TAT 11/10382

FILE Nº 0669 · วัฒนธรรม · ไม่ลับแล้ว

Kyrgyzstan ทำไมต้องไป “คีร์กีซสถาน” กับ The Wild Chronicles

วัฒนธรรมเผยแพร่ อัปเดต 24 นาทีในการอ่าน
kyrgyzstan

TL;DR — รู้หรือไม่? ณ ทวีปเอเชียกลาง ยังมีประเทศแห่งหนึ่ง… อยู่ท่ามกลางเทือกเขาเทียนชานอันสวยงามมีเอกลักษณ์ที่โดดเด่น ประเทศนั้นคือ “คีร์กีซสถาน”

รู้หรือไม่? ณ ทวีปเอเชียกลาง ยังมีประเทศแห่งหนึ่ง… อยู่ท่ามกลางเทือกเขาเทียนชานอันสวยงามมีเอกลักษณ์ที่โดดเด่น และพวกเขายังคงรากเหง้าของชนเผ่าขี่ม้าเร่ร่อนเอาไว้ ประเทศนั้นคือ “คีร์กีซสถาน”

🏔️ปี 2025❗The Wild Chronicles ขอพาท่านเดินทางไป “คีร์กีซสถาน” สวิตเซอร์แลนด์แห่งเอเชียกลาง เพื่อสัมผัสกับวิถีชนเผ่าขี่ม้าเร่รอนอย่างลึกซึ้ง และได้ประสบการณ์แปลกใหม่ จากการสัมผัสวัฒนธรรมท้องถิ่นอีกมากมาย

ดินแดนนี้มีความน่าสนใจมากมาย ทั้ง

🐎 “ค็อก-โบรู” หรือกีฬาขี่ม้าโยนแพะสุดแปลกตา หาดูที่อื่นยาก
🛕“ หอคอยบูรานา” ร่องรอยความรุ่งเรืองของมหานครบนเส้นทางสายไหม
🪨“พิพิธภัณฑ์กลางแจ้งแห่งภาพเขียนหินสลัก” ภาพสลักหินของชนเผ่าขี่ม้าเร่ร่อนอายุกว่า 4,000 ปี
⛰️ “หุบเขาอัลติน-อาราชาน” ซึ่งเขียวขจีสวยงามดั่งสวิตเซอร์แลนด์
🧓 รับฟัง “มหากาพย์มานาส” อันยิ่งใหญ่ และได้รับการยกย่องจาก UNESCO
🏛️ ชม “พิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์แห่งรัฐ” ที่จัดแสดงสิ่งของกว่า 90,000 ชิ้น ตั้งยุคชนเผ่าร่อนถึงปัจจุบัน

ทริปนี้ กินหรู อยู่สบาย ไม่จอยกรุ๊ป! พาทุกท่านชมประวัติศาสตร์แบบเต็มอิ่มไม่มีชะโงกดู อะไรควรดู อยู่ดูนานขึ้น อะไรอยู่นอกเส้นทางปกติแต่ควรสัมผัส เราจะพาทุกท่านไปสัมผัส โดยเฉพาะผู้รักการผจญภัย หลงไหลในประวัติศาสตร์และผู้รักธรรมชาติ ไม่ควรพลาดด้วยประการทั้งปวง!

ทริปนี้ “คุณปั๊บ พงศ์ศรณ์ ภูมิวัฒน์” เจ้าของเพจ The Wild Chronicles จะนำพาทุกท่านไปพบความรู้แปลกใหม่ ในสถานที่ที่ซ่อน “ความไม่ธรรมดา” เอาไว้มากมาย

เรามาดูรายละเอียดกันดีกว่าครับว่า ทำไมต้องไป.. “คีร์กีซสถาน” 🏔️ สวิตเซอร์แลนด์แห่งเอเชียกลาง ดินแดนชนเผ่าขี่ม้าเร่รอน กับ The Wild Chronicles?

