ชวนเที่ยวอิรัก ตามรอยอารยธรรมเมโสโปเตเมีย ดินแดนที่เป็นจุดเริ่มต้นของแทบทุกสิ่งบนโลกไปกับ “คุณปั๊บ" วิทยากรนักผจญภัย และผู้เขียนหนังสือเรื่องประเทศนี้มาแล้ว
ไฮไลต์ของทริป
- 🔥 ทัวร์พิเศษ! "Iraq: The First of Us" ตามรอยรากเหง้าของเราทุกคน
- รอบก่อนเต็มเร็วมาก! รอบนี้ร่วมมุ่งสู่จุดกำเนิดอารยธรรมมนุษย์อีกครั้ง 🌍✨
- 🏛 อูรุก มหานครแห่งแรกของโลก
- 🏺 บาบิโลน ตำนานสวนลอยฟ้า 7 สิ่งมหัศจรรย์โลก
- 📚 แบกแดด มหานครอาหรับราตรี
- 🗻 เคอร์ดิสถาน เมืองบนท้องฟ้ากับรากเหง้าชนชาติเคิร์ด
- 🌹 พิเศษ! เที่ยว UAE 1 วัน ชมตึก Burj Khalifa ที่สูงที่สุดในโลก
- 🗓 22 ต.ค-2 พ.ย 2026 "คุณปั๊บ" นำเอง ทริปประวัติศาสตร์เจาะลึก ไม่ฉาบฉวย คนนำเขียนหนังสือเรื่องนี้
สถานที่ไฮไลต์




















วิทยากรประวัติศาสตร์นำทัวร์เองทุกทริปมีวิทยากรผู้เชี่ยวชาญด้านประวัติศาสตร์เดินทางไปด้วย เล่าเรื่องยากให้เข้าใจง่ายในทุกสถานที่
เส้นทางที่ไม่ธรรมดาพาไปดินแดนที่คนไม่ค่อยไป ตั้งแต่เอเชียกลาง ตะวันออกกลาง ไปจนถึงหิมาลัย
ไม่จอยกรุ๊ป ไม่ชะโงกทัวร์อะไรควรดูอยู่ดูนานขึ้น จัดกรุ๊ปขนาดพอดีเพื่อประสบการณ์ที่ดีที่สุด
เหนือกว่าการท่องเที่ยวปกติทุกทัวร์ออกแบบโดยนักเขียน และนักเดินทางมืออาชีพ เน้นสร้างประสบการณ์ สะท้อนตัวตน เหมาะกับนักเดินทางที่ต้องการอะไรที่เหนือกว่าการท่องเที่ยวปกติ
รายละเอียดทัวร์
🌍 อิรัก “The First of Us” ตามรอยรากเหง้าของเราทุกคน 🦁
The Wild Chronicles ขอพาท่านเดินทางไป “อิรัก” ตามรอยอารยธรรมเมโสโปเตเมีย ต้นกำเนิดรากเหง้าของเราทุกคน 🥰
เก็บครบไฮไลท์ทัวร์อิรักที่ดีที่สุด
ประวัติศาสตร์ของมนุษยชาติเริ่มต้นที่อู่อารยธรรมอันเก่าแก่ทั้ง 6 อู่ ในจำนวนนี้ อู่อารยธรรมที่ “เก่าแก่” และอาจกล่าวได้ว่า “มีอิทธิพลต่อโลก” มากที่สุดคือ “อู่เมโสโปเตเมีย”
🦁 รู้หรือไม่? “รถยนต์สมัยใหม่” อาจถูกประดิษฐ์ขึ้นที่เยอรมันแต่ “ล้อ” ถูกประดิษฐ์ที่นี่
🦁 รู้หรือไม่? “การพิมพ์บล็อกไม้” อาจจะถูกสร้างขึ้นที่จีนแต่ “การเขียน” ถูกสร้างขึ้นที่นี่
🦁 รู้หรือไม่? “คอมพิวเตอร์” อาจจะถูกคิดค้นที่อังกฤษแต่ “คณิตศาสตร์” ถูกคิดค้นที่นี่
🦁 ปี 2026❗The Wild Chronicles ขอพาท่านเดินทางไป “อิรัก” 🦁 ตามรอยอารยธรรมเมโสโปเตเมีย ต้นกำเนิดรากเหง้าของเราทุกคน
ทริปนี้ไม่ใช่ทริปธรรมดา เพราะนี่คือดินแดนที่เป็นจุดเริ่มต้นของแทบทุกสิ่งบนโลกและเราทุกคนล้วนมีรากเหง้าบางอย่างสามารถหยั่งลงไปถึงมัน และการเดินทางไปสัมผัสมันอาจจะเปลี่ยนแปลงมุมมองต่อโลกของท่านไปตลอดกาล…
🦁 ไล่ตามเส้นทางเริ่มต้นจากนำท่านนั่งรถ “เลียบแม่น้ำชัตต์อัลอาหรับ” (Shatt al-Arab) แม่น้ำสายสําคัญทางยุทธศาสตร์ของภูมิภาคตะวันออกกลาง ที่หล่อเลี้ยงดินแดนเมโสโปเตเมียมาอย่างยาวนาน ระหว่างทาง ท่านจะได้เห็นภาพอันแปลกตานั่นคือ เรือยอร์ชสุดหรูของซัดดัม ฮุสเซน ที่อัปปางอยู่กลางแม่น้ำ เนื่องจากการโจมตีของกองทัพสหรัฐฯ
🦁 เยี่ยมชม “ย่านเมืองเก่าบาสรา” (Old Basra) ย่านชุมชนเก่าแก่ ที่เต็มไปด้วยกลิ่นอายของอดีตในช่วงศตวรรษที่ 19 จนถึงต้นศตวรรษที่ 20 ย่านนี้เคยรุ่งเรืองในฐานะศูนย์กลางทางการค้าและวัฒนธรรมที่สําคัญของอิรักตอนใต้ เป็นที่ตั้งของตลาดเก่า โรงเรียน มัสยิด และโบสถ์ยิว ซึ่งสะท้อนถึงความหลากหลายทางเชื้อชาติ ศาสนา และภาษา โดยเฉพาะชุมชนชาวยิวและชาวมุสลิม ซึ่งเคยอาศัยอยู่ร่วมกันอย่างสงบสุขมายาวนานหลายศตวรรษ
🦁 ลงเรือและล่องไปยัง “หนองบึงเมโสโปเตเมีย” ท่านจะได้ชม “บ้านกก” (Reed House) ของชนพื้นเมือง โดยหนองบึงแห่งนี้และวิถีชีวิตของชนพื้นเมือง ได้รับการยกย่องในระดับนานาชาติโดยองค์การยูเนสโกได้ขึ้นทะเบียน “พื้นที่ชุ่มน้ำเมโสโปเตเมีย” เป็นแหล่งมรดกโลกในปี 2016 เพื่อยกย่องระบบนิเวศที่เก่าแก่และวัฒนธรรมพื้นถิ่นที่สืบทอดมาอย่างยาวนานหลายพันปี

