ชวนเที่ยว “จีน: ชิงไห่ – ทิเบต” (China : Qinghai - Tibet Railway) เจาะลึกทิเบตแท้จริง ผ่านเส้นทางรถไฟที่สูงที่สุดในโลก ร่วมกับ คุณปั๊บ พงศ์ศรณ์
ไฮไลต์ของทริป
- 🏔️ Qinghai-Tibet Railway ทริปนั่งรถไฟสายฟากฟ้า ผจญภัยอาณาจักรหลังคาโลก 🚆
- สัมผัสอ้อมกอดหิมาลัย นั่งรถไฟดูจามรี ทริปพิเศษนี้ "คุณปั๊บ" นำบรรยายเอง 🎙️
- 💎 เช็กอินกระจกแห่งท้องฟ้า ณ ทะเลเกลือฉาข่า
- 🌄 นั่งรถไฟที่สูงที่สุดในโลก ดูวิวหลักล้าน!
- 🏰 เยี่ยมวังโปตาลา มรดกโลกอันยิ่งใหญ่ ก่อนจะเข้าไม่ได้อีก
- 🌊 ชมทะเลสาบยัมดร็อก หนึ่งในทะเลสาบศักดิ์สิทธิ์ของทิเบต
สถานที่ไฮไลต์
















วิทยากรประวัติศาสตร์นำทัวร์เองทุกทริปมีวิทยากรผู้เชี่ยวชาญด้านประวัติศาสตร์เดินทางไปด้วย เล่าเรื่องยากให้เข้าใจง่ายในทุกสถานที่
เส้นทางที่ไม่ธรรมดาพาไปดินแดนที่คนไม่ค่อยไป ตั้งแต่เอเชียกลาง ตะวันออกกลาง ไปจนถึงหิมาลัย
ไม่จอยกรุ๊ป ไม่ชะโงกทัวร์อะไรควรดูอยู่ดูนานขึ้น จัดกรุ๊ปขนาดพอดีเพื่อประสบการณ์ที่ดีที่สุด
เหนือกว่าการท่องเที่ยวปกติทุกทัวร์ออกแบบโดยนักเขียน และนักเดินทางมืออาชีพ เน้นสร้างประสบการณ์ สะท้อนตัวตน เหมาะกับนักเดินทางที่ต้องการอะไรที่เหนือกว่าการท่องเที่ยวปกติ
รายละเอียดทัวร์
☁️ จีน: ชิงไห่-ทิเบต : Above the Clouds Across the Sky 🏔️
The Wild Chronicles ขอพาทุกท่านเดินทางไป “จีน: ชิงไห่–ทิเบต” สัมผัสเส้นทางรถไฟท้องฟ้าอันยิ่งใหญ่ ผ่านที่ราบสูงหลังคาโลก เปิดประสบการณ์ทิเบตแท้จริง ทั้งศรัทธา วัฒนธรรม และภูมิทัศน์เหนือระดับ ที่แตกต่างจากจีนที่คุ้นเคย 🥰
☁️ โลกนี้มีดินแดนหนึ่งที่ทอดตัวอยู่เหนือเมฆ ณ ที่ราบสูงที่ได้ชื่อว่าเป็น “หลังคาของโลก” ดินแดนแห่งนั้นคือ “ทิเบต”
☁️ วัฒนธรรมของทิเบตมีสเน่ห์เป็นเอกลักษณ์อย่างยิ่ง พวกเขามีแนวทางศาสนาที่ลึกซึ้ง น่าค้นหา ซึ่งพวกเขามองว่า ”ที่สุดของศาสนาพุทธ“ พวกเขายังเคยรุ่งเรืองถึงขั้นเป็นมหาอำนาจโลก เคยยกทัพไปตีเมืองหลวงของจีนได้…
ปี 2026❗The Wild Chronicles ขอพาทุกท่านเดินทางสู่ “จีน: ชิงไห่-ทิเบต” ทิเบตไม่ได้มีแค่ลาซา…และการเดินทางผ่านแดนอันสูงชันของทิเบตนั้น จำเป็นตัดผ่านท้องฟ้าไป
☁️ นำท่านเที่ยวชม “เมืองหลานโจว” (Lanzhou) เมืองหลวงของมณฑลกานซู่ หลานโจวมีประวัติศาสตร์อันยาวนานกว่า 2,200 ปี เคยมีชื่อเมืองว่า “จินเฉิง” (เมืองทองคํา) ในสมัยราชวงศ์ฮั่น หลานโจวมีบทบาทสําคัญทางการทหารและการค้าของจีน เพราะถือเป็นศูนย์กลางของ “เส้นทางสายไหม” ซึ่งเป็นเส้นทางการค้าที่ทอดยาวตั้งแต่จีนถึงยุโรป

