ชวนเที่ยว“เทศกาลกุหลาบ” (Rose Festival:Bulgaria & Romania) ในวาระฉลองครบรอบ 122 ปีเก็บไฮไลท์ทั้งบัลแกเรียและโรมาเนีย
ไฮไลต์ของทริป
- 🌹 เก็บกุหลาบกลางหุบเขา ชมงานเทศกาลอันสวยงามที่มีเพียงปีละครั้ง! พร้อมเที่ยวไฮไลท์ 2 ประเทศยุโรปตะวันออก 🇷🇴 🇧🇬
- 🧛 เยือน "ปราสาทบราน" เจ้าของฉายา ปราสาทแดร็กคูล่า
- 🏛️ รับชม "สุสานเธรเซียน" ร่องรอยบรรพบุรุษอารยันอันลึกลับ
- 🏰 ตื่นตา "เมืองเก่าพลอฟดิฟ" ชมบ้านโบราณที่สวยงามและชั้นอารยธรรมนับพันชั้น
- ✈️ ทริปนี้อากาศดี ธรรมชาติสวย เที่ยวสบาย ไปได้ทุกวัย
สถานที่ไฮไลต์









วิทยากรประวัติศาสตร์นำทัวร์เองทุกทริปมีวิทยากรผู้เชี่ยวชาญด้านประวัติศาสตร์เดินทางไปด้วย เล่าเรื่องยากให้เข้าใจง่ายในทุกสถานที่
เส้นทางที่ไม่ธรรมดาพาไปดินแดนที่คนไม่ค่อยไป ตั้งแต่เอเชียกลาง ตะวันออกกลาง ไปจนถึงหิมาลัย
ไม่จอยกรุ๊ป ไม่ชะโงกทัวร์อะไรควรดูอยู่ดูนานขึ้น จัดกรุ๊ปขนาดพอดีเพื่อประสบการณ์ที่ดีที่สุด
เหนือกว่าการท่องเที่ยวปกติทุกทัวร์ออกแบบโดยนักเขียน และนักเดินทางมืออาชีพ เน้นสร้างประสบการณ์ สะท้อนตัวตน เหมาะกับนักเดินทางที่ต้องการอะไรที่เหนือกว่าการท่องเที่ยวปกติ
รายละเอียดทัวร์
🌹“เที่ยวทัวร์เทศกาลกุหลาบ” : Rose Festival - Bulgaria & Romania🌹
The Wild Chronicles จะพาไปชมกับงาน “เทศกาลกุหลาบ” (Rose Festival) รับชมวัฒนธรรมกรรมวิธีทำน้ำหอมมายาวนานนับ 1,000 ปี
🌹อีกทั้งท่านจะได้รับชมสถานที่ต่างๆ ของบัลแกเรียและโรมาเนียแบบครบจบในที่เดียว เป็น “อีกมุม” ที่จะทำให้ท่านเข้าใจประเทศนี้ได้อย่างลึกซึ้ง…🥰
ทัวร์เบาสบาย อากาศดี ผู้อาวุโสไปได้
ทัวร์บัลแกเรียของเราจัดขึ้นในช่วงที่อากาศแถบยุโรปตะวันออกดีมาก รวมถึงตอบโจทย์ผู้อาวุโส เพราะโปรแกรมทัวร์คัดสรรมาเป็นอย่างดี เพื่อให้ผู้ร่วมเดินทางสะดวกและสนุกสนานได้เต็มที่
ทัวร์เทศกาลประจำปี กลางขุนเขา!
พาไปชมกับงาน “เทศกาลกุหลาบ” (Rose Festival) ในวาระฉลองครบรอบ 122 ปี รับชมวัฒนธรรมกรรมวิธีทำน้ำหอมมายาวนานนับ 1,000 ปี !
แต่ละทัวร์ของเราออกเดินทางร่วมกับวิทยากรผู้เชี่ยวชาญด้านประวัติศาสตร์ เพื่อพาทุกท่านไปพบความรู้แปลกใหม่ ในสถานที่ที่ซ่อน “ความไม่ธรรมดา” เอาไว้มากมาย
ทางเราจัดสรรให้ท่านตามสไตล์ The Wild Chronicles ทางเราจึงเชื่อมั่นว่าจะเป็น “ทัวร์ดีมีของ” สำหรับนักผจญภัยที่ไม่ธรรมดาอย่างทุกท่านแน่นอนครับ!