🦁 เที่ยว “มหาซิกกูแรตแห่งอูร์” วิหารทรงสูงคล้ายพีระมิดที่สร้างขึ้นเมื่อประมาณ 4,100 ปีก่อน โดย “กษัตริย์อูร์นัมมู” เพื่อบูชา “เทพนันนา” หรือเทพแห่งดวงจันทร์ตามความเชื่อของชาวสุเมเรียน

🦁 ชม “สุสานหลวงแห่งอูร์” โบราณสถานแห่งนี้พบหลุมศพของชาวสุเมเรียนนับพัน และมีหลุมศพบุคคลสำคัญอย่าง “ราชินีปูอาบี” ผู้มีบทบาทสําคัญในเมืองอูร์ ในหลุมศพเหล่านี้พบสิ่งของมีค่ามากมายทั้งเครื่องประดับทองคํา เครื่องดนตรี และ “โบราณวัตถุแห่งอูร์” (Standard of Ur)
🦁 นำท่านสู่ “เมืองอูรุก” (Uruk) เมืองโบราณที่ตั้งอยู่ในดินแดนเมโสโปเตเมีย ถูกสร้างขึ้นประมาณ 4,500 ปีก่อนคริสตกาลและต่อมาได้กลายเป็นศูนย์กลางของชาวสุเมเรียน เมื่อประมาณ 3,200 ปี ก่อนคริสตกาล ณ จุดนั้นเมืองอูรุกได้ชื่อว่าเป็น “เมืองที่ใหญ่ที่สุดในโลก” โดยมีผู้คนอาศัยอยู่ราว 50,000 ถึง 80,000 คน
ที่สําคัญยิ่งกว่านั้น คือเมืองอูรุกเป็นต้นกําเนิดของเทคโนโลยีต่างๆ มากมายอันเป็นรากฐานของอารยธรรมมนุษย์ เช่น การเขียน, การทําตราประทับ และการผลิตอิฐแบบทีละมากๆ ซึ่งเป็นรากฐานของการสร้างสิ่งก่อสร้างขนาดใหญ่ด้วย

🦁 เยี่ยมชม “สุสานอิหม่ามอาลี” (Imam Ali Shrine) สถานที่ฝังศพของ “อิหม่ามอาลี อิบนุ อาบีฏอลิบ” ผู้เป็นลูกพี่ลูกน้องและบุตรเขยของศาสดามุฮัมมัด สุสานแห่งนี้ได้รับการยกย่องให้เป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์อันดับ 3 ของชาวชีอะห์ รองจากเมกกะ และเมดินะห์สองเมืองศักดิ์สิทธิ์ในประเทศซาอุดิอาระเบีย นอกจากนี้ “ศาสดาอดัมและโนอาห์” ได้ถูกฝังอยู่ที่นี่ด้วย

🦁 เยี่ยมชม “สุสานวาดิอุสซาลาม” (Wadi-us-Salaam) ที่นี่เป็น “สุสานที่ใหญ่ที่สุดในโลก” มีพื้นที่กว้างประมาณ 6 ตารางกิโลเมตร และมีหลุมศพมากกว่า 6 ล้านหลุม สุสานนี้มีชื่อเสียงจากการที่มุสลิมชีอะห์ทั่วโลกเชื่อว่าถ้าได้ฝังศพใกล้กับอิหม่ามอาลีจะได้รับความเมตตาและจะได้ฟื้นคืนชีพพร้อมกับท่านในวันพิพากษา

🦁 เยี่ยมชม “สุสานของอิหม่ามฮุเซน อิบนุ อาลี” (Holy Shrine Of Imam Hossain) เป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่สุดแห่งหนึ่งของชาวมุสลิมนิกายชีอะห์ ท่านเป็นหลานชายของศาสดามุฮัมมัดและท่านถูกสังหารในยุทธการกัรบะลาอ์ เหตุการณ์ที่น่าเศร้านี้กลายเป็นสัญลักษณ์ของการต่อสู้
เพื่อความถูกต้อง ไม่ยอมแพ้ต่อความไม่ยุติธรรม และเป็นเหตุการณ์สําคัญที่ทําให้เกิดพิธีกรรมทางศาสนาที่สําคัญของชาวมุสลิมนิกายชีอะห์ โดยมีผู้คนนับล้านจากทั่วโลกเดินทางมาเข้าร่วม

🦁 เยี่ยมชม “สุสานของอบู ฟัดห์ อัลอับบาส” (Holy Shrine Of Abu Fadhl Al-Abbas) ท่านเป็นบุตรชายของอิหม่ามอาลี และเป็นน้องชายต่างมารดาของอิหม่ามฮุเซน ในยุทธการกัรบะลาอ์ ปี 680 ท่านได้ถือธงนํากองทัพของอิหม่ามฮุเซน และเสียชีวิตขณะพยายามนําน้ำจากแม่น้ำยูเฟรตีสไปช่วยเหลือครอบครัวของอิหม่ามฮุเซนที่ถูกล้อมไว้ การเสียสละอันยิ่งใหญ่ของท่านเป็นสัญลักษณ์แห่งความภักดีและความกล้าหาญในประวัติศาสตร์อิสลาม

🦁 เดินทางสู่ “เมืองบาบิโลน” (Babylon) นครโบราณอันยิ่งใหญ่แห่งเมโสโปเตเมียซึ่งมีสถานะเป็นมรดกโลกของ UNESCO ครั้งหนึ่งที่นี่เคยเป็นศูนย์กลางแห่งอารยธรรมบาบิโลเนียนอันรุ่งเรืองและมีบทบาทสําคัญในยุคสมัยของกษัตริย์ผู้ยิ่งใหญ่อย่าง “ฮัมมูราบี” และ “เนบูคัดเนซซาร์ที่ 2”

🦁 ชม “ประตูอิชตาร์” (Ishtar Gate) ประตูเมืองที่สร้างขึ้นราว 569 ปีก่อนคริสตกาล ในรัชสมัยของกษัตริย์เนบูคัดเนซซาร์ที่ 2 ความงดงามของประตูนี้อยู่ที่การตกแต่งด้วยอิฐเคลือบสีฟ้าสดใส พร้อมภาพนูนต่ำของสัตว์ศักดิ์สิทธิ์นานาชนิด

