ชวนเที่ยวทัวร์โมร็อกโก (Morocco) สัมผัสมนต์เสน่ห์แห่ง “อารยธรรมมัวร์” อันเป็นเอกลักษณ์ และธรรมชาติอันน่าทึ่ง เช่น ทะเลทรายสะฮารา เปิดให้จองแล้ววันนี้
ไฮไลต์ของทริป
- สำรวจเมืองคาซาบลังก้า เมืองที่คนทั่วโลกต่างรู้จัก
- เยือน "เมืองสีชมพู" "นครสีฟ้า" และ "สวิตเซอร์แลนด์" แห่งโมร็อกโก
- ขี่อูฐชมแสงอรุณแรกของเช้าวันใหม่เหนือทะเลทรายซาฮาร่า
- ค้างคืนในเต็นท์แบบ exclusive ท่ามกลางเนินทรายเมอร์ซูก้า ที่วิวสวยจนเกือบลืมหายใจ!
สถานที่ไฮไลต์
















วิทยากรประวัติศาสตร์นำทัวร์เองทุกทริปมีวิทยากรผู้เชี่ยวชาญด้านประวัติศาสตร์เดินทางไปด้วย เล่าเรื่องยากให้เข้าใจง่ายในทุกสถานที่
เส้นทางที่ไม่ธรรมดาพาไปดินแดนที่คนไม่ค่อยไป ตั้งแต่เอเชียกลาง ตะวันออกกลาง ไปจนถึงหิมาลัย
ไม่จอยกรุ๊ป ไม่ชะโงกทัวร์อะไรควรดูอยู่ดูนานขึ้น จัดกรุ๊ปขนาดพอดีเพื่อประสบการณ์ที่ดีที่สุด
เหนือกว่าการท่องเที่ยวปกติทุกทัวร์ออกแบบโดยนักเขียน และนักเดินทางมืออาชีพ เน้นสร้างประสบการณ์ สะท้อนตัวตน เหมาะกับนักเดินทางที่ต้องการอะไรที่เหนือกว่าการท่องเที่ยวปกติ
รายละเอียดทัวร์
🏜️ Grand Morocco: of Dusk and Dune 🐪
ปี 2024 นี้! เราจะพาท่านไปสัมผัสประสบการณ์ในทัวร์โมร็อกโก (Morocco) เต็มๆ ถึง 11 วัน 8 คืน อีกทั้งรับชมสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์ ที่จะทำให้ท่านเข้าใจความเป็นไปของ “ประเทศโมร็อกโก” แบบครบจบในที่เดียว เป็น “อีกมุม” ที่จะทำให้ท่านเข้าใจประเทศนี้ได้อย่างลึกซึ้ง…🥰
แต่ละทัวร์ของเราออกเดินทางร่วมกับวิทยากรผู้เชี่ยวชาญด้านประวัติศาสตร์พร้อมประสบการณ์นำเที่ยวร่วม 30 ปี เพื่อพาทุกท่านไปพบความรู้แปลกใหม่ ในสถานที่ที่ซ่อน “ความไม่ธรรมดา” เอาไว้มากมาย
เก็บครบไฮไลท์ทัวร์โมร็อกโกที่ดีที่สุด
กินหรูอยู่สบาย
…ณ ดินแดนอย่าง “โมร็อกโก” (Morocco) ยุทธศาสตร์สำคัญของภูมิภาคแอฟริกาเหนือ อันเป็นที่ตั้งของ “ช่องแคบยิบรอลตาร์” หรือทางออกจากทะเลเมดิเตอร์เรเนียนสู่มหาสมุทรแอตแลนติก ไม่เพียงแค่ภูมิรัฐศาสตร์ที่แข็งแกร่งเท่านั้น แต่โมร็อกโกกลับแอบแฝงไว้ด้วยเอกลักษณ์ทางวัฒนธรรมที่ลึกล้ำอย่างมาก…😍
อารยธรรมเลื่องชื่อของโมร็อกโกคือ “อารยธรรมแห่งมัวร์” ถือกำเนิดจาก “ชาวมัวร์” (Moor) ที่นำวัฒนธรรมท้องถิ่นอย่าง “เบอร์เบอร์” ผสมผสานเข้ากับวัฒนธรรมแบบอิสลามและยุโรป ส่งผลให้เกิดเป็นอารยธรรมแบบฉบับของตนเอง ซึ่งเต็มไปด้วยเอกลักษณ์โดดเด่นไม่ซ้ำใคร ก่อนจะแผ่ขยายความรุ่งเรืองนี้ไปปรากฏถึงสเปน
