ชวนเที่ยวอิรัก ตามรอยอารยธรรมเมโสโปเตเมีย ดินแดนที่เป็นจุดเริ่มต้นของแทบทุกสิ่งบนโลกไปกับ “คุณปั๊บ" วิทยากรนักผจญภัย และผู้เขียนหนังสือเรื่องประเทศนี้มาแล้ว
ไฮไลต์ของทริป
- 🌍 ทัวร์อิรัก “The First of Us” ตามรอยรากเหง้าของเราทุกคน
- 🏛 ชม ‘อูรุก’ มหานครแห่งแรกของโลก ต้นกำเนิดสรรพสิ่ง
- 🏺 เยือน 'บาบิโลน' ดูซากสวนลอยฟ้า
- 📚 ซึมซับกลิ่นไอเทพนิยายอาหรับราตรี ณ นครแบกแดด
- 🕌 ดู ‘ซากวังซัดดัม‘ และ ‘ซากโบราณสถานที่ถูก ISIS ทำลาย‘ เพื่อเรียนรู้ความเจ็บปวดจากสงคราม
- 🗻 ชม 'อเมดิ' นครบนท้องฟ้า พร้อมฟังเรื่องชาวเคิร์ด ใน ‘ประเทศที่ไม่มีอยู่จริง’
- ✨ ออก 26 ธ.ค. 2025 – 5 ม.ค. 2026 นำโดย “คุณปั๊บ” วิทยากรนักผจญภัย และผู้เขียนหนังสือเรื่องประเทศนี้มาแล้ว
สถานที่ไฮไลต์




















วิทยากรประวัติศาสตร์นำทัวร์เองทุกทริปมีวิทยากรผู้เชี่ยวชาญด้านประวัติศาสตร์เดินทางไปด้วย เล่าเรื่องยากให้เข้าใจง่ายในทุกสถานที่
เส้นทางที่ไม่ธรรมดาพาไปดินแดนที่คนไม่ค่อยไป ตั้งแต่เอเชียกลาง ตะวันออกกลาง ไปจนถึงหิมาลัย
ไม่จอยกรุ๊ป ไม่ชะโงกทัวร์อะไรควรดูอยู่ดูนานขึ้น จัดกรุ๊ปขนาดพอดีเพื่อประสบการณ์ที่ดีที่สุด
เหนือกว่าการท่องเที่ยวปกติทุกทัวร์ออกแบบโดยนักเขียน และนักเดินทางมืออาชีพ เน้นสร้างประสบการณ์ สะท้อนตัวตน เหมาะกับนักเดินทางที่ต้องการอะไรที่เหนือกว่าการท่องเที่ยวปกติ
รายละเอียดทัวร์
🌍 อิรัก “The First of Us” ตามรอยรากเหง้าของเราทุกคน 🦁
The Wild Chronicles ขอพาท่านเดินทางไป “อิรัก” ตามรอยอารยธรรมเมโสโปเตเมีย ต้นกำเนิดรากเหง้าของเราทุกคน 🥰
เก็บครบไฮไลท์ทัวร์อิรักที่ดีที่สุด
ประวัติศาสตร์ของมนุษยชาติเริ่มต้นที่อู่อารยธรรมอันเก่าแก่ทั้ง 6 อู่ ในจำนวนนี้ อู่อารยธรรมที่ “เก่าแก่” และอาจกล่าวได้ว่า “มีอิทธิพลต่อโลก” มากที่สุดคือ “อู่เมโสโปเตเมีย”
🦁 รู้หรือไม่? “รถยนต์สมัยใหม่” อาจถูกประดิษฐ์ขึ้นที่เยอรมันแต่ “ล้อ” ถูกประดิษฐ์ที่นี่
🦁 รู้หรือไม่? “การพิมพ์บล็อกไม้” อาจจะถูกสร้างขึ้นที่จีนแต่ “การเขียน” ถูกสร้างขึ้นที่นี่
🦁 รู้หรือไม่? “คอมพิวเตอร์” อาจจะถูกคิดค้นที่อังกฤษแต่ “คณิตศาสตร์” ถูกคิดค้นที่นี่
🦁 ปี 2025❗The Wild Chronicles ขอพาท่านเดินทางไป “อิรัก” 🦁 ตามรอยอารยธรรมเมโสโปเตเมีย ต้นกำเนิดรากเหง้าของเราทุกคน
ทริปนี้ไม่ใช่ทริปธรรมดา เพราะนี่คือดินแดนที่เป็นจุดเริ่มต้นของแทบทุกสิ่งบนโลกและเราทุกคนล้วนมีรากเหง้าบางอย่างสามารถหยั่งลงไปถึงมัน และการเดินทางไปสัมผัสมันอาจจะเปลี่ยนแปลงมุมมองต่อโลกของท่านไปตลอดกาล…
🦁 ไล่ตามเส้นทางเริ่มต้นจากนำท่านนั่งรถ “เลียบแม่น้ำชัตต์อัลอาหรับ” (Shatt al-Arab) แม่น้ำสายสําคัญทางยุทธศาสตร์ของภูมิภาคตะวันออกกลาง ที่หล่อเลี้ยงดินแดนเมโสโปเตเมียมาอย่างยาวนาน ระหว่างทาง ท่านจะได้เห็นภาพอันแปลกตานั่นคือ เรือยอร์ชสุดหรูของซัดดัม ฮุสเซน ที่อัปปางอยู่กลางแม่น้ำ เนื่องจากการโจมตีของกองทัพสหรัฐฯ
🦁 ลงเรือและล่องไปยัง “หนองบึงเมโสโปเตเมีย” ท่านจะได้ชม “บ้านกก” (Reed House) ของชนพื้นเมือง โดยหนองบึงแห่งนี้และวิถีชีวิตของชนพื้นเมือง ได้รับการยกย่องในระดับนานาชาติโดยองค์การยูเนสโกได้ขึ้นทะเบียน “พื้นที่ชุ่มน้ำเมโสโปเตเมีย” เป็นแหล่งมรดกโลกในปี 2016 เพื่อยกย่องระบบนิเวศที่เก่าแก่และวัฒนธรรมพื้นถิ่นที่สืบทอดมาอย่างยาวนานหลายพันปี

