เปิดประตูสู่โลกที่ยากสัมผัส "อุซเบกิสถาน & เติร์กเมนิสถาน" (Uzbekistan-Turkmenistan) เส้นทางผจญภัยสู่สวรรค์ 🪽และนรก 🔥แห่งเอเชียกลาง
ไฮไลต์ของทริป
- เปิดประตูสู่โลกที่ยากสัมผัส! กับทัวร์ "Uzbekistan & Turkmenistan: Journey to Heaven and Abyss"
- ✈️ การผจญภัยสู่ 'ปรภูมิ' แห่งเอเชียกลาง
- ✨ บินตรง โรงแรมดี มีอาหารครบ เก็บไฮไลท์ 2 ประเทศ ไม่ชะโงก สูงวัยเที่ยวได้ พร้อมไกด์ประวัติศาสตร์นำบรรยาย
- - เที่ยวเมืองหินอ่อน 'อาชกาบัต' งดงามราวสวรรค์
- - ตื่นตา 'ประตูนรกดาร์วาซา' น่าสะพรึง!
- - ตะลุย 'ซากโบราณเมิร์ฟ' อดีตมหานครที่เคยยิ่งใหญ่สุดในโลก!
- - เก็บไฮไลท์อุซเบกิสถาน ทั้งซามาร์คานด์-บูคารา
สถานที่ไฮไลต์













วิทยากรประวัติศาสตร์นำทัวร์เองทุกทริปมีวิทยากรผู้เชี่ยวชาญด้านประวัติศาสตร์เดินทางไปด้วย เล่าเรื่องยากให้เข้าใจง่ายในทุกสถานที่
เส้นทางที่ไม่ธรรมดาพาไปดินแดนที่คนไม่ค่อยไป ตั้งแต่เอเชียกลาง ตะวันออกกลาง ไปจนถึงหิมาลัย
ไม่จอยกรุ๊ป ไม่ชะโงกทัวร์อะไรควรดูอยู่ดูนานขึ้น จัดกรุ๊ปขนาดพอดีเพื่อประสบการณ์ที่ดีที่สุด
เหนือกว่าการท่องเที่ยวปกติทุกทัวร์ออกแบบโดยนักเขียน และนักเดินทางมืออาชีพ เน้นสร้างประสบการณ์ สะท้อนตัวตน เหมาะกับนักเดินทางที่ต้องการอะไรที่เหนือกว่าการท่องเที่ยวปกติ
รายละเอียดทัวร์
🪽อุซเบกิสถาน-เติร์กเมนิสถาน : Journey to Heaven and Abyss 🔥
The Wild Chronicles ขอพาท่านเดินทางไป อุซเบกิสถาน-เติร์กเมนิสถาน เส้นทางผจญภัยสู่ "สวรรค์และนรก" แห่งเอเชียกลาง ณ ดินแดนที่เต็มไปด้วยความลี้ลับ ความขัดแย้ง และความงดงามที่ยากจะหาสิ่งใดเปรียบเทียบได้ 🥰
🪽 …นี่คือการเดินทางที่จะพาท่านสู่ “สวรรค์และนรก” ณ ดินแดนที่เต็มไปด้วยความลี้ลับ ความขัดแย้ง และความงดงามที่ยากจะหาสิ่งใดเปรียบเทียบได้
🪽 ที่นี่เองคือที่ตั้งของ “อาชกาบัต” สรวงสวรรค์อันเวิ้งว่างที่สร้างด้วยหินอ่อนสีขาว
🪽 และที่นี่ยังมี “ประตูนรก” บ่อยักษ์ที่มีมหาเปลวเพลิงลุกท่วมตลอดเวลาดูแปลกตาน่าสะพรึงกลัว
🪽ทั้งใต้ทรายนั้นยังมีสิ่งมหัศจรรย์นั่นคือซากโบราณสถาน “เมิร์ฟ” มหานครที่ครั้งหนึ่งเคยยิ่งใหญ่ที่สุดบนเส้นทางสายไหม
🪽 ปี 2025❗The Wild Chronicles ขอพาท่านเดินทางไป อุซเบกิสถาน-เติร์กเมนิสถาน เส้นทางผจญภัยสู่สวรรค์ 🪽และนรก 🔥แห่งเอเชียกลาง
🪽 ทัวร์ของเราไม่จอยกรุ๊ป ไม่ชะโงก อะไรควรดูอยู่ดูนานขึ้น อะไรอยู่นอกเส้นทางปกติแต่ควรสัมผัสจะได้ไปสัมผัส โดยเฉพาะผู้รักการผจญภัยและ หลงไหลในประวัติศาสตร์และทิวทัศน์ที่ตื่นตา ไม่ควรพลาดด้วยประการทั้งปวง โดยมีวิทยากรผู้เชี่ยวชาญประวัติศาสตร์เป็นคนนำทัวร์ด้วยตนเอง !!
🪽 ไล่ตามเส้นทางเริ่มจากนำท่านชม “จัตุรัสเอมีร์ ติมูร์” (Amir Temur Square) จัตุรัสใจกลางกรุงทาชเคนต์ จัตุรัสนี้ตั้งชื่อตาม เอมีร์ ติมูร์ หรือ ติมูร์ มหาราชาแห่งเอเชียกลาง ผู้ก่อตั้งอาณาจักรติมูริดอันยิ่งใหญ่ เขาเป็นดั่ง “วีรบุรุษแห่งชาติ” ของชาวอุซเบก ทว่าในอีกด้านหนึ่ง เขาเป็นที่รู้จักในฐานะ “ผู้ปกครองแห่งการทําลายล้าง” เขาเป็นที่เกลียดชังของคนตุรกี, อินเดีย, และอิหร่าน เนื่องจากเคยถูกติมูร์รุกรานและสังหารอย่างทารุณ