🌿🌺เริ่มต้นด้วย “สวนฌาร์แดง มาชอแรล” (Jardin majorelle) หรือชื่อที่คุ้นเคยกันดีอย่างสวนอีฟว์ แซ็ง โลร็องของสาวๆ หลายคนที่อยู่แวดวงแฟชั่นสุดหรู โดยผู้ออกแบบสวนนี้คือ “อีฟว์ แซ็ง โลร็อง” นักออกแบบแฟชั่นดีไซน์ชื่อดังแห่งปารีส ซึ่งในช่วงที่โมร็อกโกตกเป็นอาณานิคมของประเทศฝรั่งเศส เขามักจะเดินทางมาพักผ่อนที่นี่เป็นประจำและตกแต่งไว้อย่างสวยงามนั่นเอง

🕌🌙รับชม “มัสยิดโกโตบียา” (Koutoubia Mosque) หนึ่งในเป็นมัสยิดที่ใหญ่ที่สุดของโมร็อกโกที่สร้างขึ้นในคริสต์ศตวรรษที่ 12 ซึ่งมีหอมินาเรต์สูงถึง 70 เมตร ซึ่งตกแต่งด้วยงานแกะสลักอันวิจิตรบรรจง อีกทั้งประดับด้วยลูกโลกทองแดงและพระจันทร์เสี้ยวสวยงามอย่างเป็นเอกลักษณ์

🏰🏜️ตื่นตากับอารยธรรมโบราณอย่าง “หมู่บ้านไอท์ เบน ฮัดดู” (Aït Benhaddou) ซึ่งเป็นหมู่บ้านโบราณของชาวพื้นถิ่นที่มีลักษณะคล้ายป้อมปราการขนาดยักษ์ โดยมีอาคารบ้านเรือนไล่เรียงลดหลั่นกันบนเนินเขา ซึ่งดูมีความสวยงาม ซับซ้อน และลึกลับ นอกจากนี้ยังได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกจาก UNESCO อีกด้วย
🌄🌵ตกตะลึงกับ “ทอดร้ากอร์จ” (Todra Gorge) หรือหุบผาสวรรค์อันลือชื่อ ซึ่งเป็นแนวเขาธรรมชาติที่ถูกกัดกร่อนจากแรงลมและกรดฝนมานานนับพันปี จนมีลักษณะที่ดูสวยงามและแปลกตา อีกทั้งที่นี่ยังเป็นแหล่งโอเอซิสที่อุดมสมบูรณ์ท่ามกลางเขตทะเลทราย โดยบริเวณนี้รายล้อมด้วยปาล์ม อินทผาลัม อัลมอนด์ ทำให้มีทัศนียภาพที่สวยที่สุดแห่งหนึ่งของโมร็อกโก


🐪🏜️และนี่คือหนึ่งในไฮไลต์จากทางเราอย่าง “การใช้ชีวิตในทะเลทรายสะฮารา” (Sahara Desert) ซึ่งเป็นทะเลทรายขนาดใหญ่ที่สุดของโลก โดยท่านจะได้รับประทานอาหารค่ำ รวมถึงนอนพักในโรงแรมสุดหรูที่ตั้งอยู่บนทะเลทรายอันแห้งแล้งแห่งนี้
🌅🐫…พิเศษยิ่งขึ้น! ท่านจะได้รับประสบการณ์สุดว้าวอย่าง “ขี่อูฐแบบกองคาราวาน” สัมผัส “แสงรุ่งอรุณ” สาดส่องผ่านเทือกเขาแอตลาสท่ามกลางท้องทะเลทรายกว้างใหญ่ เรียกได้ว่าเป็นดั่งแสงแรกแห่งภูมิภาคที่เปรียบเสมือนการเริ่มต้นของชีวิตใหม่ในแต่ละวัน…


🏛️🎨เยือน “ประตูของพระราชวังบับ มันซูร์” (Bab Mansour) แปลว่า “ซุ้มประตูแห่งชัยชนะ” สร้างขึ้นโดยสุลต่านมูเล่ อิสมาอิล เมื่อปี 1731 ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความสวยงามของสถาปัตยกรรมแบบมัวร์ที่วิจิตรบรรจงได้อย่างชัดเจน บอกเลยว่าไม่ควรพลาดอย่างยิ่ง
