
ประวัติศาสตร์ชนร่อนเร่แห่งท้องทุ่งสเตปป์: “อมิตรแห่งอารยธรรม”
สำหรับท่านที่ศึกษาประวัติศาสตร์โลกมาแต่ยุคโบราณ น่าจะคุ้นเคยกับธีมเหตุการณ์หนึ่งที่เกิดขึ้นซ้ำไปซ้ำมาในบันทึกประวัติศาสตร์
บทความเกี่ยวกับ มองโกเลีย จาก The Wild Chronicles

สำหรับท่านที่ศึกษาประวัติศาสตร์โลกมาแต่ยุคโบราณ น่าจะคุ้นเคยกับธีมเหตุการณ์หนึ่งที่เกิดขึ้นซ้ำไปซ้ำมาในบันทึกประวัติศาสตร์

หลังการล่มสลายของอาณาจักรเคียฟรุส ศูนย์กลางของอาณาจักรรุสในปลายปี 1240 ประตูสู่ยุโรปก็เปรียบเสมือนถูกเปิดออก

เรามักคุ้นชินกับมหกรรมกีฬาอันยิ่งใหญ่อย่าง โอลิมปิก ซีเกม หรือมหกรรมกีฬานานาชาติอื่นๆ ที่มีผู้รับชมจากทั่วโลกจำนวนมาก

ในหน้าประวัติศาสตร์ของโลก เรามักจดจำ “ราชินี” ในฐานะสตรีผู้ครองอำนาจ เคียงบ่าเคียงไหล่กับกษัตริย์

เมื่อเอ่ยถึง "มองโกล" หลายคนอาจนึกถึงจักรวรรดิอันเกรียงไกรของเจงกีสข่านที่เคยปกครองครึ่งหนึ่งของมหาทวีป

รู้หรือไม่? เมื่อครั้งจักรวรรดิมองโกลแผ่ขยายอำนาจกว้างใหญ่ไพศาล รุกรานดินแดนต่าง ๆ ตั้งแต่อาหรับ จีน เกาหลี ญี่ปุ่น

จากบทความก่อนหน้า เมื่อศึกแม่น้ำคาลก้าสิ้นสุดลงด้วยความพ่ายแพ้อย่างย่อยยับของฝ่ายพันธมิตรเจ้าชายรัสเซีย

ตั้งแต่เจงกีสข่าน (Genghis Khan) ได้รวมชนเผ่ามองโกลเร่ร่อนทั้งหมดเป็นเอกภาพและประกาศจัดตั้งจักรวรรดิมองโกลอย่างเป็นทางการ

ดินแดนแห่งทุ่งหญ้าสเตปป์คือบ้านเกิดของหนึ่งในจักรวรรดิที่ยิ่งใหญ่และน่าสะพรึงกลัวที่สุดในหน้าประวัติศาสตร์มนุษยชาตินั่นคือ “จักรวรรดิมองโกล”า

แม้ม้าจะเป็นสัตว์ที่พบเห็นได้ทั่วไป และมีสายพันธุ์หลากหลายในทุกมุมโลก แต่มีเพียงไม่กี่คนที่รู้ว่า “ม้าป่าแท้” ซึ่งยังหลงเหลืออยู่ในธรรมชาตินั้น

“ชัม” (Cham) หรือที่ชาวมองโกเลียเรียกว่า “ซัม” (Tsam) คือพิธีกรรมฟ้อนหน้ากากอันศักดิ์สิทธิ์ในพุทธศาสนานิกายวัชรยาน

ท่ามกลางทุ่งหญ้าสเตปป์กว้างใหญ่ของมองโกเลีย มีหนึ่งในกีฬาที่เปี่ยมด้วยจิตวิญญาณและเกียรติภูมิสูงสุด นั่นคือ “บอกคฮ์ (Bökh)”