TAT 11/10382

ทัวร์โมร็อกโก (Morocco : Sand of Legends)

โมร็อกโก

ทัวร์โมร็อกโก (Morocco : Sand of Legends)
DOSSIER · MA-22ARCHIVED
จุดหมาย
โมร็อกโก
ระยะเวลา
12 วัน 9 คืน
วันเดินทาง
ปิดรับจองแล้ว
ขนาดกรุ๊ป
25 ท่าน
นำทัวร์โดย
คุณปั๊บ พงศ์ศรณ์ ภูมิวัฒน์
ราคาเริ่มต้น
129,900 บาท

ชวนเที่ยวทัวร์โมร็อกโก (Morocco) สัมผัสมนต์เสน่ห์แห่ง “อารยธรรมมัวร์” อันเป็นเอกลักษณ์ และธรรมชาติอันน่าทึ่ง เช่น ทะเลทรายสะฮารา เปิดให้จองแล้ววันนี้

ไฮไลต์ของทริป

  • สำรวจเมืองคาซาบลังก้า เมืองที่คนทั่วโลกต่างรู้จัก
  • เยือน "เมืองสีชมพู" "นครสีฟ้า" และ "สวิตเซอร์แลนด์" แห่งโมร็อกโก
  • ขี่อูฐชมแสงอรุณแรกของเช้าวันใหม่เหนือทะเลทรายซาฮาร่า
  • ค้างคืนในเต็นท์แบบ exclusive ท่ามกลางเนินทรายเมอร์ซูก้า ที่วิวสวยจนเกือบลืมหายใจ!

สถานที่ไฮไลต์

วิทยากรประวัติศาสตร์นำทัวร์เองทุกทริปมีวิทยากรผู้เชี่ยวชาญด้านประวัติศาสตร์เดินทางไปด้วย เล่าเรื่องยากให้เข้าใจง่ายในทุกสถานที่

เส้นทางที่ไม่ธรรมดาพาไปดินแดนที่คนไม่ค่อยไป ตั้งแต่เอเชียกลาง ตะวันออกกลาง ไปจนถึงหิมาลัย

ไม่จอยกรุ๊ป ไม่ชะโงกทัวร์อะไรควรดูอยู่ดูนานขึ้น จัดกรุ๊ปขนาดพอดีเพื่อประสบการณ์ที่ดีที่สุด

เหนือกว่าการท่องเที่ยวปกติทุกทัวร์ออกแบบโดยนักเขียน และนักเดินทางมืออาชีพ เน้นสร้างประสบการณ์ สะท้อนตัวตน เหมาะกับนักเดินทางที่ต้องการอะไรที่เหนือกว่าการท่องเที่ยวปกติ

รายละเอียดทัวร์

🏜️ Grand Morocco: Sand of Legends 🐪

ปี 2025 นี้! The Wild Chronicles ขอพาท่านเดินทางไป “โมร็อกโก” เพื่อสัมผัสเรื่องราวตำนานมากมายในดินแดนนี้ ทัวร์ไม่จอยกรุ๊ป ไม่ชะโงก อะไรควรดูอยู่ดูนานขึ้น อะไรอยู่นอกเส้นทางปกติแต่ควรสัมผัสจะได้ไปสัมผัส มีคุณปั๊บเป็นวิทยากรประวัติศาสตร์นำเอง 🥰

รู้หรือไม่? ในแอฟริกาเหนือ ยังมีดินแดนที่ทอดตัวอยู่ระหว่างทะเลทรายซาฮารา เทือกเขาแอตลาส และทะเลเมดิเตอร์เรเนียน ประเทศนั้นคือโมร็อกโก… ชาวโมร็อกโกมีทั้งสายเลือดแห่งชนเผ่าทะเลทรายที่แน่นแฟ้นกับธรรมชาติ และยังมีส่วนสำคัญสร้างอารยธรรมที่ยิ่งใหญ่ระดับมหาอำนาจของโลก อันเป็นต้นแบบของศิลปะและสถาปัตยกรรม “มัวร์” หรือ “มัฆริบ” ที่แพร่กระจายอยู่ทั่วแอฟริกาเหนือรวมไปถึงสเปน

ปี 2025❗The Wild Chronicles ขอพาท่านเดินทางไป “โมร็อกโก” เพื่อสัมผัสเรื่องราวตำนานมากมายในดินแดนนี้ ทัวร์ไม่จอยกรุ๊ป ไม่ชะโงก อะไรควรดูอยู่ดูนานขึ้น อะไรอยู่นอกเส้นทางปกติแต่ควรสัมผัสจะได้ไปสัมผัส มีคุณปั๊บเป็นวิทยากรประวัติศาสตร์นำเอง