🪽 ชม “โรงแรมอุซเบกิสถาน” (Uzbekistan Hotel) โรงแรมที่มีการออกแบบอย่างโดดเด่นด้วยสถาปัตยกรรมแนวโซเวียต ตัวโรงแรมทําเป็นรูปหนังสือ ถูกสร้างขึ้นเมื่อปี 1974 ถือเป็นหนึ่งในโรงแรมที่มีชื่อเสียงมากที่สุดแห่งหนึ่งของอุซเบกิสถาน
🪽 เดินทางสู่ “เมืองซามาร์คานด์” (Samarkand) ซามาร์คานด์ถือเป็นหนึ่งในเมืองที่เก่าแก่และมีความสําคัญทางประวัติศาสตร์มากที่สุดในเอเชียกลาง เพราะเป็นศูนย์กลางของ อารยธรรมต่างๆ บนเส้นทางสายไหม ทําให้ที่นี่ถือเป็น “ศูนย์กลางอํานาจของโลก” อีกทั้งเมืองแห่งนี้ยังได้รับสถานะเป็นเมืองมรดกโลกจากองค์การ UNESCO
🪽 เยี่ยมชม “จัตุรัสเรจิสถาน” (Registan Square) อันสวยงามและยิ่งใหญ่ จัตุรัสแห่งนี้ถูกตกแต่งด้วยกระเบื้องเคลือบสีฟ้าตัดขอบสีเหลือง รายล้อมไปด้วยมัดรอซะห์ 3 แห่ง และไฮไลท์สําคัญ คือ อุลุกเบก มัดรอซะห์ (Ulugh Beg Madrasah) อันทรงคุณค่าอย่างมากทั้งในเชิงประวัติศาสตร์ วิทยาศาสตร์ และสถาปัตยกรรม

🪽 ชม “มัสยิดบีบี-คานุม” (Bibi-Khanym Mosque) หนึ่งในมัสยิดที่ใหญ่และสําคัญที่สุดในโลกอิสลาม ถูกสร้างขึ้นระหว่างปี 1399 – 1404 โดยคําสั่ง ของเอมีร์ติมูร์หลังจากการรุกรานอินเดียเพื่อเป็นสัญลักษณ์แห่งความยิ่งใหญ่ของอาณาจักรติมูริด

🪽 เยี่ยมชม “หอสังเกตการณ์อุลุกเบก” (Observatory of Ulugbek) เป็นหอสังเกตการณ์ทางดาราศาสตร์แห่งซามาร์คานด์ซึ่งถูกสร้างขึ้นเมื่อปี 1420 หอสังเกตการณ์อุลุเบกถือเป็นหนึ่งในสิ่งก่อสร้างด้านดาราศาสตร์ที่ล้ำหน้าที่สุดของโลกในยุคกลาง เพราะถือเป็นหอดูดาว ที่แม่นยําที่สุดในโลกยุคนั้น และเป็นสัญลักษณ์ของความรุ่งเรืองทางวิทยาการของโลกมุสลิม

🪽 เดินทางสู่ “เมืองบูคารา” (Bukhara) หนึ่งในเมืองประวัติศาสตร์บนเส้นทางสายไหมที่ได้รับการอนุรักษ์ไว้อย่างสมบูรณ์ที่สุดในเอเชียกลาง เมืองนี้ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกโดยองค์การ UNESCO ร่วมกับสถานที่สําคัญหลายแห่งในใจกลางเมือง ซึ่งสะท้อนถึงความรุ่งเรืองของบูคาราในฐานะ “ศูนย์กลางอํานาจของโลก” และมหานครอันดับหนึ่งของโลกเช่นเดียวกับซามาร์คานด์
🪽 เยี่ยมชม “ปอย-คาลยัน คอมเพล็กซ์” (Poi-Kalyan Complex) คอมเพล็กซ์ที่ประกอบด้วยอาคารสําคัญ 3 หลัง สร้างขึ้นในศตวรรษที่ 12 – 16 คอมเพล็กซ์นี้เป็นกลุ่มอาคารที่ตั้งอยู่ใจกลางเมืองบูคารา ประดับตกแต่งด้วยกระเบื้องสีน้ําเงิน ว่ากันว่าที่นี่มีการใช้เซรามิกในการก่อสร้างเป็นครั้งแรก ต่อมาเซรามิกก็ถูกใช้กันอย่างแพร่หลายในเอเชียกลาง