🏘️🏞️รับชม “เมืองอิเฟรน” (Ifrane) เป็นเมืองที่มีทัศนียภาพสวยงามด้วยอาคารบ้านเรือนแบบเมดิเตอร์เรเนียนและทิวทัศน์ภูเขา จนได้รับการขนานนามว่า “สวิตเซอร์แลนด์แห่งดินแดนแอฟริกาตอนเหนือ”


🏯🌿มุ่งหน้าสู่ “ป้อมปราการอูไดอาส” (Kasbah des Oudayas) ซึ่งเป็นป้อมปราการโบราณที่สร้างมาตั้งแต่ศตวรรษที่ 12 ตั้งอยู่บนเนินเขาริมแม่น้ำบูเรกเรก โดยภายในจะมีพระราชวังและมัสยิดเก่าแก่อยู่ด้านใน รวมถึงยังมีสวนแอนดาลูเซียนที่เงียบสงบและสวยงาม และยังมีพิพิธภัณฑ์ที่จัดแสดงสิ่งประดิษฐ์และงานศิลปะจากยุคต่างๆ ของโมร็อกโก อีกทั้งยังมีอาคารบ้านเรือนที่ทาสีฟ้าสลับสีขาวที่โดดเด่นมากอยู่ภายในป้อมอีกด้วย

🏘️🔵ตื่นตาเมืองเลื่องชื่ออย่าง “เชฟชาอูน” (Chefchaouen) หรือ “นครสีฟ้า” ที่เรียกได้ว่าเป็นสุดยอดไฮไลต์แห่งโมร็อกโก ที่นี่เป็นบ้านเรือนที่ต่างพร้อมใจกันทาบทาด้วยสีฟ้าและสีขาวภายใต้รูปลักษณ์ตรอกซอกคดเคี้ยว ซึ่งสร้างสเน่ห์อันน่าหลงใหลราวกับอยู่บนสรวงสวรรค์ โดยท่านจะได้พบกับประสบการณ์แบบใหม่อย่างไม่รู้ลืม
…และสถานที่สุดพีกอีกมากมาย อย่าช้ารีบจองเลย!…
ทริปนี้เดินทางวันที่ 2 – 12 ธันวาคม 2024 ไปกับผม (ปั๊บ เจ้าของเพจ The Wild Chronicles) พร้อมกับวิทยากรอย่าง “อ.เชนทร์ เสนงาม” เพื่อพาทุกท่านไปพบความรู้แปลกใหม่ ในสถานที่ที่ซ่อน “ความไม่ธรรมดา” เอาไว้มากมาย ขอรับรองเลยว่าท่านจะได้ทั้งความสนุกและได้ความรู้เต็มอิ่มตลอดทั้งทริปอย่างแน่นอน!😆

"พงศ์ศรณ์ ภูมิวัฒน์" หรือ "คุณปั๊บ" เจ้าของเพจ The Wild Chronicles และเป็นเจ้าของผลงานสารคดีชุด The Wild Chronicles ที่จะพูดถึงเกร็ดประวัติศาสตร์ สงคราม เรื่องต่างประเทศ และการท่องเที่ยวไปในสถานที่แปลกๆ โดยมีปณิธานว่า "อยากเอาเรื่องยากๆ มาอธิบายให้เข้าใจง่ายๆ" และเพื่อสิ่งนี้จึงได้จัดทำทัวร์ เพื่อเผยแพร่ความรู้แปลกใหม่ให้กับผู้สนใจ
“อ.เชนทร์ เสนงาม” ผู้เชี่ยวชาญในวงการทัวร์ประวัติศาสตร์ต่างประเทศและสถานที่แปลกๆ ประสบการณ์มากกว่า 30 ปี! ซึ่งดำเนินงานอย่างมีคุณภาพสร้างความประทับใจให้กับผู้ร่วมเดินทางไปยังประเทศต่างๆ เสมอมา😍
ทัวร์ของเราการันตีว่า "กินหรูอยู่สบาย" ตามสไตล์ The Wild Chronicles โดยเราเลือกสิ่งที่ดีที่สุดให้คุณเท่านั้น ไม่ว่าจะสถานที่ โรงแรมระดับ 4-5 ดาว รวมถึงบริการสุด Exclusive ที่จะทำให้ท่านประทับใจแบบไม่รู้ลืม😍