☁️ เดินเล่นที่ “ตลาดกลางคืนเจิ้งหนิงลู่” (Zhengning Road Night Market) ตลาดกลางคืนชื่อดังใจกลางเมือง ที่เต็มไปด้วยอาหารริมทางให้ท่านได้ลิ้มลองอย่างหลากหลาย กลิ่นหอมของอาหาร เสียงผู้คน และบรรยากาศคึกคัก ทำให้ตลาดแห่งนี้กลายเป็นจุดหมายที่นักเดินทางทุกคนซึ่งมาเยือนหลานโจวไม่ควรพลาด
☁️ เยี่ยมชม “พิพิธภัณฑ์ประจำมณฑลกานซู” (Gansu Provincial Museum) เป็นพิพิธภัณฑ์ที่ใหญ่ที่สุดในมณฑลกานซู่ ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 1956 มีบทบาทสําคัญในการนําเสนอข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับประวัติศาสตร์อันยาวนานของภูมิภาค ภายในพิพิธภัณฑ์จัดแสดงโบราณวัตถุล้ำค่ากว่า 350,000 ชิ้น
โดยมีชิ้นที่สําคัญ คือ “ม้าบินแห่งกานซู่” ประติมากรรมสําริดอันเลื่องชื่อจากสมัยราชวงศ์ฮั่น ซึ่งมีทั้งความงดงามทางศิลปะและคุณค่าทางประวัติศาสตร์ จนทําให้มันกลายเป็นกลายเป็นสัญลักษณ์ของการท่องเที่ยวจีนในปี 1983 และเป็นโบราณวัตถุสําคัญที่ทางการจีนห้ามนําไปจัดแสดงนอกจีนแผ่นดินใหญ่
☁️ ชมความงามของ “ทะเลสาบชิงไห่” (Qinghai Lake) เป็นทะเลสาบน้ำเค็มใหญ่ที่สุดของประเทศจีน ผืนน้ำสีฟ้าครามของทะเลสาบแห่งนี้ใหญ่กว่ากรุงเทพมหานครฯ 2 เท่า มีภูเขาโอบล้อมทุกทิศทาง ทั้งสงบเงียบและยิ่งใหญ่ ที่นี่คือหนึ่งในทัศนียภาพทางธรรมชาติที่งดงามที่สุดของมณฑลชิงไห่ และเป็นจุดหมายที่ผู้มาเยือนดินแดนแห่งนี้ไม่ควรพลาดด้วยประการทั้งปวง

☁️ ชมความงามของ “ทะเลเกลือชาคา” (Chaka Salt Lake) หนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่มีชื่อเสียงที่สุดของมณฑลชิงไห่ ทะเลสาบเกลือแห่งนี้ได้รับสมญานามว่า “กระจกแห่งท้องฟ้า” เนื่องจากผิวน้ำตื้นที่ปกคลุมด้วยผลึกเกลือสีขาว สามารถสะท้อนท้องฟ้า เมฆ และภูเขาโดยรอบได้อย่างงดงาม

☁️ เยี่ยมชม “พิพิธภัณฑ์วัฒนธรรมการแพทย์ทิเบตแห่งประเทศจีน” (China Tibetan Medicine Culture Museum) พิพิธภัณฑ์ด้านการแพทย์ทิเบตที่ใหญ่และสมบูรณ์ที่สุดแห่งหนึ่งของโลก ที่นี่รวบรวมองค์ความรู้ด้าน การแพทย์ทิเบตโบราณ ซึ่งผสานปรัชญาพุทธศาสนา ธรรมชาติ และการดูแลสมดุลของร่างกายเข้าไว้ด้วยกัน
☁️ เยี่ยมชม “มัสยิดตงกวน” (Dongguan Mosque) มัสยิดเก่าแก่และมัสยิดที่ใหญ่ที่สุดในมณฑลชิงไห่ สร้างขึ้นในช่วงราชวงศ์หมิงตอนต้นหรือราว 600 ปีก่อน ที่นี่เป็นศูนย์กลางศาสนาอิสลามของชาวมุสลิมฮุยในภูมิภาคนี้ สถาปัตยกรรมผสมผสานเอกลักษณ์จีนกับอิสลามอย่างกลมกลืน สะท้อนความหลากหลายทางวัฒนธรรมบนเส้นทางสายไหมตะวันตกได้เป็นอย่างดี