🪽 เที่ยวชม “โทกี-ซาร์โรฟอน” (Toki-Sarrofon) หนึ่งในโดมการค้าเก่าแก่ที่สําคัญของเมืองบูคารา โดมการค้าแห่งนี้เคยเป็นแหล่งแลกเปลี่ยนเงินตราจากทั่วทั้งเอเชียกลาง จีน อินเดีย เปอร์เซีย และ โลกอาหรับ ทําให้ที่นี่ถูกเรียกว่า “โทกี-ซาร์โรฟอน” หรือ โดมแลกเงินตรา

🪽 เยี่ยมชม “พระราชวังซิโตไร โมคี โคซา” (Sitori-i-Mokhi Khosa Palace) พระราชวังฤดูร้อนของ “เอมีร์แห่งบูคารา” (Emir of Bukhara) ผู้ปกครองเอมิเรตแห่งบูคารา พระราชวังแห่งนี้มีความสําคัญทางประวัติศาสตร์ เพราะถูกสร้างขึ้นในยุคที่อิทธิพลของจักรวรรดิรัสเซียเริ่มแผ่เข้ามาในเอเชียกลาง สถาปัตยกรรมจึงสะท้อนการผสมผสานระหว่างศิลปะตะวันออกของ เปอร์เซีย-อุซเบก กับ ศิลปะตะวันตกของรัสเซีย

🪽 เยี่ยมชม “สุสานซามานิด” (Samanids Mausoleum) สุสานของจักรวรรดิซามานิด (Saminid Empire) อาณาจักรซึ่งยิ่งใหญ่เกรียงไกร สุสานแห่งนี้ถูกสันนิษฐานว่าสร้างขึ้นช่วงปลายศตวรรษที่ 9 หรือต้นศตวรรษที่ 10 โดยบุคคลสําคัญที่ถูกฝังที่นี่ คือ อิสมาอิล ซามานี (Ismail Samani) ผู้ก่อตั้งจักรวรรดิซามานิด และเป็นกษัตริย์ผู้เปลี่ยนศาสนาที่นับถือจากโซโรอัสเตอร์ ศาสนาดั้งเดิมของคนเปอร์เซีย มาเป็นศาสนาอิสลาม

🪽 เยี่ยมชม “มัสยิดโบโล-เฮาซ์” (Bolo-Hauz Mosque) หนึ่งในสัญลักษณ์แห่งประวัติศาสตร์ของเมืองบูคารา มัสยิดนี้ถูกสร้างขึ้นในปี 1712 และถูกใช้เป็นมัสยิดประจําวันศุกร์ของชาวมุสลิมมาอย่างยาวนาน นับเป็นหนึ่งในอาคารยุคโบราณหลังสุดท้าย ก่อนที่อุซเบกิสถานจะก้าวเข้าสู่ยุคใหม่ มัสยิดถูกออกแบบมาอย่างชาญฉลาดเพื่อรองรับสภาพอากาศที่แปรเปลี่ยนของเอเชียกลาง

🪽 นําท่านชม “ป้อมปราการแห่งบูคารา” (The Ark of Bukhara) ที่ยังคงสมบูรณ์ครบทั้งป้อม คูเมือง ประตู และหอรบ โดยจุดที่โดดเด่นที่สุดคือ “อาร์คแห่งบูคารา” ป้อมปราการสําคัญซึ่งเป็นศูนย์บัญชาการทางทหารและการปกครองของเมือง
ภายในอาร์คเคยเป็นพระราชวังหลวงที่ประกอบด้วยตําหนักที่ประทับของกษัตริย์, ลานอเนกประสงค์, โรงม้า, ที่พักของข้าราชบริพารและยังมีมัสยิดไม้โบราณ หนึ่งในมัสยิดที่เก่าแก่ที่สุดในอุซเบกิสถาน ทั้งหมดนี้สะท้อนให้เห็นถึงความรุ่งเรืองของบูคาราในฐานะศูนย์กลางอารยธรรมและอํานาจแห่งเอเชียกลาง

🪽 เยี่ยมชม “มัสยิดใหญ่ประจําจังหวัดเลบัป” (Lebap Region Mosque) หนึ่งในมัสยิดใหญ่ของประเทศเติร์กเมนิสถาน ซึ่งถูกสร้างขึ้นอย่างวิจิตรด้วยหินอ่อนขาว โดดเด่นด้วยโดมสีน้ำเงิน, หออะซานสี่ต้น, และลวดลายศิลปะอิสลามร่วมสมัย มัสยิดแห่งนี้สามารถรองรับผู้ละหมาดได้หลายพันคนและทําหน้าที่เป็นศูนย์กลางทางศาสนาและชุมชนของภูมิภาค
🪽 เดินทางสู่ “เมืองโบราณเมิร์ฟ” (Merv) หนึ่งในจุดยุทธศาสตร์สําคัญของเส้นทางสายไหมในอดีต เมืองแห่งนี้ครั้งหนึ่งเคยได้รับการยกย่องว่าเป็นมหานครที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลกช่วงศตวรรษที่ 12 ทั้งในด้านจํานวนประชากร ศิลปวิทยาการ และความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี
มหานครแห่งนี้เคยเป็นศูนย์กลางการค้า การศึกษา และวิทยาศาสตร์อันเฟื่องฟูของโลกตะวันออก ที่มีบทบาทสําคัญในการเชื่อมโยงอารยธรรมระหว่างเปอร์เซีย จีน และเอเชียกลาง เป็นเมืองที่เคยรุ่งเรืองและยิ่งใหญ่ในประวัติศาสตร์