Kyrgyzstan ทำไมต้องไป “คีร์กีซสถาน” กับ The Wild Chronicles

ชาวคีร์กีซสถานมีรากเหง้ามาจากชนเผ่าเร่ร่อนแห่งเทือกเขาเทียนชาน ⛰️ ที่ใช้ชีวิตอยู่บนหลังม้า และเร่ร่อนท่ามกลางทุ่งหญ้าอัลไพน์และฤดูกาลที่เปลี่ยนแปลงอย่างรุนแรง มีหลักฐานทางโบราณคดีหลายแห่งบ่งชี้ว่า พวกเขาอาศัยอยู่ในดินแดนแถบนี้มายาวนานกว่า 2,000 ปี ก่อนยุคที่อารยธรรมจีนและเปอร์เซียจะแผ่ขยายเข้ามาถึงเอเชียกลาง

โดยเฉพาะภาพสลักหินโบราณ (petroglyphs) ที่พบตามหุบเขาหลายแห่ง ซึ่งปรากฏภาพของนักล่าสัตว์ นักรบ และสัตว์ในตำนาน แสดงให้เห็นถึงวิถีชีวิตและความเชื่อของชนเผ่าเร่ร่อนยุคโบราณ

พวกเขาไม่ได้สร้างเมืองหรือกำแพง แต่สร้าง “บ้านที่เคลื่อนที่ได้” เรียกว่า “ยูร์ต” มีลักษณะเป็นกระโจม 🏕️ ซึ่งสามารถย้ายตามฝูงสัตว์ได้ในทุกฤดูกาล

ชนเผ่าคีร์กีซในอดีตเดินทางตามฝูงแกะ แพะ ม้า และจามรี 🐐🐎 และมีระบบเศรษฐกิจแบบแลกเปลี่ยนกับชนเผ่าอื่นบนเส้นทางสายไหม 🌬️ พวกเขาไม่ได้สร้างอาณาจักรใหญ่โต แต่กลับสร้าง “วัฒนธรรม” ที่เข้มแข็งในการอยู่ร่วมกับธรรมชาติ และความทรหดที่เกิดจากการดำรงชีวิตท่ามกลางยอดเขาสูงตระหง่าน ที่ปกคลุมด้วยหิมะตลอดทั้งปี จนมาเป็น “คีร์กีซสถาน” ในปัจจุบัน

Kyrgyzstan ทำไมต้องไป “คีร์กีซสถาน” กับ The Wild Chronicles

ธงชาติของคีร์กีซสถานไม่ได้เป็นแค่สัญลักษณ์ของชาติ แต่เป็นเหมือนหน้าหนังสือที่บันทึกเรื่องราวของชนเผ่าคีร์กีซที่ผ่านกาลเวลามากว่าพันปี ธงนี้มีพื้นหลังเป็นสีแดงสด ซึ่งตามตำนานถือว่าเป็นสีธงของ “มานาส” วีรบุรุษผู้รวบรวม 40 เผ่าเข้าด้วยกัน สีแดงจึงสื่อถึงพลัง ความกล้าหาญ และการต่อสู้อันไม่ย่อท้อเพื่อปกป้องดินแดนและอิสรภาพของชนเผ่าเร่ร่อนแห่งเทือกเขาเทียนชาน ⛰️

ตรงกลางของธง เป็นดวงอาทิตย์สีทองเปล่งประกาย มีรัศมี 40 แฉก ซึ่งแต่ละแฉกแทน 40 เผ่าคีร์กีซที่รวมตัวกันภายใต้การนำของมานาส

ภายในดวงอาทิตย์ ยังมีสัญลักษณ์รูปกากบาทสามเส้นตัดกัน ซึ่งเป็นภาพของโครงไม้ยอดโดม ของกระโจม บ้านเคลื่อนที่ได้ของชาวคีร์กีซ กระโจมไม่ได้เป็นเพียงที่พักสำหรับพวกเขา แต่เป็นหัวใจของวัฒนธรรมการอยู่ร่วมกันกับธรรมชาติของชาวคีร์กีซ

ธงของพวกเขาจึงกลายเป็นเสมือน “ประวัติศาสตร์แบบย่อ” ของชนเผ่าคีร์กีซ เป็นทั้งการรำลึกถึงอดีตที่กล้าหาญ การเฉลิมฉลองความเป็นหนึ่งเดียวของชาวคีร์กีซ และการภาคภูมิใจในรากเหง้าที่เชื่อมโยงกับธรรมชาติอย่างลึกซึ้ง