☁️ นําท่านเดินทางสู่ “นครลาซา” (Lhasa) เมืองเอกของเขตปกครองตนเองทิเบต ทางตะวันตกเฉียงใต้ของจีน เจ้าของสมญานาม เมืองแห่งแสงตะวัน ลาซาตั้งอยู่สูงเหนือระดับน้ําทะเลราว 3,650 เมตร ทําให้ที่นี่กลายเป็นเมืองหลวงที่สูงที่สุดในโลกและเป็นศูนย์กลางของวัฒนธรรมทิเบตและศาสนาพุทธ ตามความหมายของเมืองในภาษาทิเบตที่แปลว่า สถานที่ศักดิ์สิทธิ์หรือ พุทธสถาน
☁️ เยี่ยมชม “พระราชวังนอร์บูลิงกา” (Norbulingka) หรือที่รู้จักกันในนาม “พระราชวังฤดูร้อนขององค์ดาไลลามะ” พระราชวังแห่งนี้ถูกสร้างขึ้นในช่วงปี ค.ศ. 1755 โดยผู้ตรวจราชการที่ราชสำนักชิงส่งมาประจำทิเบต สร้างถวายองค์ทะไลลามะองค์ที่ 7 แกซัง กยาโช ภายหลังได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกโดย UNESCO โดยคำว่า “นอร์บูลิงกา” ในภาษาทิเบตมีความหมายอันไพเราะว่า “สวนแห่งอัญมณี”

🧱 เยี่ยมชม “พิพิธภัณฑ์ปฏิวัติเหยียนอาน” (Yan’an Revolutionary Memorial Hall) พิพิธภัณฑ์แห่งนี้จัดแสดงประวัติศาสตร์สําคัญในช่วงเวลาที่พรรคคอมมิวนิสต์จีนและเหมาเจ๋อตงปกครองเมืองเหยียนอาน และเส้นทางสู่การก่อตั้งสาธารณรัฐประชาชนจีนในปี 1949 ภายในพิพิธภัณฑ์รวบรวมวัตถุที่ทรงคุณค่าทางประวัติศาสตร์ไว้มากกว่า 35,000 ชิ้น มีภาพถ่ายทางประวัติศาสตร์มากกว่า 5,500 ภาพ หนังสือและเอกสารมากกว่า 12,000 เล่ม
☁️ ร่วมนมัสการ “วัดโจคัง” (Jokhang Temple) วัดโบราณที่ศักดิ์สิทธิ์ที่สุดของชาวทิเบต ถูกสร้างขึ้นตั้งแต่ศตวรรษที่ 7 จุดเด่นที่สําคัญของวัดโจคังคือหลังคาสีทองอร่าม ประดับด้วยธรรมจักรและกวางสองตัวหมอบขนาบข้างอันเป็นสัญลักษณ์ของ พระธรรมจักรกัปปวัตนสูตร ภายในวัดประดิษฐาน พระโจโวศากยมุนี พระพุทธรูปขนาดใหญ่สูงประมาณ 1.5 เมตร ซึ่งชาวทิเบตเคารพนับถืออย่างสูงสุด

☁️ เดินเล่นที่ “ถนนบาร์คอร์” (Barkhor Street) หรือ ถนนแปดเหลี่ยม รอบวัดโจคัง เป็นตลาดที่ใหญ่ที่สุดในลาซา มีความยาวประมาณ 800 เมตร ตลาดนี้เป็นแหล่งรวมสินค้าพื้นเมืองของทิเบตมากมาย เช่น งานหัตถกรรม เครื่องประดับ เสื้อผ้าและของที่ระลึกต่าง ๆ ทั้งพรมถัก หมวก ร้องเท้า ผ้าประดับ ประตู เครื่องเงิน เครื่องประดับ อัญมณี มีดพก หินทิเบต หน้ากาก ทังก้า และอื่น ๆ อีกมากมาย นอกจากนี้ที่นี่ยังมีอาหารท้องถิ่นที่น่าสนใจให้ได้ลองชิมและสัมผัสวัฒนธรรมรวมถึงวิถีชีวิตของชาวทิเบตได้อย่างใกล้ชิด