🐫 เดินทางสู่ กรุงราบัต (Rabat) เมืองหลวงอันสวยงามของราชอาณาจักรโมร็อกโก ซึ่งตั้งอยู่ริมชายฝั่งมหาสมุทรแอตแลนติก กรุงราบัตถือกำเนิดขึ้นในศตวรรษที่ 12 โดยสุลต่านแห่งราชวงศ์อัลโมฮัด เมืองแห่งนี้จึงกลายเป็นศูนย์กลางการบริหารของประเทศ และได้รับการแต่งตั้งเป็นเมืองหลวงอย่างเป็นทางการในปี 1912 จนถึงปัจจุบัน

Rabat
Rabat

🐫 เยี่ยมชม สุสานของกษัตริย์โมฮัมเหม็ดที่ 5 (Mausoleum of Mohammed V) สุสานแห่งนี้สร้างขึ้นในปี 1961 เพื่อเป็นเกียรติแก่กษัตริย์โมฮัมเหม็ดที่ 5 ผู้เรียกร้องเอกราชของโมร็อกโกคืนจากฝรั่งเศส ภายในอาคารมีสถาปัตยกรรมแบบโมร็อกโก-มัวร์ ที่งดงาม ประดับด้วยหินอ่อนสีขาว เสาแกะสลักด้วยความประณีต

Mausoleum of Mohammed V
Mausoleum of Mohammed V

🐫 เยี่ยมชม หอขานฮัสซัน (Hassan Tower) หอนี้เริ่มสร้างในปี ค.ศ. 1195 โดยตั้งใจให้เป็นหอขาน (หรือหอสูงของมุสลิมใช้เรียกคนมาทำละหมาด) ที่ใหญ่ที่สุดในโลก ณ เวลานั้น แต่การก่อสร้างไม่แล้วเสร็จ ทำให้หอขานมีความสูงเพียง 44 เมตรจากที่ตั้งใจจะให้หอขานสูงถึง 86 เมตร แม้จะสร้างไม่เสร็จ แต่รากฐานของความทะเยอทะยานของหอขานแห่งนี้ถือเป็นสัญลักษณ์ความยิ่งใหญ่ของราชวงศ์อัลโมราวิด

Hassan Tower
Hassan Tower

🐫 เดินชม “ป้อมปราการอูไดอาส” (Kasbah Les Udayas) ป้อมปราการโบราณแห่งนี้สร้างขึ้นในศตวรรษที่ 12 โดยราชวงศ์อัลโมฮัด และยังเคยถูกใช้เป็นฐานที่มั่นของกลุ่มโจรสลัดจนถึง ศตวรรษที่ 18 ภายในป้อมปราการมีสิ่งปลูกสร้างและสถาปัตยกรรมเก่าแก่มากมาย เช่น ประตูอูไดอาส และมีย่านที่อยู่อาศัยเก่าแก่อันสวยงามอยู่ด้านใน

Kasbah Les Udayas
Kasbah Les Udayas

🐫 เยี่ยมชมเมืองโบราณเชลลาห์ (Chellah) ที่มีประวัติยาวนานและมีอารยธรรมซ้อนทับกันนับพันชั้น สืบทอดตั้งแต่ยุคฟีนีเชียนจนถึงยุคปัจจุบัน โดยมีผู้คนอยู่อาศัยใช้สอยโดยไม่ขาดตอน จุดที่น่าสนใจคือซากถนนแบบโรมัน ซากวิหาร โรงอาบน้ำและสุสานหลวงของราชวงศ์มารินิด อีกทั้งเมืองโบราณแห่งนี้ได้ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกโดยองค์การยูเนสโก

Chellah
Chellah

🐫 เดินทางต่อสู่ “เมืองเชฟชาอูน” (Chefchaouen) เชฟชาอูนเป็นที่รู้จักในสมญานาม “ไข่มุกสีน้ำเงินแห่งโมร็อกโก” เมืองแห่งนี้เริ่มก่อตั้งขึ้นในปี 1471 จากป้อมปราการเล็กๆ เพื่อต่อสู้กับการรุกรานของโปรตุเกส ต่อมาซัยยิดะฮ์ อัล ฮุรเราะฮ์ ราชินีโจรสลัดที่มีชื่อเสียงในด้านความงามและความเก่งกาจได้ขึ้นครองเมืองนี้ เธอบัญชาการการปล้นเรือสินค้าชาวคริสต์จากยุโรป จนทำให้ชาวตะวันตกหวั่นเกรงอำนาจของเธอ อีกทั้งเมืองเชฟชาอูนเป็นที่พำนักแห่งสุดท้ายของราชินีโจรสลัดหลังจากที่เธอประกอบวีรกรรมมากมายอีกด้วย

