🦬 ดูตัว 'ทาคิน' สัตว์ประหลาดครึ่งแพะครึ่งวัวที่หาได้ยากนอกภูฏาน
- ทัวร์ไม่จอยกรุ๊ป โรงแรมดี อาหารดี ปีนึงมีรอบเดียว นำโดยวิทยากรประวัติศาสตร์ "คุณปั๊บ"
สถานที่ไฮไลต์












วิทยากรประวัติศาสตร์นำทัวร์เองทุกทริปมีวิทยากรผู้เชี่ยวชาญด้านประวัติศาสตร์เดินทางไปด้วย เล่าเรื่องยากให้เข้าใจง่ายในทุกสถานที่
เส้นทางที่ไม่ธรรมดาพาไปดินแดนที่คนไม่ค่อยไป ตั้งแต่เอเชียกลาง ตะวันออกกลาง ไปจนถึงหิมาลัย
ไม่จอยกรุ๊ป ไม่ชะโงกทัวร์อะไรควรดูอยู่ดูนานขึ้น จัดกรุ๊ปขนาดพอดีเพื่อประสบการณ์ที่ดีที่สุด
เหนือกว่าการท่องเที่ยวปกติทุกทัวร์ออกแบบโดยนักเขียน และนักเดินทางมืออาชีพ เน้นสร้างประสบการณ์ สะท้อนตัวตน เหมาะกับนักเดินทางที่ต้องการอะไรที่เหนือกว่าการท่องเที่ยวปกติ
รายละเอียดทัวร์
🐉 ภูฏาน : เทศกาลวันชาติโบราณ ⚡
The Wild Chronicles ขอพาทุกท่านเดินทางไป “ภูฏาน” แผ่นดินผืนเล็กๆ ที่ถูกโอบล้อมไว้ในอ้อมกอดของเทือกเขาหิมาลัย พวกเขาเชื่อว่าตนเองคือบุตรหลานแห่ง “มังกรสายฟ้า” ที่นี่คือ "ราชอาณาจักรพุทธวัชรยาน" แห่งเดียวในโลก 🥰
แต่ละทัวร์ของเราออกเดินทางร่วมกับวิทยากรผู้เชี่ยวชาญด้านประวัติศาสตร์พร้อมประสบการณ์นำเที่ยวมากมาย เพื่อพาทุกท่านไปพบความรู้แปลกใหม่ ในสถานที่ที่ซ่อน “ความไม่ธรรมดา” เอาไว้มากมาย
🐉 รู้หรือไม่!? ธงชาติของภูฏานถูกแบ่งครึ่งเฉียงออกเป็นสองสี สื่อถึงความสมดุลระหว่างทางโลกและทางธรรมโดยมี “มังกรสายฟ้า” เหินผ่านตรงกลาง
🐉 รู้หรือไม่!? “เทศกาลหน้ากากปูนาคา” เป็นเทศกาลที่สำคัญที่สุดในภูฏานที่ทุกท่านควรได้ชม เพราะมันบอกเล่าเรื่องราวของชัยชนะที่พวกเขามีต่อกองทัพทิเบต และทำให้สิ่งที่เรียกว่า “ภูฏาน” ถือกำเนิดขึ้น
🐉 ปี 2025❗The Wild Chronicles ขอพาท่านเดินทางไป “ภูฏาน” : เทศกาลวันชาติโบราณ
🐉 ไล่ตามเส้นทางเริ่มจากนำท่านเดินทางเข้าสู่ “เมืองพาโร” เมืองหน้าด่านในหุบเขาแสนสวย ซึ่งถือเป็นเมืองที่เก่าแก่ที่สุดและสวยที่สุดในภูฏาน ตั้งอยู่ทางตะวันตกของภูฏานห่างจากเมืองหลวงทิมพู ประมาณ 53 กิโลเมตร

🐉 เยี่ยมชม “พิพิธภัณฑ์แห่งชาติภูฏาน” (National Museum of Bhutan) พิพิธภัณฑ์ประจําชาติที่จัดแสดงหลักฐานทางวัฒนธรรมของประเทศแห่งนี้กว่า 3,000 ชิ้น ซึ่งครอบคลุมประวัติศาสตร์อันยาวนานกว่า 1,500 ปี โดยพิพิธภัณฑ์แห่งนี้เคยเป็นป้อมปราการเก่าที่มีทัศนียภาพของหุบเขาที่สามารถมองเห็นทิวเขาอันงดงาม อีกทั้งที่นี่ยังมีพิพิธภัณฑ์ด้านธรรมชาติของภูฏานซึ่งควรค่าแก่การเยี่ยมชม