☁️ เยี่ยมชม “พิพิธภัณฑ์ทิเบต” (Tibet Museum) แหล่งเรียนรู้ทางประวัติศาสตร์ที่สำคัญของดินแดนทิเบต พิพิธภัณฑ์แห่งนี้เปิดให้บริการครั้งแรกในปี 1999 และได้มีการปรับปรุงใหม่ครั้งใหญ่จนกลายเป็นอาคารสถาปัตยกรรมร่วมสมัยที่สง่างาม มีการจัดแสดงโบราณวัตถุล้ำค่ากว่า 520,000 ชิ้น บอกเล่าเรื่องราวความเป็นมาของดินแดนหลังคาโลกแห่งนี้ตั้งแตยุคก่อนประวัติศาสตร์จนถึงปัจจุบัน
☁️ พาท่านชม “พระราชวังโปตาลา” (Potala Palace) สถานที่ศักดิ์สิทธิ์ของชาวทิเบต เคยเป็นที่ประทับฤดูหนาวขององค์ทะไลลามะ ตั้งแต่ปี 1649 – 1959 พระราชวังแห่งนี้เริ่มสร้างขึ้นในสมัย พระเจ้าซงแจ็นกัมโป (Songtsen Gampo) ในศตวรรษที่ 7 และได้รับการบูรณะใหม่ในสมัยทะไลลามะที่ 5 เป็นสถาปัตยกรรมแบบป้อมปราการหรือ ซอง (Dzong) ที่มีชื่อเสียงที่สุดในทิเบต มีความงดงามจนได้รับการยกย่องเป็น เพชรน้ำหนึ่งแห่งศิลปะสถาปัตยกรรมทิเบต และเป็น หนึ่งในสถาปัตยกรรมโบราณที่มีชื่อเสียงที่สุดของประเทศจีน

☁️ เยี่ยมเยือน “วัดเซรา” (Sera Monastery) โรงเรียนสอนลามะทิเบต สร้างโดย พระอาจารย์ชัมเชน โชเย (Jamchen Chojey) ศิษย์ของพระอาจารย์ซงคาปา ผู้ก่อตั้งนิกายเกลุก เมื่อปี 1419 คําว่า เซรา ในภาษาทิเบตแปลว่าสวนกุหลาบป่า เนื่องจากในอดีตบริเวณนี้มีดอกกุหลาบป่าขึ้นอยู่เต็มไปหมด

☁️ เดินทางไป “วัดเดรปรุง” (Drepung Monastery) วัดพุทธศาสนานิกายเกลุก (นิกายลามะหมวกเหลือง) ที่ใหญ่สุดของทิเบตก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 1416 บริเวณเชิงเขาทางตะวันตกของนครลาซาโดย พระอาจารย์ซอนัมกเยลเซ็น ศิษย์ของพระอาจารย์ซงคาปา ผู้ก่อตั้งนิกายเกลุก วัดเดรปุงมีพื้นที่กว้างขวางประมาณ 2.5 แสนตารางเมตร และมีอาคารหลายหลังที่ตกแต่งอย่างสวยงามตระการตา

☁️ เดินทางสู่เส้นทางสูงเสียดฟ้า “กัมบาลา พาส” (Kamba La Pass) ชมวิวที่มีความสูงเกือบ 4,800 เมตรเหนือน้ำทะเล ท่านจะได้เห็นทัศนียภาพอันสวยงามของ “ทะเลสาบยัมดรก” หนึ่งในสามทะเลสาบศักดิ์สิทธิ์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของทิเบต ผืนน้ำที่ทอประกายสดใสราวกับอัญมณีโดยมีภูเขาหิมะตั้งตระหง่านเป็นฉากหลัง ตัดกับท้องฟ้าสีครามเข้มและเมฆขาวปุยอย่างสะกดทุกสายตา
🫶 พร้อมสถานที่สุดพีกอีกมากมาย ทริปสุดพิเศษแบบนี้ ราคาเริ่มต้น 89,900 บาท/ท่าน และหากเดินทาง 15 คนขึ้นไป เหลือเพียง 85,900 บาท/ท่าน
ทริปสุดพิเศษประจำปี 2026 แบบนี้ ออกเดินทางวันที่ 26 ก.ค. – 4 ส.ค. 2026 แบบจัดเต็มถึง 10 วัน 8 คืน โดยทริปนี้ “คุณปั๊บ พงศ์ศรณ์ ภูมิวัฒน์” เจ้าของเพจ The Wild Chronicles 🌏 จะนำพาทุกท่านไปพบความรู้แปลกใหม่ ในสถานที่ที่ซ่อน “ความไม่ธรรมดา” เอาไว้มากมาย



