ร่วมเฉลิมฉลอง "คเณศจตุรถี" ท่องดินแดนแห่งอารยธรรมและความเป็นเอกลักษณ์แบบเจาะลึก พร้อมสำรวจถ้ำมรดกโลก ณ เมืองมุมไบและออรังกาบัด จองทัวร์ได้แล้ววันนี้
ไฮไลต์ของทริป
- สนุกสนานกับเทศกาล "คเณศจตุรถี" ในประเทศต้นธารแห่งศรัทธาอย่าง "อินเดีย"
- สำรวจความงดงามแห่งศิลปะและสถาปัตยกรรมที่ล้ำค่าใน "ถ้ำเอลโลร่า" และ "ถ้ำอชันตา"
- สัมผัสความหลากหลายและความเป็นเอกลักษณ์ของวิถีชีวิตชาวอินเดียอย่างแท้จริง
วิทยากรประวัติศาสตร์นำทัวร์เองทุกทริปมีวิทยากรผู้เชี่ยวชาญด้านประวัติศาสตร์เดินทางไปด้วย เล่าเรื่องยากให้เข้าใจง่ายในทุกสถานที่
เส้นทางที่ไม่ธรรมดาพาไปดินแดนที่คนไม่ค่อยไป ตั้งแต่เอเชียกลาง ตะวันออกกลาง ไปจนถึงหิมาลัย
ไม่จอยกรุ๊ป ไม่ชะโงกทัวร์อะไรควรดูอยู่ดูนานขึ้น จัดกรุ๊ปขนาดพอดีเพื่อประสบการณ์ที่ดีที่สุด
เหนือกว่าการท่องเที่ยวปกติทุกทัวร์ออกแบบโดยนักเขียน และนักเดินทางมืออาชีพ เน้นสร้างประสบการณ์ สะท้อนตัวตน เหมาะกับนักเดินทางที่ต้องการอะไรที่เหนือกว่าการท่องเที่ยวปกติ
รายละเอียดทัวร์
🕉️The Spirit of India : Ganesh Chaturthi🎉
คเณศจตุรถี – มุมไบ – ถ้ำอชันตา – เอลโลร่า
รู้หรือไม่? ในประเทศอินเดียนอกจากเทศกาลสาดสีโฮลีแล้วนั้น ยังมีอีกหนึ่งเทศกาลอย่าง “คเณศจตุรถี” ซึ่งเป็นงานเฉลิมฉลองการประสูติของพระพิฆเนศ ตรงกับช่วงเดือนสิงหาคม-กันยายนตามปฏิทินของอินเดีย
โดยชาวอินเดียจะมีการสร้างเทวรูปพระพิฆเนศด้วยดินเหนียวแล้วประดิษฐานไว้ทั่วบ้านทั่วเมือง พร้อมสร้างซุ้มประดับรายล้อมด้วยดอกไม้สวยงาม จากนั้นในวันสุดท้ายของเทศกาล พวกเขาจะนำเทวรูปพระพิฆเนศที่ปั้นไปลอยที่แม่น้ำหรือทะเล โดยระหว่างทางเต็มไปด้วยขบวนดนตรีและบทสวดตลอดเส้นทาง
…ซึ่งเทศกาลคเณศจตุรถีที่ยิ่งใหญ่ที่สุดอยู่ที่ “เมืองมุมไบ” โดยแต่ละปีจะมีการนำเทวรูปพระพิฆเนศลงน้ำมากถึง 150,000 องค์ ถือเป็นอัญมณีที่หารับชมได้ยากยิ่ง…
วันที่ 12 – 18 กันยายน ปี 2024 นี้! เราจะขอนำพาท่านไปสัมผัสบรรยากาศของเทศกาลคเณศจตุรถีอันเป็นสิริมงคลนี้ ตลอดทางท่านจะได้พบเจอ “ประสบการณ์แปลกใหม่” ซึ่งมีความศักดิ์สิทธิ์แอบแฝงอยู่ และนี่คือ “อีกหนึ่งเทศกาล” ของโลกที่น้อยคนนักที่เข้าถึงและได้สัมผัสด้วยตัวเอง
