เที่ยวฉลองปีใหม่กับทัวร์ "Indonesia: The Lost Roots" สัมผัสรากเหง้าชาวไทย ในฝ่ายหมู่เกาะ เพราะวัฒนธรรมพุทธ-ฮินดูไม่เคยจางหายจากแดนนี้ และยังเกี่ยวข้องกับเรายิ่ง
ไฮไลต์ของทริป
- 🎉 ฉลองปีใหม่กับทัวร์ " Indonesia: The Lost Roots "สัมผัสรากเหง้าชาวไทย ในฝ่ายหมู่เกาะ
- ...เพราะวัฒนธรรมพุทธ-ฮินดูไม่เคยจางหายจากแดนนี้ และยังเกี่ยวข้องกับเรายิ่ง
- 🛕 ที่นี่มี “ปรัมบานัน” นครวัดที่มาก่อนนครวัด
- 👑 มี “โบโรพุทโธ” พุทธสถานที่ใหญ่ที่สุดในโลก
- 🏰 มี “วังสุลต่าน และผังเมืองยอกยาการ์ตา” ที่วางตามคติจักรวาลฮินดู
- ⛰️ และมี “โบรโม่” หรือ “พรหมา” ภูเขาไฟศักดิ์สิทธิ์ และชาวฮินดูกลุ่มสุดท้าย
- 🗓️ เดินทาง 26 ธค 25 – 2 มค 26 ไม่จอยกรุ๊ป
สถานที่ไฮไลต์














วิทยากรประวัติศาสตร์นำทัวร์เองทุกทริปมีวิทยากรผู้เชี่ยวชาญด้านประวัติศาสตร์เดินทางไปด้วย เล่าเรื่องยากให้เข้าใจง่ายในทุกสถานที่
เส้นทางที่ไม่ธรรมดาพาไปดินแดนที่คนไม่ค่อยไป ตั้งแต่เอเชียกลาง ตะวันออกกลาง ไปจนถึงหิมาลัย
ไม่จอยกรุ๊ป ไม่ชะโงกทัวร์อะไรควรดูอยู่ดูนานขึ้น จัดกรุ๊ปขนาดพอดีเพื่อประสบการณ์ที่ดีที่สุด
เหนือกว่าการท่องเที่ยวปกติทุกทัวร์ออกแบบโดยนักเขียน และนักเดินทางมืออาชีพ เน้นสร้างประสบการณ์ สะท้อนตัวตน เหมาะกับนักเดินทางที่ต้องการอะไรที่เหนือกว่าการท่องเที่ยวปกติ
รายละเอียดทัวร์
☸️ อินโดนีเซีย (Indonesia) : ทัวร์ข้ามปี บุโรพุทโธ-ปรัมบานัน-โบรโม่ 🕉️
The Wild Chronicles ขอพาทุกท่านเดินทางสู่ อินโดนีเซีย ทัวร์ข้ามปีสุดพิเศษ ดื่มด่ำกับอารยธรรมเก่าแก่ ศาสนสถานยิ่งใหญ่ และธรรมชาติที่งดงามตระการตา เราจะพาคุณสัมผัสเสน่ห์แห่งวัฒนธรรมที่ยังคงมีชีวิตชีวา พร้อมเก็บเกี่ยวประสบการณ์การเดินทางที่ล้ำค่าและน่าจดจำไปด้วยกัน 🥰
แต่ละทัวร์ของเราออกเดินทางร่วมกับวิทยากรผู้เชี่ยวชาญด้านประวัติศาสตร์พร้อมประสบการณ์นำเที่ยวมากมาย เพื่อพาทุกท่านไปพบความรู้แปลกใหม่ ในสถานที่ที่ซ่อน “ความไม่ธรรมดา” เอาไว้มากมาย
☸️ รู้หรือไม่!? ในอดีต เกาะชวาถือเป็นดินแดนจุดหมายทางการค้าของอินเดีย ทำให้มีการนำวัฒนธรรมอินเดียเข้าสู่พื้นที่ จนกลายเป็นรากฐานอารยธรรมในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ แม้ปัจจุบัน ชวาจะเป็นส่วนหนึ่งของ “อินโดนีเซีย” ประเทศมุสลิมที่ใหญ่ที่สุดในโลก แต่ที่นี่ก็ยังคงมีร่องรอยของ “พุทธ-ฮินดู” อย่างเด่นชัด โดยเฉพาะเมือง “ยอกยาการ์ตา”
☸️ ทัวร์ข้ามปี 2025❗The Wild Chronicles ขอพาท่านเดินทางไป “อินโดนีเซีย” เพื่อไปสัมผัสความเป็น “ฮินดู” ณ แดนอิเหนา เพราะมันคือ “พุทธ-ฮินดู” ยุคแรกของอุษาคเนย์ พร้อมเรื่องราวมากมายให้ท่านแสวงหา ซึ่งจะทำให้ท่านได้เข้าใจถึงความเป็นพุทธ-ฮินดูในไทยได้ถึงแก่นแท้
☸️ ท่านจะได้เที่ยวชม “วังสุลต่านแห่งยอกยาการ์ตา” (Sultan’s Palace of Yogyakarta) ซึ่งสร้างขึ้นมาตั้งแต่ปี 1790 ตัวอาคารออกแบบเป็นศิลปะชวาและตะวันตก สิ่งที่น่าสนใจในวังแห่งนี้ คือวังแห่งนี้มีประตูทั้งหมด 9 บาน โดยเชื่อว่าประตูเหล่านี้สื่อถึงทวารทั้ง 9 ของมนุษย์ที่เชื่อมโยงกับหลักศาสนาฮินดู อีกทั้งภายในวังยังมีการจัดแสดงข้าวของเครื่องใช้ในพระราชวัง และข้อมูลเกี่ยวกับประวัติศาสตร์อันทรงคุณค่าในดินแดนแห่งนี้