🌹… “บัลแกเรีย” (Bulgaria) หนึ่งในประเทศทางยุโรปตะวันออก ซึ่งได้รับอิทธิพลจากทั้งกรีก โรมัน ยุโรปตะวันตก สลาฟ เติร์กและเอเชียกลาง ผสมผสานกลายเป็นวัฒนธรรมอันมีเอกลักษณ์ รวมถึงที่นี่ยังมีความอุดมสมบูรณ์อย่างมาก จนสามารถทำการเกษตรรุ่งเรือง
🌹ภายในประเทศนี้มีดินแดนธรรมชาติอันวิจิตรชื่อว่า “หุบเขากุหลาบ” พื้นที่สุดกว้างขวางและเต็มไปด้วยความอุดมสมบูรณ์ ผู้คนที่นี่มีวัฒนธรรมกรรมวิธีทำน้ำหอมมายาวนานนับ 1,000 ปี…
โดยในทุกๆ ปี พวกเขาจะจัดงานเฉลิมฉลองสุดยิ่งใหญ่อย่าง “เทศกาลกุหลาบ” (Rose Festival) ท่ามกลางขุนเขา!
…และในปี 2025 “เทศกาลกุหลาบ” อันงดงามได้กลับมาอีกครั้ง! …
🌹The Wild Chronicles จะพาไปชมงานเฉลิมฉลองประจำปีอย่าง “เทศกาลกุหลาบ” (Rose Festival) ในวาระฉลองครบรอบ 122 ปี แหล่งวัฒนธรรมกรรมวิธีทำน้ำหอมมายาวนานนับ 1,000 ปี
🌹อีกทั้งทริปเดียวได้เที่ยวถึงสองประเทศ ท่านจะได้รับชมสถานที่ต่างๆ ซึ่งเต็มไปด้วยวัฒนธรรมอันเป็นเอกลักษณ์ รวมถึงแฝงเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ ที่จะทำให้ท่านเข้าใจความเป็นไปของ “บัลแกเรียและโรมาเนีย” แบบครบจบในที่เดียว เป็น “อีกมุม” ที่จะทำให้ท่านเข้าใจประเทศนี้ได้อย่างลึกซึ้ง…🥰
🌹ชมความยิ่งใหญ่ของ “ปราสาทรัฐสภา” (The People's Palace) อาคารรัฐสภาแห่งโรมาเนีย ที่สร้างตามคําสั่งของ นิโคไล เซาเซสคู อดีตเผด็จการผู้นําโรมาเนียในยุคคอมมิวนิสต์ นับเป็นอาคารทำงานที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดับสองของโลก เป็นรองแค่อาคารเพนตากอนของกระทรวงกลาโหมสหรัฐ

🌹มุ่งสู่ “ปราสาทเปเลส” (Pelec Castle) สร้างขึ้นโดยกษัตริย์คาโรลที่ 1 อยู่ท่ามกลางป่าสนในหุบเขาบูเซกิ บนเทือกเขาคาร์เปเทียน การออกแบบได้รับอิทธิพลจากสถาปัตยกรรมแบบเยอรมันเรอเนสซองส์ตกแต่งอย่างอลังการด้วยงานไม้แกะสลัก มีห้องมากมายกว่า 168 ห้อง ซึ่งถือเป็นปราสาทที่สวยที่สุดในโรมาเนียและถือเป็นหนึ่งในปราสาทที่สวยงามโดดเด่นที่สุดแห่งหนึ่งในยุโรป


🌹เยือนถิ่นแดรกคูล่าใน “ปราสาทบราน” (Bran Castle) หรือที่รู้จักกันในชื่อ “ปราสาทแดร็กคูล่า” ปราสาทแห่งนี้เป็นป้อมปราการที่สร้างขึ้นเมื่อต้นศตวรรษที่ 13 โดยกลุ่มอัศวินชาวเยอรมันที่กลับมาจากสงครามครูเสด ซึ่งสาเหตุที่ทำให้ปราสาทบรานมีชื่อเสียง เพราะการบรรยายกระแสหลักโยงมันเข้ากับปราสาทของเคาน์แดร็กคูล่าในนวนิยายนั่นเอง