ยังไม่พอแค่นั้น! ทัวร์รอบนี้ท่านจะได้ผจญภัยในสถานที่ Unseen ของอินเดีย ซึ่งเต็มไปด้วยความลึกลับน่าค้นหา ความสวยงามอันวิจิตรของศิลปะอินเดีย รวมถึง “ความรู้ทางประวัติศาสตร์” แบบถึงแก่น เพื่อรับประสบการณ์ที่แตกต่าง และทำให้เข้าใจ “ความเป็นอินเดีย” มากยิ่งขึ้น
เรามาดูกันดีกว่าครับว่า “ทำไม” ต้องไปงานเทศกาลคเณศจตุรถี กับ The Wild Chronicles
ทริปนี้เราจะขอนำพาท่านไปสัมผัสบรรยากาศของเทศกาลสิริมงคลนี้ ตลอดทางท่านจะได้พบเจอ “ประสบการณ์แปลกใหม่” ซึ่งมีความศักดิ์สิทธิ์แอบแฝงอยู่ และนี่คือ “อีกหนึ่งเทศกาล” ของโลกที่น้อยคนนักที่เข้าถึงและได้สัมผัสด้วยตัวเอง
🎊🙏🏻เราจะพาทุกท่านไปร่วมงาน “คเณศจตุรถี” ภายในงานจะมีพิธีกรรมที่ชื่อว่า “อาระตี” หรือพิธีกรรมบูชาด้วยโคมไฟ ซึ่งเป็นการสวดมนต์เพื่อแสดงออกถึงความรัก ความเมตตา ความกตัญญู การอธิษฐาน หรือความปรารถนาต่อเทพเจ้า
รวมถึงท่านจะได้ร่วมขบวนแห่ “วิซารจาน” หรือพิธีอัญเชิญพระพิฆเนศกลับเขาไกรลาศ ซึ่งถือเป็นไฮไลท์สำคัญของเทศกาล โดยมักจะจัดขึ้นในวันสุดท้ายของงาน โดยการแห่จะแสดงให้เห็นถึงความสามัคคีของคนในพื้นที่และความเคารพต่อเทพเจ้าอย่างแรงกล้า
🪷🎋ไม่เพียงแค่นั้น! ท่านจะได้ชม “ปานดัล” หรือซุ้มที่เป็นโครงสร้างทำจากไม้ไผ่ ไม้ และผ้า จากนั้นตกแต่งด้วยดอกไม้มากมาย เพื่อใช้เป็นที่ประดิษฐานเทวรูปของเทพเจ้าฮินดูในช่วงเทศกาลคเณศจตุรถี ซึ่งส่วนใหญ่นำต้นแบบแรงบันดาลใจมาจากเทพนิยายของอินเดีย
อีกทั้งจะมีผู้ศรัทธานำขนมมาถวาย เช่น โมทกะ (ขนมโปรดของพระพิฆเนศ) มะพร้าว ผลไม้ และดอกไม้ รวมถึงยังมีการขายโมทกะและขนมอื่นๆ ตามแผงขายของรอบปานดัลอีกด้วย
⛔️หมายเหตุ : หากท่านใดต้องการเข้าร่วมงานในวันสุดท้ายของเทศกาลคเณศจตุรถี อาจต้องใช้เวลาเดินเท้า ไป-กลับ ประมาณ 2 ชั่วโมง เนื่องจากห้ามนำรถเข้า
🛒🛍️ซึ่งถ้าท่านใดไม่ประสงค์ที่จะไปร่วมงาน เรามีทางเลือกให้ครับ! นั่นคือช็อปปิ้งในห้างฟีนิกซ์นั่นเอง การันตีแอร์เย็นฉ่ำ และซื้อของฝากได้อย่างจุใจครับ
นอกจากนี้ท่านจะได้ผจญภัยในสถานที่ Unseen ของอินเดีย ซึ่งเต็มไปด้วยความลึกลับน่าค้นหา ความสวยงามอันวิจิตรของศิลปะอินเดีย รวมถึง “ความรู้ทางประวัติศาสตร์” แบบถึงแก่น เพื่อรับประสบการณ์ที่แตกต่าง และทำให้เข้าใจ “ความเป็นอินเดีย” มากยิ่งขึ้น