Chefchaouen
Chefchaouen

🐫 พาท่านเดินชมย่านเมืองเก่า “เมดินาแห่งเมืองเชฟชาอูน” (Medina of Chefchaouen) เป็นย่านบ้านเรือนที่ทาด้วยสีน้ำเงินฟ้า ย่านนี้เต็มไปด้วยร้านค้า งานฝีมือ พรม เครื่องหนัง และของที่ระลึกในร้านเล็ก ๆ ตลอดทางตามพื้นที่ไหล่เขา ย่านเมืองนี้เป็นดั่งสวรรค์ของผู้ชื่นชอบการถ่ายภาพ เพราะเต็มไปด้วยมุมที่สามารถถ่ายรูปออกมาได้อย่างสวยงามโดดเด่น

Medina of Chefchaouen
Medina of Chefchaouen

🐫 เดินทางสู่ “เมืองเม็กเนส” (Meknes) เป็นเมืองหลวงในยุคสมัย กษัตริย์มูเล่ อิสมาอิล แห่งราชวงศ์อาลาวิด ซึ่งเป็นกษัตริย์ลูกผสมผิวดำ ภายใต้การปกครองของพระองค์ เม็กแนสถูกพัฒนาอย่างรวดเร็ว มีการก่อสร้างอาคารราชวัง กำแพงเมือง และประตูเมืองขนาดมหึมาอย่างอลังการ จนได้รับฉายาว่า “แวร์ซายส์แห่งโมร็อกโก”

🐫 เยี่ยมชม บับ มันซูร์ (Bab Mansour) หรือ ซุ้มประตูแห่งชัยชนะ ประตูเมืองขนาดใหญ่ที่ตั้งอยู่ด้านหน้าของจัตุรัสเอล-เฮดิมในเมืองเม็กแนส สร้างขึ้นในต้นศตวรรษที่ 18 เพื่อเป็นทางเข้าหลักสู่เขตราชวัง ประตูนี้ได้รับการนับถือโดยทั่วไปว่าเป็นสุดยอดแห่งสถาปัตยกรรมมัวร์

Bab Mansour
Bab Mansour

🐫 เยี่ยมชม โบราณสถานโวลูบิลิส (Volubilis) ก่อตั้งขึ้นในช่วงศตวรรษที่ 3 ก่อนคริสตกาล และเคยเป็นด่านหน้าอันสำคัญของจักรวรรดิโรมัน ปัจจุบันยังคงหลงเหลือซากเมืองโรมันโบราณ ซึ่งเป็นหลักฐานสำคัญของการตั้งถิ่นฐานของจักรวรรดิโรมันในแอฟริกาเหนือ ด้วยความที่เมืองถูกทิ้งร้างมานานเกือบพันปี ทำให้แหล่งนี้ยังคงรักษา “ศิลปะดั้งเดิม” ได้อย่างดีเยี่ยม

Volubilis
Volubilis

🐫 เดินทางสู่ “เมืองเฟส” (Fez) อดีตหนึ่งในสี่เมืองหลวงของโมร็อกโก เมืองเฟสก่อตั้งขึ้นในปี ค.ศ. 789 โดย กษัตริย์อิดริสที่ 1 (Idris I) แห่งราชวงศ์อิดริสิด ซึ่งปัจจุบันเมืองเฟสคงรักษาเอกลักษณ์ของเมืองประวัติศาสตร์ไว้ได้ และกลายเป็นจุดหมายสำคัญของนักท่องเที่ยว

🐫 พาเดินดูตลาดหรือ ซูค (Souks) ซูคของเมืองเฟสมีชื่อเสียงในการมีเป็นเส้นทางแคบๆ มากมาย ที่เรียงรายไปด้วยร้านค้าเล็กใหญ่ที่เรียงรายติดกัน มีตั้งแต่ ร้านเครื่องหนัง ร้านขายเครื่องเทศ หรือแม้แต่ลานทำพรม ความเก่าแก่ชองซูคและย่านเมืองเก่าเฟส ทำให้มันได้รับสถานะมรดกโลกจากองค์การ UNESCO