☸️ เยี่ยมชม “ตามันซารี” (Taman Sari) หรือ “พระราชวังน้ำ” หนึ่งในผลงานสถาปัตยกรรมอันรุ่งเรืองแห่งศตวรรษที่ 18 พระราชวังแห่งนี้สร้างตามรูปแบบที่ผสมผสานศิลปะชวาพื้นเมืองเข้ากับสถาปัตยกรรมยุโรปอย่างลงตัว ด้วยคุณค่าทางประวัติศาสตร์ในปี 2023 ตามันซารีและพื้นที่โดยรอบจึงได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกเชิงคติยภาพ ภายใต้ชื่อ “Cosmological Axis of Yogyakarta”

☸️ เยี่ยมชม “พิพิธภัณฑ์ป้อมเฟรเดเบิร์ก” (Vredeburg Fort Museum) ป้อมปราการเก่าแก่ใจกลางเมืองยอกยาการ์ตา สร้างขึ้นในปี 1760 เดิมใช้ชื่อว่า “Rustenburg” หมายถึง “ป้อมแห่งการพักผ่อน” ทว่าในในอดีตป้อมแห่งนี้เคยเป็นฐานทัพสําคัญของทั้งชาวดัตช์ ญี่ปุ่น และต่อมาเป็นฐานของอินโดนีเซียหลังประกาศเอกราชในปี 1945 ก่อนจะได้รับการเปลี่ยนเป็นพิพิธภัณฑ์ในปี 1992 ภายใต้ชื่อ “พิพิธภัณฑ์การต่อสู้เพื่อเอกราช”