Kyrgyzstan ทำไมต้องไป “คีร์กีซสถาน” กับ The Wild Chronicles

ในช่วงศตวรรษที่ 20 คีร์กีซสถานได้กลายเป็นหนึ่งในสาธารณรัฐของสหภาพโซเวียต ☭ ซึ่งเป็นการเปลี่ยนผ่านครั้งใหญ่จากวิถีชนเผ่าเร่ร่อนสู่สังคมสมัยใหม่ ภายใต้การวางผังเมืองและระบบเศรษฐกิจแบบคอมมิวนิสต์ รัฐบาลโซเวียตได้สร้างเมืองใหม่ ปลูกฝังอุดมการณ์ และวางโครงสร้างพื้นฐานทั่วประเทศ 🌇

แม้จะได้รับเอกราชในปี 1991 แต่คีร์กีซสถานกลับเป็นหนึ่งในไม่กี่ประเทศที่ยังคงรักษาสถาปัตยกรรมและอนุสรณ์ยุคโซเวียตไว้อย่างชัดเจน เพื่อเป็นการเก็บรักษาประวัติศาสตร์ที่หล่อหลอมตัวตนของประเทศในช่วงศตวรรษที่ผ่านมา

ในเมืองหลวงบิชเค็ก ยังสามารถพบเห็นสถาปัตยกรรมที่เกิดขึ้นในสมัยโซเวียตได้ เนื่องจากกรุงบิชเค็กได้รับการพัฒนาอย่างมากในสมัยโซเวียต และได้กลายเป็น ศูนย์กลางทางอุตสาหกรรมและการศึกษา จนกลายมาเป็นเมืองหลวงของคีร์กีซสถานในที่สุด

ท่านจะสามารถพบเห็นสถาปัตยกรรมและการวางผังเมืองแบบโซเวียต ทั้งหมดได้ที่เมืองหลวงแห่งนี้ ที่แม้เวลาจะผ่านไปแล้ว แต่คีร์กีซสถานยังคงรักษาความเป็นอดีตประเทศสหภาพโซเวียตไว้อย่างชัดเจน ⭐

Kyrgyzstan ทำไมต้องไป “คีร์กีซสถาน” กับ The Wild Chronicles

ในวันแรกท่านจะได้ไปเที่ยวชม “พิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์แห่งรัฐ” (State History Museum) 🏛️ เป็นหนึ่งในพิพิธภัณฑ์ที่ใหญ่และสําคัญที่สุดในเอเชียกลาง พิพิธภัณฑ์แห่งนี้จัดแสดงสิ่งของมากกว่า 90,000 ชิ้น ที่สะท้อนถึงประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม และวิถีชีวิตของชาวคีร์กีซในฐานะชนเผ่าขี่ม้าเร่ร่อนตั้งแต่สมัยโบราณจนถึงปัจจุบัน

ไฮไลต์สําคัญคือ “ห้องแสดงพรมแบบคีร์กีซ” ซึ่งพรมดังกล่าวเป็นเครื่องประดับหลักของกระโจมเผ่าเร่ร่อน และ การจัดแสดงเกี่ยวกับยุคสมัยโซเวียต เช่น เรื่องราวของคีร์กีซสถานในยุคที่รวมอยู่กับสหภาพโซเวียตและชีวิตภายใต้ระบอบคอมมิวนิสต์ของประเทศคีร์กีซสถาน 🐎

Kyrgyzstan ทำไมต้องไป “คีร์กีซสถาน” กับ The Wild Chronicles

ชม “รูปปั้นเลนิน” เลนินคืออดีตผู้นําผู้ก่อตั้งสหภาพโซเวียต ☭ รูปปั้นของเขาจึงเป็นสัญลักษณ์ของลัทธิคอมมิวนิสต์ที่เคยปกครองประเทศนี้ ในปัจจุบันประเทศที่เคยอยู่ใต้สหภาพโซเวียตส่วนใหญ่มักทําลายรูปปั้นเลนิน เนื่องจากต้องการพาประเทศหลุดพ้นการเป็นคอมมิวนิสต์ อย่างไรก็ตามชาวคีร์กีซยังมีการรักษารูปเลนินไว้ สะท้อนมุมมองว่าแม้จะมีการเปลี่ยนผ่านของยุคสมัย พวกเขาก็ไม่ได้ทําลายสิ่งใด