🐉 เยี่ยมชม “พาโร รินปุง ซอง” (Paro Rinpung Dzong) หรือที่รู้จักกันว่า ‘ป้อมพาโร’ ป้อมปราการที่สร้างขึ้นในช่วงศตวรรษที่ 17 โดยผู้ที่ได้รับการยกย่องว่าเป็นผู้รวมภูฏานให้กลายเป็นหนึ่งเดียว ซึ่งได้สร้างสถานที่แห่งนี้เพื่อปกป้องการรุกรานจากชาวทิเบต นอกจากนี้ป้อมพาโรยังเป็นสถานที่สําคัญทางศาสนาของภูฏาน เพราะที่นี่ถือเป็นศูนย์กลางทางสงฆ์มาอย่างยาวนาน

🐉 เดินทางสู่ “เมืองทิมพู” (Thimphu) เมืองหลวงของประเทศภูฏานซึ่งอยู่ท่ามกลางหุบเขาและป่าเขียวขจี ทิมพูเป็นเมืองหลวงและเมืองใหญ่สุดของประเทศภูฏาน ตั้งอยู่ตอนกลางของประเทศ สิ่งที่น่าสนใจของเมืองทิมพู คือ ที่นี่เป็นเมืองหลวงแห่งเดียวในโลกที่ไม่มีสัญญาณไฟจราจร และใช้ตํารวจจราจรโบกมือให้สัญญาณเท่านั้น

🐉 เยี่ยมชม “ป้อมทาชิ โชเอ็ดซอง” (Tashi Chhoedzong) ป้อมแห่งนี้ถือเป็นสถานที่สําคัญของประเทศภูฏานมาหลายยุคหลายสมัย ในอดีตป้อมแห่งนี้มักถูกไฟไหม้บ่อยครั้งจึงทําให้มีการบูรณะอยู่ตลอด โดยป้อมในแบบปัจจุบันถูกสร้างขึ้นในปี 1962 หลังจากภูฏานย้ายเมืองหลวงจากปูนาคามายังทิมพู และถูกใช้เป็นที่ตั้งของสํานักพระราชวัง ทําเนียบรัฐบาลรวมไปถึงหน่วยงานราชการอื่นๆ อีกมากมาย

🐉 เยี่ยมชม “พระพุทธรูปดอร์เดนมา” (Buddha Dordenma Statue) หรือ ‘องค์หลวงพ่อสัจจธรรม’ พระพุทธรูปขนาดใหญ่ที่สูงมากถึง 54 เมตร ถือเป็นพระพุทธรูปที่ตั้งอยู่บนที่สูงที่สุดในโลก โดยพระพุทธรูปองค์นี้ถูกสร้างขึ้นเมื่อคราวเฉลิมพระชนมพรรษา 60 พรรษาของสมเด็จพระราชาจิกมี ซิงเย วังชุก กษัตริย์องค์ที่ 4 ของภูฏาน จุดเด่นของที่นี่ คือ จากสถานที่นี้เราสามารถมองเห็นทัศนียภาพของเมืองทิมพูได้อย่างแจ่มชัด

🐉 เดินทางผ่าน “ช่องเขาโดชูลา” (Dochula Pass) อันเป็นจุดชมวิวที่สวยงาม ช่องเขาตั้งอยู่ระหว่างเมืองทิมพูและปูนาคา มีระดับความสูงถึง 3,145 เมตร และสามารถมองเห็นทิวทัศน์อันกว้างไกลของภูเขาที่ปกคลุมไปด้วยหิมะอันงดงาม อีกทั้งที่นี่ยังมีความงดงามทางวัฒนธรรมที่ผสมผสานอย่างลงตัว