🛶🗿ท่านจะได้ล่องเรือไปชม “ถ้ำเอเลแฟนตา” ที่นี่เป็นกลุ่มวัดถ้ำโบราณที่ตั้งอยู่บนเกาะเอเลแฟนตา โดยคาดว่าสร้างขึ้นระหว่างศตวรรษที่ 5 – 8 จุดเด่นคือประติมากรรมและงานแกะสลักด้วยการเจาะหินอันงดงาม เพื่ออุทิศให้กับพระศิวะ รวมถึงได้รับเลือกเป็นแหล่งมรดกโลกของ UNESCO อีกด้วย
🚪👑ตื่นตากับ “ประตูชัยอินเดีย” ซึ่งเปรียบเสมือนสัญลักษณ์รำลึกถึงการเสด็จเยือนอินเดียของกษัตริย์อังกฤษพระองค์แรกอย่าง พระเจ้าจอร์จที่ 5 และ พระราชินีแมรี ในปี 1911 โดยประตูนี้ออกแบบแนวสถาปัตยกรรมฮินดูและมุสลิม ร่วมกับอิทธิพลแบบโกธิกและนีโอคลาสสิก ซึ่งเป็นสไตล์ที่นิยมในครั้งสมัยอินเดียอยู่ภายใต้อาณานิคมอังกฤษ
🚂🏫ชม “สถานีรถไฟฉัตรปติ ศิวาจี” สถานที่ซึ่งเป็นหนึ่งในแหล่งมรดกโลกของ UNESCO เดิมชื่อว่า สถานีรถไฟวิกตอเรีย เนื่องจากสร้างเสร็จสิ้นตรงกับวันฉลองวาระครบรอบ 50 ปี ของ สมเด็จพระราชินีวิกตอเรีย เมื่อปี 1887
โดยต่อมาได้เปลี่ยนชื่อใหม่ตามปฐมกษัตริย์แห่งจักรวรรดิมราฐาอย่าง “จักรพรรดิศิวาจี” ซึ่งพระองค์เป็นผู้ที่มีอิทธิพลต่อแนวคิดชาตินิยมต่อ มหาตมา คานธี และนักสู้เพื่ออิสรภาพชาวอินเดียอีกหลาย ๆ คน
🚲📦ทุกท่านจะได้พบเจอกับ “ดับบาวาลาส” หรือวิถีชีวิตของคนส่งปิ่นโต โดยจะเป็นระบบการจัดส่งปิ่นโตหรือกล่องอาหารกลางวันที่มีมาตั้งแต่ปี 1890 และจะมีการจัดการส่งปิ่นโตประมาณ 200,000 กล่องต่อวันเลยทีเดียว!
…โดยระบบนี้มีประสิทธิภาพอย่างน่าเหลือเชื่อ เพราะทั้งแม่นยำ ส่งไม่เคยพลาด แถมตรงเวลาอีกด้วย… (พวกเขาจะสร้างสัญลักษณ์ช่วยจำขึ้นมา ทำให้ประสิทธิภาพดีเยี่ยม)
🧺🧼รวมถึงตื่นตากับ “ลานซักผ้าโดบีกาต” ..นี่คือหนึ่งในลานซักผ้ากลางแจ้งที่ใหญ่ที่สุดในโลก! … โดยที่นี่มีการซักเสื้อผ้าหลายพันชิ้นทุกวัน และมีแปรงซักผ้าประมาณ 700 อัน จากนั้นจะมีการนำเสื้อผ้าที่ซักแล้วไปตากบนราว ทอดยาวไปทั่วบริเวณ ซึ่งหากมองมาจากด้านบนจะมองเห็นเสื้อผ้าหลากสีสัน ดูสวยงามแปลกตาไปอีกแบบ
🏰🏛️ชม “พิพิธภัณฑ์เจ้าชายแห่งเวลส์” หรือพิพิธภัณฑ์ ฉัตรปติ ศิวาจีมหาราช ที่นี่สร้างขึ้นเพื่อเป็นเกียรติแก่การเสด็จเยือนอินเดียของเจ้าชายแห่งเวลส์ (ต่อมาคือพระเจ้าจอร์จที่ 5) ซึ่งที่นี่มีจัดแสดงเกี่ยวกับศิลปะ โบราณคดี และภายในเก็บรักษาโบราณวัตถุมากกว่า 70,000 ชิ้น!