🌹พบกับสถานที่ระดับมรดกโลกอย่าง “สุสานเธรเซียน” (Thracian tombs) ซึ่งเป็นชนเผ่าที่สาบสูญ โดยเชื่อกันว่าพวกเขาเหล่านี้เป็นบรรพบุรุษสายหนึ่งของชาวบัลแกเรียในปัจจุบัน อีกทั้งที่นี่ยังโดดเด่นด้วย “ภาพเขียนสีแบบเฟรสโก้” ที่ยังคงมีสีสันสวยงาม แม้จะผ่านกาลเวลามานานนับพันปี
🌹ตื่นตากับทัศนียภาพสุดงดงามของ “เมืองพลอฟดิฟ” (Plovdiv) เมืองที่มีความเก่าแก่ที่สุดในบัลแกเรีย ก่อตั้งเมื่อราว 6,000 ปีก่อนคริสตกาล โดยชาวเธรเชียนโบราณ ซึ่งต่อมาได้กลายเป็นเมืองสําคัญของโรมัน และอาณาจักรไบแซนไทน์


🌹รับชมสัญลักษณ์สำคัญของศาสนาคริสต์นิกายออร์โธดอกซ์อย่าง “อาสนวิหารอเล็กซานเดอร์ เนฟสกี้” (Alexander Nevsky cathedral) อสานวิหารอันงดงามแห่งนี้โดดเด่นด้วยสถาปัตยกรรมนีโอไบแซนไทน์ สร้างขึ้นเพื่อเป็นเกียรติแก่ทหารรัสเซียที่เสียชีวิตในการต่อสู้เพื่อปลดปล่อยบัลแกเรียจากการปกครองของออตโตมันจนนำไปสู่เอกราชของบัลแกเรีย


🌹เยี่ยมชม “แหล่งโบราณคดีซาเรเวตส์” (Tsarevets Archeological Reserve) เป็นซากป้อมปราการยุคกลางและพระราชวังของจักรวรรดิบัลแกเรียที่ 2 ในอดีตที่นี่เคยเป็นศูนย์กลางทางการเมือง การบริหาร และวัฒนธรรมในช่วงจักรวรรดิบัลแกเรีย
🌹รับชม “โบสถ์อนุสรณ์ชิฟกา” (Shipka Memorial Church) หนึ่งในแลนด์มาร์คสำคัญของบัลแกเรียที่ตั้งอยู่บนยอดเขาชิฟกา เพื่อเป็นอนุสรณ์สถานรำลึกถึงชัยชนะอันยิ่งใหญ่ของชาวบัลแกเรียในการรบกับจักรวรรดิออตโตมันในสงครามรัสเซีย – ตุรกี เมื่อปี 1877 – 1878 โบสถ์นี้ได้รับการออกแบบในสไตล์รัสเซีย เพื่อเป็นการแสดงความขอบคุณต่อจักรวรรดิรัสเซียที่เข้ามาช่วยเหลือบัลแกเรียในการต่อสู้แห่งอิสรภาพ
โบสถ์นี้จึงเปรียบเสมือนสัญลักษณ์แห่งชัยชนะ และแสดงถึงความศรัทธาในศาสนาคริสต์นิกายออร์โธดอกซ์ ตัวอาคารโดดเด่นด้วยโดมสีทองและหอนาฬิกาสูงตระหง่านสามารถมองเห็นได้จากระยะไกล




🌹พาทุกท่านเที่ยวชม “ย่านเมืองเก่าพลอฟดิฟ” (Plovdiv Old Town) เป็นย่านที่มีความเก่าแก่ที่สุดในบัลแกเรีย ซึ่งมีการตั้งถิ่นฐานมาตั้งแต่ 8,000 ปีที่แล้ว โดยเริ่มต้นที่ เนินเขาเนเบ็ธ (NebetTepe or Nebet Hill) ตั้งอยู่ทางตอนเหนือของบริเวณที่เคยเป็นเมืองฟิลิปโปโปลิส (Philippopolis) เมืองโบราณในสมัยกรีก สร้างโดยพระเจ้าฟิลิปที่ 2 บิดาของพระเจ้าอเล็กซานเดอร์มหาราช