🦁 ชม “สิงโตแห่งบาบิโลน” (Lion of Babylon) ประติมากรรมสิงโตขนาดใหญ่ที่สร้างจากหินบะซอลต์ เชื่อกันว่าสร้างขึ้นในยุคของกษัตริย์เนบูคัดเนซซาร์ที่ 2 สิงโตตัวนี้เป็นสัญลักษณ์ของเทพีอิชตาร์ เทพีแห่งความรักและสงคราม โดยรูปปั้นสิงโตถูกค้นพบในปี 1776 และยังคงตั้งตระหง่านอยู่ในบริเวณซากเมืองโบราณ

🦁 เดินทางสู่ “กรุงแบกแดด” (Baghdad) เมืองหลวงของอิรัก นครแห่งนี้ถือกําเนิดขึ้นในปี 762 โดย “กาหลิบแห่งราชวงศ์อับบาซียะห์ ด้วยทําเลยุทธศาสตร์ที่เชื่อมโยงเส้นทางการค้าระหว่าง 3 ทวีป ทําให้แบกแดดเติบโตเป็นศูนย์กลางแห่งความรู้ วิทยาศาสตร์ การแพทย์ และปรัชญาอันเจิดจรัสในยุคทองของอิสลาม

🦁 เดินเล่นไปตาม “ถนนมุตตานบี” (Mutanabbi Street) ถนนที่ตั้งชื่อตามกวีเอกในศตวรรษที่ 10 เป็นถนนสายสําคัญที่เป็นดั่งหัวใจของ “คนรักหนังสือ” ในกรุงแบกแดด เพราะเต็มไปด้วยร้านหนังสือและแผงขายหนังสือกลางแจ้ง อีกทั้งยังเป็นจุดนัดพบยอดนิยมของนักเขียน ศิลปิน และนักเรียนที่มาแลกเปลี่ยนความคิดและวัฒนธรรมด้วยกัน
🦁 เยี่ยมชม “โรงเรียนสอนศาสนาอัลมุสตันซิริยา” (Mustansiriyah Madrasah) ที่แห่งนี้คือสถาบันการศึกษาศาสนาอิสลามที่เก่าแก่และสําคัญที่สุดแห่งหนึ่งของโลก ก่อตั้งขึ้นในปี 1227 สมัยราชวงศ์ราชวงศ์อับบาสิยะห์ มันเคยเป็นมหาวิทยาลัยชั้นนําของแบกแดด ซึ่งเปิดสอนทั้งสี่นิกายซุนนีควบคู่กับวิชาการด้านกฎหมายแพทยศาสตร์ คณิตศาสตร์ และปรัชญา
🦁 เยี่ยมชม “พิพิธภัณฑ์แห่งชาติอิรัก” (Iraqi National Museum) ที่นี่ก่อตั้งขึ้นในปี 1926 เพื่อรวบรวมและอนุรักษ์มรดกทางโบราณคดีของ “เมโสโปเตเมีย” ดินแดนที่ได้รับการยกย่องว่าเป็นแหล่งกําเนิดอารยธรรมแรกเริ่มของมนุษยชาติ ท่านจะได้พบกับคอลเลกชันถาวรที่บอกเล่าเรื่องราวประวัติศาสตร์อันยาวนานกว่า 7,000 ปี ครอบคลุมหลากหลายอารยธรรมสําคัญ ไม่ว่าจะเป็นสุเมเรียน อัคคาเดียน อัสซีเรียน บาบิโลเนียน และอิสลาม

🦁 เยี่ยมชม “อนุสาวรีย์วีรชนชาวอิรัก” (Iraqi Martyr Monument) เป็นอนุสาวรีย์ที่สร้างขึ้นเพื่อรําลึกถึงเหล่าทหารอิรักผู้พลีชีพในสงครามอิรัก – อิหร่าน และเชิดชูวีรชนผู้สละชีพเพื่อแผ่นดินเกิด อนุสาวรีย์แห่งนี้เปิดตัวอย่างเป็นทางการในปี 1983 ในยุคที่รัฐบาล “ซัดดัม ฮุสเซน” ดําเนินโครงการก่อสร้างเพื่อเสริมสร้างความภาคภูมิใจในชาติและยกย่องวีรกรรมของทหารอิรัก

🦁 (รับชมจากภายนอก หากอยู่ระหว่างการก่อสร้าง) ชม “ซเทซิฟอน” (Ctesiphon) หนึ่งในเมืองหลวงที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของโลกยุคโบราณ หนึ่งในสัญลักษณ์ที่โด่งดังที่สุดของซเทซิฟอนคือ “ทัก คัซรา” (Taq Kasra) ซุ้มโค้งอิฐที่ใหญ่ที่สุดในโลกยุคโบราณ และเป็นโครงสร้างหลักที่ยังคงหลงเหลือจากยุคจักรวรรดิซัสซาเนียน

🦁 เยี่ยมชม “สุสานอิหม่ามอาลี อัลฮาดี” (Haram of Imam Ali al-Hadi) ที่นี่เป็นที่ฝังศพของ อิหม่ามลำดับที่ 10 และ 11 ผู้เป็นบุคคลสําคัญในศาสนาอิสลามนิกายชีอะห์ ความสําคัญอีกอย่างของที่นี่คือเป็นที่ๆ เชื่อว่าอิหม่ามมะห์ดีห์ได้เข้าสู่การเร้นลับ ปัจจุบันยังมีชาวชีอะห์จํานวนมากเชื่อว่าอิหม่ามมะดีห์นี้ยังมีชีวิตอยู่ในการเร้นลับ และจะปรากฏกายอีกครั้งเพื่อนําทัพของคนดี เอาชนะทัพของผู้ชั่วร้ายและรื้อฟื้นอิสลามที่แท้จริงเมื่อวันพิพากษามาถึง

🦁 ชม “มัสยิดใหญ่แห่งซามาร์รา” (Great Mosque of Samarra) สร้างขึ้นระหว่างปี 848 – 852 โดย ณ จุดหนึ่งที่นี่เคยเป็นมัสยิดที่ใหญ่ที่สุดของโลก มีพื้นที่ราว 38,000 ตารางเมตร มีห้องโถงละหมาด 17 ช่องทางและผนังประดับโมเสกแก้วสีน้ําเงินเข้ม แต่ปัจจุบันเหลือเพียงกําแพงรอบนอกและหออะซาน