ย้ำอีกครั้ง! ทัวร์โมร็อกโกของเรายังคงคอนเซ็ปต์ “ทัวร์ดีมีของ” แถมด้วย “กินหรูอยู่สบาย” คุณภาพเต็มเปี่ยม ร่วมออกเดินทางไปกับเรา เพื่อสัมผัสประสบการณ์สำหรับนักผจญภัยที่ไม่ธรรมดาแบบคุณ”🎊
⬇️หรือติดต่อสอบถามเพิ่มเติมได้ที่เบอร์ 082-894-8444 หรือแอดไลน์ที่ปุ่มด้านล่างและพิมพ์ว่า “สนใจทัวร์โมร็อกโก” ครับ ⬇️
“ราชินีโจรสลัดแห่งโมร็อกโก” – ซัยยิดะห์ อัล ฮูร์รา
กองเรือโจรสลัดโมร็อกโกที่บุกปล้นกองเรือสเปนและโปรตุเกสจนเป็นที่หวาดผวาไปทั่วทะเลเมดิเตอร์เรเนียน กดอ่านเลย
ประวัติศาสตร์ตูนิเซีย (Tunisia) - สรุปจบเข้าใจง่าย
เรามาทำความเข้าใจถึงประวัติศาสตร์ของประเทศนี้กันโดยใช้เวลาเพียง 10 นาทีกันครับ กดอ่านเลย
ศิลปะของมาเกร็บ - วิวัฒนาการจากเปอร์เซียสู่แอฟริกาเหนือ
การถ่ายทอดสถาปัตยกรรมมัสยิดที่เป็นเอกลักษณ์ของแต่ละพื้นที่ และการเปลี่ยนแปลงตามบริบท กดอ่านเลย
โปรแกรมการเดินทางรายวัน
วันที่ 1กรุงเทพฯ – ดูไบ
นัดพบเวลา 22:00 น. ที่สนามบินสุวรรณภูมิ ชั้น 4 เคาน์เตอร์สายการบินเอมิเรตส์ (Row T ใกล้ประตู 9) ออกเดินทางเวลา 01:05 น. เที่ยวบิน EK 385 สู่ดูไบ (บินประมาณ 6 ชั่วโมง 55 นาที)
วันที่ 2ดูไบ – คาซาบลังกา – มาราเกช
ถึงดูไบ 05:00 น. เปลี่ยนเครื่องออกเดินทาง 07:25 น. เที่ยวบิน EK 751 ถึงสนามบินคาซาบลังกา 13:10 น. (เวลาโมร็อกโกช้ากว่าไทย 6 ชั่วโมง) พบมัคคุเทศก์ท้องถิ่น จากนั้นเดินทางสู่ มาราเกช ระยะทาง 240 กม. ใช้เวลาประมาณ 3 ชั่วโมงตามทางหลวง A7
วันที่ 3มาราเกช
เที่ยวชม มาราเกช "เมืองสีชมพู" อดีตเมืองหลวงสมัยราชวงศ์อัลโมราวิด เมดินาแห่งมาราเกชเป็นมรดกโลก
- สวนฌาร์แดง มาชอแรล (Jardin Majorelle) สวนอีฟว์ แซ็ง โลร็อง
- พระราชวังบาเฮีย (Bahia Palace) สร้างปลายศตวรรษที่ 19 โดย ซี มูซา ตกแต่งด้วยปูนปั้นและโมเสก มีสวนสไตล์ริยาด
- มัสยิดคูโตเบีย (Koutoubia Mosque) หอมินาเรต์สูง 70 เมตร สร้างช่วงปี 1184 – 1199
- จัตุรัสเฌมา เอล ฟนา (Djemaa El Fna Square) จัตุรัสกลางเมืองที่คึกคักล้อมรอบด้วยตลาด
วันที่ 4มาราเกช – ไอท์ เบน ฮัดดู – วอร์ซาเซ็ท
เดินทางประมาณ 4 ชั่วโมงผ่านเทือกเขาแอตลาสสู่เมืองวอร์ซาเซ็ท แวะถ่ายภาพจุดสวย และแวะซื้อน้ำมันอาร์แกนได้ที่สหกรณ์แม่บ้านชาวเบอร์เบอร์ชานเมืองมาราเกช
- หมู่บ้านไอท์ เบน ฮัดดู (Ait Ben Haddou) หมู่บ้านโบราณคล้ายป้อมปราการบนเนินเขา ขึ้นทะเบียนมรดกโลกปี 1987
- แอตลาส สตูดิโอ (Atlas Studio) สตูดิโอถ่ายทำภาพยนตร์ เช่น Lawrence of Arabia, The Mummy, Gladiator และ Game of Thrones