🦁 เที่ยว “มหาซิกกูแรตแห่งอูร์” วิหารทรงสูงคล้ายพีระมิดที่สร้างขึ้นเมื่อประมาณ 4,100 ปีก่อน โดย “กษัตริย์อูร์นัมมู” เพื่อบูชา “เทพนันนา” หรือเทพแห่งดวงจันทร์ตามความเชื่อของชาวสุเมเรียน

🦁 ชม “สุสานหลวงแห่งอูร์” โบราณสถานแห่งนี้พบหลุมศพของชาวสุเมเรียนนับพัน และมีหลุมศพบุคคลสำคัญอย่าง “ราชินีปูอาบี” ผู้มีบทบาทสําคัญในเมืองอูร์ ในหลุมศพเหล่านี้พบสิ่งของมีค่ามากมายทั้งเครื่องประดับทองคํา เครื่องดนตรี และ “โบราณวัตถุแห่งอูร์” (Standard of Ur)
🦁 เยี่ยมชม “บ้านของศาสดาอับราฮัม” (House of Prophet Abraham) ตามความเชื่อของศาสนาอิสลาม เมืองอูร์เป็นบ้านเกิดของ “ศาสดาอับราฮัม” ผู้เป็นแบบอย่างของความศรัทธาและการยอมจํานนต่อพระเจ้าองค์เดียว และมีบทบาทสําคัญในการสร้าง “กะอ์บะห์” ที่เมกกะ อันเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่สุดของศาสนาอิสลาม

🦁 นำท่านสู่ “เมืองอูรุก” (Uruk) เมืองโบราณที่ตั้งอยู่ในดินแดนเมโสโปเตเมีย ถูกสร้างขึ้นประมาณ 4,500 ปีก่อนคริสตกาลและต่อมาได้กลายเป็นศูนย์กลางของชาวสุเมเรียน เมื่อประมาณ 3,200 ปี ก่อนคริสตกาล ณ จุดนั้นเมืองอูรุกได้ชื่อว่าเป็น “เมืองที่ใหญ่ที่สุดในโลก” โดยมีผู้คนอาศัยอยู่ราว 50,000 ถึง 80,000 คน
ที่สําคัญยิ่งกว่านั้น คือเมืองอูรุกเป็นต้นกําเนิดของเทคโนโลยีต่างๆ มากมายอันเป็นรากฐานของอารยธรรมมนุษย์ เช่น การเขียน, การทําตราประทับ และการผลิตอิฐแบบทีละมากๆ ซึ่งเป็นรากฐานของการสร้างสิ่งก่อสร้างขนาดใหญ่ด้วย
🦁 เยี่ยมชม “สุสานอิหม่ามอาลี” (Imam Ali Shrine) สถานที่ฝังศพของ “อิหม่ามอาลี อิบนุ อาบีฏอลิบ” ผู้เป็นลูกพี่ลูกน้องและบุตรเขยของศาสดามุฮัมมัด สุสานแห่งนี้ได้รับการยกย่องให้เป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์อันดับ 3 ของชาวชีอะห์ รองจากเมกกะ และเมดินะห์สองเมืองศักดิ์สิทธิ์ในประเทศซาอุดิอาระเบีย นอกจากนี้ “ศาสดาอดัมและโนอาห์” ได้ถูกฝังอยู่ที่นี่ด้วย

🦁 เยี่ยมชม “สุสานวาดิอุสซาลาม” (Wadi-us-Salaam) ที่นี่เป็น “สุสานที่ใหญ่ที่สุดในโลก” มีพื้นที่กว้างประมาณ 6 ตารางกิโลเมตร และมีหลุมศพมากกว่า 6 ล้านหลุม สุสานนี้มีชื่อเสียงจากการที่มุสลิมชีอะห์ทั่วโลกเชื่อว่าถ้าได้ฝังศพใกล้กับอิหม่ามอาลีจะได้รับความเมตตาและจะได้ฟื้นคืนชีพพร้อมกับท่านในวันพิพากษา

🦁 เยี่ยมชม “สุสานของอิหม่ามฮุเซน อิบนุ อาลี” (Holy Shrine Of Imam Hossain) เป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่สุดแห่งหนึ่งของชาวมุสลิมนิกายชีอะห์ ท่านเป็นหลานชายของศาสดามุฮัมมัดและท่านถูกสังหารในยุทธการกัรบะลาอ์ เหตุการณ์ที่น่าเศร้านี้กลายเป็นสัญลักษณ์ของการต่อสู้
เพื่อความถูกต้อง ไม่ยอมแพ้ต่อความไม่ยุติธรรม และเป็นเหตุการณ์สําคัญที่ทําให้เกิดพิธีกรรมทางศาสนาที่สําคัญของชาวมุสลิมนิกายชีอะห์ โดยมีผู้คนนับล้านจากทั่วโลกเดินทางมาเข้าร่วม

🦁 เยี่ยมชม “สุสานของอบู ฟัดห์ อัลอับบาส” (Holy Shrine Of Abu Fadhl Al-Abbas) ท่านเป็นบุตรชายของอิหม่ามอาลี และเป็นน้องชายต่างมารดาของอิหม่ามฮุเซน ในยุทธการกัรบะลาอ์ ปี 680 ท่านได้ถือธงนํากองทัพของอิหม่ามฮุเซน และเสียชีวิตขณะพยายามนําน้ำจากแม่น้ำยูเฟรตีสไปช่วยเหลือครอบครัวของอิหม่ามฮุเซนที่ถูกล้อมไว้ การเสียสละอันยิ่งใหญ่ของท่านเป็นสัญลักษณ์แห่งความภักดีและความกล้าหาญในประวัติศาสตร์อิสลาม
🦁 เดินทางสู่ “เมืองบาบิโลน” (Babylon) นครโบราณอันยิ่งใหญ่แห่งเมโสโปเตเมียซึ่งมีสถานะเป็นมรดกโลกของ UNESCO ครั้งหนึ่งที่นี่เคยเป็นศูนย์กลางแห่งอารยธรรมบาบิโลเนียนอันรุ่งเรืองและมีบทบาทสําคัญในยุคสมัยของกษัตริย์ผู้ยิ่งใหญ่อย่าง “ฮัมมูราบี” และ “เนบูคัดเนซซาร์ที่ 2”