🐫 แวะชม “สุสานของกษัตริย์ มูเล อิดริสที่ 2” (Moulay Idriss Mausolem II) กษัตริย์อิดริสที่ 2 เป็นผู้สถาปนาเมืองเฟสให้เป็นเมืองหลวงของราชวงศ์อิดริสิด ซึ่งถือเป็นราชวงศ์มุสลิมสายเลือดตรงจากท่านศาสดามูฮัมหมัด ผ่านหลานของท่าน และเป็นราชวงศ์แรกที่นับถืออิสลามของโมร็อกโก

เขาได้รับการเคารพบูชาอย่างสูงจากชาวโมร็อกโก เชื่อกันว่าท่านเป็นผู้ปกป้องเมืองจากภัยพิบัติและนำศรัทธาอิสลามมายังภูมิภาคนี้ สุสานของพระองค์จึงกลายเป็นศูนย์กลางแห่งความศรัทธาของชาวมุสลิมในประเทศ และมีความเชื่อว่าหญิงสาวชาวมุสลิมที่แต่งงานแล้วยังไม่สามารถมีบุตรได้ก็มักจะมาขอพรกันที่นี่

🐫 เยี่ยมชม มัสยิดและมหาวิทยาลัย อัล เกาะเราะวียีน (Al-Qarawiyyin Mosque and University) มหาวิทยาลัยแห่งนี้ก่อตั้งขึ้นในปี 859 โดย ฟาติมะห์ อัล-ฟิห์รี และถือเป็น มหาวิทยาลัยที่เก่าแก่ที่สุดในโลกที่ยังเปิดสอนอยู่ มัสยิดและมหาวิทยาลัยแห่งนี้มีบทบาทสำคัญในการเผยแผ่ศาสนาอิสลาม วิทยาศาสตร์ ปรัชญา และคณิตศาสตร์ในโลกอาหรับและยุโรปยุคกลาง

🐫 เดินชม “โรงฟอกหนังฮัวรา” (Chouara Tannery) เป็นหนึ่งในไฮไลท์เมืองเฟส โรงฟอกหนังแห่งนี้เป็นโรงฟอกที่เก่าแก่ที่สุดในเมือง และยังคงใช้วิธีการดั้งเดิมมาเกือบพันปี ท่านได้มาชมโรงฟอกหนังแห่งนี้ ท่านสามารถรับชมกระบวนการฟอกหนังแบบดั้งเดิมที่ถูกรักษาไว้ ซึ่งถือเป็นเสน่ห์เฉพาะตัวของที่นี่

Chouara Tannery
Chouara Tannery

🐫 เยี่ยมชม บับ บู เจอลูด (Bab Bou Jeloud) หรือที่รู้จักกันว่า “ประตูฟ้า” ประตูเมืองอันโด่งดังซึ่งเป็นทางเข้าสู่ย่านเมืองเก่า ประตูนี้สร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1913 ในสมัยอาณานิคมฝรั่งเศส โดยใช้ศิลปะผสมผสานระหว่างอาหรับและมัวร์ ด้านนอกประตูประดับด้วยกระเบื้องโมเสกสีฟ้า ส่วนด้านในใช้สีเขียว มีลักษณะประตูเป็นโค้งซุ้มเกือกม้าแหลม

Bab Bou Jeloud
Bab Bou Jeloud

🐫 เยี่ยมชม โบสถ์ยิวอาเบน ดานัน (Aben Danan Synagogue) ที่นี่เป็นโบสถ์ยิวออร์โธดอกซ์ ที่ถูกสร้างขึ้นในช่วงศตวรรษที่ 17 สถาปัตยกรรมของที่นี่มีความเรียบง่ายและกลมกลืน ประตูทางเข้าเป็นเพียงประตูเรียบๆ ที่แทบไม่แตกต่างจากประตูบ้านใกล้เคียงกัน ซึ่งมีบรรยากาศภายในดูสงบและลึกลับ

🐫 พาชม พระราชวังหลวงแห่งเฟส (Royal Palace of Fez) ซึ่งเป็นพระราชวังของกษัตริย์โมร็อกโกองค์ปัจจุบัน สถานที่แห่งนี้แม้จะไม่เปิดให้เข้าชมภายใน แต่ด้านหน้าของพระราชวังถือเป็นหนึ่งในจุดถ่ายภาพที่สวยที่สุด ด้วยประตูทองเหลืองขนาดใหญ่เจ็ดบาน ซึ่งเป็นตัวแทนของวันทั้งเจ็ดในสัปดาห์ ประตูเหล่านี้ถูกแกะสลักและประดับด้วยกระเบื้อง และไม้ฉลุอันประณีต สะท้อนความงดงามของงานศิลป์ราชสำนักโมร็อกโก