เตรียมกระเป๋าใบเล็กสำหรับค้างคืนในเต็นท์ทะเลทรายวันถัดไป ส่วนกระเป๋าใบใหญ่จะอยู่บนรถโค้ช
วันที่ 5ทอดร้ากอร์จ – เอียร์ฟูด์ – ทะเลทรายซาฮารา
เดินทาง 163 กม. (ประมาณ 3 ชั่วโมง) สู่ทินเฮียร์ในเขตเจเบล ซาร์โร ชม ทอดร้ากอร์จ (Todra Gorge) หุบผาที่ถูกลมและฝนกัดกร่อนมานับพันปี เป็นโอเอซิสที่ปลูกปาล์ม อินทผาลัม และอัลมอนด์ ผ่านหุบเขาดาเดดส์ซึ่งมีผาสูงถึง 300 เมตร
จากนั้นไปเมืองเอียร์ฟูด์ (145 กม. ประมาณ 2.5 ชั่วโมง) แล้วนั่งรถ 4x4 อีก 55 กม. ประมาณ 1 ชั่วโมงสู่ เมอร์ซูกา (Merzouga) ในทะเลทรายซาฮารา พักที่แคมป์ใต้ท้องฟ้าเต็มดวงดาว (หากอากาศติดลบอาจต้องพักโรงแรมแทนเต็นท์ เพราะเต็นท์ไม่มีฮีตเตอร์)
วันที่ 6ขี่อูฐชมอรุณรุ่ง – มิเดลท์ – อิเฟรน – เม็กเนส
ตื่น 04:00 น. ขี่อูฐแบบกองคาราวานชมพระอาทิตย์ขึ้นเหนือทะเลทรายซาฮารา กลับแคมป์ทานอาหารเช้า เช็คเอาท์ แล้วนั่งรถ 4x4 กลับเอียร์ฟูด์เพื่อขึ้นรถโค้ช เดินทางผ่านมิเดลท์ (265 กม. ประมาณ 4 ชั่วโมง)
แวะ เมืองอิเฟรน (Ifrane) เมืองตากอากาศที่ชาวฝรั่งเศสสร้างช่วงปี 1912 – 1956 บ้านเรือนแบบเมดิเตอร์เรเนียน ได้ฉายา "สวิตเซอร์แลนด์แห่งแอฟริกาเหนือ" จากนั้นพักที่เม็กเนส
วันที่ 7เม็กเนส – เฟส
- เม็กเนส ถ่ายภาพที่ประตู บับ มันซูร์ (Bab Mansour) "ซุ้มประตูแห่งชัยชนะ" สร้างปี 1731 โดยสุลต่านมูเล อิสมาอิล เป็นมรดกโลก และมีเวลาเดินตลาดที่จัตุรัสหน้าประตูประมาณ 1 ชั่วโมง
- เมืองเฟส (Fez) อดีตเมืองหลวงศตวรรษที่ 8 เข้าเมดินาผ่านประตูบับ บู เจอลูด เมืองเก่ามีตรอกราว 9,400 ซอย แบ่งโซนตามสินค้า เป็นมรดกโลก
- สุสานมูเล ไอดริสที่ 2 สถานที่ศักดิ์สิทธิ์ของชาวมุสลิม
- มัสยิดไคราวีน หนึ่งในมัสยิดและมหาวิทยาลัยที่เก่าแก่ที่สุดในโลก
- โรงฟอกหนังฮัวรา (Chouara Tannery) บ่อฟอกและย้อมหนังแบบโบราณ
วันที่ 8เฟส – เชฟชาอูน
เดินทางประมาณ 2 ชั่วโมง 50 นาทีสู่ เชฟชาอูน (Chefchaouen) "นครสีฟ้า" เมืองเก่าสร้างปี 1471 เคยอยู่ใต้การปกครองของสเปนจนถึงปี 1956 ผู้คนจึงยังพูดภาษาสเปนกันแพร่หลาย บ้านเรือนทาสีฟ้าและขาว เดินชมเมดินา ถ่ายภาพตามตรอก และช็อปปิ้งเสื้อผ้า ผ้าพันคอ หมวกถัก และกระเป๋าผ้า
วันที่ 9เชฟชาอูน – ราบัต – คาซาบลังกา
เดินทางประมาณ 3 ชั่วโมง 30 นาทีสู่ ราบัต (Rabat) เมืองหลวงปัจจุบัน ซึ่งเป็นมรดกโลก ชม ป้อมปราการอูไดอาส (Kasbah Les Udayas) ที่ปากแม่น้ำบู เรเกรก มีมัสยิดเก่าแก่สร้างตั้งแต่ศตวรรษที่ 10 และมีบ้านทาสีฟ้า-ขาวอยู่ภายในป้อม