🐉 เยี่ยมชม “สถูปดรุค วังเกล” (Druk Wangyel Chorten) สถูป 108 องค์ ซึ่งตั้งอยู่บน ‘จตุรัสแห่งชัยชนะ’ 108 องค์ที่สร้างขึ้นโดยสมเด็จพระราชินี อะชิ ดอร์จิ วังโม วังซุก เพื่อเป็นเกียรติแก่ความกล้าหาญของจิกมี ซิงเย วังชุก กษัตริย์องค์ที่ 4 ของราชวงศ์ภูฏานและการเสียสละของทหารภูฏานที่เสียชีวิต ระหว่างการสู้รบกับกบฏชาวอัสสัมในปี 2003 นอกจากนี้สถูปยังถูกสร้างเพื่อถวายแด่พระโพธิสัตว์และพระอรหันต์ 108 องค์ และถือเป็นอนุสรณ์สถานแห่งความสงบสุข
🐉 เที่ยว “หมู่บ้านโลเบซา” (Lobesa Village) หมู่บ้านที่ชาวบ้านส่วนใหญ่ตกแต่งผนังอาคารบ้านเรือนด้วยรูปอวัยวะเพศชายตามความเชื่อเรื่องสิริมงคลแห่งการป้องกันสิ่งชั่วร้ายและพลังของการให้กําเนิดชีวิตพร้อมเพลิดเพลินไปกับการชื่นชมท้องทุ่งนากลางหุบเขาที่สวยงาม
🐉 แวะสักการะ “วัดชีมีลาคัง” (Chimi Lhakhang Temple) หรือ วัดแห่งการเกิด ซึ่งสร้างขึ้นตั้งแต่ศตวรรษที่ 15 โดยท่านดรุกปะคุนเลย์นักบุญผู้ที่เต็มไปด้วยเวทย์มนต์พลังลึกลับและอิทธิปาฏิหาริย์ ซึ่งได้สะกดวิญญาณนางปีศาจร้ายที่แฝงตัวมาในรูปของสุนัขสีแดงเอาไว้ใต้เจดีย์ด้วย “สายฟ้าแห่งปัญญา” หรืออวัยวะเพศของท่าน จึงทําให้ชาวภูฏานนิยมมาขอพรเพื่อเพิ่มพลังให้ชีวิตและขอบุตรกันที่นี่
🐉 เยี่ยมชม “ปูนาคาซอง” (Punakha Dzong) หรือ “ป้อมปราการปูนาคา” นับเป็นหนึ่งในสถานที่สําคัญและสวยงามที่สุดของภูฏานสร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1637 โดย ซับดรุง งาวัง นัมเกล ผู้ก่อตั้งราชอาณาจักรภูฏานทําให้เป็นหนึ่งในป้อมปราการที่เก่าแก่ที่สุดในประเทศ ด้วยสถาปัตยกรรมแบบดั้งเดิมของภูฏานที่ผสมผสานระหว่างไม้และหิน ทําให้ปูนาคาซองดูโดดเด่นและงดงามเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อสะท้อนกับทิวทัศน์ของเทือกเขาหิมาลัย

🐉 พาท่านร่วมงาน “เทศกาลปูนาคา เชชู” (Punakha Tsechu) เป็นเทศกาลจัดขึ้นที่เมืองปูนาคาในช่วงต้นปี ท่านจะได้ชมการเต้นรําหน้ากากที่มีสีสัน ที่จะทําให้ท่านได้สัมผัสกับวัฒนธรรมและประเพณีอันล้ําค่าของภูฏาน ปกติทุกวัดของภูฏานจะมีการจัดงานเชชูของตนเองในเวลาแตกต่างกัน แต่งานปูนาคา เชชูนี้มีความพิเศษกว่าที่อื่น และมีความสําคัญต่อจิตใจของชาวภูฏานเป็นอย่างยิ่ง เพราะมันถูกจัดขึ้นเพื่อแสดงเรื่องราวชัยชนะของชาวภูฏานเหนือกองทัพทิเบตที่เข้ามารุกรานในปี 1639 และเป็นเหตุที่เกิดอยู่ในประเทศภูฏานขึ้นนั่นเอง


🐉 นอกจากการร่วมงานเทศกาลแล้ว ท่านจะมีโอกาสสวมใส่ชุด “คีรา” และ “โค” ชุดประจําชาติของภูฏานเที่ยวงานเทศกาลเพื่อความกลมกลืนกับคนท้องถิ่นอีกด้วย
🐉 เยี่ยมชม “เขตอนุรักษ์โมติทังทาคิน” (Royal Takin National Preserved) ก่อตั้งขึ้นเพื่ออนุรักษ์“ตัวทาคิน” สัตว์ประจําชาติของภูฏาน ทาคินมีลักษณะคล้ายวัวผสมแพะ อาศัยอยู่ในแถบเทือกเขาหิมาลัยตะวันออก มักอยู่บนทุ่งหญ้าอัลไพน์ในฤดูร้อนและลงมาในที่ต่ำกว่าในฤดูหนาว เป็นสัตว์ที่เชื่องและเป็นมิตรเคยมีตํานานเล่าว่าในศตวรรษที่ 15 พระลามะรูปหนึ่ง ได้สร้างทาคินจากการนําหัวแพะมาต่อกับร่างวัวด้วยเวทมนตร์