Royal Palace of Fez
Royal Palace of Fez

🐫 เดินสู่ “เมืองอิเฟรน” (Ifrane) เมืองที่ได้รับสมญานามว่า “สวิตเซอร์แลนด์แห่งโมร็อกโก” อิเฟรนตั้งอยู่บนที่ราบสูงแอตลาสตอนกลาง เมืองนี้ก่อตั้งขึ้นในปี 1929 ในยุคที่ฝรั่งเศสยังปกครองโมร็อกโก โดยออกแบบให้เป็นเมืองตากอากาศของชาวยุโรป สถาปัตยกรรมของเมืองจึงแตกต่างจากเมืองอื่นในโมร็อกโกอย่างชัดเจน เหมือนหลุดเข้ามาในหมู่บ้านของชาวยุโรปตะวันตกแม้อยู่ใกล้ทะเลทรายมากก็ตาม

🐫 ขับผ่าน หุบเขาซีซ (Ziz Valley) หุบเขาที่ทอดยาวผ่านภูเขาแอตลาสตะวันออกเฉียงใต้ เกิดจากแม่น้ำซีซที่ไหลผ่านเทือกเขาและสร้างภูมิประเทศแบบโอเอซิสกลางทะเลทรายที่นับว่า “ที่สวยที่สุดของโมร็อกโก”

Ziz Valley
Ziz Valley

🐫 นําท่านนั่งรถขับเคลื่อนสี่ล้อ สู่ “ทะเลทรายซาฮารา” (Sahara Desert) ทะเลทรายซาฮาราคือทะเลทรายที่ใหญ่ที่สุดในโลก ครอบคลุมพื้นที่กว่า 9 ล้านตารางกิโลเมตรครอบคลุมถึง 11 ประเทศ ขนาดเกือบเทียบเท่าทวีปยุโรปทั้งทวีป โดยทะเลทรายซาฮาราคลุมพื้นที่โมร็อกโกทางตะวันออกเฉียงใต้ทั้งหมด ผืนทรายแห่งนี้เป็นทางผ่านของอารยธรรมและการค้าในแอฟริกาเหนือมายาวนานหลายพันปี

Sahara Desert
Sahara Desert

🐫 เดินทางสู่ หุบเขาทอดร้า (Todra Groge) หุบเขาขนาดมหึมาในแนวเทือกเขาแอตลาส มีรูปลักษณ์ที่ดูสวยงามและแปลกตาจากการกัดกร่อนด้วยแรงลมและสายฝน ลักษณะเด่นของหุบเขาแห่งนี้คือ ผนังหินสูงเท่ากับตึก 40 ชั้น โดยบางช่วงของเส้นทางมีแม่น้ำเล็ก ๆ และทางเดินแคบ ๆ

Todra Groge
Todra Groge

🐫 เดินทางสู่ “เมืองวอร์ซาเซ็ท” (Ouarzazate) เมืองที่ตั้งอยู่ในเขตเทือกเขาแอตลาส เมืองแห่งนี้ได้รับฉายาว่า “ประตูสู่ทะเลทราย” ด้วยทำเลที่ตั้งอยู่ระหว่างเทือกเขาแอตลาสสูงและทะเลทรายซาฮารา เป็นเมืองที่นักเดินทางนิยมใช้เป็นจุดเริ่มต้นของการออกท่องทะเลทราย

🐫 เยี่ยมชม “หมู่บ้านไอท์ เบน ฮัดดู” (Ait Ben Haddou) หมู่บ้านแห่งนี้สร้างจากหมู่เคสบาห์หรือป้อมปราการแบบเบอร์เบอร์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของโมร็อกโก เป็นตัวอย่างที่ยอดเยี่ยมของสถาปัตยกรรมดินเหนียวของโมร็อกโก และมีสถานะเป็นมรดกโลก UNESCO เมื่อปี ค.ศ. 1987 อีกด้วย