🐟⚓️ท่านจะได้รับชม “ชุมชนชาวประมง มาฮิม มัคชิมาร์นคร” หรือในท้องถิ่นเรียกว่า “โคลิวาดาส” ที่นี่เป็นหนึ่งในหมู่บ้านชาวประมงแบบดั้งเดิมของมุมไบ ซึ่งพวกเขามีทักษะการตกปลาที่สืบทอดกันมาหลายชั่วอายุคน ผสมผสานเข้ากับเทคนิคสมัยใหม่ เรียกว่าน่ารับชมอย่างยิ่ง
🌃🥂เยือน “ย่านโคลาบา” เป็นหนึ่งในย่านที่มีชีวิตชีวาที่สุดของมุมไบ ที่นี่ประกอบไปด้วยสถานที่ทางประวัติศาสตร์ ตลาดที่คึกคัก สถานบันเทิงยามค่ำคืน และริมน้ำที่สวยงาม …มันช่างเหมาะแก่การพักผ่อนหย่อนใจเหลือเกิน…
🛖🗿เราจะนำทุกท่านเดินทางไป “ถ้ำอชันตา” ซึ่งเป็นวัดถ้ำในพุทธศาสนาที่งดงามและเก่าแก่ที่สุดในโลก และเป็นหนึ่งในแหล่งมรดกโลกของ UNESCO ที่นี่ถูกสร้างขึ้นตั้งแต่ศตวรรษที่ 2-6 และได้รับการอุปถัมภ์จากพระภิกษุ พ่อค้า รวมถึงกษัตริย์มาโดยตลอดหลายทศวรรษ
โดยตัวถ้ำแกะสลักจากหิน และมีห้องกว่า 30 ห้อง ประกอบด้วยอาราม วิหาร ห้องสวดมนต์ อีกทั้งถ้ำบางแห่งยังถูกใช้เป็นที่พำนักของพระภิกษุอีกด้วย จุดเด่นคือภายในตกแต่งด้วยภาพวาดฝาผนังและลวดลายเรื่องราวเกี่ยวกับพระพุทธศาสนา
🛖🗿เราจะพาท่านไป “ถ้ำเอลโลร่า” หนึ่งในแหล่งมรดกโลกของ UNESCO ซึ่งมีสถาปัตยกรรมแกะสลักสุดวิจิตรบรรจง ผสมผสานศิลปะของศาสนาฮินดู พุทธ และเชนอย่างมีเอกลักษณ์อยู่ที่นี่ โดยถ้ำเอลโลราถูกเจาะเป็นแนวดิ่งจากเนินเขาชารานันดรี แสดงให้เห็นถึงทักษะทางวิศวกรรมและศิลปะขั้นสูงอย่างมากของสถาปนิกในยุคนั้น
โดยภายในสถานที่มีถ้ำมากกว่า 34 ห้อง แบ่งเป็นวัดและสำนักสงฆ์ของแต่ละศาสนา ทั้งศาสนาพุทธ 12 แห่ง (ถ้ำ 1-12), ศาสนาฮินดู 17 แห่ง (ถ้ำ 13-29) และศาสนาเชน 5 แห่ง (ถ้ำ 30-34) ซึ่งไฮไลท์คือถ้ำ “ไกรลาศมนเทียร” ที่ได้รับการขนานนามว่า “จุดสูงสุด” ของยุคเจาะหินแห่งสถาปัตยกรรมอินเดีย
🏰⛰️ร่วมตกตะลึงกับ “ป้อมโบราณดัลลาตาบัด” สร้างขึ้นในศตวรรษที่ 12 โดยกษัตริย์บิลลามาที่ 5 แห่งราชวงศ์ยาดาวา ป้อมนี้ถือเป็นด่านหน้าทางทหารที่สำคัญในอดีต เนื่องจากสร้างอยู่บนเนินเขาสูงกว่า 200 เมตร จึงทำให้ได้เปรียบในการป้องกันศัตรู อีกทั้งมีทางเข้าซับซ้อนหลายทาง และยังมีคูน้ำลึกล้อมรอบป้อม ซึ่งสามารถเติมน้ำหรือปล่อยให้แห้งได้ดั่งใจต้องการ