⬇️หรือติดต่อสอบถามเพิ่มเติมได้ที่เบอร์ 082-894-8444 หรือแอดไลน์ที่ปุ่มด้านล่างและพิมพ์ว่า “สนใจทัวร์จีนชิงไห่” ครับ ⬇️
“ห้ามกลับชาติมาเกิด” โดยไม่ได้รับอนุญาตจากรัฐบาลจีน กฏหมายสุดแปลกแต่มีจริง
“ห้ามกลับชาติมาเกิดโดยไม่ได้รับอนุญาตจากรัฐบาล” นี่ไม่ใช่มุก นี่คือกฎหมายที่บังคับใช้จริงของประเทศจีน กฎหมายนี้มีอยู่จริงในชื่อเต็มว่า กดอ่านเลย
ภาพดาไลลามะองค์ปัจจุบัน ถ่ายปี 1933
ภาพดาไลลามะองค์ปัจจุบัน ถ่ายปี 1933 ขณะท่านมีอายุได้สองขวบ กดอ่านเลย
ประวัติศาสตร์มองโกลหลังยุคเรืองอำนาจ : เจงกิสข่าน ถึง กุบไลข่าน
จากซีรีย์มองโกล ต่อไปผมจะเล่าประวัติศาสตร์มองโกลหลังยุคเรืองอำนาจ (เจงกิสข่าน ถึงกุบไลข่าน) โดยสังเขปนะครับ กดอ่านเลย
โปรแกรมการเดินทางรายวัน
วันที่ 1กรุงเทพฯ
นัดพบที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เวลา 23:30 น. เพื่อเช็คอินกับสายการบิน China Eastern Airlines
วันที่ 2กรุงเทพฯ – กวางโจว – หลานโจว
- 03:00 น. ออกเดินทางสู่กวางโจว (CAN) ด้วยเที่ยวบิน MU2078 ถึง 07:50 น. แวะต่อเครื่องประมาณ 4 ชั่วโมง 5 นาที
- 11:55 น. ออกเดินทางสู่หลานโจว (LHW) ด้วยเที่ยวบิน MU2220 ถึง 15:10 น.
หลานโจว (Lanzhou) เมืองหลวงมณฑลกานซู่ ประวัติศาสตร์กว่า 2,200 ปี เคยชื่อ “จินเฉิง” (เมืองทอง) สมัยฮั่น และเป็นศูนย์กลางเส้นทางสายไหม เดินเล่นที่ตลาดกลางคืนเจิ้งหนิงลู่ (Zhengning Road Night Market)
วันที่ 3หลานโจว – พิพิธภัณฑ์กานซู่ – ซีหนิง
พิพิธภัณฑ์มณฑลกานซู่ (Gansu Provincial Museum) ก่อตั้งปี 1956 มีโบราณวัตถุกว่า 350,000 ชิ้น รวมถึง “ม้าบินแห่งกานซู่” (Flying Horse of Gansu) ประติมากรรมสำริดสมัยฮั่น
จากนั้นเดินทางประมาณ 3 – 4 ชั่วโมงสู่ซีหนิง (Xining) เมืองเอกของมณฑลชิงไห่และประตูสู่ที่ราบสูงทิเบต เมืองสำคัญบนเส้นทางสายไหมตะวันตก
วันที่ 4ซีหนิง – ทะเลสาบชิงไห่ – ทะเลเกลือฉาข่า
- ทะเลสาบชิงไห่ (Qinghai Lake) ทะเลสาบน้ำเค็มใหญ่ที่สุดของจีน ใหญ่กว่ากรุงเทพมหานครถึง 2 เท่า ล้อมด้วยภูเขา เดินทางประมาณ 3 – 4 ชั่วโมง
- ทะเลเกลือฉาข่า (Chaka Salt Lake) “กระจกแห่งท้องฟ้า” ผิวน้ำตื้นปกคลุมผลึกเกลือสะท้อนท้องฟ้าและภูเขา เดินทางต่อประมาณ 3 – 4 ชั่วโมง
วันที่ 5ฉาข่า – ซีหนิง – รถไฟสู่ลาซา
เดินทางกลับซีหนิงประมาณ 3 – 4 ชั่วโมง