🦁 เที่ยวชม “หอคอยอัลมัลวียะห์” หออะซานหรือที่สําหรับใช้เรียกชาวมุสลิมมาละหมาด เป็นหอขนาดใหญ่ที่มีความสูงประมาณ 52 เมตร มีทางเดินวนรอบนําขึ้นสู่ยอดเป็นรูปทรงเกลียวนี้เชื่อกันว่ารูปทรงเกลียวนี้ได้รับแรงบันดาลใจจากสิ่งก่อสร้างเก่าแก่ อย่างเช่นที่เมืองฟิรุซาบาดในอิหร่าน หรืออาจจะมาจากซิกกูแรตของเมโสโปเตเมีย
🦁 เดินทางสู่ “เมืองโบราณฮาตรา” (Kingdom of Hatra) มหานครโบราณที่ครั้งหนึ่งเคยรุ่งเรืองอย่างยิ่งใหญ่ โดยก่อตั้งขึ้นตั้งแต่ในศตวรรษที่ 3 ก่อนคริสตกาล ที่นี่โดดเด่นด้วยป้อมปราการอันแข็งแกร่งและวิหารหลากหลายรูปแบบ สะท้อนอารยธรรมอันรุ่งโรจน์ที่ผสมผสานสถาปัตยกรรมแบบ “เฮลเลนิสติก” (หรือแบบกรีก) และแบบตะวันออกเข้าไว้ด้วยกันอย่างลงตัว

🦁 เยี่ยมชม “เมืองโบราณอัสซูร์” (Ashur) เมืองโบราณซึ่งเคยยิ่งใหญ่มีประวัติศาสตร์ยาวนานนับพันปี และเคยรุ่งเรืองอย่างสูงสุดระหว่างศตวรรษที่ 14 – 9 ก่อนคริสต์ศักราช ในฐานะเมืองหลวงแห่งแรกของจักรวรรดิอัสซีเรีย
นครแห่งนี้ยังเป็นศูนย์กลางทางศาสนาที่สําคัญของชาวอัสซีเรียโดยมีความเกี่ยวข้องกับเทพเจ้า “อัสซูร์” เทพประจําจักรวรรดิเมืองอัสซูร์สะท้อนบทบาทของจักรวรรดิอัสซีเรียในฐานะหนึ่งในมหาอํานาจยุคโบราณ ก่อนจะถูกทําลายลงในช่วงการรุกรานของชาวบาบิโลน ซึ่งนําไปสู่การล่มสลายของเมืองในเวลาต่อมา

🦁 แวะถ่ายรูป “ประตูชามัช” (Shamash Gate) หนึ่งในประตูเมืองสําคัญของนครนีนะเวห์ซึ่งเคยรุ่งเรืองในช่วงจักรวรรดิอัสซีเรียใหม่ ประตูชามัชตั้งชื่อตามเทพเจ้าแห่งดวงอาทิตย์และความยุติธรรมของชาวเมโสโปเตเมีย เป็นหลักฐานของผังเมืองและระบบป้องกันอันยิ่งใหญ่ของจักรวรรดิอัสซีเรีย
🦁 เดินทางสู่ “เมืองโมซูล” (Mosul) เมืองใหญ่อันดับสองของอิรักรองจากแบกแดด มีประวัติศาสตร์ยาวนานกว่า 2,500 ปี ทว่าในปี 2014 โมซูลได้ถูกยึดครองโดยกลุ่มไอเอสซึ่งทำลายโบราณสำคัญของเมืองนี้ไปมากมาย ก่อนเมืองถูกปลดปล่อยในอีก 3 ปีถัดมา และเมืองกำลังถูกฟื้นฟูอย่างต่อเนื่องภายใต้ความร่วมมือของ UNESCO และรัฐบาลอิรัก

🦁 เยี่ยมชม “เมืองโบราณนีนะเวห์” (Nineveh Archaeological Site) อันเคยรุ่งเรืองสุดขีดในศตวรรษที่ 7 ก่อนคริสตกาล ในฐานะเมืองหลวงของ “จักรวรรดิอัสซีเรีย” และเคยเป็นเมืองที่ใหญ่ที่สุดในโลก นีนะเวห์มีคนอยู่อาศัยมาตั้งแต่ยุคก่อนประวัติศาสตร์ และเป็นศูนย์กลางศาสนาและการค้าในยุคสําริด
🦁 (รับชมจากภายนอก หากอยู่ระหว่างการก่อสร้าง) ชม “มัสยิดอัลนาบี ยูนุส” (Al-Nabi Yunus Mosque) สร้างขึ้นตั้งแต่ศตวรรษที่ 14 และเชื่อกันว่าเป็นที่ประดิษฐานของหลุมฝังศพศาสดาโยนาห์ (ยูนุส) สถานที่นี้ต้องพังทลายลงด้วยน้ำมือของไอเอสในเดือนกรกฎาคม 2014 แต่หลังการปลดปล่อยเมืองในปี 2017 ได้มีการค้นพบที่น่าตื่นตะลึง คือพบเครือข่ายอุโมงค์โบราณสมัยอัสซีเรียที่ซ่อนอยู่ใต้ฐานมัสยิด เผยให้เห็นภาพนูนต่ำและรูปแกะสลักอันเก่าแก่
🦁 (รับชมจากภายนอก หากอยู่ระหว่างการก่อสร้าง) ชม “มัสยิดใหญ่อัลนูรี” (Great Mosque of al-Nuri) สร้างขึ้นในศตวรรษที่ 12 ถือเป็นมัสยิดเอกของเมืองโมซูล มีชื่อเสียงจากหออะซานที่เอียงอันเป็นเอกลักษณ์ ก่อนถูกใช้เป็นสถานที่ก่อตั้งประเทศของตนเองโดยกลุ่มไอเอส
ต่อมาในปี 2017 เมื่อไอเอสเพลี่ยงพล้ำต่อทัพอิรัก และเห็นว่าจะรักษาเมืองไว้ไม่ได้ จึงได้ทําลายมัสยิดและหออะซานแห่งนี้ ซึ่งปัจจุบันการบูรณะมัสยิดใหญ่อัลนูรีอยู่ภายใต้การนําของยูเนสโก พวกเขาสร้างกลับขึ้นมาโดยวัสดุเดิมเท่าที่จะหาได้จนสําเร็จ ข่าวดีคือมัสยิดแห่งนี้ได้กลับมาเปิดให้ละหมาดอีกครั้งเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2025 ที่ผ่านมา

🦁 ชม “มัสยิดอัลมุสฟี” (Al Musfi Mosque) มัสยิดที่เก่าแก่ที่สุดในเมืองโมซูล และถือเป็นหนึ่งในมัสยิดที่เก่าแก่ที่สุดในโลก โดยมัสยิดนี้ถูกสร้างขึ้นเมื่อ 1,400 ปีที่แล้ว หรือตั้งแต่อาณาจักรคอลีฟะห์รอชิดูน (Rashidun Caliphate) ซึ่งเป็นราชวงศ์แรกหลังการถึงแก่อนิจกรรมของศาสดามุฮัมมัด และเป็นอีกหนึ่งสถานที่สําคัญที่ได้รับผลกระทบช่วงที่กลุ่มไอเอสร้ายยึดครองโมซูล ปัจจุบันมัสยิดยังอยู่ในช่วงการประเมินความเสียหายและการฟื้นฟู