Kyrgyzstan ทำไมต้องไป “คีร์กีซสถาน” กับ The Wild Chronicles

เยี่ยมชม “หอคอยบูรานา” (Burana Tower) เป็นหนึ่งในโบราณสถานที่สําคัญของคีร์กีซสถาน หอคอยแห่งนี้เป็นส่วนหนึ่งของซากเมืองโบราณบาลาซากุน ซึ่งเคยเป็นเมืองหลวงของอาณาจักรคาราคานิดส์ (Karakhanid Khanate) 🏰 ในช่วงศตวรรษที่ 9 – 11 และเป็นจุดแวะพักสําคัญบนเส้นทางสายไหม

หอคอยบูรานาในอดีตมีความสูงมากกว่าในปัจจุบัน แต่ส่วนบนหอคอยได้พังทลายจากแผ่นดินไหว โดยเดิมทีหอคอยแห่งนี้เป็นหอขาน ใช้สําหรับเรียกผู้คนมาละหมาดที่มัสยิดซึ่งเคยตั้งอยู่ใกล้กัน 🕌 ปัจจุบันมัสยิดดังกล่าวได้พังทลายลงไปแล้วเหลือเพียงหอคอยที่เป็นหลักฐานของอดีตอันรุ่งเรือง และถูกพัฒนาเป็นพิพิธภัณฑ์กลางแจ้งในปัจจุบัน

Kyrgyzstan ทำไมต้องไป “คีร์กีซสถาน” กับ The Wild Chronicles

บริเวณรอบหอคอยมีการจัดแสดง “รูปปั้นบาลบาล” (balbals) 🗿 ซึ่งเป็นหินแกะสลักรูปมนุษย์ที่มีใบหน้าเรียบง่าย ถือถ้วยหรือดาบ ที่เป็นสัญลักษณ์ของชีวิตและนักรบ บางชิ้นมีอักษรเติร์กโบราณจารึกไว้เพื่อบอกเล่าเรื่องราวของบุคคลนั้น

หินเหล่านี้ถูกสร้างขึ้นระหว่างศตวรรษที่ 6 – 8 มีความเกี่ยวข้องกับวัฒนธรรมชนเผ่าเร่ร่อน โดยเฉพาะกลุ่มชนเติร์กและมองโกลโบราณ ตามความเชื่อของชนเผ่าเหล่านี้ บาลบาลมักมีความหมายสําคัญสองประการ คือเป็นรูปเคารพของนักรบที่เสียชีวิตและเป็นสัญลักษณ์ของศัตรูที่ถูกสังหารในสงคราม 🗡️

Kyrgyzstan ทำไมต้องไป “คีร์กีซสถาน” กับ The Wild Chronicles

ขับรถผ่าน “ตอนเหนือของทะเลสาบอิสสิก-กูล” ผืนน้ำกว้างใหญ่ที่โอบล้อมด้วย เทือกเขาเทียนชานอันงดงาม ทะเลสาบแห่งนี้ได้รับการยกย่องให้เป็นหนึ่งในทะเลสาบที่ใหญ่ที่สุดในโลก น้ำในทะเลสาบมีความใสสะอาด นอกจากนั้นยังมีหาดทรายสีขาวทอดยาวคล้ายชายทะเลและล้อมรอบไปด้วยป่าไม้และหุบเขา ที่นี่จึงเป็นแหล่งพักผ่อนที่สําคัญของชาวคีร์กีซและจุดหมายของนักเดินทางจากทั่วโลก 🏞️