🐉 เดินเล่นที่ “ตลาดงานฝีมือทิมพู” (Thimphu Craft Bazaar Market) ตลาดจัดแสดงผลงานหัตถกรรมของช่างฝีมือชาวภูฏานที่นํามาจําหน่ายอย่างมากมายและหลากหลาย ตลาดแห่งนี้เป็นกระท่อมไม้ไผ่ที่ตั้งเรียงรายกันที่ทอดยาวประมาณครึ่งกิโลเมตร งานหัตถกรรมครอบคลุมทุกแง่มุมของศิลปะ และบางชิ้นได้รับการปรับปรุงให้สอดคล้องกับความทันสมัย ใครอยากซื้อของฝากจากภูฏาน ก็สามารถซื้อได้ที่นี่ได้เลย

🐉 เยี่ยมชม “วัดทักซัง”(Taktsang Monastery) หรือที่รู้จักกันในชื่อ “รังเสือ” เป็นวัดที่สร้างอยู่บนหน้าผาพาโรอันสูงชัน โดยวัดทักซังถือเป็น 1 ใน 10 วัดที่น่ามหัศจรรย์ของโลก และมีความสําคัญเป็นอย่างยิ่งต่อชาวภูฏานที่ทุกคนจะต้องขึ้นไปให้ได้สักครั้งหนึ่งในชีวิต
ตามตํานานเชื่อกันว่าวัดทักซังเป็นสถานที่ที่ท่านท่านคุรุรินโปเช (ปัทมสมภพ) ขี่นางพยัคฆ์เดินทางมาจากทิเบตเพื่อโปรดสัตว์ โดยมาที่นี่เพื่อสร้างสมบุญบารมีโดยการนั่งวิปัสสนากรรมฐานบําเพ็ญสมาธิภาวนาอยู่ในถ้ํานานถึง 3 เดือน ก่อนที่ท่านจะได้ประกาศคําสอนแก่สานุศิษย์เพื่อเผยแผ่พระศาสนาสู่ดินแดนภูฏานเมื่อศตวรรษที่ 9

🐉 (ตัวเลือก) สำหรับท่านที่ไม่ต้องการเดินทางขึ้นวัดทักซัง สามารถเยี่ยมชม “ดรุกยาล ซอง” (Drukgyal Dzong) ป้อมปราการที่ตั้งอยู่ส่วนบนของเทือกเขาพาโร โดยป้อมปราการแห่งนี้ถูกสร้างขึ้นเมื่อปี 1649 ตามพระราชบัญชาของชับดรัง งาวัง นัมเกล เพื่อรําลึกถึงชัยชนะของภูฏานเหนือการรุกรานจากทิเบต
แม้จะเกิดไฟไหม้จนเหลือเพียงซากปรักหักพัง ทว่าซองแห่งนี้ กำลังได้รับการขึ้นทะเบียนในบัญชีรายชื่อเบื้องต้น (Tentative List) เพื่อพิจารณาขึ้นทะเบียนเป็นแหล่งมรดกโลกในอนาคต ในปัจจุบันดรุกยาล ซอง ได้รับการบูรณะให้สวยงามดังเดิม แม้จะยังไม่สมบูรณ์ก็ตาม
🐉 พาท่านช็อปปิงสินค้าท้องถิ่นใน “ตลาดหัตถกรรมพาโร”(Paro Craft Market) ตลาดที่เต็มไปงานหัตถกรรมและสิ่งทอของภูฏานแท้ๆ ที่สวยงามและมีสีสันสดใส
🐉 ช่วงบ่ายพาท่านไปผ่อนคลายกับ “การแช่อ่างน้ำร้อนท่ามกลางธรรมชาติที่ฟาร์ม” (Hot Stone Bath at a farmhouse instead) อันเป็นเอกลักษณ์ของภูฏาน โดยอ่างน้ำร้อนที่นี่ใช้ “เมนชู” น้ำยาสมุนไพรสูตรเฉพาะตัวที่นําหินจากแม่น้ำที่คั่วบนไฟจนร้อนจัดมาอุ่นน้ำจนร้อน เชื่อกันว่าหินร้อนจะทําให้แร่ธาตุที่มีความเข้มข้นสูงถูกปลดปล่อยออกมา ในขณะที่น้ำที่ได้รับความร้อนจะมีผลทําให้จิตใจสงบ โดยศาสตร์การเล่นแร่แปรธาตุในห้องอาบน้ำหินร้อนของภูฏานได้รับอิทธิพลมาจากแนวปฏิบัติอายุรเวชของอินเดียและยาแผนโบราณของทิเบตในศตวรรษที่ 7 สอดคล้องกับชื่อโบราณของประเทศแห่งนี้ คือ “เมนจุง” (Menjung) แปลว่า“ดินแดนแห่งสมุนไพร”