🦁 เดินทางสู่ “เขตเคอร์ดิสถาน” ซึ่งเปรียบเสมือนเป็นอีกประเทศหนึ่ง ดินแดนแห่งนี้มีประชากรส่วนใหญ่เป็นชาวเคิร์ด พวกเขากระจายตัวอยู่ในหลายประเทศรอบดินแดนแห่งนี้ แม้ชาวเคิร์ดจะมีรัฐสภา กองกําลัง มีงบประมาณแยกจากรัฐบาลกลางในแบกแดด หรือมีแม้แต่สถานทูต ของตนเองในประเทศอื่น แต่พวกเขาก็ไม่เคยมีประเทศของตนที่ได้รับการยอมรับจากสหประชาชาติ ปัจจุบันชาวเคิร์ดในอิรักอยู่รวมกับอิรักในฐานะสหพันธรัฐ การสร้างชาติของตนเองจึงเป็นอุดมคติที่สําคัญยิ่งสําหรับชาวเคิร์ดเสมอมา
🦁 เยี่ยมชม “อารามมาร์มัตไต” (Mor Mattai Monastery) อารามเก่าแก่ของ คริสตจักรซีเรียคออร์โธดอกซ์ถือเป็นหนึ่งในอารามคริสเตียนที่เก่าแก่ที่สุดในโลก สร้างขึ้นในปี 363 โดยนักบวชชื่อ “มาร์มัตไต” หรือเซนต์แมทธิว ผู้สามารถรักษาโรคเรื้อนให้บุตรีของกษัตริย์อัสซีเรีย และสั่งสอนให้เธอเปลี่ยนศาสนาเป็นคริสต์

🦁 แวะชม “สถานที่รบในยุทธการเกากาเมลา” (Battlefield of the Battle of Gaugamela) หนึ่งในยุทธการครั้งสําคัญที่พลิกโฉมหน้าประวัติศาสตร์โลก ยุทธการนี้อุบัติขึ้นเมื่อ 331 ปีก่อนคริสตกาล เป็นการสู้กันระหว่าง พระเจ้าดาริอุส ที่สามแห่งเปอร์เซีย และ พระเจ้าอเล็กซานเดอร์แห่งมาซีโดเนีย ในศึกตัดสินว่าผู้ใดจะปกครองโลก เดิมทีพระเจ้าดาริอุสทรงเป็นผู้เลือกสมรภูมินี้ ด้วยทรงเล็งเห็นว่าภูมิประเทศอันราบเรียบจะเอื้อต่อการจัดทัพขนาดมหึมาและกองรถศึกของกองทัพเปอร์เซีย
ทว่าความได้เปรียบนี้กลับกลายเป็นดาบสองคม เพราะภูมิประเทศที่ปราศจากสิ่งกีดขวางเปิดโอกาสให้พระเจ้าอเล็กซานเดอร์ทรงเคลื่อนทัพได้อย่างอิสระ และโดยการพลิกแพลงกลยุทธ์อย่างชาญฉลาด ทําให้แม้กองทัพมาซิโดเนียจะมีกําลังพลน้อยกว่าแต่ก็สามารถเอาชนะเปอร์เซีย นําสู่“ยุคที่กรีกปกครองโลก” ในเวลาต่อมา
🦁 เยี่ยมชม “อารามลาลิช” (Lalish Temple) ที่หุบเขาอันเงียบสงบทางตอนเหนือของอิรัก ที่นี่มีความสําคัญทางศาสนาอย่างลึกซึ้งต่อ “ชาวยาซิดี” เนื่องจากเป็นที่ตั้งของ “สุสาน ชีคอาดี อิบน์มูซาฟีร์” ผู้เป็นบุคคลสําคัญใน “ศาสนายาซิดี” ผู้มีชีวิตอยู่ช่วงคริสต์ศตวรรษที่ 12 ชาวยาซิดีเชื่อว่าชีคอาดีคือร่างอวตารของ “ทาอุส เมเลก” หรือ เทพนกยูง ผู้ที่พระเจ้าทรงมอบหมายให้ดูแลโลก

🦁 เยี่ยมชม “ประตูโมซูล” (The Mosul Gate of Al-Amadiya) ประตูหินโบราณที่ยังคงตั้งตระหง่านเป็นทางเข้าเพียงแห่งเดียวสู่เมืองอาเมดี ประตูแห่งนี้ถูกสร้างขึ้นในศตวรรษที่ 13 ระหว่างปี 1225 – 1259 อันสะท้อนถึงความสําคัญเชิงยุทธศาสตร์ในฐานะปราการป้องกันที่แข็งแกร่ง และยังเป็นจุดเชื่อมต่อกับเส้นทางการค้าสําคัญที่มุ่งหน้าสู่เมืองโมซูลและเมืองซินจาร์

🦁 นําท่านชม “ป้อมปราการเออร์บิล” (Erbil Citadel) ตั้งอยู่ใจกลางเมืองเออร์บิลในเขตเคอร์ดิสถานของอิรักป้อมแห่งนี้มีอายุเก่าแก่ กว่า 6,000 ปี ถือเป็นหนึ่งในสถานที่ที่มีผู้คนอาศัยต่อเนื่องยาวนานที่สุดในโลก และได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกโดย UNESCO ในปี 2014

🦁 ช้อปปิ้งที่ “ตลาดไคซารี เออร์บิล” (Erbil Qaysari Bazaar) ตลาดเก่าแก่ใจกลางเมืองเออร์บิล ตั้งอยู่ใกล้ป้อมเออร์บิลอันเป็นมรดกโลก เต็มไปด้วยร้านค้าท้องถิ่นจําหน่ายสินค้า ของที่ระลึก ให้ท่านได้เดินเลือกซื้อและสัมผัสบรรยากาศการค้าขายแบบดั้งเดิมของชาวเคิร์ดอย่างใกล้ชิด
ทริปสุดพิเศษประจำปี 2026 แบบนี้ ออกเดินทาง 22 ต.ค. 2026 – 2 พ.ย. 2026 ท่องเที่ยวเต็มอิ่มกว่า 12 วัน 10 คืน โดยทริปนี้ “คุณปั๊บ พงศ์ศรณ์ ภูมิวัฒน์” เจ้าของเพจ The Wild Chronicles จะนำพาทุกท่านไปพบความรู้แปลกใหม่ ในสถานที่ที่ซ่อน “ความไม่ธรรมดา” เอาไว้มากมาย