Kyrgyzstan ทำไมต้องไป “คีร์กีซสถาน” กับ The Wild Chronicles

เดินทางไปยัง “พิพิธภัณฑ์กลางแจ้งแห่งภาพเขียนหินสลัก” (The Open Air Museum of Petroglyphs) ภาพสลักหินถูกแกะสลักลงบนพื้นผิวหินเป็นภาพต่าง ๆ เช่น สัตว์ มนุษย์ และสัญลักษณ์ทางศาสนา โดยมีอายุย้อนกลับไปถึงยุคสําริด หรือประมาณ 4,000 ปีก่อนหน้านี้ 🪨

ภาพสลักหินโบราณของคีร์กีซสถานสะท้อนถึงวัฒนธรรม ความเชื่อ และวิถีชีวิตของชนเผ่าโบราณ ที่ใช้ภาพสลักรูปสัตว์ ซึ่งเชื่อว่ามีพลังเหนือธรรมชาติและสามารถปกป้องเผ่าพันธุ์หรือมอบพลังให้แก่ผู้ที่นับถือ นอกจากนั้นยังบันทึกเรื่องราวเกี่ยวกับการล่าสัตว์ การบูชาเทพเจ้า 🪽 และกิจกรรมสําคัญของชุมชน

Kyrgyzstan ทำไมต้องไป “คีร์กีซสถาน” กับ The Wild Chronicles

เยี่ยมชม “อนุสรณ์สถานพรีเชวาลสกี” (Przhevalsky Memorial) อนุสรณ์สถานแห่งนี้ตั้งอยู่ริมทะเลสาบ อิสสิก-กูล ภายในอนุสรณ์สถานประกอบด้วยพิพิธภัณฑ์ขนาดเล็กที่จัดแสดงเอกสาร แผนที่ 🗺️ อุปกรณ์เดินทาง และสิ่งของต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการสํารวจของ นิโคไล พรีเชวาลสกีหนึ่งในนักสํารวจที่สําคัญที่สุดของจักรวรรดิรัสเซีย

Kyrgyzstan ทำไมต้องไป “คีร์กีซสถาน” กับ The Wild Chronicles

ชมความงดงามของ “หุบเขาอัลติน-อาราชาน” (Altyn-Arashan Gorge) ดินแดนลับที่ซ่อนตัวอยู่ท่ามกลางขุนเขาและธรรมชาติอันบริสุทธิ์ หุบเขาแห่งนี้ได้รับฉายาว่า “ดินแดนแห่งน้ำพุร้อนทองคํา” ที่นี่คือดินแดนแห่งความเงียบสงบและสวยงาม หุบเขาถูกโอบล้อมด้วยป่าสนเขียวชอุ่ม ยอดเขาสูงที่ปกคลุมด้วยหิมะขาวโพลนและทุ่งหญ้าอันกว้างใหญ่ที่เต็มไปด้วยดอกไม้หลากสีสัน สายน้ำที่ไหลผ่านโขดหิน และมีอากาศเย็นสดชื่นตลอดทั้งปี ทําให้ที่นี่ได้รับการขนานนามว่า “สวิตเซอร์แลนด์แห่งเอเชียกลาง” ✨

Kyrgyzstan ทำไมต้องไป “คีร์กีซสถาน” กับ The Wild Chronicles

รับฟัง “มหากาพย์มานาส” (Epic of Manas) จากผู้เล่าขานที่เรียกว่า “มานาสชี” (Manaschi) ซึ่งถือเป็นหนึ่งในบทบาทที่สําคัญที่สุดในวัฒนธรรมของชาวคีร์กีซ ผู้ที่ได้รับตําแหน่งนี้จะเป็นผู้รักษาและถ่ายทอดเรื่องราวเกี่ยวกับ “มานาส” วีรบุรุษในตํานานของชาวคีร์กีซ ⚔️

การเล่าเรื่องของมานาสชีเป็นศิลปะการถ่ายทอดด้วย ปากเปล่า เพียงอย่างเดียว ซึ่งถือเป็นเรื่องที่ท้าทายอย่างมาก เพราะมานาชชีต้องจําบทกวีหลายหมื่นบทที่มีรายละเอียดที่ซับซ้อนและต้องถ่ายทอดออกมาได้ไพเราะ ให้เกิดอารมณ์สุข ทุกข์ ฮึกเหิม แก่ผู้อ่านตามเนื้อเรื่องของกวีตอนนั้นๆ ผู้ที่จะเป็นมานาสชีได้ต้องฝึกฝนมาตั้งแต่วัยเยาว์ โดยเรียนรู้จากผู้มีประสบการณ์ในครอบครัวหรือชุมชน