จากนั้นเดินทางอีก 1 ชั่วโมง 15 นาทีสู่ คาซาบลังกา (Casablanca) เมืองท่าและศูนย์กลางเศรษฐกิจอันดับหนึ่งของประเทศ ที่โด่งดังจากภาพยนตร์ฮอลลีวูดเรื่อง Casablanca
วันที่ 10มัสยิดฮัสซันที่ 2 – กลับดูไบ
ชม มหามัสยิดกษัตริย์ฮัสซันที่ 2 (King Hassan II Mosque) มัสยิดที่ใหญ่ที่สุดในแอฟริกาและใหญ่เป็นอันดับ 3 ของโลก หอมินาเรต์สูง 210 เมตร ห้องละหมาดรองรับได้ 25,000 คน และบริเวณภายนอกอีก 80,000 คน จากนั้นไปสนามบินคาซาบลังกา ออกเดินทาง 15:05 น. เที่ยวบิน EK 752 (บินประมาณ 7 ชั่วโมง 25 นาที) อาหารกลางวันบนเครื่อง
วันที่ 11ดูไบ – กรุงเทพฯ
ถึงดูไบ 01:30 น. เปลี่ยนเครื่อง ออกเดินทาง 03:05 น. เที่ยวบิน EK 384 ถึงสนามบินสุวรรณภูมิ 12:05 น.
อัตรานี้รวม
- ค่าตั๋วเครื่องบินไป-กลับระหว่างประเทศ ชั้นประหยัด
- ค่าน้ำหนักกระเป๋าตามมาตรฐานของเที่ยวบิน (เอมิเรตส์ แอร์ไลน์)
- ค่ารถรับ-ส่งและนำเที่ยว พร้อมคนขับที่มีประสบการณ์
- ค่าที่พักตามที่ระบุในโปรแกรม พักห้องละ 2 ท่าน
- ค่าเข้าชมสถานที่ตามที่ระบุในโปรแกรม
- ค่าอาหารตามที่ระบุในโปรแกรม
- มัคคุเทศก์ท้องถิ่นผู้มีประสบการณ์
- วิทยากรและหัวหน้าทัวร์ชาวไทยผู้มีประสบการณ์
- ประกันอุบัติเหตุระหว่างการเดินทาง วงเงินคุ้มครองท่านละ 1,000,000 บาท (ตามเงื่อนไขในกรมธรรม์)
- ค่าขี่อูฐ
- ค่าวีซ่าเข้าประเทศ
อัตรานี้ไม่รวม
- ค่าตั๋วเครื่องบินไป-กลับระหว่างประเทศ ชั้นธุรกิจ (Business Class)
- ค่าใช้จ่ายส่วนตัว เช่น ค่าทำหนังสือเดินทาง ค่าโทรศัพท์ อินเทอร์เน็ต ซักรีด มินิบาร์ อาหารและเครื่องดื่มนอกรายการ ค่าน้ำหนักกระเป๋าเกิน ค่ารักษาพยาบาลจากโรคประจำตัว
- ค่าทิปหัวหน้าทัวร์ ไกด์ท้องถิ่น และคนขับรถ (แนะนำ 100 USD)
- ภาษีมูลค่าเพิ่ม 7% ภาษีหัก ณ ที่จ่าย 3% และภาษีอื่น ๆ
- ค่าธรรมเนียมน้ำมันและภาษีสนามบิน กรณีสายการบินปรับขึ้นราคา
คำถามเกี่ยวกับทัวร์นี้
ทัวร์โมร็อกโก Grand Morocco ราคารวมตั๋วเครื่องบินไหม
ต้องทำวีซ่าโมร็อกโกไหม ใครดำเนินการ
จองทัวร์โมร็อกโกต้องมัดจำเท่าไร ชำระส่วนที่เหลือเมื่อไร
พักเดี่ยวทัวร์โมร็อกโกเพิ่มเท่าไร
ทัวร์โมร็อกโกพักโรงแรมระดับไหน คืนที่ทะเลทรายเป็นอย่างไร
ค่าทิปทัวร์โมร็อกโกเท่าไร
ใครเป็นวิทยากรนำทัวร์โมร็อกโก
ยกเลิกทัวร์โมร็อกโกได้ไหม
ทัวร์โมร็อกโก (Grand Morocco: of dusk and dune)
สนใจทัวร์นี้? ทักไลน์ได้เลย ทีมงานตอบไว