🦁 ชม “ประตูอิชตาร์” (Ishtar Gate) ประตูเมืองที่สร้างขึ้นราว 569 ปีก่อนคริสตกาล ในรัชสมัยของกษัตริย์เนบูคัดเนซซาร์ที่ 2 ความงดงามของประตูนี้อยู่ที่การตกแต่งด้วยอิฐเคลือบสีฟ้าสดใส พร้อมภาพนูนต่ำของสัตว์ศักดิ์สิทธิ์นานาชนิด

🦁 ชม “สิงโตแห่งบาบิโลน” (Lion of Babylon) ประติมากรรมสิงโตขนาดใหญ่ที่สร้างจากหินบะซอลต์ เชื่อกันว่าสร้างขึ้นในยุคของกษัตริย์เนบูคัดเนซซาร์ที่ 2 สิงโตตัวนี้เป็นสัญลักษณ์ของเทพีอิชตาร์ เทพีแห่งความรักและสงคราม โดยรูปปั้นสิงโตถูกค้นพบในปี 1776 และยังคงตั้งตระหง่านอยู่ในบริเวณซากเมืองโบราณ

🦁 เที่ยวชม “พระราชวังของซัดดัม ฮุสเซน” (Saddam Hussein’s Palace) ในยุคสมัยที่ซัดดัมยังครองอำนาจในอิรัก เขาได้สั่งให้สร้างพระราชวังแห่งนี้ขึ้นในปี 1986 บนเนินเขาเทียมที่มองเห็นซากปรักหักพังของเมืองโบราณบาบิโลน อันเป็นสัญลักษณ์ของความรุ่นเรืองในดินแดนแถบนี้เมื่อครั้งอดีต

🦁 (รับชมจากภายนอก หากอยู่ระหว่างการก่อสร้าง) ชม “ซเทซิฟอน” (Ctesiphon) หนึ่งในเมืองหลวงที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของโลกยุคโบราณ หนึ่งในสัญลักษณ์ที่โด่งดังที่สุดของซเทซิฟอนคือ “ทัก คัซรา” (Taq Kasra) ซุ้มโค้งอิฐที่ใหญ่ที่สุดในโลกยุคโบราณ และเป็นโครงสร้างหลักที่ยังคงหลงเหลือจากยุคจักรวรรดิซัสซาเนียน

🦁 เดินทางสู่ “กรุงแบกแดด” (Baghdad) เมืองหลวงของอิรัก นครแห่งนี้ถือกําเนิดขึ้นในปี 762 โดย “กาหลิบแห่งราชวงศ์อับบาซียะห์ ด้วยทําเลยุทธศาสตร์ที่เชื่อมโยงเส้นทางการค้าระหว่าง 3 ทวีป ทําให้แบกแดดเติบโตเป็นศูนย์กลางแห่งความรู้ วิทยาศาสตร์ การแพทย์ และปรัชญาอันเจิดจรัสในยุคทองของอิสลาม

🦁 เยี่ยมชม “พิพิธภัณฑ์แห่งชาติอิรัก” (Iraqi National Museum) ที่นี่ก่อตั้งขึ้นในปี 1926 เพื่อรวบรวมและอนุรักษ์มรดกทางโบราณคดีของ “เมโสโปเตเมีย” ดินแดนที่ได้รับการยกย่องว่าเป็นแหล่งกําเนิดอารยธรรมแรกเริ่มของมนุษยชาติ ท่านจะได้พบกับคอลเลกชันถาวรที่บอกเล่าเรื่องราวประวัติศาสตร์อันยาวนานกว่า 7,000 ปี ครอบคลุมหลากหลายอารยธรรมสําคัญ ไม่ว่าจะเป็นสุเมเรียน อัคคาเดียน อัสซีเรียน บาบิโลเนียน และอิสลาม

🦁 เยี่ยมชม “อนุสาวรีย์วีรชนชาวอิรัก” (Iraqi Martyr Monument) เป็นอนุสาวรีย์ที่สร้างขึ้นเพื่อรําลึกถึงเหล่าทหารอิรักผู้พลีชีพในสงครามอิรัก – อิหร่าน และเชิดชูวีรชนผู้สละชีพเพื่อแผ่นดินเกิด อนุสาวรีย์แห่งนี้เปิดตัวอย่างเป็นทางการในปี 1983 ในยุคที่รัฐบาล “ซัดดัม ฮุสเซน” ดําเนินโครงการก่อสร้างเพื่อเสริมสร้างความภาคภูมิใจในชาติและยกย่องวีรกรรมของทหารอิรัก

🦁 แวะถ่ายภาพที่ “อนุสาวรีย์การอนุรักษ์วัฒนธรรมอิรัก” (Saving Iraqi Culture Monument) เป็นผลงานของประติมากรชื่อดังชาวอิรัก รูปปั้นนี้มีลักษณะเป็นตราประทับทรงกระบอกที่แตกหัก แต่ได้รับการประคองไว้ด้วยแขนหลายข้างที่ยื่นออกมา สื่อถึงความร่วมมือร่วมใจของประชาชนชาวอิรักและนานาชาติในการพิทักษ์รักษาอัตลักษณ์ทางวัฒนธรรมของประเทศ
บนพื้นผิวของตราประทับจารึกด้วยอักษรคูนิฟอร์มความว่า “writing began here” เป็นการเน้นย้ําถึงบทบาทสําคัญของดินแดนอิรักในฐานะ “แหล่งกําเนิดของการเขียนของมนุษยชาติ”