🪽 พาชม “อัสฮับส์คอมเพล็กซ์” (Complex of Askhabs) เป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์สร้างขึ้นในศตวรรษที่ 15 เพื่อรําลึกถึงสองผู้ติดตามคนแรกของศาสดามูฮัมหมัด สุสานทั้งสองหลังสร้างด้วยหินอ่อน ประดับด้วยลวดลายที่สวยงาม

🪽 แวะชม “ป้อมปราการเออร์กาล่า” (Erk Gala) ป้อมปราการและอดีตศูนย์กลางของเมืองเมิร์ฟในสมัยโบราณ มีกําแพงเมืองสูง 25 – 29 เมตร แม้ผ่านกาลเวลามากว่าหลายศตวรรษ แต่ยังคงมีความแข็งแรงและยิ่งใหญ่อยู่เรื่อยมา ภายในป้อมปราการมีซากปรักหักพังของพระราชวัง และจัตุรัสขนาดใหญ่

🪽 เยี่ยมชม “ป้อมปราการกยาร์กาล่า” (Gyaur Gala) โบราณสถานขนาดใหญ่ มีพื้นที่กว่า 300 เฮกตาร์ หรือประมาณ 1,875 ไร่ กําแพงเมืองมีความยาวประมาณ 2 กิโลเมตร และมีซากหอคอยตั้งอยู่เป็นระยะ ภายในเมืองมีซากปรักหักพังของป้อมปราการ พระราชวัง จัตุรัสขนาดใหญ่ และถนนโบราณ
🪽 เยี่ยมชม “โฮจา ยูซุฟ ฮามาดานีคอมเพล็กซ์” (Hoja Yusup Hamadani Complex) ภายในบริเวณมีทั้งมัสยิดและสุสาน ซึ่งเป็นที่ฝังศพของ โฮจา ยูซุฟ ฮามาดานีผู้รู้คนสําคัญของแนวทางซูฟีในศาสนาอิสลาม จึงเป็นที่แสวงบุญสําคัญของผู้ที่เชื่อถือแนวทางนี้

🪽 เยี่ยมชม “สุสานแห่งสุลต่านซันจาร์” (Sultan Sanjar Mausoleum) เป็นสุสานทรงสี่เหลี่ยมจัตุรัสขนาดใหญ่ มีโดมสูง 38 เมตร และเป็นต้นแบบของสถาปัตยกรรมแบบโดมสองชั้น ซึ่งต่อมาจะส่งอิทธิพลถึงดินแดนอื่น ๆ เป็นอันมาก บริเวณโดยรอบสุสานนี้มีซากหอดูดาว และห้องสมุด แสดงถึงความก้าวหน้าของเมืองเมิร์ฟในยุคโบราณ

🪽 เยี่ยมชม “สุสานโมฮัมเหม็ด บิน-เซอิด” (Muhamed Ibn Zeid Mausoleum) สร้างขึ้นเพื่อเป็นเกียรติแก่ โมฮัมเหม็ด บิน-เซอิด นักวิชาการ ผู้เผยแพร่นิกายชีอะห์ไปทั่วอิรัก แม้ว่าเขาจะเสียชีวิตในศตวรรษที่ 9 แต่สุสานแห่งนี้ก็ยังคงเป็นสถานที่สําคัญสําหรับชาวชีอะห์มาโดยตลอด สุสานสร้างด้วยอิฐเผาและตกแต่งด้วยลายอักษรคูฟิก ใกล้กับสุสานยังมีซากของคาราวานซารายและบ่อน้ำอีกด้วย
🪽 นำท่านสู่ “กรุงอาชกาบัต” (Ashgabat) เมืองหลวงของเติร์กเมนิสถาน เมืองแห่งนี้ถูกสร้างด้วยอาคารหินอ่อนสีขาวจนได้รับชื่อว่า “เมืองสีขาว” และยังได้รับการบันทึกโดยกินเนสส์บุ๊กว่าเป็นเมืองที่มีอาคารหินอ่อนสีขาวมากที่สุดในโลกซึ่งท่านจะได้สัมผัสบรรยากาศเหนือจริงราวสรวงสวรรค์กลางทะเลทรายกับสถาปัตยกรรมสุดล้ำ ถนนสุดกว้าง และความเงียบที่เคียงคู่กับความงามซึ่งยากจะพบเห็น

