TAT 11/10382

FILE Nº 0599 · วัฒนธรรม · ไม่ลับแล้ว

นิทานกาวๆ ตอน “พระอาทิตย์เจ็ดดวง”

วัฒนธรรมเผยแพร่ อัปเดต 5 นาทีในการอ่าน
ขอม

TL;DR — นิทานมองโกเลีย เมื่อมีพระอาทิตย์ 7 ดวงจนโลกถึงคราววิบัติ ทำไมทุกวันนี้ถึงเหลือแค่ดวงเดียวนะ? อ่านได้ที่นี่

นี่คือนิทานมองโกเลียชื่อพระอาทิตย์เจ็ดดวง ซึ่งเป็นคนละเรื่องกับนิทานจีนชื่อ “โฮ่วอี้ผู้ยิงพระอาทิตย์” ที่ได้รับการคัดเลือกมาลงเพราะกาวกว่ามากนั่นเอง

กาลครั้งหนึ่งโลกของเรามีดวงอาทิตย์อยู่บนฟ้าถึงเจ็ดดวง

ความร้อนของดวงอาทิตย์ทั้งเจ็ดแผดเผาจนโลกแห้งแล้ง แทบมอดไหม้ ผู้คนและสัตว์ต่างเดือดร้อนลำบาก ไม่อาจทนทานความร้อนขนาดนั้นได้

เวลานั้นมีผู้กล้าในหมู่คนชื่อเออร์คิ เมอร์เจน มีคำบรรยายความยิ่งใหญ่ว่า:
“หัวแม่โป้งของเขาทรงพลัง
ตับของเขามีสุขภาพแข็งแรง
เขาได้รับพรแห่งความหนุ่มสาว
เลือดของเขาร้อนดุจไฟ”
ผู้คนต่างจึงไปขอร้องให้เออร์คิ เมอร์เจนช่วยยิงลดจำนวนพระอาทิตย์ เพื่อดับร้อน

เออร์คิ เมอร์เจนบอกว่า “กระจอกมาก! ข้าจะยิงธนูทำลายดวงอาทิตย์โดยใช้ลูกศรไม่เกินดวงละดอก หากใช้เกินนี้ ข้าจะตัดนิ้วโป้งตนเองมิให้ยิงธนูได้อีก จากนั้นจะหนีไปหลบในรู กินหญ้าเป็นอาหาร”
เหล่าผู้ขอความช่วยเหลือต่างคิดในใจว่าเอ็งไม่ต้องรับปากขนาดนั้นก็ได้ เดี๋ยวซวยทีหลัง …แต่เห็นเออร์คิ เมอร์เจนกำลังอินก็ไม่กล้าตักเตือน

เออร์คิ เมอร์เจนจึงขี่ม้าออกไปยิงพระอาทิตย์ เขาสำแดงอานุภาพยิงตกถึงหกดวงในเวลาไม่นาน

แต่ตอนยิงดวงอาทิตย์ดวงที่เจ็ดเผอิญมีนกนางแอ่นบินผ่านมา ทำให้ลูกศรถูกหางนกนางแอ่นเบนทิศทางไป แต่นั้นหางของนกนางแอ่นจึงเป็นสองแฉก

พระอาทิตย์ดวงที่เจ็ดกลัวตายหนีไปลับเหลี่ยมเขาทางตะวันตก แต่เออร์คิ เมอร์เจนไม่ไล่ต่อ เพราะหมดโควตาลูกศรแล้ว กำลังคิดว่าจะแก้ไขที่ปากดีไว้ได้อย่างไร

ตอนนั้นม้าของเออร์คิ เมอร์เจนร้องขึ้นว่า “ฮี้ๆ ก่อนจะคิดเรื่องอื่น ผมขออาสาวิ่งพาเจ้านายไปไล่ยิงนกนางแอ่นตัวนั้นเพื่อเป็นการแก้แค้น หากติดตามไม่สำเร็จ เจ้านายตัดขาผมทิ้งทะเลทรายได้เลย! ผมจะเลิกเป็นม้า อยู่ในรูแทน!”
ขาดคำผู้คนต่างก็ถอนหายใจที่ม้าปากดีอีกแล้ว ส่วนเออร์คิ เมอร์เจนตกใจที่ม้าพูดได้