☸️ ชม “การแสดงรามายณะกลางแจ้งฉบับชาวชวา” ณ โรงละครรามายณะปรัมบานัน (Ramayana Ballet Prambanan) ในโซนที่นั่งแบบพิเศษ (Special Class) ซึ่งเป็นโรงละครที่มีชื่อเสียงที่สุดของยอกยาการ์ตา และมีการจัดแสดงอย่างต่อเนื่องมาตั้งแต่ปี 1961 การแสดงรามายณะฉบับชวานี้เป็นหนึ่งในศิลปะการแสดงที่เก่าแก่และงดงามที่สุดของอินโดนีเซีย โดยถ่ายทอดเรื่องราวรามายณะผ่านการรํา ดนตรีประกอบ และการแสดงสีหน้า ที่วิจิตรและมีเอกลักษณ์

☸️ เยี่ยมชม “บุโรพุทโธ” (Borobudur Temple) พุทธสถานที่ใหญ่ที่สุดในโลกที่ได้รับสถานะเป็นมรดกโลก สร้างโดยราชวงศ์ไศเลนทร์ กษัตริย์ผู้ปกครองอาณาจักรศรีวิชัย มหาอำนาจยุคแรกของอุษาคเนย์ หากท่านชื่นชอบประวัติศาสตร์หรือสถาปัตยกรรมโบราณ บุโรพุทโธจะทำให้ท่านทึ่งในความยิ่งใหญ่ และพุทธปรัชญาที่แฝงอยู่ในงานศิลปกรรม

☸️ ชื่นชม “จันทิเมนดุต” (Candi Mendut) อาคารโบราณที่ใช้สำหรับพิธีกรรมทางศาสนาพุทธนิกายมหายาน ซึ่งภายในจันทิมีพระพุทธรูปขนาดใหญ่แกะสลักจากหิน อีกทั้งยังมีภาพแกะสลักที่สวยงาม อันแสดงถึงความเชื่อทางศาสนาในยุคนั้น

☸️ เที่ยวชม “มหาเทวาลัยปรัมบานัน”(Prambanan Temple) วัดฮินดูที่ใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ซึ่งมีสถานะเป็นมรดกโลก โดยปรัมบานันถูกสร้างขึ้นเพื่อถวายแด่พระตรีมูรติ หรือเทพเจ้าสูงสุดสามองค์ในศาสนาฮินดู ได้แก่ พระพรหม (ผู้สร้างโลก) พระวิษณุ (ผู้รักษาโลก) และพระศิวะ (ผู้ทำลายโลก)

☸️ เยี่ยมชม “จันทิเซวู” (Candi Sewu) ซึ่งตั้งอยู่ใกล้กับมหาเทวาลัยปรัมบานัน เป็นจันทิที่เก่าแก่ ภายในมีห้องที่ใช้สําหรับประดิษฐานพระพุทธรูปหรือเทพเจ้าสําคัญ โครงสร้างของจันทิเซวูได้รับอิทธิพลมาจากศิลปะอินเดีย และยังเคยมีการค้นพบพระพุทธรูปที่สําคัญในบริเวณนี้อีกด้วย

☸️ แวะ “ย่านช้อปปิ้งมาลิโอโบโร” (Malioboro Street) เป็นเหมือนถนนคนเดินที่คึกคักที่สุดในยอกยาการ์ตา บนถนนสายนี้ท่านจะพบกับร้านค้าเล็กๆ และแผงลอยที่ขายสินค้าพื้นเมือง ทั้งผ้าบาติก ของที่ระลึก และงานฝีมือต่างๆ สะท้อนวัฒนธรรมชาวชวาได้เป็นอย่างดี นอกจากนี้ยังมีอาหารท้องถิ่นให้เลือกซื้อลองชิม ไม่ว่าจะเป็นของว่างพื้นบ้านหรือเมนูจานหลักรสชาติอร่อย