…ย้ำทัวร์เราไม่จอยกรุ๊ป! ไม่ชะโงก อะไรควรดูอยู่ดูนานขึ้น อะไรอยู่นอกเส้นทางปกติแต่ควรสัมผัสจะได้ไปสัมผัส โดยเฉพาะผู้รักการผจญภัย และหลงไหลในประวัติศาสตร์และทิวทัศน์ที่ตื่นตา ไม่ควรพลาดด้วยประการทั้งปวง!!
…ทัวร์ใหม่พิเศษแบบนี้ อย่าช้ารีบจองเลย!…
⬇️หรือติดต่อสอบถามเพิ่มเติมได้ที่เบอร์ 082-894-8444 หรือแอดไลน์ที่ปุ่มด้านล่างและพิมพ์ว่า “สนใจทัวร์อิรัก” ครับ ⬇️
เมืองอเมดิ ดินแดนลอยฟ้า อันซีนที่เหมือนไม่มีอยู่จริง
เมืองอเมดิ ตั้งอยู่ไม่ใกล้ไม่ไกลจากทิศเหนือของเมืองดูฮอก ประเทศเคอร์ดิสถาน ด้วยความที่เป็นเมืองตั้งอยู่อย่างโดดเดี่ยวท่ามกลางภูเขาที่มีลักษณะราบๆ เหมือนเตียงนอน จึงถูกเรียกว่าดินแดนลอยฟ้าสุดงดงาม โดดเด่นตรงที่มีความแปลกด้านที่ตั้งที่ไม่เหมือนเมืองอื่นใดบนโลก จนหลายคนสงสัยว่าทำไมมีเมืองไปตั้งอยู่ตรงที่แบบนั้นได้นะ…? กดอ่านเลย
อนุสรณ์สถานบาร์ซาน แกลเลอรี่ประวัติศาสตร์ชาวเคิร์ดที่ไม่ธรรมดา
อนุสรณ์สถานน้องใหม่ ที่เพิ่งเปิดตัวในปี 2023 ที่ผ่านมา และต้องขอบอกเลยว่าที่นี่ไม่ธรรมดาทั้งในเรื่องแนวคิดและการออกแบบ ซึ่งที่แห่งนี้นั้นมีชื่อว่า อนุสรณ์สถานบาร์ซาน ตั้งอยู่ในเมืองเออร์บิล เขตปกครองตนเองเคอร์ดิสถานประเทศอิรัก..หากใครอยากรู้แล้วว่าที่นี่จะน่าสนใจแค่ไหน วันนี้แอดมินจะมาเล่าให้ฟังค่า กดอ่านเลย
ป้อมปราการเออร์บิล เมืองที่เก่าแก่ที่สุดในโลกกว่า 7,000 ปี
ป้อมเออร์บิลเป็นเมืองที่ตั้งอยู่ในเมืองเออร์บิล เขตปกครองตนเองเคอร์ดิสถานประเทศอิรัก มีความพิเศษกว่าสถานที่อื่นๆ เพราะมีหลักฐานค้นพบว่าที่นี่เป็นสถานที่ที่มนุษย์เริ่มตั้งถิ่นฐานเป็นที่แรกๆ โดยหลักฐานเก่าแก่ที่สุดพบว่า มีการตั้งถิ่นฐานมา 7,000 กว่าปีที่แล้วเลยล่ะ! กดอ่านเลย
โปรแกรมการเดินทางรายวัน
วันที่ 1กรุงเทพฯ – ชาร์จาห์ – ดูไบ
นัดพบ 06:00 น. ที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ (BKK) ชั้น 4 เช็คอินที่เคาน์เตอร์แอร์อาระเบีย (Air Arabia) ออกเดินทาง 08:55 น. เที่ยวบิน G9822 ถึงท่าอากาศยานนานาชาติชาร์จาห์ (SHJ) 12:20 น. มีอาหารบนเครื่อง
- ย่านเมืองเก่าดูไบ (Dubai Old Town) ย่านริมคลองที่ยังรักษากลิ่นอายหมู่บ้านชาวประมงและการค้าไข่มุกในอดีต
- ดูไบเฟรม (Dubai Frame) กรอบรูปยักษ์สูง 150 เมตร (ชมจากภายนอก)
- ตึกเบิร์จคาลิฟา (Burj Khalifa) ตึกที่สูงที่สุดในโลก (ชมจากภายนอก)
- ชมวิวชาร์จาห์ คอร์นิช และทะเลสาบคาลิด (Sharjah Corniche & Khalid Lagoon)
วันที่ 2ชาร์จาห์ – บาสรา
08:30 น. เช็คอินที่สนามบิน 11:35 น. บิน G9833 สู่อิรัก ถึงท่าอากาศยานนานาชาติบาสรา (BSR) 12:20 น. มีอาหารบนเครื่อง
- บาสรา (Basra) เมืองท่าเก่าแก่ริมแม่น้ำชัตต์อัลอาหรับ ก่อตั้งปี ค.ศ. 636 เป็นแรงบันดาลใจของซินแบดในอาหรับราตรี และเสียหายหนักในสงครามอิรัก-อิหร่าน
- ถ่ายรูปมัสยิดอัล ฟารุก โอมาร์ บิน อัลคัตตาบ (Al Farooq Omar Bin Al Khattab Mosque) ชมจากภายนอก
- ชมแม่น้ำชัตต์อัลอาหรับ (Shatt al-Arab) ที่ไทกริสและยูเฟรทีสไหลมาบรรจบกัน เป็นจุดยุทธศาสตร์ที่อิรักและอิหร่านอ้างสิทธิ์
- ย่านเมืองเก่าบาสรา (Old Basra) ตลาด โรงเรียน มัสยิด และโบสถ์ยิวจากศตวรรษที่ 19 ถึงต้นศตวรรษที่ 20
วันที่ 3บาสรา – หนองบึงเมโสโปเตเมีย – อูร์ – นาซีริยาห์
- ลงเรือล่องหนองบึงเมโสโปเตเมีย (Mesopotamian Marshes) มรดกโลกปี 2016 ชมบ้านกก (Reed House) ของชาวอาหรับหนองบึงที่สร้างจากใบกกโดยไม่ใช้ตะปู
- เดินทางประมาณ 2 ชั่วโมงสู่อูร์ (Ur) เมืองโบราณของชาวสุเมเรียน ชมสุสานหลวงแห่งอูร์ที่ขุดพบปี 1922-1934 มีหลุมศพกว่า 1,800 หลุม รวมถึงราชินีปูอาบี
- มหาซิกกูแรตแห่งอูร์ (Great Ziggurat of Ur) สร้างราว 4,100 ปีก่อน โดยกษัตริย์อูร์นัมมู เพื่อบูชาเทพนันนา เทพแห่งดวงจันทร์
- เดินทางสู่นาซีริยาห์ (Nasiriyah) เมืองก่อตั้งปี 1840 ประตูสู่พื้นที่ชุ่มน้ำของอิรัก