ด้วยคุณค่าอันยิ่งใหญ่ของมหากาพย์นี้ UNESCO ได้ยกย่องให้การเล่าขานมหากาพย์มานาสเป็นมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ในปี ค.ศ. 2011

Kyrgyzstan ทำไมต้องไป “คีร์กีซสถาน” กับ The Wild Chronicles

“หุบเขาเจตี-โอกุซ” (Jety Oguz Gorge) หรือ เขาเจ็ดวัว 🐂 ตั้งอยู่ทางตะวันออกของทะเลสาบอิสสิก-กูล เป็นหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวที่งดงามที่สุดของคีร์กีซสถาน หุบเขานี้มีชื่อเสียงจากภูมิทัศน์ที่โดดเด่นของหน้าผาหินสีแดง ซึ่งมีรูปร่างคล้ายวัวจํานวนเจ็ดตัวเรียงกัน โดยภูมิทัศน์รอบ ๆ หุบเขามีความหลากหลาย สร้างบรรยากาศที่เหมือนอยู่ในดินแดนที่ห่างไกลจากความวุ่นวาย

Kyrgyzstan ทำไมต้องไป “คีร์กีซสถาน” กับ The Wild Chronicles

เยี่ยมชม “มัสยิดดุงกัน” (Dungan Mosque) 🕌 ในเมืองคาราคอลของคีร์กีซสถาน มัสยิดนี้ถูกสร้างขึ้นในปี 1907 มีสถาปัตยกรรม ที่ผสมผสานระหว่างวัฒนธรรมจีนและอิสลาม เนื่องจากมัสยิดนี้ไม่มีโดมแบบดั้งเดิมของมัสยิดมุสลิม แต่ใช้หลังคาแบบจีนดั้งเดิม มัสยิดนี้มีความสําคัญทั้งทางศาสนาและวัฒนธรรม เนื่องจากเป็นสถานที่สักการะของ ชุมชนดุงกันซึ่งเป็นกลุ่มชาติพันธุ์ที่มีรากฐานมาจากชาวจีนที่อพยพมาอยู่บริเวณแถบเอเชียกลาง

Kyrgyzstan ทำไมต้องไป “คีร์กีซสถาน” กับ The Wild Chronicles

“โบสถ์ตรีเอกานุภาพ” (Russian Orthodox Cathedral) ⛪ โบสถ์คริสต์นิกายออร์โธดอกซ์ที่มีความสําคัญทั้งในด้านศาสนาและวัฒนธรรมของคีร์กีซสถาน และเป็นหนึ่งในสัญลักษณ์ทางประวัติศาสตร์ของการมีอิทธิพลของจักรวรรดิรัสเซียในภูมิภาคนี้ โบสถ์แห่งนี้ถูกสร้างขึ้นในช่วงปลายศตวรรษที่ 19 และมีชื่อเสียงในด้านสถาปัตยกรรมที่สวยงาม ซึ่งสร้างขึ้นจากไม้ทั้งหมดมีลักษณะเด่นที่มีสีสันสดใสและโดมไม้ที่สูงเด่นซึ่งผสมผสานระหว่างวัฒนธรรมรัสเซียและเอเชียกลาง

Kyrgyzstan ทำไมต้องไป “คีร์กีซสถาน” กับ The Wild Chronicles

ชม การแสดงนกอินทรีนักล่า (Eagle Hunting Show) 🦅 ชาวคีร์กีซมีวัฒนธรรมการเลี้ยงนกอินทรีเพื่อช่วยล่าสัตว์มาอย่างยาวนาน โดยใช้อินทรีในการล่าเหยื่อขนาดเล็ก เช่น กระต่าย นก และสุนัขจิ้งจอกเล็ก รวมถึงบางครั้งสามารถล่าหมาป่าขนาดเล็ก 🐺