☸️ เยี่ยมชม “วัดฮงเทียกเฮียน” (Hong Tiek Hian Temple) วัดจีนที่เก่าแก่ที่สุดแห่งหนึ่งของอินโดนีเซีย ตั้งอยู่ใจกลางเมืองสุราบายา ทางตะวันออกของเกาะชวา เป็นดั่งศูนย์รวมประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม และศรัทธาของชาวจีนโพ้นทะเลในภูมิภาคนี้ ภายในวัดแบ่งออกเป็นสองชั้น มีแท่นบูชาเทพเจ้าหลายองค์ รวมถึงเจ้าแม่กวนอิม และพระพุทธรูปประดิษฐานอยู่ในตําแหน่งสําคัญ ทําให้ที่นี่เป็นสถานที่ที่ผู้ศรัทธาหลั่งไหลมาสักการะตลอดทั้งปี

☸️ เดินทางสู่ “มัสยิดแห่งชาติอัล-อักบัร” (Al-Akbar National Mosque) หนึ่งในแลนด์มาร์กสําคัญของเมืองสุราบายา ที่นี่เป็นมัสยิดที่ใหญ่เป็นอันดับสองของอินโดนีเซีย โดดเด่นด้วยโดมขนาดใหญ่ทรงครึ่งไข่ลักษณะคล้ายสถูป ล้อมรอบด้วยโดมเล็กอีกสี่โดมโดดเด่นด้วยสีฟ้า – เขียวอันเป็นเอกลักษณ์ อีกหนึ่งไฮไลต์คือ มินาเรตสูง 99 เมตร สื่อถึงพระนามทั้ง 99 ของอัลลอฮ์ ภายในมีลิฟต์พานักท่องเที่ยวขึ้นสู่จุดชมวิวแบบ 360 องศา นอกจากนี้ ภายในห้องละหมาดหลักยังมี “มิห์รอบ” (Mihrab) เป็นช่องแสดงทิศทางกิบลัต (ทิศที่ชาวมุสลิมใช้ละหมาด) ที่ใหญ่ที่สุดในอินโดนีเซีย

☸️ เยี่ยมชม “พิพิธภัณฑ์มัชปาหิตโตรวูลัน” (Museum Majapahit Trowulan) หนึ่งในพิพิธภัณฑ์โบราณคดีที่สําคัญที่สุดของอินโดนีเซีย ที่รวบรวมโบราณวัตถุจากอาณาจักรมัชปาหิตและราชอาณาจักรโบราณอื่นๆ ในภูมิภาคชวาตะวันออก พิพิธภัณฑ์แห่งนี้มีจุดเริ่มต้นตั้งแต่ปี 1924 ก่อสร้างโดยสมาคมโบราณคดีมัชปาหิตที่จัดตั้งขึ้นเพื่ออนุรักษ์วัตถุโบราณที่ขุดพบในบริเวณเมืองโตรวูลัน ซึ่งเชื่อกันว่าเคยเป็นศูนย์กลางของอาณาจักรมัชปาหิต
☸️ เรียนรู้ “จันทิอิโจ” (Candi Ijo) กลุ่มอาคารหลายหลังที่ตั้งอยู่บนภูเขาสูง 410 เมตร สร้างขึ้นในช่วงศตวรรษที่ 10-11 ตามความเชื่อของศาสนาฮินดู คาดการณ์ว่า อาจเคยมีจันทิมากกว่าที่พบในปัจจุบัน เนื่องจากยังพบซากจันทิที่ถูกทำลายและหินที่กระจัดกระจายในบริเวณเชิงเขา