🌹เยี่ยมชม “โรงละครโรมันแห่งฟิลิปโปโปลิส” (Roman theatre of Philippopolis) เป็นโรงละครประวัติศาสตร์ ที่ตั้งอยู่ใจกลางเมืองพลอฟดิฟ ถือเป็นโรงละครโบราณที่ได้รับการอนุรักษ์ไว้เป็นอย่างดีที่สุดในโลก ที่นี่มี สถาปัตยกรรมแบบโรมัน โดยมีที่นั่งครึ่งวงกลมเป็นชั้นๆ แกะสลักหินบนเนินเขา บริเวณอาคารเวทีที่เรียกว่า สเคเน่ ฟรอนส (Scaenae Frons) สามารถรองรับผู ้ชมได้มากถึง 5,000 คน แม้กระทั่งทุกวันนี้โรงละครแห่งนี้ก็ยังเป็นสถานที่ที่จัดกิจกรรมต่าง ๆ ทั้งคอนเสิร์ต การแสดง และงานเทศกาล
🌹เยือน “มหาวิหารบิชอปแห่งฟิลิปโปโปลิส” (Bishop's Basilica of Philippopolis) ซากโบสถ์คริสต์ยุคแรกที่ใหญ่ที่สุดในประเทศบัลแกเรีย ซึ่งตั้งอยู่ในกลางเมืองพลอฟดิฟ จุดเด่นคือห้องโถงกลางขนาดใหญ่ที่ปูพื้นด้วยกระเบื้องโมเสกทั่วพื้นที่ กว่า 22,000 ตารางฟุต ซึ่งลวดลายของกระเบื้องโมเสกสื่อถึงความศรัทธาในศาสนาคริสต์ยุคแรกของชาวโรมันได้เป็นอย่างดี
🌹แวะชม “สนามกีฬาแห่งฟิลิปโปโปลิส” (Stadium of Philippopolis) สนามกีฬาโรมันที่สามารถจุผู้ชมได้มากถึง 30,000 คน ในปัจจุบันสนามกีฬาถูกฝังอยู่ใต้ดินของเมืองพลอฟดิฟ หากแต่เราสามารถเดินเข้าไปสำรวจภายในสนามกีฬาแห่งนี้้ได้ทางอัฒจรรย์ฝั่งเหนือที่ได้รับการบูรณะแล้ว

🌹เที่ยวชม “อารามรีลา” (Rila Monastery) ซึ่งเป็นอารามออร์โธดอกซ์ตะวันออกที่ใหญ่ที่สุดและมีชื่อเสียงที่สุดในบัลแกเรีย อารามนี้ตั้งอยู่บนภูเขารีลาทางตอนใต้ของเมืองหลวงโซเฟีย ก่อตั้งขึ้นในศตวรรษที่ 10 ชื่อของอารามมาจากชื่อของผู้ก่อตั้งคือ อีวานแห่งรีลา (Ivan of Rila)
โดยอีวานแห่งรีลาผู้นี้ยังปรากฏโฉมอยู่บนธนบัตรมูลค่า 1 Lev ที่ออกในปี ค.ศ. 1999 อีกด้วย อารามรีลาได้รับการยกย่องว่าเป็นหนึ่งในอนุสรณ์สถานทางวัฒนธรรมประวัติศาสตร์ และยังได้รับการรับรองจากองค์การ UNESCO ในฐานะหนึ่งในมรดกโลก (UNESCO World Heritage)



🌹ตื่นตา “อารามบาคโคโว” (Bachkovo Monastery) เป็นหนึ่งในอารามที่สวยที่สุดและใหญ่เป็นอันดับ 2 ของบัลแกเรีย ตั้งอยู่เหนือหุบเขาของแม่นํ้าเชเปลาร์สกา ซึ่งมีพื้นที่ถึง 8,000 ตารางเมตร อีกทั้งยังเป็นสถานที่ที่มีผู้แสวงบุญชาวบัลแกเรียน นิกายออร์โธดอกซ์ นิยมมาสักการะในวันสําคัญทางศาสนาอีกด้วย

🌹เดินทางสู่ “หมู่บ้านอาร์บานาซี” (Arbanasi Village) ที่นี่เคยเป็นหมู่บ้านที่ร่ำรวยมาก เนื่องจากชาวบ้านส่วนใหญ่ประกอบอาชีพเป็นพ่อค้าและช่างฝีมือ ทำให้มีการสร้างบ้านเรือนและโบสถ์ที่สวยงามอลังการ