🦁 แวะถ่ายภาพที่ “รูปปั้นเชเฮราซาดและกษัตริย์ชาห์รียาร์” ผลงานชิ้นนี้เป็นฝีมือของ “โมฮัมหมัด กานี ฮิกมัต” ประติมากรชื่อดังชาวอิรัก ตัวรูปปั้นถ่ายทอดฉากสําคัญจากวรรณกรรมสุดคลาสสิกอย่าง “อาหรับราตรี” (One Thousand and One Nights) โดยแสดงภาพกษัตริย์ชาห์รียาร์ กําลังนั่งฟังเชเฮราซาดเล่าเรื่องซึ่งจะกลายเป็นนิทานเรื่องเอกของโลกอย่างตั้งอกตั้งใจ

🦁 เยี่ยมชม “สุสานอิหม่ามอาลี อัลฮาดี” (Haram of Imam Ali al-Hadi) ที่นี่เป็นที่ฝังศพของ อิหม่ามลำดับที่ 10 และ 11 ผู้เป็นบุคคลสําคัญในศาสนาอิสลามนิกายชีอะห์ ความสําคัญอีกอย่างของที่นี่คือเป็นที่ๆ เชื่อว่าอิหม่ามมะห์ดีห์ได้เข้าสู่การเร้นลับ ปัจจุบันยังมีชาวชีอะห์จํานวนมากเชื่อว่าอิหม่ามมะดีห์นี้ยังมีชีวิตอยู่ในการเร้นลับ และจะปรากฏกายอีกครั้งเพื่อนําทัพของคนดี เอาชนะทัพของผู้ชั่วร้ายและรื้อฟื้นอิสลามที่แท้จริงเมื่อวันพิพากษามาถึง

🦁 ชม “มัสยิดใหญ่แห่งซามาร์รา” (Great Mosque of Samarra) สร้างขึ้นระหว่างปี 848 – 852 โดย ณ จุดหนึ่งที่นี่เคยเป็นมัสยิดที่ใหญ่ที่สุดของโลก มีพื้นที่ราว 38,000 ตารางเมตร มีห้องโถงละหมาด 17 ช่องทางและผนังประดับโมเสกแก้วสีน้ําเงินเข้ม แต่ปัจจุบันเหลือเพียงกําแพงรอบนอกและหออะซาน

🦁 เที่ยวชม “หอคอยอัลมัลวียะห์” หออะซานหรือที่สําหรับใช้เรียกชาวมุสลิมมาละหมาด เป็นหอขนาดใหญ่ที่มีความสูงประมาณ 52 เมตร มีทางเดินวนรอบนําขึ้นสู่ยอดเป็นรูปทรงเกลียวนี้เชื่อกันว่ารูปทรงเกลียวนี้ได้รับแรงบันดาลใจจากสิ่งก่อสร้างเก่าแก่ อย่างเช่นที่เมืองฟิรุซาบาดในอิหร่าน หรืออาจจะมาจากซิกกูแรตของเมโสโปเตเมีย
🦁 เดินทางสู่ “เมืองโบราณฮาตรา” (Kingdom of Hatra) มหานครโบราณที่ครั้งหนึ่งเคยรุ่งเรืองอย่างยิ่งใหญ่ โดยก่อตั้งขึ้นตั้งแต่ในศตวรรษที่ 3 ก่อนคริสตกาล ที่นี่โดดเด่นด้วยป้อมปราการอันแข็งแกร่งและวิหารหลากหลายรูปแบบ สะท้อนอารยธรรมอันรุ่งโรจน์ที่ผสมผสานสถาปัตยกรรมแบบ “เฮลเลนิสติก” (หรือแบบกรีก) และแบบตะวันออกเข้าไว้ด้วยกันอย่างลงตัว

🦁 เดินทางสู่ “เมืองโมซูล” (Mosul) เมืองใหญ่อันดับสองของอิรักรองจากแบกแดด มีประวัติศาสตร์ยาวนานกว่า 2,500 ปี ทว่าในปี 2014 โมซูลได้ถูกยึดครองโดยกลุ่มไอเอสซึ่งทำลายโบราณสำคัญของเมืองนี้ไปมากมาย ก่อนเมืองถูกปลดปล่อยในอีก 3 ปีถัดมา และเมืองกำลังถูกฟื้นฟูอย่างต่อเนื่องภายใต้ความร่วมมือของ UNESCO และรัฐบาลอิรัก
🦁 เยี่ยมชม “เมืองโบราณนีนะเวห์” (Nineveh Archaeological Site) อันเคยรุ่งเรืองสุดขีดในศตวรรษที่ 7 ก่อนคริสตกาล ในฐานะเมืองหลวงของ “จักรวรรดิอัสซีเรีย” และเคยเป็นเมืองที่ใหญ่ที่สุดในโลก นีนะเวห์มีคนอยู่อาศัยมาตั้งแต่ยุคก่อนประวัติศาสตร์ และเป็นศูนย์กลางศาสนาและการค้าในยุคสําริด
🦁 (รับชมจากภายนอก หากอยู่ระหว่างการก่อสร้าง) ชม “มัสยิดอัลนาบี ยูนุส” (Al-Nabi Yunus Mosque) สร้างขึ้นตั้งแต่ศตวรรษที่ 14 และเชื่อกันว่าเป็นที่ประดิษฐานของหลุมฝังศพศาสดาโยนาห์ (ยูนุส) สถานที่นี้ต้องพังทลายลงด้วยน้ำมือของไอเอสในเดือนกรกฎาคม 2014 แต่หลังการปลดปล่อยเมืองในปี 2017 ได้มีการค้นพบที่น่าตื่นตะลึง คือพบเครือข่ายอุโมงค์โบราณสมัยอัสซีเรียที่ซ่อนอยู่ใต้ฐานมัสยิด เผยให้เห็นภาพนูนต่ำและรูปแกะสลักอันเก่าแก่
🦁 (รับชมจากภายนอก หากอยู่ระหว่างการก่อสร้าง) ชม “มัสยิดใหญ่อัลนูรี” (Great Mosque of al-Nuri) สร้างขึ้นในศตวรรษที่ 12 ถือเป็นมัสยิดเอกของเมืองโมซูล มีชื่อเสียงจากหออะซานที่เอียงอันเป็นเอกลักษณ์ ก่อนถูกใช้เป็นสถานที่ก่อตั้งประเทศของตนเองโดยกลุ่มไอเอส
ต่อมาในปี 2017 เมื่อไอเอสเพลี่ยงพล้ำต่อทัพอิรัก และเห็นว่าจะรักษาเมืองไว้ไม่ได้ จึงได้ทําลายมัสยิดและหออะซานแห่งนี้ ซึ่งปัจจุบันการบูรณะมัสยิดใหญ่อัลนูรีอยู่ภายใต้การนําของยูเนสโก พวกเขาสร้างกลับขึ้นมาโดยวัสดุเดิมเท่าที่จะหาได้จนสําเร็จ ข่าวดีคือมัสยิดแห่งนี้ได้กลับมาเปิดให้ละหมาดอีกครั้งเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2025 ที่ผ่านมา