☸️ ชมพระอาทิตย์ขึ้นเหนือ “ภูเขาไฟโบรโม” (Mount Bromo) ภูเขาไฟที่มีความสูงประมาณ 2,400 เมตร และเป็นหนึ่งในจุดหมายปลายทางที่ต้องมาเยือนให้ได้เมื่อมาถึงอินโดนีเซีย เพราะภาพวิวที่ปากปล่องเป็นสิ่งที่หลายคนบอกว่าคุ้มค่ากับความเหนื่อย ทั้งความกว้างใหญ่ของปล่องภูเขาไฟและวิวรอบๆ ที่ดูสวยงามไม่เหมือนที่ไหนจริงๆ
กิจกรรมไฮไลต์!! พาทุกท่านจะได้สัมผัสประสบการณ์การ “ขี่ม้าไปชมปากปล่องภูเขาไฟ” (รวมค่าธรรมเนียมในค่าทัวร์แล้ว) โดยม้าจะพาไปส่งที่เชิงเขา ก่อนที่ท่านจะเดินขึ้นบันไดเพื่อไปถึงปากปล่อง ภาพวิวที่ปากปล่องเป็นสิ่งที่หลายคนบอกว่าคุ้มค่ากับความเหนื่อย ทั้งความกว้างใหญ่ของปล่องภูเขาไฟและวิวรอบๆ ที่ดูสวยงามแบบไม่เหมือนที่ใด


☸️ เยี่ยมชม “ทะเลทรายเสียงกระซิบ” (Whispering Sand) หรือ เสียงกระซิบจากผืนทราย พื้นที่กว้างใหญ่ที่ปกคลุมไปด้วยเถ้าภูเขาไฟจากการระเบิดในอดีต มีลักษณะคล้ายกับทะเลทราย แต่ไม่เหมือนทะเลทรายทั่วไป เพราะผืนทรายที่นี่มีสีเทาถึงสีดำ จุดเด่น คือ เสียงที่เกิดขึ้นจากลมที่พัดผ่านทราย เสียงนี้จะได้ยินเหมือนกับเสียงกระซิบเบาๆ

🫶 พร้อมสถานที่สุดพีกอีกมากมาย ทัวร์สุดพิเศษข้ามปีแบบนี้.. ออกเดินทางวันที่ 26 ธ.ค. 2025 – 2 มกราคม 2026 เต็มอิ่มกว่า 8 วัน 7 คืน ราคาเริ่มต้นเมื่อครบ 6 ท่าน จะอยู่ที่ท่านละ 87,900 บาท และหากเดินทาง 10 คนขึ้นไป เหลือเพียงท่านละ 76,900 บาทเท่านั้น