Ait Ben Haddou
Ait Ben Haddou

🐫 เยี่ยมชม โบสถ์ยิวเก่าแห่งตาโอริร์ต (The Old Synagogue of Taourirt) ตั้งอยู่ในเมืองตาโอริร์ต โบสถ์แห่งนี้คือหลักฐานสำคัญของชุมชนชาวยิวอามาซีฆ (Amazigh Jews) หรือก็คือชาวเบอร์เบอร์ที่รับอิทธิพลจากชาวยิวที่อพยพมาโมร็อกโกในอดีต

🐫 เดินทางสู่ “เมืองมาร์ราเกช” (Marrakech) เมืองนี้มีประวัติศาสตร์ยาวนานนับพันปี ถูกสร้างและตั้งเป็นเมืองหลวงโดยราชวงศ์อัลโมราวิดในปี ค.ศ. 1070 ชื่อของเมืองในภาษาเบอร์เบอร์หมายถึง “แผ่นดินของพระเจ้า” (Land of God) และเมืองแห่งนี้เป็นต้นกำเนิดของชื่อประเทศ “โมร็อกโก” ในภาษาอังกฤษ (เรียกเพี้ยนไปจากมาร์ราเกช)

🐫 ชม “สวนฌาร์แดง มาชอแรล” (Jardin Majorelle) หรือ “สวนอีฟว์ แซ็ง โลร็อง” (Yves Saint Laurent Gardens) สวนแห่งนี้ถูกสร้างโดยศิลปินชาวฝรั่งเศส ฌาร์แดง มาชอแรล ในปี 1923 แล้วต่อมาได้รับการบูรณะและอนุรักษ์โดยดีไซเนอร์ระดับโลก อีฟว์ แซ็ง โลร็อง ภายในสวนแห่งนี้เต็มไปด้วยต้นไม้นานาพรรณที่มีสีสันชวนสะดุดตา

Jardin Majorelle
Jardin Majorelle

🐫 เยี่ยมชม “พระราชวังบาเฮีย” (Bahia Palace) พระราชวังแห่งนี้สร้างขึ้นในปลายศตวรรษที่ 19 โดย ซี มูซา (Si Moussa) อุปราชที่มีอำนาจมาก ซึ่งต่อมาวงศ์ของเขาจะสามารถควบคุมโมร็อกโก เชิดกษัตริย์เป็นหุ่นอยู่ระยะหนึ่ง วังนี้ถูกต่อขยายโดยตั้งใจว่าตั้งใจจะให้เป็นพระราชวังที่ยิ่งใหญ่และหรูหราที่สุดในยุคนั้น

Bahia Palace
Bahia Palace

🐫 เยี่ยมชมสวนลับ เลอ ฌาร์แด็ง (Le Jardin Secret) สวนลับกลางเมืองเก่ามาร์ราเกชแห่งนี้เคยเป็นบ้านพักของขุนนางในศตวรรษที่ 19 ที่ถูกทิ้งร้างไปก่อนจะได้รับการบูรณะในเวลาต่อมา สวนแห่งนี้ผสมผสานภูมิปัญญาสวนเปอร์เซีย กับสถาปัตยกรรมมัวร์ได้อย่างกลมกลืน

Le Jardin Secret
Le Jardin Secret

🐫 พาท่านดูโดมแห่งราชวงศ์อัลโมราวิด (Almoravid Koubba) เป็นอนุสรณ์สถานขนาดเล็กในเมืองมาร์ราเกชสร้างขึ้นโดยราชวงศ์อัลโมราวิดในช่วงต้นศตวรรษที่ 12 เป็นหนึ่งในอาคารที่เก่าแก่ที่สุดของเมืองและเป็นสิ่งที่เหลืออยู่เพียงไม่กี่แห่งของสถาปัตยกรรมอัลโมราวิดในเมืองมาร์ราเกช โดยอาคารแห่งนี้ใช้สำหรับพิธีชำระล้างร่างกายก่อนการละหมาด

🐫 เยี่ยมชม “วิทยาลัยมาดราซาเบน ยูซุฟ” (Madrasa Ben Youssef) หนึ่งในสถาบันสอนศาสนาอิสลามที่ใหญ่ที่สุดในแอฟริกาเหนือ วิทยาลัยนี้ตั้งชื่อตามมัสยิดเบนยูซุฟ ที่อยู่ติดกัน ก่อตั้งขึ้นในศตวรรษที่ 14 วิทยาลัยแห่งนี้เป็นสถานที่ทางประวัติศาสตร์ และเป็นวิทยาลัยอิสลามที่ใหญ่ที่สุดในมัฆริบ (แอฟริกาเหนือ) ในช่วงรุ่งเรือง และได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางว่าเป็นจุดสูงสุดของสถาปัตยกรรมสมัยราชวงศ์ซาเดียนส์