🦁 ชม “มัสยิดอัลมุสฟี” (Al Musfi Mosque) มัสยิดที่เก่าแก่ที่สุดในเมืองโมซูล และถือเป็นหนึ่งในมัสยิดที่เก่าแก่ที่สุดในโลก โดยมัสยิดนี้ถูกสร้างขึ้นเมื่อ 1,400 ปีที่แล้ว หรือตั้งแต่อาณาจักรคอลีฟะห์รอชิดูน (Rashidun Caliphate) ซึ่งเป็นราชวงศ์แรกหลังการถึงแก่อนิจกรรมของศาสดามุฮัมมัด และเป็นอีกหนึ่งสถานที่สําคัญที่ได้รับผลกระทบช่วงที่กลุ่มไอเอสร้ายยึดครองโมซูล ปัจจุบันมัสยิดยังอยู่ในช่วงการประเมินความเสียหายและการฟื้นฟู

🦁 เดินทางสู่ “เขตเคอร์ดิสถาน” ซึ่งเปรียบเสมือนเป็นอีกประเทศหนึ่ง ดินแดนแห่งนี้มีประชากรส่วนใหญ่เป็นชาวเคิร์ด พวกเขากระจายตัวอยู่ในหลายประเทศรอบดินแดนแห่งนี้ แม้ชาวเคิร์ดจะมีรัฐสภา กองกําลัง มีงบประมาณแยกจากรัฐบาลกลางในแบกแดด หรือมีแม้แต่สถานทูต ของตนเองในประเทศอื่น แต่พวกเขาก็ไม่เคยมีประเทศของตนที่ได้รับการยอมรับจากสหประชาชาติ ปัจจุบันชาวเคิร์ดในอิรักอยู่รวมกับอิรักในฐานะสหพันธรัฐ การสร้างชาติของตนเองจึงเป็นอุดมคติที่สําคัญยิ่งสําหรับชาวเคิร์ดเสมอมา
🦁 เยี่ยมชม “อารามมาร์มัตไต” (Mor Mattai Monastery) อารามเก่าแก่ของ คริสตจักรซีเรียคออร์โธดอกซ์ถือเป็นหนึ่งในอารามคริสเตียนที่เก่าแก่ที่สุดในโลก สร้างขึ้นในปี 363 โดยนักบวชชื่อ “มาร์มัตไต” หรือเซนต์แมทธิว ผู้สามารถรักษาโรคเรื้อนให้บุตรีของกษัตริย์อัสซีเรีย และสั่งสอนให้เธอเปลี่ยนศาสนาเป็นคริสต์

🦁 เยี่ยมชม “อารามลาลิช” (Lalish Temple) ที่หุบเขาอันเงียบสงบทางตอนเหนือของอิรัก ที่นี่มีความสําคัญทางศาสนาอย่างลึกซึ้งต่อ “ชาวยาซิดี” เนื่องจากเป็นที่ตั้งของ “สุสาน ชีคอาดี อิบน์มูซาฟีร์” ผู้เป็นบุคคลสําคัญใน “ศาสนายาซิดี” ผู้มีชีวิตอยู่ช่วงคริสต์ศตวรรษที่ 12 ชาวยาซิดีเชื่อว่าชีคอาดีคือร่างอวตารของ “ทาอุส เมเลก” หรือ เทพนกยูง ผู้ที่พระเจ้าทรงมอบหมายให้ดูแลโลก

🦁 เยี่ยมชม “ประตูโมซูล” (The Mosul Gate of Al-Amadiya) ประตูหินโบราณที่ยังคงตั้งตระหง่านเป็นทางเข้าเพียงแห่งเดียวสู่เมืองอาเมดี ประตูแห่งนี้ถูกสร้างขึ้นในศตวรรษที่ 13 ระหว่างปี 1225 – 1259 อันสะท้อนถึงความสําคัญเชิงยุทธศาสตร์ในฐานะปราการป้องกันที่แข็งแกร่ง และยังเป็นจุดเชื่อมต่อกับเส้นทางการค้าสําคัญที่มุ่งหน้าสู่เมืองโมซูลและเมืองซินจาร์

🦁 นําท่านชม “ป้อมปราการเออร์บิล” (Erbil Citadel) ตั้งอยู่ใจกลางเมืองเออร์บิลในเขตเคอร์ดิสถานของอิรักป้อมแห่งนี้มีอายุเก่าแก่ กว่า 6,000 ปี ถือเป็นหนึ่งในสถานที่ที่มีผู้คนอาศัยต่อเนื่องยาวนานที่สุดในโลก และได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกโดย UNESCO ในปี 2014