- พิพิธภัณฑ์วัฒนธรรมการแพทย์ทิเบตแห่งประเทศจีน (China Tibetan Medicine Culture Museum) หนึ่งในพิพิธภัณฑ์การแพทย์ทิเบตที่ใหญ่และสมบูรณ์ที่สุดของโลก
- มัสยิดตงกวน (Dongguan Mosque) มัสยิดที่ใหญ่ที่สุดในชิงไห่ สร้างราว 600 ปีก่อน ศูนย์กลางของชาวมุสลิมฮุย
- ตลาดตงกวน (Dongguan Market) ตลาดเก่าแก่กลางเมืองซีหนิง
จากนั้นไปสถานีรถไฟซีหนิง ขึ้นรถไฟขบวน Z165 สู่ลาซา ใช้เวลาประมาณ 23 ชั่วโมง นอนบนเตียงนอนชั้นอ่อน ระหว่างทางผ่านที่ราบสูงทิเบต ทุ่งหญ้า ฝูงจามรี และเทือกเขาหิมะ
วันที่ 6ถึงลาซา
ถึงสถานีรถไฟลาซาและเมืองลาซา (Lhasa) เมืองเอกของเขตปกครองตนเองทิเบต สูงจากระดับน้ำทะเลราว 3,650 เมตร เป็นเมืองหลวงที่สูงที่สุดในโลกและศูนย์กลางวัฒนธรรมทิเบตและพุทธศาสนา
วันที่ 7ลาซา – นอร์บูลิงกา – วัดโจคัง – บาร์คอร์ – พิพิธภัณฑ์ทิเบต
- พระราชวังฤดูร้อนนอร์บูลิงกา (Norbulingka) “อุทยานอัญมณี” ที่ประทับฤดูร้อนขององค์ดาไลลามะ สร้างปี 1755 และเป็นที่องค์ดาไลลามะที่ 14 เสด็จลี้ภัยในปี 1959
- วัดโจคัง (Jokhang Temple) วัดที่ศักดิ์สิทธิ์ที่สุดของทิเบต สร้างศตวรรษที่ 7 ประดิษฐานพระโจโวศากยมุนี มรดกโลกยูเนสโกปี 1994
- ถนนบาร์คอร์ (Barkhor Street) ตลาดรอบวัดโจคัง ยาวประมาณ 800 เมตร
- พิพิธภัณฑ์ทิเบต (Tibet Museum) โบราณวัตถุกว่า 520,000 ชิ้น
วันที่ 8ลาซา – โปตาลา – วัดเซรา – วัดราโมเช
- พระราชวังโปตาลา (Potala Palace) ที่ประทับฤดูหนาวขององค์ดาไลลามะ ค.ศ. 1649 – 1959 สูง 3,700 เมตร มี 999 ห้อง แบ่งเป็นวังขาวและวังแดง เป็นมรดกโลกยูเนสโกปี 1994
- วัดเซรา (Sera Monastery) โรงเรียนสอนลามะนิกายเกลุก สร้างปี 1419 วัดใหญ่อันดับสองของทิเบต
- วัดราโมเช (Ramoche Temple) วัดศตวรรษที่ 7 ประดิษฐานพระโจโวมิกเกียวดอร์เจ
วันที่ 9ลาซา – วัดเดรปุง – กัมบาลา – ทะเลสาบยัมดร็อก
- วัดเดรปุง (Drepung Monastery) วัดนิกายเกลุกที่ใหญ่ที่สุดของทิเบต ก่อตั้งปี 1416
- ช่องเขากัมบาลา (Kamba La Pass) สูงเกือบ 4,800 เมตร (เดินทางประมาณ 5 – 6 ชั่วโมง) ชมทะเลสาบยัมดร็อก (Yamdrok Lake) หนึ่งในสามทะเลสาบศักดิ์สิทธิ์ของทิเบต
วันที่ 10ลาซา – คุนหมิง – กรุงเทพฯ
08:00 น. เดินทางไปท่าอากาศยานลาซา กงการ์ (LXA) ประมาณ 1 ชั่วโมง เช็คอินล่วงหน้า 3 ชั่วโมง
- 12:00 น. ออกเดินทางสู่คุนหมิง (KMG) ด้วยเที่ยวบิน MU9696 ถึง 14:30 น. แวะต่อเครื่องประมาณ 3 ชั่วโมง 45 นาที
- 18:15 น. ออกเดินทางสู่กรุงเทพฯ ด้วยเที่ยวบิน MU9613 ถึงสุวรรณภูมิ 19:50 น.