อาคารในหมู่บ้านส่วนใหญ่สร้างขึ้นในศตวรรษที่ 17 โดยมีลักษณะสถาปัตยกรรมแบบบัลแกเรียดั้งเดิมที่โดดเด่นด้วยหลังคาทรงปั้นหยาและผนังที่ทำจากอิฐและหิน ซึ่งปัจจุบันยังคงรักษาความสวยงามของงานศิลปะและสถาปัตยกรรมดั้งเดิมไว้ แม้กาลเวลาจะเปลี่ยนแปลงไป
🌹เยือน “สุสานของซูทิสที่ 3” (Tomb of Seuthes III) สุสานของกษัตริย์แห่งชนเผ่าทราเคียน (Thracian) ซึ่งเป็นชนเผ่าที่เคยครอบครองดินแดนบัลแกเรียในสมัยโบราณ สุสานแห่งนี้ถูกค้นพบในศตวรรษที่ 20 และได้รับการยอมรับว่าเป็นหนึ่งในสุสานทราเคียนที่ได้รับการอนุรักษ์ไว้อย่างดีที่สุดในยุโรป

🌹และสถานที่สุดพีกอีกมากมาย ทัวร์เดียวในรอบปี ห้ามพลาด ! 🌹
🌹ทริปนี้เดินทางวันที่ 3-12 มิถุนายน 2025 ร่วมกับ “อาจารย์ป้อม” คุณกฤตภาส สมรรถไท วิทยากรนำเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์หลากหลายประเทศนานถึง 10 ปี! เพื่อพาทุกท่านไปพบความรู้แปลกใหม่ ในสถานที่ที่ซ่อน “ความไม่ธรรมดา” เอาไว้มากมาย

🌹โดยสรุปแล้ว Rose Festival : Bulgaria & Romania ของเราเป็นเส้นทางที่ตั้งใจพาท่านไปรู้จักและสัมผัสกับประเทศบัลแกเรียและโรมาเนียอย่างลึกซึ้ง รับรองว่าน่าประทับใจตามสไตล์ The Wild Chronicles เช่นเคย
ทัวร์ของเราการันตีว่า "ประสบการณ์สุดพรีเมี่ยม" ตามสไตล์ The Wild Chronicles โดยเราเลือกที่พิเศษให้คุณเสมอ ไม่ว่าจะสถานที่ โรงแรมระดับ 4-5 ดาว รวมถึงบริการสุดพิเศษที่จะทำให้ท่านประทับใจแบบไม่รู้ลืม😍


เราใส่ใจเลือกเมนูให้ทุกท่านเสมอ และไม่ว่าท่านจะมี condition ทางอาหารอย่างไร เราก็สามารถจัดให้ทาน และให้เข้าถึงวัฒนธรรมท้องถิ่นให้มากที่สุด รับรองได้ว่ามันจะเป็นอีกประสบการณ์อาหารที่นักผจญภัยอย่างท่านไม่ควรพลาดจริงๆ

ย้ำอีกครั้ง! ทัวร์บัลแกเรียและโรมาเนียของเรายังคงคอนเซ็ปต์ “ทัวร์ดีมีของ” แถมด้วย “ประสบการณ์สุดพรีเมี่ยม” คุณภาพเต็มเปี่ยม ร่วมออกเดินทางไปกับเรา เพื่อสัมผัสประสบการณ์สำหรับนักผจญภัยที่ไม่ธรรมดาแบบคุณ”🎊
⬇️หรือติดต่อสอบถามเพิ่มเติมได้ที่เบอร์ 082-894-8444 หรือแอดไลน์ที่ปุ่มด้านล่างและพิมพ์ว่า “สนใจทัวร์บัลแกเรีย” ครับ ⬇️
ประวัติศาสตร์บัลแกเรียใน 15 นาที
วันนี้เราจะพาท่านไปเรียนรู้ประวัติศาสตร์อันยาวนานแบบฉบับรวบรัดเข้าใจง่าย และชี้ให้เห็นว่ากว่าจะมาเป็นบัลแกเรียอย่างในปัจจุบันได้ พวกเขารอนแรมก่อร่างสร้างประเทศกันมาอย่างไร กดอ่านเลย