🐉 แวะทานอาหารภูฏานแบบดั้งเดิม ลักษณะเด่นที่สุดของอาหารภูฏาน คือ “รสจัดจ้านของพริก” เพราะพริกเป็นส่วนผสมสําคัญที่ใช้ในเกือบทุกจานอาหาร ชาวภูฏาน ส่วนมากรู้สึกเพลิดเพลินกับอาหารรสเผ็ด อีกทั้งอาหารส่วนใหญ่ยังมีผักเป็นส่วนประกอบ และผักที่ภูฏานนั้นอร่อย หวาน กรอบ และที่สําคัญยังเป็นผักออแกนิค ไฮไลท์สําคัญของอาหารภูฏานเลยก็คือ “อิมา ดาชิ” อาหารประจําชาติของภูฏานที่ปรุงจากพริกกับชีส รสเผ็ด เค็ม มัน ที่ชาวภูฏานนิยมกินกันทั้งประเทศ และกินกันแทบทุกมื้อทุกวัน
🫶 พร้อมสถานที่สุดพีกอีกมากมาย ราคาเริ่มต้น 86,900 บาท/ท่าน รวมตั๋วเครื่องบินแล้วเรียบร้อย
ทริปสุดพิเศษประจำปี 2026 แบบนี้ ออกเดินทาง 25 ก.พ. – 1 มี.ค. 2026 ท่องเที่ยวเต็มอิ่มกว่า 5 วัน 4 คืน