🪽 ออกเดินทางไปชม “สนามแข่งม้า” (Horse Hippodrome: Akhalteke Horses) ซึ่งมีการจัดแสดงและอนุรักษ์ม้าพันธุ์อะคาล-เทเค อันเป็นม้าสายพันธุ์หายากที่มีความสําคัญทางประวัติศาสตร์ ในอดีตเมื่อชาวจีนยกย่องม้าพันธุ์นี้ว่าเป็นยอดม้า หากมีม้าชนิดนี้ในกองทัพจะทําให้กลายเป็นกองทัพไร้เทียมทาน และเชื่อว่าม้าเซ็กเธาว์ในวรรณคดีเรื่องสามก๊กก็ได้รับแรงบันดาลใจมาจากม้าชนิดนี้ ทั้งยังได้รับขนานนามว่า “ม้าที่ดีที่สุดในโลก”

🪽 ชม “อนุสาวรีย์รุกห์นาห์มา” (Ruhnama Monument) อนุสาวรีย์ที่สร้างขึ้นเพื่อเฉลิมฉลองหนังสือรุกห์นาห์มา หรือหนังสือที่เขียนโดย ซาปาร์มูรัต นิยาซอฟ อดีตประธานาธิบดี หนังสือ “รุกห์นาห์มา” (Ruhnama) ซึ่งเป็นหนังสือที่ผสมผสานประวัติศาสตร์ นิติธรรม ศาสนา และนิทาน นิยาซอฟอ้างว่าได้รับนิมิต จากบรรพชนเติร์กเมนิสถานให้เขียนและสั่งให้ทุกโรงเรียน รวมถึงมหาวิทยาลัยต้องอ่านหนังสือเล่มนี้ ตลอดจนมีเนื้อหาหนังสือเล่มนี้อยู่ในข้อสอบรับราชการ และข้อสอบใบขับขี่ในยุคหนึ่ง
🪽 เที่ยวชม “อนุสาวรีย์อิสรภาพ” (Independent Monument) หนึ่งในแลนด์มาร์กสําคัญกลางกรุงอาชกาบัต สร้างขึ้นในปี 2001 เพื่อเฉลิมฉลองการได้รับเอกราชจากสหภาพโซเวียต โดยได้รับแรงบันดาลใจจากสถาปัตยกรรมเติร์กเมนดั้งเดิม และรูปทรงของเต็นท์ยุคเร่ร่อน (Yurt) ล้อมรอบด้วยสวนสาธารณะขนาดใหญ่ เป็นสถานที่ที่แสดงออกถึงความภาคภูมิใจของชาติ

🪽 ชม “หลุมแก๊ซดาร์วาซา” (Darwaza Gas Crater) หรือที่ผู้คนขนานนามว่า “ประตูนรก” (Gates of Hell) ปล่องหลุมขนาดใหญ่กลางทะเลทรายที่มีเปลวไฟลุกโชนตลอด 24 ชั่วโมง ไม่เคยดับมานานกว่าครึ่งศตวรรษ!

🪽 (ชมจากด้านนอก) เยี่ยมชม “อนุสาวรีย์แห่งความเป็นกลาง”(Arch of Neutrality) เป็นหนึ่งในสัญลักษณ์สําคัญของเติร์กเมนิสถานสร้างขึ้นในปี 1998 เพื่อเป็นการเฉลิมฉลองสถานะความเป็นกลางทางการเมืองของชาติ อนุสาวรีย์นี้มีความสูง 95 เมตร เป็นโครงสร้างที่โดดเด่นและทันสมัยใช้วัสดุอย่างหินอ่อนและโลหะในการก่อสร้าง มีการตกแต่งด้วยลวดลายประดับแบบดั้งเดิมของเติร์กเมนิสถาน

🪽 เที่ยวชม “มัสยิดเติร์กเมนบาชี รูฮี” (Turkmenbashi Ruhy Mosque) เป็นมัสยิดหลักของประเทศเติร์กเมนิสถาน โดดเด่นด้วยความยิ่งใหญ่และอลังการเหมือนสิ่งก่อสร้างอื่น ๆ ในยุคหลังได้รับเอกราช มัสยิดนี้สร้างขึ้นจากหินอ่อนสีขาว ตัวมัสยิดเป็นอาคารโดมเดี่ยวล้อมรอบด้วยหอ

🪽 แวะถ่ายภาพกับ “อนุสาวรีย์เลนิน” (Lenin Statue) หนึ่งในอนุสาวรีย์เลนินที่ยังคงตั้งอยู่หลังการล่มสลายของสหภาพโซเวียต เพราะในขณะที่หลายประเทศต่างพากันรื้อถอนรูปปั้นเลนินด้วยความโกรธแค้น อนุสาวรีย์แห่งนี้กลับได้รับการอนุรักษ์ไว้ แต่ไม่ใช่เพราะความศรัทธาในตัวเลนิน แต่เพราะฐานของอนุสาวรีย์ถูกตกแต่งด้วย “ลวดลายพรมเติร์กเมน” ซึ่งมีความหมายต่ออัตลักษณ์ชาติ