🦁 เยี่ยมชม “คุกอัมนา สุรากา” (Amna Suraka) หนึ่งในสถานที่ที่สะท้อนความโหดร้ายของอิรักภายใต้ระบอบ ซัดดัม ฮุสเซน ได้อย่างชัดเจน ที่นี่เคยเป็นศูนย์ควบคุมตัว สอบสวน และทรมานชาวเคิร์ด รวมถึงผู้เห็นต่างทางการเมืองอีกหลายพันคนโดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วง “ปฏิบัติการอันฟาล”

🦁 เยี่ยมชม “อนุสรณ์ฮาลาบาจา” (Halabja Monument) อนุสรณ์สถานที่สร้างขึ้นเพื่อรําลึกถึงหนึ่งในการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ที่โหดร้ายที่สุดในประวัติศาสตร์ร่วมสมัย จากเหตุการณ์ที่กองทัพอิรักภายใต้ระบอบซัดดัม ฮุสเซน ใช้อาวุธเคมีโจมตีเมืองฮาลาบาจา โดยมีเป้าหมายเป็นพลเรือนผู้บริสุทธิ์อย่างชัดเจน
ทริปสุดพิเศษประจำปี 2025 แบบนี้ ออกเดินทาง 26 ธ.ค. 2025 – 5 ธ.ค. 2026 ท่องเที่ยวเต็มอิ่มกว่า 11 วัน 9 คืน โดยทริปนี้ “คุณปั๊บ พงศ์ศรณ์ ภูมิวัฒน์” เจ้าของเพจ The Wild Chronicles จะนำพาทุกท่านไปพบความรู้แปลกใหม่ ในสถานที่ที่ซ่อน “ความไม่ธรรมดา” เอาไว้มากมาย