วันที่ 4อูรุก – นาจาฟ – กัรบะลาอ์
- เดินทางประมาณ 2 ชั่วโมงสู่อูรุก (Uruk) เมืองโบราณราว 4,500 ปีก่อนคริสตกาล ที่ราว 3,200 ปีก่อนคริสตกาลได้ชื่อว่าเมืองใหญ่ที่สุดในโลก เป็นแหล่งกำเนิดของการเขียนและมหากาพย์กิลกาเมช มรดกโลกปี 2016 (หากฝนตกอาจเข้าชมไม่ได้เพราะถนนเข้าไม่สะดวก)
- ช่วงบ่ายสู่นาจาฟ (Najaf) เมืองศักดิ์สิทธิ์ของนิกายชีอะห์ ชมสุสานวาดิอุสซาลาม (Wadi-us-Salaam) สุสานที่ใหญ่ที่สุดในโลกกว่า 6 ล้านหลุม
- สุสานอิหม่ามอาลี (Imam Ali Shrine) สถานที่ศักดิ์สิทธิ์อันดับ 3 ของชีอะห์ ประดับทองคำ
- เดินทางต่อประมาณ 1 ชั่วโมง 30 นาทีสู่กัรบะลาอ์ (Karbala) สถานที่เกิดยุทธการกัรบะลาอ์ปี ค.ศ. 680
วันที่ 5กัรบะลาอ์ – บาบิโลน – แบกแดด
- สุสานอิหม่ามฮุเซน อิบนุ อาลี (Holy Shrine of Imam Hussein) โดมทองคำ ศูนย์กลางพิธีอัรบะอีนที่มีผู้ร่วมงานมากกว่า 20 ล้านคนต่อปี และสุสานอบู ฟัดห์ อัลอับบาส (Abu Fadhl Al-Abbas) ห่างกันราว 400 เมตร
- ช่วงบ่ายเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมง 30 นาทีสู่บาบิโลน (Babylon) มรดกโลก เมืองของฮัมมูราบีและเนบูคัดเนซซาร์ที่ 2 ชมประตูอิชตาร์ (Ishtar Gate) ราว 569 ปีก่อนคริสตกาล และสิงโตแห่งบาบิโลน (Lion of Babylon)
- เดินทางประมาณ 2 ชั่วโมงสู่แบกแดด (Baghdad) นครที่ก่อตั้งปี 762 โดยกาหลิบอัลมันซูร์ ศูนย์กลางความรู้ในยุคทองของอิสลาม
วันที่ 6แบกแดด: บ้านแห่งปัญญา พิพิธภัณฑ์ ซเทซิฟอน
- ตลาดโบราณใกล้ย่านกิชลา (Qishla Quarter) อาคารออตโตมันสร้างราวปี 1861 และถนนมุตตานบี (Mutanabbi Street) ถนนร้านหนังสือ
- ล่องเรือแม่น้ำไทกริสชมบ้านแห่งปัญญา (Bayt al-Hikma) สถาบันความรู้ยุคอับบาซียะห์ (ชมจากภายนอก) และโรงเรียนสอนศาสนาอัลมุสตันซิริยา (Mustansiriyah Madrasah) ก่อตั้งปี 1227
- พิพิธภัณฑ์แห่งชาติอิรัก (Iraqi National Museum) ก่อตั้งปี 1926 มีหน้ากากแห่งวาร์กา (Mask of Warka) อายุกว่า 5,000 ปี หากปิดปรับปรุงจะพาไปประตูบาบ บักดาด อัล-วาสทานีแทน
- อนุสาวรีย์วีรชนชาวอิรัก (Iraqi Martyr Monument) โดมสีฟ้าเทอร์ควอยซ์ (ชมจากภายนอกหากอยู่ระหว่างก่อสร้าง)
- ซเทซิฟอน (Ctesiphon) เมืองหลวงของพาร์เธียและซัสซาเนียน มีทัก คัซรา (Taq Kasra) ซุ้มโค้งอิฐที่ใหญ่ที่สุดในโลกยุคโบราณ
วันที่ 7แบกแดด – ซามาร์รา – โมซูล
- ซามาร์รา (Samarra) เมืองหลวงอับบาซียะห์ก่อตั้งปี 836 มรดกโลกปี 2007 เป็นเมืองหลวงอิสลามแห่งเดียวที่ยังรักษาผังเมืองเดิมไว้
- สุสานอิหม่ามอาลี อัลฮาดี (Haram of Imam Ali al-Hadi) โดมทองคำสูงราว 68 เมตร
- มัสยิดใหญ่แห่งซามาร์รา (Great Mosque of Samarra) สร้างปี 848-852 และหอคอยอัลมัลวียะห์ (Al-Malwiya Tower) สูงราว 52 เมตร ทรงเกลียว
- หออะซานอาบูดูลัฟ (Abu Dulaf Minaret)
- เดินทางประมาณ 4 ชั่วโมงสู่โมซูล (Mosul) เมืองใหญ่อันดับสองของอิรัก อายุกว่า 2,500 ปี ถูกไอเอสยึดครองปี 2014 และปลดปล่อยปี 2017 ปัจจุบันอยู่ในโครงการฟื้นฟูของยูเนสโก
วันที่ 8ฮาตรา – อัสซูร์ – โมซูล
- เมืองโบราณฮาตรา (Hatra) ก่อตั้งศตวรรษที่ 3 ก่อนคริสตกาล เมืองอาหรับกึ่งปกครองตนเองใต้อิทธิพลพาร์เธีย ต้านการปิดล้อมของจักรพรรดิตรายานุสและเซ็ปติมิอุส เซเวอรัสได้ มรดกโลกปี 1985
- เมืองโบราณอัสซูร์ (Ashur) เมืองหลวงแรกของจักรวรรดิอัสซีเรีย รุ่งเรืองสุดระหว่างศตวรรษที่ 14-9 ก่อนคริสตกาล
- เดินทางกลับโมซูลประมาณ 2 ชั่วโมง แวะถ่ายรูปประตูชามัช (Shamash Gate) ประตูเมืองนีนะเวห์ และห้องสมุดหลวงแห่งอัสซูร์บานิปาล (Library of Ashurbanipal)
วันที่ 9นีนะเวห์ – โมซูล – อารามมาร์มัตไต – ลาลิช – ดูฮ็อก
- แหล่งโบราณคดีนีนะเวห์ (Nineveh) เมืองหลวงจักรวรรดิอัสซีเรียที่เคยเป็นเมืองใหญ่ที่สุดในโลกในศตวรรษที่ 7 ก่อนคริสตกาล กำแพงยาว 12 กิโลเมตร 15 ประตู