🪽 แวะเดินเล่นที่ “ตลาดกูลิสถาน” (Gulistan State Shopping Center) หรือเป็นที่รู้จักในชื่อ ตลาดรัสเซีย (Russian Market) เป็นตลาดใจกลางกรุงอาชกาบัตและนักท่องเที่ยว รวมถึงคณะผู้แทนจากต่างประเทศที่มักมาเยี่ยมชม ตลาดนี้มีสินค้าหลากหลายชนิดอย่างมาก พร้อมด้วยร้านอาหารและแผงขายของกินเล่นตั้งอยู่ภายใน
ทริปสุดพิเศษประจำปี 2025 แบบนี้ ออกเดินทางวันที่ 24 ต.ค. – 1 พ.ย. 2025 ท่องเที่ยวเต็มอิ่มกว่า 9 วัน 7 คืน 🌏 เราจะนำพาทุกท่านไปพบความรู้แปลกใหม่ ในสถานที่ที่ซ่อน “ความไม่ธรรมดา” เอาไว้มากมาย



…ย้ำทัวร์เราไม่จอยกรุ๊ป! พาทุกท่านชมประวัติศาสตร์แบบเต็มอิ่มไม่มีชะโงกดู อะไรควรดู อยู่ดูนานขึ้น อะไรอยู่นอกเส้นทางปกติแต่ควรสัมผัส เราจะพาทุกท่านไปสัมผัส โดยเฉพาะผู้รักการผจญภัยและ หลงไหลในประวัติศาสตร์และทิวทัศน์ที่ตื่นตา ไม่ควรพลาดด้วยประการทั้งปวง!!
⬇️หรือติดต่อสอบถามเพิ่มเติมได้ที่เบอร์ 082-894-8444 หรือแอดไลน์ที่ปุ่มด้านล่างและพิมพ์ว่า “สนใจทัวร์เติร์กเมนิสถาน” ครับ ⬇️
นิยาซอฟ: ตำนานเกาหลีเหนือแห่งเอเชียกลาง
วิธีการปกครองอย่างหนึ่งที่ผู้นำเผด็จการใช้ในการบริหารประเทศนั่นคือ “ลัทธิบูชาตัวบุคคล” ซึ่งเป็นการกล่อมเกลาประชาชนให้เชื่อฟังผู้นำในทุกๆ เรื่อง โดยยกเหตุผลว่าผู้นำคนนั้นเป็นผู้มีบุญญาธิการปกครอง หากไม่เชื่อฟังจะทำให้บ้านเมืองไม่เจริญ (แถมอาจถูกลงโทษจากทางการและประชาชนคนอื่นๆ ด้วย) กดอ่านเลย
10 เรื่องที่คุณ(อาจ)ยังไม่รู้เกี่ยวกับอุซเบกิสถาน
“อุซเบกิสถาน” เป็นหนึ่งจุดหมายปลายทางที่ The Wild Chronicles เปิดให้ท่านนักผจญภัยที่สนใจเดินทางไปท่องโลกกับเรา …ว่าแต่ท่านทราบข้อมูลอะไรเกี่ยวกับประเทศนี้บ้าง? ในโพสต์นี้จะมาแนะนำให้ทุกท่านเข้าใจประเทศอุซเบกิสถานกันนะครับ กดอ่านเลย
ประวัติศาสตร์เติร์กเมนิสถานใน 15 นาที
“เติร์กเมนิสถาน” เคยได้ชื่อว่าเป็นประเทศเกาหลีเหนือแห่งเอเชียกลาง เพราะเคยมีอดีตผู้นำคนหนึ่งที่รวบอำนาจและมีลัทธิบูชาตัวบุคคลสุดพีคชนิดไม่น้อยหน้าตระกูลคิมเลยทีเดียว กดอ่านเลย
โปรแกรมการเดินทางรายวัน
วันที่ 1กรุงเทพฯ – ทาชเคนต์ – ซามาร์คานด์
นัดพบ 05:00 น. ที่สุวรรณภูมิ (BKK) ชั้น 4 เคาน์เตอร์อุซเบกิสถานแอร์เวย์ บิน HY532 เวลา 08:10 น. ถึงทาชเคนต์ (TAS) 13:10 น.
- จัตุรัสเอมีร์ ติมูร์ (Amir Temur Square) ใจกลางทาชเคนต์ มีอนุสาวรีย์ติมูรขี่ม้า
- โรงแรมอุซเบกิสถาน (Uzbekistan Hotel) สถาปัตยกรรมโซเวียตรูปหนังสือ สร้างปี 1974
- นั่งรถไฟไปซามาร์คานด์ (Samarkand) เมืองมรดกโลกบนเส้นทางสายไหม ประมาณ 4 ชั่วโมง
วันที่ 2จัตุรัสเรจิสถาน – มัสยิดบีบี-คานุม – หอสังเกตการณ์อุลุกเบก
- จัตุรัสเรจิสถาน (Registan Square) ล้อมรอบด้วยมัดรอซะห์ 3 แห่ง ได้แก่ ชีร์ดอร์ ติลยา-คอรี และอุลุกเบก สร้างโดยสุลต่านอุลุกเบกแห่งติมูริด นักคณิตศาสตร์และดาราศาสตร์