…ย้ำทัวร์เราไม่จอยกรุ๊ป! ไม่ชะโงก อะไรควรดูอยู่ดูนานขึ้น อะไรอยู่นอกเส้นทางปกติแต่ควรสัมผัสจะได้ไปสัมผัส โดยเฉพาะผู้รักการผจญภัย และหลงไหลในประวัติศาสตร์และทิวทัศน์ที่ตื่นตา ไม่ควรพลาดด้วยประการทั้งปวง!!
…ทัวร์ใหม่พิเศษแบบนี้ อย่าช้ารีบจองเลย!…
⬇️หรือติดต่อสอบถามเพิ่มเติมได้ที่เบอร์ 082-894-8444 หรือแอดไลน์ที่ปุ่มด้านล่างและพิมพ์ว่า “สนใจทัวร์สเปน” ครับ ⬇️
เมืองอเมดิ ดินแดนลอยฟ้า อันซีนที่เหมือนไม่มีอยู่จริง
เมืองอเมดิ ตั้งอยู่ไม่ใกล้ไม่ไกลจากทิศเหนือของเมืองดูฮอก ประเทศเคอร์ดิสถาน ด้วยความที่เป็นเมืองตั้งอยู่อย่างโดดเดี่ยวท่ามกลางภูเขาที่มีลักษณะราบๆ เหมือนเตียงนอน จึงถูกเรียกว่าดินแดนลอยฟ้าสุดงดงาม โดดเด่นตรงที่มีความแปลกด้านที่ตั้งที่ไม่เหมือนเมืองอื่นใดบนโลก จนหลายคนสงสัยว่าทำไมมีเมืองไปตั้งอยู่ตรงที่แบบนั้นได้นะ…? กดอ่านเลย
อนุสรณ์สถานบาร์ซาน แกลเลอรี่ประวัติศาสตร์ชาวเคิร์ดที่ไม่ธรรมดา
อนุสรณ์สถานน้องใหม่ ที่เพิ่งเปิดตัวในปี 2023 ที่ผ่านมา และต้องขอบอกเลยว่าที่นี่ไม่ธรรมดาทั้งในเรื่องแนวคิดและการออกแบบ ซึ่งที่แห่งนี้นั้นมีชื่อว่า อนุสรณ์สถานบาร์ซาน ตั้งอยู่ในเมืองเออร์บิล เขตปกครองตนเองเคอร์ดิสถานประเทศอิรัก..หากใครอยากรู้แล้วว่าที่นี่จะน่าสนใจแค่ไหน วันนี้แอดมินจะมาเล่าให้ฟังค่า กดอ่านเลย
ป้อมปราการเออร์บิล เมืองที่เก่าแก่ที่สุดในโลกกว่า 7,000 ปี
ป้อมเออร์บิลเป็นเมืองที่ตั้งอยู่ในเมืองเออร์บิล เขตปกครองตนเองเคอร์ดิสถานประเทศอิรัก มีความพิเศษกว่าสถานที่อื่นๆ เพราะมีหลักฐานค้นพบว่าที่นี่เป็นสถานที่ที่มนุษย์เริ่มตั้งถิ่นฐานเป็นที่แรกๆ โดยหลักฐานเก่าแก่ที่สุดพบว่า มีการตั้งถิ่นฐานมา 7,000 กว่าปีที่แล้วเลยล่ะ! กดอ่านเลย
โปรแกรมการเดินทางรายวัน
วันที่ 1กรุงเทพฯ – ชาร์จาห์ – บาสรา
นัดพบ 05:00 น. ที่สุวรรณภูมิ (BKK) ชั้น 4 เคาน์เตอร์แอร์อาระเบีย
- 07:55 น. บิน G9822 สู่ชาร์จาห์ (SHJ) ถึง 11:55 น. รอต่อเครื่อง 4 ชั่วโมง 5 นาที
- 16:00 น. บิน G9833 สู่บาสรา (BSR) ถึง 17:00 น.
- เข้าสู่บาสรา (Basra) เมืองท่าเก่าแก่ริมแม่น้ำชัตต์อัลอาหรับ ก่อตั้งปี 636 และเป็นแรงบันดาลใจของเรื่อง "ซินแบดยอดนักเดินเรือ"
วันที่ 2บาสรา – หนองบึงเมโสโปเตเมีย – อูร์ – นาซีริยาห์
- นั่งรถเลียบแม่น้ำชัตต์อัลอาหรับ ผ่านเรือยอร์ชของซัดดัม ฮุสเซนที่อัปปางกลางแม่น้ำ และย่านเมืองเก่าบาสรา
- ล่องเรือชมหนองบึงเมโสโปเตเมีย (มรดกโลกปี 2016) และ "บ้านกก" ของชนพื้นเมือง
- เมืองอูร์ (Ur) ของชาวสุเมเรียน: มหาซิกกูแรต สร้างราว 4,100 ปีก่อนถวายเทพนันนา, สุสานหลวงแห่งอูร์ และบ้านของศาสดาอับราฮัม (ตามความเชื่อ)
- เดินทางสู่นาซีริยาห์ (Nasiriyah) ประตูสู่พื้นที่ชุ่มน้ำและวิถีชีวิตชาวอาหรับหนองบึง
วันที่ 3อูรุก – นาจาฟ – กัรบะลาอ์
- เมืองอูรุก (Uruk) มรดกโลก เมื่อราว 3,200 ปีก่อนคริสตกาลเป็นเมืองที่ใหญ่ที่สุดในโลก แหล่งกำเนิดการเขียน ตราประทับ และการผลิตอิฐ และเกี่ยวข้องกับมหากาพย์กิลกาเมช
- นาจาฟ (Najaf) สุสานอิหม่ามอาลี (Imam Ali Shrine) โดมทองคำ ศาสนสถานศักดิ์สิทธิ์อันดับ 3 ของชีอะห์
- สุสานวาดิอุสซาลาม (Wadi-us-Salaam) สุสานที่ใหญ่ที่สุดในโลก มีหลุมศพกว่า 6 ล้านหลุม
- เดินทางต่อ 1 ชั่วโมง 30 นาทีสู่กัรบะลาอ์ (Karbala) เมืองแห่งยุทธการกัรบะลาอ์ปี 680
วันที่ 4กัรบะลาอ์ – บาบิโลน – ซเทซิฟอน – แบกแดด
- สุสานอิหม่ามฮุเซน (Holy Shrine of Imam Hossain) และสุสานอบู ฟัดห์ อัลอับบาส
- บาบิโลน (Babylon) มรดกโลก ประตูอิชตาร์ สิงโตแห่งบาบิโลน และพระราชวังของซัดดัม ฮุสเซนบนเนินเหนือซากเมือง
- ซเทซิฟอน (Ctesiphon) เมืองหลวงยุคพาร์เธียและซัสซาเนียน มี "ทัก คัซรา" ซุ้มโค้งอิฐใหญ่ที่สุดในโลกยุคโบราณ
- เข้าสู่กรุงแบกแดด (Baghdad) เมืองที่ก่อตั้งปี 762 ศูนย์กลางภูมิปัญญายุคทองอิสลามและบัยตุลฮิกมะห์
วันที่ 5แบกแดด: พิพิธภัณฑ์แห่งชาติ – ถนนมุตตานบี – อนุสาวรีย์
- พิพิธภัณฑ์แห่งชาติอิรัก (Iraqi National Museum) ก่อตั้งปี 1926 โบราณวัตถุสุเมเรียน อัคคาเดียน อัสซีเรีย บาบิโลน อิสลาม และหน้ากากแห่งวาร์กาอายุกว่า 5,000 ปี
- ย่านกิชลา ตลาดโบราณ และถนนมุตตานบี (Mutanabbi Street) ถนนร้านหนังสือ
- อนุสาวรีย์วีรชนชาวอิรัก อนุสาวรีย์การอนุรักษ์วัฒนธรรมอิรัก