Vlad The Impaler แดรกคูลาแห่งวัลลาเซีย
เจ้าของฉายาว่า “วลาดจอมเสียบ” (the Impaler) ที่มีชีวประวัติฉาวโฉ่ยิ่งกว่านิยายเรื่องแดรกคูลา เสียอีก ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น? เรามาทำความรู้จักเขาในแบบฉบับรวบรัดเข้าใจง่ายกันครับ กดอ่านเลย
โยเกิร์ตบัลแกเรีย ของแท้ต้องเป็น “คราฟต์โยเกิร์ต”
โยเกิร์ตบัลแกเรียเป็นโยเกิร์ตที่เก่าแก่ที่สุดในโลก ด้วยอายุถึงกว่า 4 พันปี ซึ่งคาดว่าพบโดยบังเอิญในหมู่คนเร่ร่อนที่เก็บนมไว้ในหนังสัตว์ ? กดอ่านเลย
โปรแกรมการเดินทางรายวัน
วันที่ 1กรุงเทพฯ – เวียนนา
นัดพบที่สนามบินสุวรรณภูมิ 21:00 น. ออกเดินทางสู่เวียนนาด้วยออสเตรียนแอร์ไลน์ OS26 เวลา 23:40 น. (ประมาณ 10 ชม. 55 นาที)
วันที่ 2เวียนนา – บูคาเรสต์
ถึงเวียนนา 05:35 น. รอต่อเครื่องราว 4 ชม. 15 นาที ออก OS783 เวลา 09:50 น. ถึงบูคาเรสต์ (Bucharest) 12:25 น. เมืองหลวงโรมาเนียที่เคยได้ฉายา “ปารีสน้อย”
- ปราสาทรัฐสภา (The People's Palace) สร้างปี 1984 ใช้เวลา 13 ปี ตามคำสั่งของนิโคไล เซาเซสคู ใช้หินอ่อน 1 ล้านลูกบาศก์เมตร
- ย่านเมืองเก่าบูคาเรสต์ (Bucharest Old Town) สถาปัตยกรรมนีโอคลาสสิกและนีโอบาร็อค
วันที่ 3ปราสาทเปเลส – ปราสาทบราน
เดินทางราว 140 กม. (ประมาณ 2 ชม.) สู่ปราสาทเปเลส (Peles Castle) พระราชวังฤดูร้อนของกษัตริย์คาโรลที่ 1 ในป่าสนหุบเขาบูเซกิ สไตล์เยอรมันเรอเนสซองส์ และเป็นปราสาทแห่งแรกของโลกที่มีระบบผลิตไฟฟ้าใช้เอง
- ปราสาทบราน (Bran Castle) ในทรานซิลวาเนีย ป้อมปราการสร้างปี ค.ศ. 1211 โดยภาคีอัศวินทิวทอนิก ถูกมองโกลทำลายปี 1242 และซ่อมใหม่ปี 1388 เชื่อว่าเป็นต้นแบบปราสาทแดร็กคูล่าของบราม สโตเกอร์
- เดินทางกลับบูคาเรสต์
วันที่ 4บูคาเรสต์ – เวลิโก ทาร์โนโว – อาร์บานาซี
เดินทางราว 182 กม. (ประมาณ 3 ชม.) สู่เวลิโก ทาร์โนโว (Veliko Tarnovo) อดีตเมืองหลวงของบัลแกเรียบนเนิน 3 ลูก มีแม่น้ำยันตราไหลผ่าน
- แหล่งโบราณคดีซาเรเวตส์ (Tsarevets) ซากป้อมและพระราชวังของจักรวรรดิบัลแกเรียที่ 2
- หมู่บ้านอาร์บานาซี (Arbanasi) หมู่บ้านพ่อค้าและช่างฝีมือยุคกลางตอนปลาย บ้านและโบสถ์ส่วนใหญ่สร้างศตวรรษที่ 17 สถาปัตยกรรมบัลแกเรียดั้งเดิม
วันที่ 5ชิฟกา – สุสานเธรเซียน – คาซานลัก – พาเวล บันยา
เดินทางราว 80 กม. (1 ชม. 30 นาที) สู่ชิฟกา