🌊🌴ชม “บันดรา แบนด์สแตนด์” เส้นทางเดินเล่นที่ขึ้นชื่อว่าทิวทัศน์ที่ดีที่สุดแห่งหนึ่ง บริเวณโดยรอบเต็มไปด้วยบรรยากาศผู้คนพลุกพล่าน ดูมีชีวิตชีวา ทางเดินริมทะเลเรียงรายไปด้วยต้นปาล์ม มองเห็นทิวทัศน์ของทะเลอาหรับ ทำให้เป็นสถานที่ยอดนิยมสำหรับการพักผ่อนอย่างมาก
🏝️⛱️และ (หากมีเวลาเหลือ) เราจะพาไปเดินเล่นที่ “หาดจูฮู” หนึ่งในชายหาดที่มีชื่อเสียงที่สุดในมุมไบ จุดเด่นคือหาดทรายที่ทอดยาวไปตามทะเลอาหรับ บอกเลยว่าน่ารับชมเป็นอย่างยิ่ง
โดยทริปนี้ผม (ปั๊บ เจ้าของเพจ The Wild Chronicles) จะออกนำทัวร์เดินทางไปด้วยตัวเอง ขอรับรองเลยว่าท่านจะได้ทั้งความสนุกและได้ความรู้เต็มอิ่มตลอดทั้งทริปอย่างแน่นอน!😆
โดยสรุปแล้ว ทัวร์อินเดียของเราที่จะพาทุกท่านเดินทางไปนั้น นอกจากจะพาท่านไปงานเทศกาลที่มีเพียงครั้งเดียวในรอบปีแล้ว …เราได้มีการสอดแทรกสถานที่ท่องเที่ยวและวัฒนธรรมความเป็นอยู่แบบอินเดียอย่างถึงลูกถึงคน แต่แน่นอนว่าเรายังจัดแบบคอนเซ็ปท์ “กินหรูอยู่สบาย” ตามสไตล์ The Wild Chronicles เช่นเคย…
ด้วยทุกอย่างที่กล่าวมานั้น ทางเราจึงเชื่อมั่นว่า “ทัวร์อินเดีย” ของเราจะเป็น “ทัวร์ดีมีของ” สำหรับ “นักผจญภัยที่ไม่ธรรมดา” อย่างทุกท่านแน่นอนครับ!
👉 ท่านใดสนใจ ติดต่อสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ โทรเบอร์ 082-894-8444 หรือขอโปรแกรมโดยแอดไลน์ https://lin.ee/fNEO1jr และพิมพ์ว่า “สนใจทัวร์คเณศจตุรถี” ครับ 👈

โปรแกรมการเดินทางรายวัน
วันที่ 1กรุงเทพฯ – มุมไบ
นัดพบ 15:30 น. ที่สนามบินสุวรรณภูมิ เคาน์เตอร์การบินไทย (Row H - J) ออกเดินทาง 18:55 น. เที่ยวบิน TG317 ถึงมุมไบ 21:55 น. (เวลาอินเดียช้ากว่าไทย 1 ชั่วโมง 30 นาที) เข้าพักที่โรงแรมในมุมไบ
วันที่ 2ถ้ำเอเลแฟนตา – ประตูชัยอินเดีย – เทศกาลคเณศจตุรถี
- ล่องเรือเฟอร์รี่ชม ถ้ำเอเลแฟนตา (Elephanta Caves) บนเกาะห่างจากมุมไบราว 10 กม. วัดถ้ำที่คาดว่าสร้างในศตวรรษที่ 5 – 8 อุทิศแด่พระศิวะ เป็นมรดกโลก UNESCO ชื่อ "ช้าง" ตั้งโดยนักสำรวจชาวโปรตุเกสในศตวรรษที่ 16
- ประตูชัยอินเดีย (Gateway of India) ที่ท่าเรือเวลลิงตัน รำลึกการเสด็จเยือนของพระเจ้าจอร์จที่ 5 และพระราชินีแมรี ปี 1911 สถาปัตยกรรมฮินดู มุสลิม โกธิก และนีโอคลาสสิก