- มัสยิดบีบี-คานุม (Bibi-Khanym) สร้างปี 1399–1404 โดยคำสั่งของติมูร์ หลังการรุกรานอินเดีย
- หอสังเกตการณ์อุลุกเบก (Observatory of Ulugbek) สร้างปี 1420 หนึ่งในหอดูดาวที่แม่นยำที่สุดในยุคกลาง
วันที่ 3ซามาร์คานด์ – บูคารา – ปอย-คาลยัน – โทกี-ซาร์โรฟอน
- เดินทางสู่บูคารา (Bukhara) เมืองมรดกโลกบนเส้นทางสายไหมที่อนุรักษ์ไว้สมบูรณ์ที่สุดแห่งหนึ่งในเอเชียกลาง
- ปอย-คาลยัน คอมเพล็กซ์ (Poi-Kalyan) สร้างศตวรรษที่ 12–16 ประกอบด้วยหอคอยคาลยัน มัสยิดปอย-คาลยัน และมิริ-อาหรับ มัดรอซะห์
- ช้อปปิ้งที่โทกี-ซาร์โรฟอน (Toki-Sarrofon) โดมการค้าเก่าแก่ เดิมเป็นแหล่งแลกเงินตรา
วันที่ 4ซิโตไร โมคี โคซา – สุสานซามานิด – โบโล-เฮาซ์ – อาร์คแห่งบูคารา
- พระราชวังซิโตไร โมคี โคซา (Sitorai Mokhi-Khosa) พระราชวังฤดูร้อนของเอมีร์องค์สุดท้ายแห่งบูคารา ผสมศิลปะอุซเบก-เปอร์เซียกับรัสเซีย ปัจจุบันเป็นพิพิธภัณฑ์
- สุสานซามานิด (Samanid Mausoleum) สร้างปลายศตวรรษที่ 9 หรือต้นศตวรรษที่ 10 ฝังอิสมาอิล ซามานี ต้นแบบสถาปัตยกรรมอิสลามในเอเชียกลาง
- มัสยิดโบโล-เฮาซ์ (Bolo-Hauz) สร้างปี 1712 มีเสาไม้แกะสลัก 20 ต้น
- อาร์คแห่งบูคารา (The Ark) ป้อมและพระราชวังหลวงเก่า มีมัสยิดไม้โบราณ
วันที่ 5บูคารา – ข้ามชายแดนเติร์กเมนิสถาน – เติร์กเมนาบัด – แมรี่
- ข้ามชายแดนอุซเบกิสถาน-เติร์กเมนิสถาน สู่เติร์กเมนาบัด เมืองใหญ่อันดับสองของเติร์กเมนิสถาน
- มัสยิดใหญ่ประจำจังหวัดเลบัป (Lebap Mosque) หินอ่อนขาว โดมสีน้ำเงิน หออะซาน 4 ต้น
- เดินทางสู่เมืองแมรี่ (Mary) โอเอซิสริมแม่น้ำมูร์กาบ ห่างซากเมืองเมิร์ฟประมาณ 30 กิโลเมตร
วันที่ 6เมืองโบราณเมิร์ฟ – อาชกาบัต
เมิร์ฟ (Merv) มรดกโลก UNESCO เคยได้รับยกย่องว่าเป็นมหานครที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลกช่วงศตวรรษที่ 12
- ป้อมกีซ์คาล่า (Gyz Kala) สร้างศตวรรษที่ 6–7 ผนังเป็นคลื่น
- อัสฮับส์คอมเพล็กซ์ (Complex of Askhabs) สร้างศตวรรษที่ 15
- เออร์กาล่า (Erk Kala) และกยาร์กาล่า (Gyaur Kala) พื้นที่กว่า 300 เฮกตาร์
- โฮจา ยูซุฟ ฮามาดานี คอมเพล็กซ์ สุสานสุลต่านซันจาร์ (โดมสูง 38 เมตร) และสุสานโมฮัมเหม็ด บิน-เซอิด
ช่วงบ่ายเดินทางสู่กรุงอาชกาบัต (Ashgabat) "เมืองสีขาว" ที่มีอาคารหินอ่อนสีขาวมากที่สุดในโลกตามกินเนสส์บุ๊ก
วันที่ 7อาชกาบัต – ม้าอะคาล-เทเค – ดาร์วาซา ประตูนรก
- สนามแข่งม้า (Hippodrome) ชมม้าอะคาล-เทเค "อาชาเหงื่อโลหิต" สัญลักษณ์ประจำชาติเติร์กเมนิสถาน
- อนุสาวรีย์อิสรภาพ (Independence Monument) สูง 118 เมตร สร้างปี 2001 และอนุสาวรีย์รุกห์นาห์มา (Ruhnama Monument)
- เดินทางประมาณ 270 กิโลเมตร (ราว 4 ชั่วโมง) สู่หลุมแก๊สดาร์วาซา (Darvaza Gas Crater) "ประตูนรก" เปลวไฟลุกต่อเนื่องมากว่าครึ่งศตวรรษ