🧭 …ย้ำทัวร์ของเราไม่จอยกรุ๊ป ไม่ชะโงก อะไรควรดูอยู่ดูนานขึ้น อะไรอยู่นอกเส้นทางปกติแต่ควรสัมผัสจะได้ไปสัมผัส โดยเฉพาะผู้รักการผจญภัย หลงไหลในประวัติศาสตร์ และประสบการณ์ที่แทบไม่มีใครได้สัมผัส ไม่ควรพลาดด้วยประการทั้งปวง!! โดยมีวิทยากรผู้เชี่ยวชาญด้านประวัติศาสตร์เป็นคนนำทัวร์
⬇️หรือติดต่อสอบถามเพิ่มเติมได้ที่เบอร์ 082-894-8444 หรือแอดไลน์ที่ปุ่มด้านล่างและพิมพ์ว่า “สนใจทัวร์อินโดนีเซีย” ครับ ⬇️
รู้หรือไม่? “เกาะชวา” เป็นสแลงที่มีความหมายถึง “กาแฟ”
หากท่านผู้อ่านได้ดื่มกาแฟก็คงรู้สึกกระปรี้กระเปร่า แต่ทราบหรือไม่ว่า “เกาะชวา” ของอินโดนีเซีย แหล่งผลิตเมล็ดกาแฟขนาดใหญ่แห่งหนึ่งของโลก และมีชื่อเสียงด้านกาแฟมาอย่างยาวนาน กดอ่านเลย
รู้หรือไม่? ประชาธิปไตยอินโดนีเซียพึ่ง “เต็มใบ” หลังวิกฤติต้มยำกุ้ง!
การที่ประเทศหนึ่งๆ มีการเลือกตั้งนั้น ไม่ได้หมายความว่าพวกเขาเป็นประชาธิปไตย เพราะหากกลุ่มอำนาจเก่าสามารถแทรกแซงการเลือกตั้ง บั่นทอนอานุภาพของเสียงประชาชน ประชาธิปไตยที่แท้จริงก็ย่อมไม่เกิดขึ้น กดอ่านเลย
ความหมายทางธรรมของ “บุโรพุทโธ” พุทธสถานที่ใหญ่ที่สุดในโลก
“บุโรพุทโธ” พุทธสถานที่ใหญ่ที่สุดในโลก 🌏 ณ ประเทศอินโดนีเซีย ถูกสร้างขึ้นในคริสต์ศตวรรษที่ 9 สมัยราชวงศ์ไศเลนทร์ โดยได้รับการออกแบบเพื่อสื่อถึง “มณฑล” หรือ “จักรวาล” ตามความเชื่อของศาสนาพุทธนิกายมหายาน ประกอบไปด้วย กดอ่านเลย
โปรแกรมการเดินทางรายวัน
วันที่ 1กรุงเทพฯ – กัวลาลัมเปอร์ – ยอกยาการ์ตา
นัดพบ 07:00 น. ที่สนามบินดอนเมือง (DMK) ชั้น 3 อาคารผู้โดยสารระหว่างประเทศ หน้าเคาน์เตอร์เช็คอินแอร์เอเชีย
- 09:35 น. บินจากกรุงเทพฯ (DMK) สู่กัวลาลัมเปอร์ (KUL) เที่ยวบิน AK881 ถึง 12:40 น. รอต่อเครื่องประมาณ 2 ชั่วโมง 45 นาที
- 15:25 น. บินต่อสู่ยอกยาการ์ตา (YIA) เที่ยวบิน AK348 ถึง 17:05 น. แล้วเดินทางเข้าโรงแรมเช็คอิน
เที่ยวบินและเวลาอาจเปลี่ยนแปลงตามที่สายการบินกำหนด
วันที่ 2วังสุลต่าน – ตามันซารี – ป้อมเฟรเดเบิร์ก – รามายณะปรัมบานัน
วันแรกของการเที่ยวชมยอกยาการ์ตา
- วังสุลต่านแห่งยอกยาการ์ตา (Sultan's Palace) สร้างปี 1790 ศิลปะชวาผสมตะวันตก มีประตู 9 บานที่เชื่อมโยงกับหลักศาสนาฮินดู
- ตามันซารี (Taman Sari) "พระราชวังน้ำ" สร้างปี 1758–1765 ขึ้นทะเบียนมรดกโลก "Cosmological Axis of Yogyakarta" ในปี 2023
- พิพิธภัณฑ์ป้อมเฟรเดเบิร์ก (Vredeburg Fort Museum) ป้อมของชาวดัตช์สร้างปี 1760 ปัจจุบันเป็นพิพิธภัณฑ์การต่อสู้เพื่อเอกราช