การเลี้ยงนกอินทรีมักเริ่มจากการจับลูกอินทรีที่อายุประมาณ 4 – 5 เดือน มาฝึกให้เชื่องและสอนทักษะการล่า จนกระทั่งมันพร้อมออกล่าเมื่ออายุ 1 – 2 ปี อินทรีทองคําสามารถใช้ล่าสัตว์ได้ประมาณ 10 – 15 ปี ก่อนที่ชาวคีร์กีซจะปล่อยมันคืนสู่ธรรมชาติเพื่อให้สามารถขยายพันธุ์ได้ต่อไป

Kyrgyzstan ทำไมต้องไป “คีร์กีซสถาน” กับ The Wild Chronicles

ชมกีฬาโบราณ “ค็อก-โบรู” (Kok-Boru Traditional Horse Game) หรือกีฬาขี่ม้าโยนแกะ เกิดจากสมัยก่อนชาวคีร์กีซสถาน มักเป็นเผ่าเร่ร่อนมีอาชีพเลี้ยงแกะ ต้องคอยพยายามแย่งแกะจากหมาป่าที่มาขโมย 🐎🐑

ต่อมากิจกรรมนี้จึงกลายเป็นกีฬา โดยแบ่งผู้เล่นออกเป็นสองทีมต้องขี่ม้าแย่งซากแกะกันเพื่อเอาซากนั้นไปโยนใส่ตะกร้า ซากแกะที่ใช้เล่นกีฬาชนิดนี้มีน้ำหนักมากถึง 30 – 40 กิโลกรัม ทําให้ผู้เล่นต้องมีความแข็งแรงและชํานาญการขี่ม้าอย่างมาก ถึงจะสามารถเล่นกีฬาชนิดนี้ได้

Kyrgyzstan ทำไมต้องไป “คีร์กีซสถาน” กับ The Wild Chronicles

ชม “จัตุรัสแห่งชัยชนะ” (Victory Square, Bishkek) สร้างขึ้นเพื่อเป็นเกียรติแก่ชัยชนะของสหภาพโซเวียตในสงครามโลกครั้งที่ 2 โดยโครงสร้างหลักของจัตุรัส ประกอบด้วยซุ้มโค้งสามอัน ที่สร้างจากหินแกรนิตสีแดง ซึ่งออกแบบให้คล้ายกับ “กระโจม” ของชาวคีร์กีซเป็นสัญลักษณ์ของความเป็นเอกลักษณ์ของชาติ 🛖

Kyrgyzstan ทำไมต้องไป “คีร์กีซสถาน” กับ The Wild Chronicles

ตรงกลางซุ้มโค้งเป็นที่ตั้งของเปลวไฟอมตะ (Eternal Flame) 🔥 ที่ลุกโชติช่วงตลอดเวลา เพื่อระลึกถึงทหารหาญและพลเรือนที่เสียสละชีวิตในสงคราม เปลวไฟอมตะ เป็นสัญลักษณ์ที่พบได้ในเกือบทุกประเทศที่เคยเป็นส่วนหนึ่งของสหภาพโซเวียตเดิม แม้ว่าหลังจากสหภาพโซเวียตล่มสลายในปี 1991 บางประเทศจะดับไฟนี้ทิ้ง เพราะต้องการลืมอิทธิพลโซเวียต แต่เปลวไฟอมตะของคีร์กีซสถานยังคงอยู่ เพราะเป็นสัญลักษณ์ของการรําลึกถึงผู้เสียชีวิตในสงคราม

Kyrgyzstan ทำไมต้องไป “คีร์กีซสถาน” กับ The Wild Chronicles

เยี่ยมชม “มัสยิดกลางตุรกี” (Turkish Central Mosque,Bishkek) 🕌 ตั้งอยู่ในกรุงบิชเค็ก เป็นหนึ่งในมัสยิดที่ใหญ่และสําคัญที่สุดในคีร์กีซสถาน มัสยิดนี้สร้างขึ้นด้วยความร่วมมือระหว่างรัฐบาลตุรกีและคีร์กีซสถาน เพื่อเป็นสัญลักษณ์ของความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างสองประเทศและรองรับชาวมุสลิมในกรุงบิชเค็ก