🐉 …ย้ำทัวร์ของเราไม่จอยกรุ๊ป ไม่ชะโงก อะไรควรดูอยู่ดูนานขึ้น อะไรอยู่นอกเส้นทางปกติแต่ควรสัมผัสจะได้ไปสัมผัส โดยเฉพาะผู้รักการผจญภัย หลงไหลในประวัติศาสตร์ และประสบการณ์ที่แทบไม่มีใครได้สัมผัส ไม่ควรพลาดด้วยประการทั้งปวง!! โดยมี “คุณปั๊บ” เป็นวิทยากรประวัติศาสตร์นำทัวร์เอง
⬇️หรือติดต่อสอบถามเพิ่มเติมได้ที่เบอร์ 082-894-8444 หรือแอดไลน์ที่ปุ่มด้านล่างและพิมพ์ว่า “สนใจทัวร์บังกลาเทศ” ครับ ⬇️
ประวัติศาสตร์มองโกลหลังยุคเรืองอำนาจ : เจงกิสข่าน ถึง กุบไลข่าน
หลังยุคกุบไลข่านอาณาจักรมองโกลได้แตกออกเป็นหลายส่วน ยิ่งมายิ่งเสื่อมลง เพราะลูกหลานปกครองไม่ดี ที่จีนนั้นชาวจีนรวมกันก่อกบฏผ้าแดงโค่นล้มการปกครองของมองโกลราชวงศ์หยวนสำเร็จ พวกมองโกลต้องหนีกลับไปอยู่ดินแดนทุ่งหญ้าของตน จากนั้นก็แตกเป็นหลายเผ่า รบพุ่งกันเองเหมือนในอดีต กดอ่านเลย
ชัม: พิธีกรรมศักดิ์สิทธิ์แห่งพุทธวัชรยาน
“ชัม” (Cham) หรือที่ชาวมองโกเลียเรียกว่า “ซัม” (Tsam) คือพิธีกรรมฟ้อนหน้ากากอันศักดิ์สิทธิ์ในพุทธศาสนานิกายวัชรยาน มีจุดมุ่งหมายเพื่อขับไล่พลังลบ ความอัปมงคล และอวิชชาออกจากชุมชน กดอ่านเลย
The Birth of Bhutan ทำไมต้องไป “ทัวร์ภูฏาน” กับ The Wild Chronicles
“ภูฏาน” แผ่นดินเล็กๆ ที่ถูกโอบล้อมไว้ในอ้อมกอดของเทือกเขาหิมาลัย ซึ่งพวกเขาเชื่อว่าตัวเองคือบุตรหลานแห่ง “มังกรสายฟ้า” 🐉⚡ยังคงเป็นแดนดินถิ่นมนต์ขลัง ที่กำลังรอคอยให้ผู้คนเดินทางและสัมผัสอย่างเจาะลึก กดอ่านเลย
โปรแกรมการเดินทางรายวัน
วันที่ 1กรุงเทพฯ – พาโร – ทิมพู
นัดพบ 03:00 น. ที่สุวรรณภูมิ (BKK) ชั้น 4 เคาน์เตอร์ดรุกแอร์ บิน KB153 เวลา 06:00 น. ถึงพาโร (PBH) 08:15 น. (เวลาภูฏานช้ากว่าไทย 1 ชั่วโมง) พักผ่อนปรับตัวกับความสูง
- พิพิธภัณฑ์แห่งชาติภูฏาน (National Museum of Bhutan) จัดแสดงหลักฐานทางวัฒนธรรมกว่า 3,000 ชิ้น ครอบคลุมประวัติศาสตร์กว่า 1,500 ปี
- พาโรรินปุงซอง (Paro Rinpung Dzong) ป้อมสร้างศตวรรษที่ 17 โดยชับดรุง งาวัง นัมเกล และเป็นศูนย์กลางสงฆ์
- เดินทางสู่ทิมพู (Thimphu) เมืองหลวงที่ไม่มีสัญญาณไฟจราจร และชมป้อมทาชิโชเอ็ดซอง (Tashi Chhoedzong) สร้างปัจจุบันปี 1962
วันที่ 2พระพุทธรูปดอร์เดนมา – ช่องเขาโดชูลา – โลเบซา – ปูนาคา
- พระพุทธรูปดอร์เดนมา (Buddha Dordenma) สูง 54 เมตร บนภูเขาสูงกว่า 2,655 เมตร สร้างเฉลิมพระชนมพรรษา 60 พรรษากษัตริย์องค์ที่ 4
- ช่องเขาโดชูลา (Dochula Pass) สูง 3,145 เมตร มีสถูปดรุก วังเกล 108 องค์
- หมู่บ้านโลเบซา (Lobesa) และวัดชีมีลาคัง (Chimi Lhakhang) วัดแห่งการเกิด สร้างศตวรรษที่ 15 โดยท่านดรุกปะ คุนเลย์ ผู้คนมาขอพรเรื่องบุตร
เดินทางถึงปูนาคา (Punakha)
วันที่ 3ปูนาคาซอง – เทศกาลปูนาคาเชชู – เขตอนุรักษ์ทาคิน – ทิมพู
- ปูนาคาซอง (Punakha Dzong) สร้างปี 1637 โดยชับดรุง งาวัง นัมเกล เป็นที่ประทับฤดูหนาวของพระสังฆราช