- ชมการแสดงรามายณะกลางแจ้งฉบับชวา ที่โรงละครรามายณะปรัมบานัน (Ramayana Ballet Prambanan) โซนที่นั่ง Special Class
วันที่ 3บุโรพุทโธ – จันทิเมนดุต – มาลิโอโบโร – ปรัมบานัน – จันทิเซวู
วันแห่งมรดกโลกของยอกยาการ์ตา
- พระมหาเจดีย์บุโรพุทโธ (Borobudur) สร้างราวพุทธศตวรรษที่ 14 โดยราชวงศ์ไศเลนทร์ ขึ้นทะเบียนมรดกโลกปี 1991 สื่อคติไตรภูมิ มีสถูปิกะ 72 องค์
- จันทิเมนดุต (Candi Mendut) จันทิพุทธมหายาน ประดิษฐานพระพุทธรูปหินขนาดใหญ่
- ย่านช้อปปิ้งมาลิโอโบโร (Malioboro Street) ถนนคนเดินที่คึกคักที่สุดของเมือง
- มหาเทวาลัยปรัมบานัน (Prambanan) วัดฮินดูที่ใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ อายุกว่า 1,100 ปี พระปรางค์สูง 47 เมตร มรดกโลกปี 1991
- จันทิเซวู (Candi Sewu) จันทิเก่าแก่ใกล้ปรัมบานัน
วันที่ 4จันทิอิโจ – ยอกยาการ์ตา
ช่วงบ่ายเยี่ยมชมจันทิอิโจ (Candi Ijo) กลุ่มอาคารฮินดูหลายหลังบนเนินสูง 410 เมตร สร้างราวศตวรรษที่ 16–17 ตามความเชื่อของศาสนาฮินดู มีร่องรอยซากจันทิและหินที่กระจัดกระจายบริเวณเชิงเขา สันนิษฐานว่าเดิมอาจมีจันทิมากกว่าที่พบในปัจจุบัน
วันที่ 5ยอกยาการ์ตา – สุราบายา (นั่งรถไฟ) – วัดฮงเทียกเฮียน
10:30 น. เดินทางไปขึ้นรถไฟระหว่างเมืองจากยอกยาการ์ตาสู่สุราบายากูเบ็ง (Surabaya Gubeng) ขบวนที่ 82 ใช้เวลาประมาณ 4 ชั่วโมง ถึง 15:30 น.
- เยี่ยมชมวัดฮงเทียกเฮียน (Hong Tiek Hian) วัดจีนเก่าแก่แห่งหนึ่งของอินโดนีเซียใจกลางสุราบายา มีสะพานมังกรคู่ ศาลเจ้าแม่กวนอิมและพระพุทธรูป
วันที่ 6สุราบายา – มัสยิดอัล-อักบัร – ตรอวูลัน – โบรโม่
- มัสยิดแห่งชาติอัล-อักบัร (Al-Akbar National Mosque) มัสยิดใหญ่เป็นอันดับสองของอินโดนีเซีย เปิดปี 2000 โดมสูง 27 เมตร มินาเรตสูง 99 เมตรพร้อมลิฟต์ขึ้นจุดชมวิว
- ช่วงบ่าย พิพิธภัณฑ์มัชปาหิตโตรวูลัน (Museum Majapahit Trowulan) จัดแสดงโบราณวัตถุของมัชปาหิต สิงหะส่าหรี เคดีรี และกาฮูริปัน
- เดินทางประมาณ 3 ชั่วโมงสู่เขตภูเขาไฟโบรโม่ (Mount Bromo)
วันที่ 7พระอาทิตย์ขึ้นโบรโม่ – ขี่ม้า – ทะเลทรายลาอูตันปาซีร์ – สุราบายา
ตื่น 02:00 น. ออกเดินทาง 02:30 น. ขึ้นรถจี๊ป 4 ล้อประมาณ 1 ชั่วโมง ชมพระอาทิตย์ขึ้นเหนือภูเขาไฟโบรโม่ (สูงราว 2,400 เมตร) ซึ่งชาวเต็งเกอร์ถือเป็นภูเขาศักดิ์สิทธิ์ ชื่อมาจาก "พรหมา" (Brahma)