อัตรานี้รวม
- ค่าตั๋วเครื่องบินไป-กลับ สำหรับเที่ยวบินระหว่างประเทศ ชั้นประหยัด (Economy Class)
- ค่าบริการรถรับ-ส่งและนำเที่ยว พร้อมคนขับรถที่มีประสบการณ์
- ค่าที่พักตามที่ระบุในโปรแกรม โดยพักห้องละ 2 ท่าน (กรณีต้องการ 3 เตียงให้แจ้งมาก่อน บางโรงแรมอาจไม่มีห้องพักแบบ 3 ท่าน 3 เตียง)
- ค่าเข้าชมสถานที่ตามที่ระบุในโปรแกรม
- ค่าอาหารตามที่ระบุในโปรแกรม
- มัคคุเทศก์ท้องถิ่นผู้มีประสบการณ์
- วิทยากรและหัวหน้าทัวร์ชาวไทย
- ค่าประกันอุบัติเหตุระหว่างการเดินทาง วงเงินคุ้มครองท่านละ 1,000,000 บาท (ตามเงื่อนไขในกรมธรรม์)
อัตรานี้ไม่รวม
- ค่าอัพเกรดตั๋วเครื่องบินเป็นชั้นธุรกิจ (Business Class) เริ่มต้น 26,000 – 40,000 บาทต่อท่าน (ราคาอาจเปลี่ยนแปลงตามที่นั่งว่าง)
- ค่าห้องพักเดี่ยว (กรณีพักคนเดียว) ท่านละ 12,000 บาท
- ค่าใช้จ่ายส่วนตัว เช่น ค่าทำหนังสือเดินทาง ค่าโทรศัพท์ ค่าอินเทอร์เน็ต ค่าซักรีด ค่ามินิบาร์ ค่าอาหารพิเศษนอกโปรแกรม เครื่องดื่มที่สั่งเพิ่ม ค่าน้ำหนักกระเป๋าเกิน ค่าสำรองที่นั่งล่วงหน้า ค่ารักษาพยาบาลจากโรคประจำตัว ค่ากระป๋องออกซิเจนพกพา
- ค่าทิปหัวหน้าทัวร์ ไกด์ท้องถิ่น และคนขับรถ (แนะนำ 530 หยวนต่อท่าน)
- ภาษีมูลค่าเพิ่ม 7% และภาษีหัก ณ ที่จ่าย 3% และภาษีอื่น ๆ กรณีต้องการใบกำกับภาษี
- ค่าธรรมเนียมน้ำมันและภาษีสนามบิน กรณีสายการบินปรับขึ้นราคาหลังออกราคาและยืนยันการจองแล้ว
คำถามเกี่ยวกับทัวร์นี้
ทัวร์ชิงไห่-ทิเบตนี้รวมตั๋วเครื่องบินไหม
ราคาทัวร์ซีหนิง-ชิงไห่-ทิเบตเท่าไร
จองทัวร์ต้องมัดจำเท่าไร ชำระส่วนที่เหลือเมื่อไร
ทัวร์นี้ออกเดินทางขั้นต่ำกี่ท่าน
ไปคนเดียวต้องจ่ายค่าพักเดี่ยวเท่าไร
นั่งรถไฟสู่ลาซานานแค่ไหน และนอนแบบไหน
ทัวร์นี้พักโรงแรมระดับไหน และค่าทิปเท่าไร
ใครเป็นวิทยากรนำทัวร์ และยกเลิกการเดินทางได้ไหม
ทัวร์จีน รถไฟท้องฟ้า ซีหนิง ชิงไห่ ทิเบต (China : Qinghai – Tibet Railway) Above the Clouds Across the Sky
สนใจทัวร์นี้? ทักไลน์ได้เลย ทีมงานตอบไว