- ผ่านถนนอาบู นุวาส จัตุรัสแห่งอิสรภาพ จัตุรัสเฟอร์ดอส รูปปั้นเชเฮราซาด มหาวิทยาลัยแบกแดด และอาคารธนาคารกลางที่ออกแบบโดยซาฮา ฮาดิด
วันที่ 6ซามาร์รา – ฮาตรา – โมซูล
- ซามาร์รา (Samarra) มรดกโลก เมืองหลวงอับบาซียะห์ ก่อตั้งปี 836: สุสานอิหม่ามอาลี อัลฮาดี มัสยิดใหญ่แห่งซามาร์รา และหอคอยอัลมัลวียะห์สูงราว 52 เมตร
- ฮาตรา (Hatra) มรดกโลกปี 1985 เมืองโบราณที่ต้านการปิดล้อมของโรมันได้ ผสมสถาปัตยกรรมเฮลเลนิสติกกับตะวันออก
- เดินทางต่ออีกราว 2 ชั่วโมงสู่โมซูล (Mosul) เมืองใหญ่อันดับสองของอิรัก ซึ่งอยู่ระหว่างการฟื้นฟูหลังถูกไอเอสยึดครองปี 2014–2017
วันที่ 7นีนะเวห์ – มัสยิดที่ถูกทำลายโดยไอเอส – เคอร์ดิสถาน – ลาลิช – ดูฮ็อก
- นีนะเวห์ (Nineveh) เมืองหลวงจักรวรรดิอัสซีเรีย เคยเป็นเมืองที่ใหญ่ที่สุดในโลกศตวรรษที่ 7 ก่อนคริสตกาล
- พื้นที่ที่ถูกไอเอสทำลาย: มัสยิดอัลนาบี ยูนุส มัสยิดใหญ่อัลนูรี (บูรณะโดยยูเนสโก) และมัสยิดอัลมุสฟี (ชมจากภายนอกหากอยู่ระหว่างก่อสร้าง)
- เข้าเขตเคอร์ดิสถาน เยี่ยมอารามมาร์มัตไต (สร้างปี 363) และสมรภูมิเกากาเมลา (331 ปีก่อนคริสตกาล)
- ลาลิช (Lalish) ศูนย์กลางศาสนาของชาวยาซิดี แล้วพักที่ดูฮ็อก (Duhok)
วันที่ 8อาเมดี – บาร์ซาน – เออร์บิล
- อาเมดี (Amedi) "เมืองบนท้องฟ้า" บนที่ราบสูงราว 1,200 เมตร และประตูโมซูล (Mosul Gate) สร้างศตวรรษที่ 13
- บาร์ซาน (Barzan) สุสานบาร์ซานและหลุมศพไร้นาม รำลึกชายชาวบาร์ซานีราว 8,000 คนที่ถูกลักพาตัวปี 1983
- เดินทางราว 3 ชั่วโมงสู่เออร์บิล (Erbil) เมืองหลวงเคอร์ดิสถานของอิรัก
- ป้อมปราการเออร์บิล (Erbil Citadel) มรดกโลกปี 2014 อายุกว่า 6,000 ปี (ชมจากด้านนอกหากอยู่ระหว่างก่อสร้าง)
วันที่ 9สุไลมานิยาห์ – คุกอัมนา สุรากา – ฮาลาบาจา
- เดินทางประมาณ 4 ชั่วโมงสู่สุไลมานิยาห์ (Sulaymaniyah)
- คุกอัมนา สุรากา (Amna Suraka) อดีตศูนย์ควบคุมตัวและทรมานชาวเคิร์ดสมัยซัดดัม ปัจจุบันเป็นพิพิธภัณฑ์แห่งความทรงจำ
- เดินทางต่ออีกราว 3 ชั่วโมงสู่อนุสรณ์ฮาลาบาจา (Halabja Monument) รำลึกเหตุโจมตีด้วยอาวุธเคมี ซึ่งคร่าชีวิตชาวเคิร์ดมากกว่า 5,000 คน
วันที่ 10สุไลมานิยาห์ – เออร์บิล – ชาร์จาห์
เดินทางประมาณ 3 ชั่วโมง 30 นาทีสู่สนามบินนานาชาติเออร์บิล (EBL)
- 14:20 น. บิน G9358 สู่ชาร์จาห์ ถึง 17:50 น. รอต่อเครื่อง 4 ชั่วโมง 15 นาที (ไม่มีอาหารเย็น)
- 22:05 น. บิน G9821 สู่กรุงเทพฯ
วันที่ 11ถึงกรุงเทพฯ
เครื่องถึงสนามบินสุวรรณภูมิ (BKK) เวลา 07:05 น.
อัตรานี้รวม
- ตั๋วเครื่องบินไป-กลับระหว่างประเทศ ชั้นประหยัด (Economy Class) พร้อมน้ำหนักสัมภาระตามมาตรฐานสายการบิน ทั้งโหลดใต้ท้องเครื่องและถือขึ้นเครื่อง
- รถรับ-ส่งและนำเที่ยวพร้อมคนขับที่มีประสบการณ์
- ที่พักตามที่ระบุในโปรแกรม พักห้องละ 2 ท่าน (หากต้องการ 3 เตียงให้แจ้งก่อน บางโรงแรมอาจไม่มีห้อง 3 ท่าน 3 เตียง)
- ค่าเข้าชมสถานที่และค่าอาหารตามที่ระบุในโปรแกรม
- มัคคุเทศก์ท้องถิ่นผู้มีประสบการณ์ วิทยากรและหัวหน้าทัวร์ชาวไทย
- ค่าวีซ่าเข้าประเทศ (ทางบริษัทดำเนินการให้)
- ประกันอุบัติเหตุระหว่างการเดินทาง วงเงินคุ้มครองท่านละ 1,000,000 บาท (ตามเงื่อนไขในกรมธรรม์)
อัตรานี้ไม่รวม
- ค่าห้องพักเดี่ยว (กรณีพักคนเดียว)
- ค่าใช้จ่ายส่วนตัว เช่น ค่าทำหนังสือเดินทาง ค่าโทรศัพท์ ค่าอินเทอร์เน็ต ค่าซักรีด ค่ามินิบาร์ ค่าอาหารและเครื่องดื่มนอกเหนือโปรแกรม ค่าน้ำหนักกระเป๋าเกิน ค่าสำรองที่นั่งล่วงหน้า ค่ารักษาพยาบาลจากโรคประจำตัว ค่ากระป๋องออกซิเจนพกพา
- ค่าทิปหัวหน้าทัวร์ ไกด์ท้องถิ่น และคนขับรถ (แนะนำ 90 USD/ท่าน)
- ภาษีมูลค่าเพิ่ม 7% และภาษีหัก ณ ที่จ่าย 3% และภาษีอื่นๆ ตามที่กฎหมายกำหนด
- ค่าธรรมเนียมน้ำมันและภาษีสนามบิน ในกรณีที่สายการบินปรับขึ้นราคา
คำถามเกี่ยวกับทัวร์นี้
ทัวร์อิรักนี้เดินทางกี่วัน ไปเมืองไหนบ้าง
ราคาทัวร์อิรักรวมตั๋วเครื่องบินไหม
ต้องทำวีซ่าอิรักไหม ใครดำเนินการ
จองทัวร์ต้องมัดจำเท่าไร ชำระส่วนที่เหลือเมื่อไร
ออกเดินทางขั้นต่ำกี่ท่าน
พักเดี่ยวเพิ่มเท่าไร และพักโรงแรมระดับไหน
ใครเป็นวิทยากร และค่าทิปเท่าไร
ยกเลิกทัวร์ได้ไหม
ทัวร์อิรัก (Iraq : The First of Us) ตามรอยอารยธรรมเมโสโปเตเมีย ต้นกำเนิดรากเหง้าของเราทุกคน
สนใจทัวร์นี้? ทักไลน์ได้เลย ทีมงานตอบไว