- ขี่ม้าไปยังปากปล่อง (ค่าธรรมเนียมรวมในค่าทัวร์) แล้วเดินขึ้นบันไดประมาณ 250 ขั้น
- แวะลาอูตันปาซีร์ (Lautan Pasir) "ทะเลทรายแห่งภูเขาไฟ" พื้นที่เถ้าภูเขาไฟกว่า 10 ตารางกิโลเมตร ประกาศเป็นพื้นที่อนุรักษ์ปี 1919
- เดินทางกลับสุราบายา ประมาณ 3 ชั่วโมง
วันที่ 8สุราบายา – กัวลาลัมเปอร์ – กรุงเทพฯ
เดินทางสู่สนามบินนานาชาติจูวันดา (SUB) ประมาณ 3 ชั่วโมง
- 10:00 น. บิน MH870 สู่กัวลาลัมเปอร์ ถึง 13:40 น. แวะพักประมาณ 2 ชั่วโมง 40 นาที
- 16:20 น. บินต่อสู่กรุงเทพฯ ถึงสนามบินสุวรรณภูมิ (BKK) 17:40 น.
อัตรานี้รวม
- ตั๋วเครื่องบินไป-กลับระหว่างประเทศ ชั้นประหยัด (Economy Class) พร้อมน้ำหนักสัมภาระตามมาตรฐานสายการบิน ทั้งโหลดใต้ท้องเครื่องและถือขึ้นเครื่อง
- ตั๋วรถไฟระหว่างเมือง
- รถรับ-ส่งและนำเที่ยวพร้อมคนขับที่มีประสบการณ์
- ที่พักตามที่ระบุในโปรแกรม พักห้องละ 2 ท่าน (หากต้องการ 3 เตียงให้แจ้งก่อน บางโรงแรมอาจไม่มีห้อง 3 ท่าน 3 เตียง)
- ค่าเข้าชมสถานที่และค่าอาหารตามที่ระบุในโปรแกรม
- มัคคุเทศก์ท้องถิ่นผู้มีประสบการณ์ วิทยากรและหัวหน้าทัวร์ชาวไทย
- น้ำดื่มบรรจุขวดระหว่างการเดินทาง
- ค่าขี่ม้า
- ประกันอุบัติเหตุระหว่างการเดินทาง วงเงินคุ้มครองท่านละ 1,000,000 บาท (ตามเงื่อนไขในกรมธรรม์)
อัตรานี้ไม่รวม
- ตั๋วเครื่องบินชั้นธุรกิจ (Business Class) ของ Malaysia Airlines และบริการ Premium Flex/Premium Flatbed ของ AirAsia
- ค่าห้องพักเดี่ยว (กรณีพักคนเดียว)
- ค่าใช้จ่ายส่วนตัว เช่น ค่าทำหนังสือเดินทาง ค่าโทรศัพท์ ค่าอินเทอร์เน็ต ค่าซักรีด ค่ามินิบาร์ ค่าอาหารและเครื่องดื่มนอกเหนือโปรแกรม ค่าน้ำหนักกระเป๋าเกิน ค่าสำรองที่นั่งล่วงหน้า ค่ารักษาพยาบาลจากโรคประจำตัว ค่ากระป๋องออกซิเจนพกพา
- ค่าทิปหัวหน้าทัวร์ ไกด์ท้องถิ่น และคนขับรถ (แนะนำ 70 USD/ท่าน)
- ภาษีมูลค่าเพิ่ม 7% และภาษีหัก ณ ที่จ่าย 3% และภาษีอื่นๆ ตามที่กฎหมายกำหนด
- ค่าธรรมเนียมน้ำมันและภาษีสนามบิน ในกรณีที่สายการบินปรับขึ้นราคา
คำถามเกี่ยวกับทัวร์นี้
ทัวร์อินโดนีเซียข้ามปีนี้เดินทางกี่วัน ไปเมืองไหนบ้าง
ราคาทัวร์อินโดนีเซียรวมตั๋วเครื่องบินไหม
ราคาทัวร์เท่าไร
จองทัวร์ต้องมัดจำเท่าไร ชำระส่วนที่เหลือเมื่อไร
พักเดี่ยวเพิ่มเท่าไร
ที่พักทัวร์อินโดนีเซียนี้ระดับไหน
ค่าทิปเท่าไร
ยกเลิกทัวร์ได้ไหม
ทัวร์อินโดนีเซีย (Indonesia) เที่ยวข้ามปี บุโรพุทโธ-ปรัมบานัน-โบรโม่
สนใจทัวร์นี้? ทักไลน์ได้เลย ทีมงานตอบไว