- โบสถ์อนุสรณ์ชิฟกา (Shipka Memorial Church) สไตล์รัสเซีย โดมสีทอง รำลึกชัยชนะเหนือออตโตมันในสงครามรัสเซีย–ตุรกี ปี 1877-1878
- สุสานของซูทิสที่ 3 (Tomb of Seuthes III) กษัตริย์เธรเซียน หนึ่งในสุสานเธรเซียนที่อนุรักษ์ดีที่สุดในยุโรป
- สุสานเธรเซียนแห่งคาซานลัก (Thracian Tomb of Kazanlak) มรดกโลก UNESCO ภาพเฟรสโกแสดงอิทธิพลกรีกและความเชี่ยวชาญด้านม้า
- พิพิธภัณฑ์ชาติพันธุ์คูลาตา (Ethnographic Museum Kulata) เครื่องแต่งกายและเครื่องมือดั้งเดิม ในเทศกาลมีการแสดงกลั่นน้ำหอมกุหลาบ
วันที่ 6เทศกาลดอกกุหลาบ
เดินทางราว 24 กม. ไปร่วมเทศกาลดอกกุหลาบ (Rose Festival) ซึ่งจัดครั้งแรกปี ค.ศ. 1903 และจัดต่อเนื่องทุกปี ในหุบเขากุหลาบระหว่างเทือกเขาสตาราพลานินาและสเตร็ดนาโกรา
- พิธีเก็บกุหลาบ (Rose Picking Ritual) ในทุ่งกุหลาบสีชมพูช่วงพฤษภาคม–มิถุนายน ชาวบ้านใส่ชุดพื้นเมือง ร้องรำทำเพลง
- ศูนย์ชาติพันธุ์วิทยาดามัสเซนา (Damascena Ethnographic Complex) มีนิทรรศการและสินค้าเกี่ยวกับกุหลาบ
- บัลแกเรียเป็นผู้ผลิตและส่งออกน้ำมันกุหลาบรายใหญ่ที่สุดของโลก
วันที่ 7อารามบาคโคโว – พลอฟดิฟ
แวะอารามบาคโคโว (Bachkovo Monastery) สร้างศตวรรษที่ 11 เหนือหุบเขาแม่น้ำเชเปลาร์สกา เป็นสถานที่แสวงบุญของชาวออร์โธดอกซ์ จากนั้นเดินทางราว 2 ชม. สู่พลอฟดิฟ (Plovdiv) เมืองใหญ่อันดับ 2 ของบัลแกเรีย ก่อตั้งราว 6,000 ปีก่อนคริสตกาลโดยชาวเธรเซียน
- ย่านเมืองเก่าพลอฟดิฟ ตั้งถิ่นฐานมากว่า 8,000 ปี เริ่มที่เนินเนเบ็ธ
- โรงละครโรมันแห่งฟิลิปโปโปลิส จุผู้ชมราว 5,000 คน
- มหาวิหารบิชอปแห่งฟิลิปโปโปลิส ซากโบสถ์คริสต์ยุคแรกที่ใหญ่ที่สุดในบัลแกเรีย พื้นโมเสกกว่า 22,000 ตารางฟุต
- สนามกีฬาแห่งฟิลิปโปโปลิส สนามโรมันจุ 30,000 คน ฝังอยู่ใต้เมือง
วันที่ 8พลอฟดิฟ – โซเฟีย
เดินทางราว 145 กม. (ประมาณ 2 ชม.) สู่โซเฟีย (Sofia) เมืองหลวงของบัลแกเรีย เดินเล่นชมเมือง
- มหาวิหารอเล็กซานเดอร์ เนฟสกี (Alexander Nevsky Cathedral) โบสถ์สำคัญที่สุดของบัลแกเรีย
- มหาวิหารเซนต์โซเฟีย (Basilica of Saint Sofia) ศตวรรษที่ 4 ที่ใช้จัดสภาเซอร์ดิกาปี 343 และเป็นที่มาของชื่อกรุงโซเฟีย
- โบสถ์เซนต์จอร์จ (St George Rotunda) โบสถ์ที่เก่าแก่ที่สุดในโซเฟีย สร้างจากอิฐแดงสมัยโรมันตอนปลาย
- ศูนย์วัฒนธรรมเซอร์ดิกาโบราณ (Ancient Serdika) ซากเมืองโรมันที่พบระหว่างสร้างรถไฟใต้ดิน