Madrasa Ben Youssef
Madrasa Ben Youssef

🐫 พาไปเดิน “จัตุรัสกลางเมืองเฌมา เอล ฟนา” (Djemaa El Fna Square) จัตุรัสนี้เป็นศูนย์กลางของชาวเมืองมาร์ราเกช ที่มีขนาดใหญ่และถูกรายล้อมไปด้วยอาคารร้านค้าและตลาดนัด ในเวลากลางวันเต็มไปด้วยร้านขายน้ำผลไม้ สมุนไพร และของพื้นเมือง

เมื่อเข้าสู่ช่วงยามเย็นบรรยากาศจะแปรเปลี่ยนเป็น “ละครกลางแจ้ง” มีนักเล่านิทาน นักดนตรี นักแสดงพื้นบ้าน แพทย์แผนโบราณ และร้านอาหารกลางคืนเรียงรายรอบจตุรัส จัตุรัสแห่งนี้ไม่ได้เป็นเพียงพื้นที่สาธารณะ แต่คือพื้นที่ทางวัฒนธรรมที่ยังมีชีวิต UNESCO ขึ้นทะเบียนที่นี่เป็น “มรดกทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ของมนุษยชาติ” เพราะเรื่องเล่าเหล่านี้ยังคงมีผู้มาฟังอย่างสม่ำเสมอ และยังคงดำเนินอยู่ทุกค่ำคืนในจัตุรัสแห่งนี้

Djemaa El Fna Square
Djemaa El Fna Square

🐫 ชม “สุเหร่าคูโตเบีย” (Kutobia Mosque) สร้างขึ้นในศตวรรษที่ 12 โดยราชวงศ์อัลโมฮัด ที่นี่มีหอขานสูงถึง 70 เมตร ตกแต่งด้วยลายปูนปั้นฉลุและหินแกะลวดลายแบบอัลโมฮัดอย่างงดงาม ซึ่งได้กลายเป็น แม่แบบให้กับหอระฆังลา คิรัลดา (La Giralda) ในเซบียา สเปน และ หอขานของมัสยิดฮัสซันในราบัต รูปแบบของมันที่เรียบแต่สง่างาม ผสมกลิ่นอายเรขาคณิตของศิลปะมัวร์ จนหอขานแห่งนี้ได้กลายเป็นต้นแบบของสถาปัตยกรรมหอขานไปทั่วทั้งอาณาบริเวณที่เคยอยู่ภายใต้อิทธิพลของอัลโมฮัด

Kutobia Mosque
Kutobia Mosque

🐫 แวะถ่ายรูปที่ บับ อักนาอู (Bab Agnaou) ซุ้มประตูนี้สร้างขึ้นและแล้วเสร็จในปี 1990 โดยราชวงศ์อัลโมฮัด เป็นหนึ่งในประตูที่สวยงามและคงสภาพดีที่สุดของมาร์ราเกช บับ อักนาอู ถูกสร้างขึ้นเพื่อเป็นทางเข้าสู่เขตพระราชวังโดยเฉพาะ เป็นตัวอย่างของศิลปะแบบอัลโมฮัดที่เน้นความเรียบแต่ยังคงความสวยงาม และเป็นต้นแบบของประตูศิลปะมัวร์อื่นๆ

Bab Agnaou
Bab Agnaou

🐫 เยี่ยมชม สุสานราชวงศ์ซาเดียนส์ (Saadian Tombs) สุสานแห่งนี้ถูกค้นพบในปี 1917 ที่นี่เป็นที่ฝังพระศพของสุลต่านราชวงศ์ซาเดียนส์ ไฮไลต์ของสุสานอยู่ที่ “ห้องสิบสองเสา” ซึ่งเป็นที่ฝังสุลต่านอาหมัด อัล-มันซูร์ ผู้นำที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของราชวงศ์นี้ ห้องนี้ตกแต่งด้วยหินอ่อนจากอิตาลี ปูนปั้นลายอาหรับ และไม้แกะสลักอย่างประณีตและหรูหรา