- เทศกาลปูนาคาเชชู (Punakha Tsechu) ชมระบำหน้ากาก รำลึกชัยชนะเหนือกองทัพทิเบตปี 1639 และมีโอกาสสวมชุดประจำชาติ "คีรา" และ "โค"
- เขตอนุรักษ์ทาคินหลวง (Royal Takin Preserve) ชมทาคิน สัตว์ประจำชาติภูฏาน
- ตลาดงานฝีมือทิมพู (Thimphu Craft Bazaar)
วันที่ 4ทิมพู – วัดทักซัง – พาโร
- เดินป่าประมาณ 2 กิโลเมตรขึ้นวัดทักซัง (Taktsang) "รังเสือ" บนหน้าผาพาโร ใช้เวลาราว 2 ชั่วโมง ผ่านป่าโอ๊ค ธงมนต์ และบันได 700 ขั้น รับประทานอาหารกลางวันระหว่างทาง (ค่าเช่าม้าไม่รวม)
- ทางเลือก: ดรุกยาลซอง (Drukgyal Dzong) ป้อมสร้างปี 1649 สำหรับผู้ไม่เดินขึ้นวัด
- ตลาดหัตถกรรมพาโร (Paro Craft Market)
- ช่วงบ่ายแช่อ่างน้ำร้อนหินร้อนที่ฟาร์ม และลิ้มรสอาหารภูฏานดั้งเดิม เช่น อิมา ดาชิ (พริกกับชีส)
วันที่ 5พาโร – กรุงเทพฯ
เดินทางสู่ท่าอากาศยานพาโร (PBH) 11:50 น. บินดรุกแอร์ KB152 ถึงสุวรรณภูมิ (BKK) 16:00 น.
อัตรานี้รวม
- ตั๋วเครื่องบินไป-กลับระหว่างประเทศ ชั้นประหยัด (Economy Class) กระเป๋าโหลดใต้เครื่อง 1 ใบ (ไม่เกิน 30 กก.) กระเป๋าถือขึ้นเครื่อง 1 ใบ (ไม่เกิน 5 กก.)
- รถรับ-ส่งและนำเที่ยวพร้อมคนขับที่มีประสบการณ์
- ที่พักตามที่ระบุในโปรแกรม พักห้องละ 2 ท่าน (หากต้องการ 3 เตียงให้แจ้งก่อน บางโรงแรมอาจไม่มีห้อง 3 ท่าน 3 เตียง)
- ค่าเข้าชมสถานที่และค่าอาหารตามที่ระบุในโปรแกรม
- มัคคุเทศก์ท้องถิ่นผู้มีประสบการณ์ วิทยากรและหัวหน้าทัวร์ชาวไทย
- ค่าวีซ่าเข้าประเทศ (ทางบริษัทดำเนินการให้)
- น้ำดื่มบรรจุขวดระหว่างการเดินทาง
- ประกันอุบัติเหตุระหว่างการเดินทาง วงเงินคุ้มครองท่านละ 1,000,000 บาท (ตามเงื่อนไขในกรมธรรม์)
อัตรานี้ไม่รวม
- ค่าอัพเกรดตั๋วเครื่องบินเป็นชั้นธุรกิจ (Business Class) สำหรับเที่ยวบินระหว่างประเทศ
- ค่าห้องพักเดี่ยว (กรณีพักคนเดียว)
- ค่าใช้จ่ายส่วนตัว เช่น ค่าทำหนังสือเดินทาง ค่าโทรศัพท์ ค่าอินเทอร์เน็ต ค่าซักรีด ค่ามินิบาร์ ค่าอาหารและเครื่องดื่มนอกเหนือโปรแกรม ค่าน้ำหนักกระเป๋าเกิน ค่าสำรองที่นั่งล่วงหน้า ค่ารักษาพยาบาลจากโรคประจำตัว ค่ากระป๋องออกซิเจนพกพา
- ค่าทิปหัวหน้าทัวร์ ไกด์ท้องถิ่น และคนขับรถ (แนะนำ 40 USD/ท่าน)
- ค่าเช่าม้าเพื่อขึ้นและลงวัดทักซัง
- ภาษีมูลค่าเพิ่ม 7% และภาษีหัก ณ ที่จ่าย 3% และภาษีอื่นๆ ตามที่กฎหมายกำหนด
- ค่าธรรมเนียมน้ำมันและภาษีสนามบิน ในกรณีที่สายการบินปรับขึ้นราคา
คำถามเกี่ยวกับทัวร์นี้
ทัวร์ภูฏาน The Birth of Bhutan เดินทางกี่วัน ไปเมืองไหนบ้าง
ราคาทัวร์ภูฏานรวมตั๋วเครื่องบินและวีซ่าไหม
จองทัวร์ต้องมัดจำเท่าไร ชำระส่วนที่เหลือเมื่อไร
ออกเดินทางขั้นต่ำกี่ท่าน
พักเดี่ยวและอัพเกรดชั้นธุรกิจเพิ่มเท่าไร
พักโรงแรมระดับไหน
ใครเป็นวิทยากร และค่าทิปเท่าไร
การเดินขึ้นวัดทักซังเป็นอย่างไร และยกเลิกทัวร์ได้ไหม
ทัวร์ภูฏาน (The Birth of Bhutan) เทศกาลวันชาติโบราณ 🐉⚡
สนใจทัวร์นี้? ทักไลน์ได้เลย ทีมงานตอบไว