- พื้นที่ในโมซูลที่เคยถูกไอเอสทำลาย: มัสยิดอัลนาบี ยูนุส มัสยิดใหญ่อัลนูรีที่กำลังบูรณะโดยยูเนสโกและเปิดละหมาดอีกครั้งเมื่อกุมภาพันธ์ 2025 และมัสยิดอัลมุสฟี (ชมจากภายนอกหากอยู่ระหว่างก่อสร้าง)
- เข้าสู่เขตเคอร์ดิสถาน เยี่ยมชมอารามมาร์มัตไต (Mor Mattai Monastery) ของคริสตจักรซีเรียคออร์โธดอกซ์ สร้างปี 363 และชมสมรภูมิเกากาเมลา (Gaugamela) ที่อเล็กซานเดอร์เอาชนะดาริอุสที่ 3 เมื่อ 331 ปีก่อนคริสตกาล
- ลาลิช (Lalish) หุบเขาศักดิ์สิทธิ์ของชาวยาซิดี ที่ตั้งสุสานชีคอาดี อิบน์มูซาฟีร์
- เดินทางประมาณ 2 ชั่วโมงสู่ดูฮ็อก (Duhok)
วันที่ 10อาเมดี – เออร์บิล
- จุดชมวิวอาเมดี (Amedi Viewpoint) มองเห็นเมืองโบราณบนยอดเขาสูงราว 1,200 เมตร เหมือน เมืองบนท้องฟ้า และเมืองอาเมดี (Amedi) พร้อมประตูโมซูล (Mosul Gate) สร้างศตวรรษที่ 13 ในสมัยบาดร์ อัลดิน ลูลู
- เดินทางประมาณ 1 ชั่วโมง 30 นาทีสู่เออร์บิล (Erbil) เมืองหลวงเคอร์ดิสถานในอิรัก หนึ่งในเมืองที่เก่าแก่ที่สุดในโลก
- ป้อมปราการเออร์บิล (Erbil Citadel) มรดกโลกปี 2014 อายุกว่า 6,000 ปี (ชมจากด้านนอกหากอยู่ระหว่างก่อสร้าง)
- ชาร์พาร์ค (Shar Park) และตลาดไคซารี เออร์บิล (Erbil Qaysari Bazaar) ตลาดเก่าใกล้ป้อม
วันที่ 11เออร์บิล – ชาร์จาห์ – บินกลับ
- เดินทางสู่ท่าอากาศยานนานาชาติเออร์บิล (EBL) เช็คอิน 09:00 น.
- 12:05 น. บิน G9358 สู่ชาร์จาห์ ถึง 15:40 น. แวะพักประมาณ 6 ชั่วโมง 35 นาที มีอาหารบนเครื่อง
- 22:15 น. ออกเดินทางสู่กรุงเทพฯ เที่ยวบิน G9821 ประมาณ 6 ชั่วโมง มีอาหารเย็นบนเครื่อง
วันที่ 12ถึงกรุงเทพฯ
07:05 น. เดินทางถึงท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ (BKK) โดยสวัสดิภาพ
อัตรานี้รวม
- ค่าตั๋วเครื่องบินไป-กลับสำหรับเที่ยวบินระหว่างประเทศ ชั้นประหยัด (Economy Class)
- ค่าน้ำหนักสัมภาระสำหรับเที่ยวบินระหว่างประเทศ ชั้นประหยัด ตามมาตรฐานของสายการบิน ทั้งสัมภาระโหลดใต้ท้องเครื่องและถือขึ้นเครื่อง
- ค่าบริการรถรับ-ส่งและนำเที่ยว พร้อมคนขับรถที่มีประสบการณ์
- ค่าที่พักตามที่ระบุในโปรแกรม โดยพักห้องละ 2 ท่าน (กรณีต้องการ 3 เตียงให้แจ้งมาก่อน บางโรงแรมอาจไม่มีห้องพักแบบ 3 ท่าน 3 เตียง)
- ค่าเข้าชมสถานที่ตามที่ระบุในโปรแกรม
- ค่าอาหารตามที่ระบุในโปรแกรม
- มัคคุเทศก์ท้องถิ่นผู้มีประสบการณ์
- วิทยากรและหัวหน้าทัวร์ชาวไทย
- ค่าวีซ่าเข้าประเทศ (ทางบริษัทจะดำเนินการให้)
- ค่าประกันอุบัติเหตุระหว่างการเดินทาง (ตามเงื่อนไขในกรมธรรม์)
อัตรานี้ไม่รวม
- ค่าห้องพักเดี่ยว (กรณีพักคนเดียว) ท่านละ 18,000 บาท
- ค่าใช้จ่ายส่วนตัว เช่น ค่าโทรศัพท์ ค่าอินเทอร์เน็ต ค่าซักรีด ค่ามินิบาร์ในห้องพัก ค่าอาหารพิเศษหรือเครื่องดื่มนอกเหนือจากที่กำหนดในโปรแกรม ค่าธรรมเนียมหนังสือเดินทาง ค่าน้ำหนักกระเป๋าเกิน ค่าสำรองที่นั่งล่วงหน้า ค่ารักษาพยาบาลกรณีเจ็บป่วยจากโรคประจำตัว ค่ากระป๋องออกซิเจนพกพาส่วนตัว ค่ากระเป๋าเดินทางหรือของมีค่าที่สูญหาย เป็นต้น
- ค่าทิปหัวหน้าทัวร์ ไกด์ท้องถิ่น และคนขับรถ (จำนวนที่แนะนำตามมาตรฐาน 100 USD ต่อท่าน)
- ภาษีมูลค่าเพิ่ม 7% ภาษีหัก ณ ที่จ่าย 3% และภาษีอื่นๆ ตามที่กฎหมายกำหนด
- ค่าธรรมเนียมน้ำมันและภาษีสนามบิน ในกรณีที่สายการบินมีการปรับขึ้นราคา
คำถามเกี่ยวกับทัวร์นี้
ทัวร์อิรัก The First of Us ราคาเท่าไร รวมตั๋วเครื่องบินไหม
ต้องทำวีซ่าอิรักไหม ใครดำเนินการ
จองทัวร์อิรักต้องมัดจำเท่าไร ชำระส่วนที่เหลือเมื่อไร
ทัวร์อิรักออกเดินทางขั้นต่ำกี่ท่าน
พักเดี่ยวเพิ่มเท่าไร และพักโรงแรมระดับไหน
ค่าทิปในทัวร์อิรักเท่าไร
ใครเป็นวิทยากรนำทัวร์อิรัก
ยกเลิกทัวร์อิรักได้ไหม มีเงื่อนไขอย่างไร
ทัวร์อิรัก (Iraq : The First of Us) ตามรอยอารยธรรมเมโสโปเตเมีย ต้นกำเนิดรากเหง้าของเราทุกคน
สนใจทัวร์นี้? ทักไลน์ได้เลย ทีมงานตอบไว