ทั้งสองจึงควบวิ่งตามนกนางแอ่นไปอย่างรวดเร็ว …แต่ปรากฏตามไม่ทัน…

เออร์คิ เมอร์เจนโมโหมากจึงตัดขาหน้าของม้าเอาไปทิ้งทะเลทรายตามคำพูด แต่นั้นม้าของเออร์คิ เมอร์เจนก็กลายเป็นบรรพบุรุษของหนูทะเลทรายที่เหลือแต่ขาหลังยาวๆ อาศัยในรู

สำหรับเออร์คิ เมอร์เจนนั้นได้ตัดนิ้วโป้งทิ้ง ไปอาศัยในรู กินหญ้า กลายเป็นตัวมาร์มอต ให้สังเกตว่ามาร์มอตนั้นมีสี่นิ้ว เพราะตัดนิ้วโป้งไปแล้ว จนทุกวันนี้ชาวมองโกลยังเรียกเนื้อส่วนหนึ่งในตัวมาร์มอตว่า “เนื้อมนุษย์” และไม่กินมัน เพราะเชื่อว่าเป็นเนื้อของวีรบุรุษ

แต่นั้นพระอาทิตย์ดวงสุดท้ายที่จิตหลอนจากการถูกฆ่าล้างครอบครัวก็ยังคงวิ่งหนีเออร์คิ เมอร์เจนจากทางตะวันออกไปทางตะวันตกอยู่เสมอ ทำให้เกิดปรากฏการณ์กลางวันกลางคืน

สำหรับนกนางแอ่นนั้นยังคงบินมาเยาะเย้ยชาวมองโกล ร้องเป็นเสียงนกที่ชาวมองโกลฟังเป็น “แน่จริงจับฉันสิ! แน่จริงจับฉันสิ!” จึงถูกคนไล่ยิงบ้าง ไล่กินบ้าง

นิทานเรื่องนี้สอนว่าอะไรก็ไม่รู้เหมือนกัน ขอจบนิทานกาวๆ ตอนพระอาทิตย์เจ็ดดวงลงแต่เพียงเท่านี้นะครับ

อยากไปเห็นของจริง? ทัวร์ที่เกี่ยวข้อง

บทความที่เกี่ยวข้อง

FILE Nº 0537
DECLASSIFIED
มองโกเลีย
#ประวัติศาสตร์24 ส.ค. 2569

ประวัติศาสตร์ชนร่อนเร่แห่งท้องทุ่งสเตปป์: “อมิตรแห่งอารยธรรม”

สำหรับท่านที่ศึกษาประวัติศาสตร์โลกมาแต่ยุคโบราณ น่าจะคุ้นเคยกับธีมเหตุการณ์หนึ่งที่เกิดขึ้นซ้ำไปซ้ำมาในบันทึกประวัติศาสตร์

FILE Nº 0519
DECLASSIFIED
โปแลนด์
#ประวัติศาสตร์24 ก.ค. 2568

ศึกเลกนิก้า มองโกลบุกโปแลนด์ ฉบับเข้าใจง่าย

หลังการล่มสลายของอาณาจักรเคียฟรุส ศูนย์กลางของอาณาจักรรุสในปลายปี 1240 ประตูสู่ยุโรปก็เปรียบเสมือนถูกเปิดออก

FILE Nº 0674
DECLASSIFIED
world nomad games
#ประวัติศาสตร์2 ก.ค. 2568

ศึกยอดชนเผ่าขี่ม้าแห่งทุ่งหญ้า World Nomad Games มหกรรมกีฬาชนเผ่าเร่ร่อนโลก

เรามักคุ้นชินกับมหกรรมกีฬาอันยิ่งใหญ่อย่าง โอลิมปิก ซีเกม หรือมหกรรมกีฬานานาชาติอื่นๆ ที่มีผู้รับชมจากทั่วโลกจำนวนมาก

ชอบเรื่องราวแบบนี้? ไปเที่ยวกับเราสิ

สนใจทัวร์นี้? ทักไลน์ได้เลย ทีมงานตอบไว

สอบถามผ่าน LINE