- ร่วมเทศกาล คเณศจตุรถี พิธีอาระตี (บูชาด้วยโคมไฟ) ชม ปานดัล (ซุ้มไม้ไผ่ ไม้ และผ้า ตกแต่งดอกไม้ ประดิษฐานเทวรูปพระพิฆเนศ) และการถวายโมทกะ มะพร้าว ผลไม้ ดอกไม้
วันที่ 3สถานีฉัตรปติ ศิวาจี – ดับบาวาลาส – โดบีกาต – โคลาบา
- สถานีรถไฟฉัตรปติ ศิวาจี (เดิมสถานีวิกตอเรีย สร้างเสร็จปี 1887 ในวาระ 50 ปีของสมเด็จพระราชินีวิกตอเรีย) มรดกโลก UNESCO
- ดับบาวาลาส (Dabbawalas) คนส่งปิ่นโต ระบบที่มีมาตั้งแต่ปี 1890 ส่งราว 200,000 กล่องต่อวัน
- ลานซักผ้าโดบีกาต (Dhobi Ghat) ลานซักผ้ากลางแจ้งที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของโลก
- พิพิธภัณฑ์เจ้าชายแห่งเวลส์ (พิพิธภัณฑ์ฉัตรปติ ศิวาจี มหาราช) โบราณวัตถุกว่า 70,000 ชิ้น
- ช็อปปิ้งอิสระที่ ย่านโคลาบา (Colaba)
วันที่ 4มุมไบ – ออรังกาบัด – ถ้ำอชันตา
เช็คเอาท์ 05:15 น. บินสู่ออรังกาบัดด้วย IndiGo 6E6227 (ประมาณ 1 ชั่วโมง) ถึง 06:15 น. เช็คอินโรงแรม แล้วเดินทางสู่ ถ้ำอชันตา (Ajanta Caves) วัดถ้ำพุทธศาสนาที่งดงามและเก่าแก่ที่สุดแห่งหนึ่งของโลก สร้างตั้งแต่ศตวรรษที่ 2 – 6 มีห้องกว่า 30 ห้อง ทั้งอาราม วิหาร และห้องสวดมนต์ ตกแต่งด้วยภาพวาดฝาผนังและลวดลายเรื่องราวทางพุทธศาสนา เป็นมรดกโลก UNESCO (ควรสวมรองเท้าสบาย พกน้ำ และเตรียมเดินขึ้นบันได)
วันที่ 5ถ้ำเอลโลร่า – ป้อมดัลลาตาบัด
- ถ้ำเอลโลร่า (Ellora Caves) มรดกโลก ถ้ำมากกว่า 34 ห้องที่เจาะจากเนินเขาชารานันดรี ผสมศิลปะฮินดู พุทธ และเชน: พุทธ 12 แห่ง (ถ้ำ 1 – 12) ฮินดู 17 แห่ง (ถ้ำ 13 – 29) เชน 5 แห่ง (ถ้ำ 30 – 34) ไฮไลท์คือวัดไกรลาศมนเทียร
- ป้อมโบราณดัลลาตาบัด (Daulatabad Fort) ป้อมยุคกลางศตวรรษที่ 12 โดยกษัตริย์บิลลามาที่ 5 แห่งราชวงศ์ยาดาวา บนเนินสูงกว่า 200 เมตร มีทางเข้าซับซ้อนและคูน้ำล้อมรอบ (ควรสวมรองเท้าสบายและพกน้ำ)
วันที่ 6ออรังกาบัด – มุมไบ – กรุงเทพฯ
เช็คเอาท์ 06:45 น. บิน IndiGo 6E5158 ถึงมุมไบ 07:40 น. เดินเล่น บันดรา แบนด์สแตนด์ (Bandra Bandstand) ทางเดินริมทะเลอาหรับที่ปลูกปาล์ม และถ้ามีเวลาแวะ หาดจูฮู (Juhu Beach)
ช่วงบ่ายเลือก Optional ได้ 2 แบบ:
- A: ร่วมขบวนแห่ วิซารจาน พิธีอัญเชิญพระพิฆเนศกลับเขาไกรลาศ ไฮไลท์ในวันสุดท้ายของเทศกาล (อาจต้องเดินเท้าไป-กลับราว 2 ชั่วโมง เพราะห้ามรถเข้า)