มัสยิดได้รับการออกแบบในสไตล์สถาปัตยกรรมตุรกีและอิสลามแบบคลาสสิก โดยมีโดมขนาดใหญ่และหอคอยมินาเรตสูงที่มองเห็นได้จากระยะไกล

ยังมีสถานที่และเรื่องราวอันตื่นตาบนเส้นทางแห่งนี้ รอให้ทุกท่านไปสัมผัสด้วยตัวเอง! ทริปสุดพิเศษประจำปี 2025 แบบนี้ ออกเดินทางวันที่ 7-14 ตุลาคม 2025! เต็มอิ่มกว่า 8 วัน 6 คืน

…ย้ำทัวร์เราไม่จอยกรุ๊ป! พาทุกท่านชมประวัติศาสตร์แบบเต็มอิ่มไม่มีชะโงกดู อะไรควรดู อยู่ดูนานขึ้น อะไรอยู่นอกเส้นทางปกติแต่ควรสัมผัส เราจะพาทุกท่านไปสัมผัส โดยเฉพาะผู้รักการผจญภัย หลงไหลในประวัติศาสตร์และผู้รักธรรมชาติ ไม่ควรพลาดด้วยประการทั้งปวง!

โดยทริปนี้เดินทางร่วมกับ “คุณปั๊บ” เจ้าของเพจ The Wild Chronicles ซึ่งจะพาท่านไปกับพบเรื่องราวที่แปลกใหม่ของคีร์กีซสถาน 🏔️ สวิตเซอร์แลนด์แห่งเอเชียกลาง ดินแดนชนเผ่าขี่ม้าเร่รอน

Kyrgyzstan ทำไมต้องไป “คีร์กีซสถาน” กับ The Wild Chronicles

รับประสบการณ์ที่แตกต่าง และสัมผัสบรรยากาศแบบใหม่ที่อาจไม่เคยลิ้มลอง หากท่านใดสนใจขอโปรแกรม สามารถติดต่อได้ทาง หมายเลข 082-894-8444, 089-927-6446 หรือแอด LINE OA ได้ที่ @thewildchronicles (พิมพ์ @ ด้านหน้า) และพิมพ์ว่า “สนใจทัวร์คีร์กีซสถาน” ได้เลยนะครับ หรือกดปุ่ม “จองทัวร์” ได้เลยครับ

กดจองทัวร์!

Ad LineOA The Wild Chronicle

Blog

สามารถอ่านบทความต่างๆ ได้ที่นี่ Click Here

The Wild Chronicles - ประวัติศาสตร์ ข่าวต่างประเทศ ท่องเที่ยวที่แปลก

กดติดตามแฟนเพจของเราได้ที่นี่นะครับ Click Here

บทความที่เกี่ยวข้อง

FILE Nº 0035
DECLASSIFIED
pamir highway
#วัฒนธรรม28 มี.ค. 2568

Pamir Highway ทำไมต้องไป.. ขับรถผจญภัย “ปามีร์ไฮเวย์” กับ The Wild Chronicles

“ปามีร์ไฮเวย์” (Pamir Highway) หนึ่งในเส้นทางที่มีความสวยงามที่สุดในโลก จนได้รับการขนานนามว่า “ถนนบนท้องฟ้า” เพราะวิ่งบนความสูงกว่า 4,280 เมตร

FILE Nº 0088
DECLASSIFIED
pamir highway
#วัฒนธรรม15 ม.ค. 2568

Pamir Highway ทำไมต้องไป.. ขับรถผจญภัย “ปามีร์ไฮเวย์” กับ The Wild Chronicles

“ปามีร์ไฮเวย์” (Pamir Highway) หนึ่งในเส้นทางที่มีความสวยงามที่สุดในโลก จนได้รับการขนานนามว่า “ถนนบนท้องฟ้า” เพราะวิ่งบนความสูงกว่า 4,280 เมตร

ชอบเรื่องราวแบบนี้? ไปเที่ยวกับเราสิ

สนใจทัวร์นี้? ทักไลน์ได้เลย ทีมงานตอบไว

สอบถามผ่าน LINE