- อาหารเย็นบาร์บีคิวกลางทะเลทราย ชมพระอาทิตย์ตกท่ามกลางแสงไฟจากหลุม แล้วกลับอาชกาบัต
วันที่ 8อาชกาบัต – อนุสาวรีย์ความเป็นกลาง – มัสยิดเติร์กเมนบาชี – กลับกรุงเทพฯ
- อนุสาวรีย์แห่งความเป็นกลาง (Arch of Neutrality) สูง 95 เมตร สร้างปี 1998 (ชมจากด้านนอก)
- ศูนย์วัฒนธรรมและบันเทิงอาเล็ม (Alem Center) มีชิงช้าสวรรค์ในร่มเส้นผ่านศูนย์กลางกว่า 57 เมตร (ชมจากด้านนอก)
- มัสยิดเติร์กเมนบาชี รูฮี (Turkmenbashi Ruhy Mosque) สร้างปี 2002–2004 หินอ่อนขาว หอขานสูง 91 เมตร
- อนุสาวรีย์เลนิน (Lenin Statue) ที่มีลายพรมเติร์กเมนบนฐาน และตลาดกูลิสถาน (Gulistan Market)
เช็คอินที่สนามบินนานาชาติอาชกาบัต (ASB) บินเติร์กเมนิสถานแอร์ไลน์ T5641 เวลา 18:25 น.
วันที่ 9ถึงกรุงเทพฯ
เครื่องถึงกรุงเทพฯ เวลา 03:10 น. (วันถัดไป) ใช้เวลาเดินทางประมาณ 6 ชั่วโมง 25 นาที
อัตรานี้รวม
- ตั๋วเครื่องบินไป-กลับระหว่างประเทศ ชั้นประหยัด (Economy Class) พร้อมน้ำหนักสัมภาระตามมาตรฐานสายการบิน ทั้งโหลดใต้ท้องเครื่องและถือขึ้นเครื่อง
- รถรับ-ส่งและนำเที่ยวพร้อมคนขับที่มีประสบการณ์
- ที่พักตามที่ระบุในโปรแกรม พักห้องละ 2 ท่าน (หากต้องการ 3 เตียงให้แจ้งก่อน บางโรงแรมอาจไม่มีห้อง 3 ท่าน 3 เตียง)
- ค่าเข้าชมสถานที่และค่าอาหารตามที่ระบุในโปรแกรม
- มัคคุเทศก์ท้องถิ่นผู้มีประสบการณ์ วิทยากรและหัวหน้าทัวร์ชาวไทย
- ค่าธรรมเนียมวีซ่า (อุซเบกิสถาน และเติร์กเมนิสถาน)
- ประกันอุบัติเหตุระหว่างการเดินทาง วงเงินคุ้มครองท่านละ 1,000,000 บาท (ตามเงื่อนไขในกรมธรรม์)
อัตรานี้ไม่รวม
- ค่าอัพเกรดตั๋วเครื่องบินเป็นชั้นธุรกิจ (Business Class) สำหรับเที่ยวบินระหว่างประเทศ
- ค่าห้องพักเดี่ยว (กรณีพักคนเดียว)
- ค่าใช้จ่ายส่วนตัว เช่น ค่าทำหนังสือเดินทาง ค่าโทรศัพท์ ค่าอินเทอร์เน็ต ค่าซักรีด ค่ามินิบาร์ ค่าอาหารและเครื่องดื่มนอกเหนือโปรแกรม ค่าน้ำหนักกระเป๋าเกิน ค่าสำรองที่นั่งล่วงหน้า ค่ารักษาพยาบาลจากโรคประจำตัว ค่ากระป๋องออกซิเจนพกพา
- ค่าทิปหัวหน้าทัวร์ ไกด์ท้องถิ่น และคนขับรถ (แนะนำ 80 USD/ท่าน)
- ภาษีมูลค่าเพิ่ม 7% และภาษีหัก ณ ที่จ่าย 3% และภาษีอื่นๆ ตามที่กฎหมายกำหนด
- ค่าธรรมเนียมน้ำมันและภาษีสนามบิน ในกรณีที่สายการบินปรับขึ้นราคา
คำถามเกี่ยวกับทัวร์นี้
ทัวร์อุซเบกิสถาน-เติร์กเมนิสถานนี้เดินทางกี่วัน ไปเมืองไหนบ้าง
ราคาทัวร์รวมตั๋วเครื่องบินและวีซ่าไหม
จองทัวร์ต้องมัดจำเท่าไร ชำระส่วนที่เหลือเมื่อไร
ออกเดินทางขั้นต่ำกี่ท่าน
พักเดี่ยวและอัพเกรดชั้นธุรกิจเพิ่มเท่าไร
พักโรงแรมระดับไหน
ค่าทิปเท่าไร
ยกเลิกทัวร์ได้ไหม
ทัวร์อุซเบกิสถาน-เติร์กเมนิสถาน (Uzbekistan-Turkmenistan) เส้นทางผจญภัยสู่สวรรค์ 🪽และนรก 🔥แห่งเอเชียกลาง
สนใจทัวร์นี้? ทักไลน์ได้เลย ทีมงานตอบไว