- B: ช็อปปิ้งที่ห้างฟีนิกซ์ (Phoenix Mall)
20:35 น. นัดพบที่สนามบินมุมไบ 23:35 น. ออกเดินทางสู่สุวรรณภูมิ เที่ยวบิน TG318
วันที่ 7ถึงกรุงเทพฯ
เดินทางถึงท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เวลา 05:35 น. โดยสวัสดิภาพ
อัตรานี้รวม
- ค่าตั๋วเครื่องบินไป-กลับ ทั้งระหว่างประเทศและภายในประเทศ ชั้นประหยัด
- ค่าน้ำหนักกระเป๋า เที่ยวบินระหว่างประเทศ (การบินไทย) กระเป๋าเดินทาง 1 ใบ ไม่เกิน 20 กก. และกระเป๋าถือ 1 ใบ ไม่เกิน 7 กก. เที่ยวบินภายในประเทศ (IndiGo) กระเป๋าเดินทาง 1 ใบ ไม่เกิน 20 กก. และกระเป๋าถือ 1 ใบ ไม่เกิน 7 กก.
- ค่ารถรับ-ส่งและนำเที่ยว พร้อมคนขับที่มีประสบการณ์
- ค่าที่พักตามที่ระบุในโปรแกรม พักห้องละ 2 ท่าน
- ค่าเข้าชมสถานที่ตามที่ระบุในโปรแกรม
- ค่าอาหารตามมื้อที่ระบุในโปรแกรม (อิสระอาหารเย็น)
- มัคคุเทศก์ท้องถิ่นผู้มีประสบการณ์
- วิทยากรและหัวหน้าทัวร์ชาวไทยผู้มีประสบการณ์
- ประกันอุบัติเหตุระหว่างการเดินทาง วงเงินคุ้มครองท่านละ 1,000,000 บาท (ตามเงื่อนไขในกรมธรรม์)
- ค่าวีซ่าเข้าประเทศ
อัตรานี้ไม่รวม
- ค่าอาหารมื้อเย็น (อิสระ)
- ค่าตั๋วเครื่องบินไป-กลับระหว่างประเทศ ชั้นธุรกิจ (Business Class)
- ค่าใช้จ่ายส่วนตัว เช่น ค่าทำหนังสือเดินทาง ค่าโทรศัพท์ อินเทอร์เน็ต ซักรีด มินิบาร์ อาหารและเครื่องดื่มนอกรายการ ค่าน้ำหนักกระเป๋าเกิน ค่ารักษาพยาบาลจากโรคประจำตัว
- ค่าทิปหัวหน้าทัวร์ ไกด์ท้องถิ่น และคนขับรถ (แนะนำ 60 USD)
- ภาษีมูลค่าเพิ่ม 7% ภาษีหัก ณ ที่จ่าย 3% และภาษีอื่น ๆ
- ค่าธรรมเนียมน้ำมันและภาษีสนามบิน กรณีสายการบินปรับขึ้นราคา
คำถามเกี่ยวกับทัวร์นี้
ทัวร์อินเดียเทศกาลคเณศจตุรถีไปเมืองไหนบ้าง กี่วัน
ราคาทัวร์อินเดียรวมตั๋วเครื่องบินไหม
ต้องทำวีซ่าอินเดียไหม ใครดำเนินการ
จองทัวร์อินเดียต้องมัดจำเท่าไร ชำระส่วนที่เหลือเมื่อไร
พักเดี่ยวเพิ่มเท่าไร และพักโรงแรมระดับไหน
ค่าทิปและอาหารเย็นในทัวร์อินเดียเป็นอย่างไร
ใครเป็นวิทยากรนำทัวร์อินเดีย
ยกเลิกทัวร์ได้ไหม
The Spirit of India : Ganesh Chaturthi คเณศจตุรถี – มุมไบ – ถ้ำอชันตา – เอลโลร่า
สนใจทัวร์นี้? ทักไลน์ได้เลย ทีมงานตอบไว