- โบสถ์เซนต์เปตกาแห่งแซดเลอร์ส (ชมด้านนอก) สร้างศตวรรษที่ 11 บนฐานวิหารโรมัน
วันที่ 9อารามรีลา – โซเฟีย – เวียนนา – กรุงเทพฯ
เดินทางราว 112 กม. (ประมาณ 2 ชม.) สู่อารามรีลา (Rila Monastery) อารามออร์โธดอกซ์ตะวันออกที่ใหญ่และศักดิ์สิทธิ์ที่สุดของบัลแกเรีย ก่อตั้งศตวรรษที่ 10 ตามชื่ออีวานแห่งรีลา ซึ่งปรากฏบนธนบัตร 1 เลฟปี 1999 เป็นมรดกโลก UNESCO
- เดินทางกลับโซเฟีย ราว 141 กม. ไปสนามบิน บิน OS798 เวลา 18:45 น. ถึงเวียนนา 19:20 น. รอต่อเครื่องราว 4 ชม. 15 นาที แล้วบิน OS25 เวลา 23:35 น. สู่กรุงเทพฯ
วันที่ 10ถึงกรุงเทพฯ
เดินทางถึงสนามบินสุวรรณภูมิ 14:50 น. โดยสวัสดิภาพ
อัตรานี้รวม
- ค่าตั๋วเครื่องบินไป-กลับระหว่างประเทศ (BKK – OTP – SOF – BKK) ชั้นประหยัด (Economy Class)
- ค่าน้ำหนักกระเป๋าสำหรับเที่ยวบินระหว่างประเทศ ตามมาตรฐานของออสเตรียนแอร์ไลน์
- ค่าบริการรถรับ-ส่งและนำเที่ยว พร้อมคนขับรถที่มีประสบการณ์
- ค่าที่พักตามที่ระบุในโปรแกรม พักห้องละ 2 ท่าน
- ค่าเข้าชมสถานที่ตามที่ระบุในโปรแกรม
- ค่าอาหารตามที่ระบุในโปรแกรม
- มัคคุเทศก์ท้องถิ่นผู้มีประสบการณ์
- วิทยากรและหัวหน้าทัวร์ชาวไทย
- ค่าประกันอุบัติเหตุระหว่างการเดินทาง วงเงินคุ้มครองท่านละ 1,000,000 บาท (ตามเงื่อนไขในกรมธรรม์)
อัตรานี้ไม่รวม
- ค่าตั๋วเครื่องบินไป-กลับระหว่างประเทศ ชั้นธุรกิจ (Business Class)
- ค่าวีซ่าเข้าประเทศ
- ค่าห้องพักเดี่ยว
- ค่าใช้จ่ายส่วนตัว เช่น ค่าทำหนังสือเดินทาง ค่าโทรศัพท์ ค่าอินเทอร์เน็ต ค่าซักรีด มินิบาร์ ค่าอาหารพิเศษหรือเครื่องดื่มนอกเหนือโปรแกรม ค่าน้ำหนักกระเป๋าเกิน ค่าสำรองที่นั่งล่วงหน้า ค่ารักษาพยาบาลจากโรคประจำตัว เป็นต้น
- ค่าทิปหัวหน้าทัวร์ ไกด์ท้องถิ่น และคนขับรถ (แนะนำ 70 EUR/ท่าน)
- ภาษีมูลค่าเพิ่ม 7% และภาษีหัก ณ ที่จ่าย 3% และภาษีอื่น ๆ
- ค่าธรรมเนียมน้ำมันและภาษีสนามบิน ในกรณีที่สายการบินปรับขึ้นราคา
คำถามเกี่ยวกับทัวร์นี้
ทัวร์เทศกาลกุหลาบ บัลแกเรีย-โรมาเนีย ราคาเท่าไร รวมตั๋วเครื่องบินไหม?
ต้องทำวีซ่าไหม ใครดำเนินการ?
จองต้องมัดจำเท่าไร ชำระส่วนที่เหลือเมื่อไร?
ออกเดินทางขั้นต่ำกี่ท่าน?
พักเดี่ยวและนั่งชั้นธุรกิจเพิ่มเท่าไร?
พักโรงแรมระดับไหน?
ค่าทิปเท่าไร?
ยกเลิกทัวร์ได้ไหม?
ทัวร์เทศกาลกุหลาบบัลแกเรีย (Rose Festival : Romania & Bulgaria)
สนใจทัวร์นี้? ทักไลน์ได้เลย ทีมงานตอบไว