🐫 เดินทางสู่ เมืองคาซาบลังกา (Casablanca) เมืองท่าใหญ่ที่สุดของโมร็อกโก และเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจสมัยใหม่ของโมร็อกโก เดิมเมืองนี้มีชื่อว่า อันฟา (Anfa) เป็นเมืองท่าของชาวเบอร์เบอร์ที่มีมาตั้งแต่ยุคโรมัน ในศตวรรษที่ 15–16 ชาวโปรตุเกสบุกเข้ายึดครองและเปลี่ยนชื่อเมืองว่า “คาซาบลังกา” แปลว่า “บ้านสีขาว” และชาวสเปนเรียกชื่อเมืองนี้ตามทำให้ชื่อนี้ติดปากเรื่อยมา

🐫 ร่วมดินเนอร์ที่ร้านอาหาร “ริคคาเฟ่” ซึ่งได้แรงบันดาลใจจากภาพยนตร์ระดับตำนานเรื่องคาซาบลังกา ในปี 1942 ร้านอาหารถูกตกแต่งในสไตล์ฮอลลีวูดยุคคลาสสิกผสมกับสไตล์โมร็อกโก มีเบบี้แกรนด์เปียโน ประตูโค้ง และโคมไฟแก้วแบบโมร็อกโก พร้อมเล่นเพลงประกอบจากภาพยนตร์ เช่น As Time Goes By ให้เพลิดเพลินระหว่างรับประทานอาหาร

ภาพยนตร์ Casablanca บอกเล่าเรื่องราวของ “ริค” เจ้าของไนต์คลับในเมืองคาซาบลังกาช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 ซึ่งได้กลับมาพบกับอดีตคนรักชื่อ “อิลซา” โดยไม่คาดฝัน ขณะเธอเดินทางมากับสามีซึ่งเป็นผู้นำขบวนการต่อต้านเยอรมัน ในเมืองที่เต็มไปด้วยเงามืดทางการเมืองและทางเลือกที่แสนเจ็บปวด ริคต้องเลือกระหว่างความรักหรืออุดมการณ์ หนังมีตอนจบที่ทั้งเจ็บปวดและซาบซึ้งอยู่คู่กาลเวลา

🐫 เยี่ยมชม มัสยิดกษัตริย์ฮัสซันที่ 2 (King Hassan II Mosque) มัสยิดที่ใหญ่ที่สุดในโมร็อกโก และใหญ่เป็นอันดับ 2 ของทวีปแอฟริกาโดยสร้างเสร็จในปี 1993 ตัวมัสยิดตั้งอยู่ริมมหาสมุทรแอตแลนติก พื้นบางส่วนสร้าง “ลอยน้ำ” นอกจากนี้หอขานของมัสยิดยังเป็นหอขานที่สูงที่สุดเป็นอันดับสองของโลกโดยมี 210 เมตร เป็นหนึ่งในไม่กี่มัสยิดในโมร็อกโกที่เปิดให้นักท่องเที่ยวที่ไม่ใช่มุสลิมเข้าชมได้อย่างเป็นทางการ

🫶 พร้อมสถานที่สุดพีกอีกมากมาย ราคาเริ่มต้น 129,900 บาท/ท่าน รวมตั๋วเครื่องบินและวีซ่าแล้วเรียบร้อย

ทริปสุดพิเศษประจำปี 2025 แบบนี้ ออกเดินทางวันที่ 12-23 พฤศจิกายน  2025 แบบจัดเต็มถึง 12 วัน 9 คืน โดยทริปนี้ “คุณปั๊บ พงศ์ศรณ์ ภูมิวัฒน์” เจ้าของเพจ The Wild Chronicles 🌏 จะนำพาทุกท่านไปพบความรู้แปลกใหม่ ในสถานที่ที่ซ่อน “ความไม่ธรรมดา” เอาไว้มากมาย

วิทยากรด้านประวัติศาสตร์ต่างประเทศ
วิทยากรด้านประวัติศาสตร์ต่างประเทศ
รายชื่อโรงแรมที่ทางเราจัดไว้ให้สำหรับทุกท่านที่ร่วมเดินทางไปทัวร์กับ The Wild Chronicles
รายชื่อโรงแรมที่ทางเราจัดไว้ให้สำหรับทุกท่านที่ร่วมเดินทางไปทัวร์กับ The Wild Chronicles
ทัวร์โมร็อกโก (Morocco : Sand of Legends)
ทัวร์โมร็อกโก (Morocco : Sand of Legends)

…ย้ำทัวร์เราไม่จอยกรุ๊ป! พาทุกท่านชมประวัติศาสตร์แบบเต็มอิ่มไม่มีชะโงกดู อะไรควรดู อยู่ดูนานขึ้น อะไรอยู่นอกเส้นทางปกติแต่ควรสัมผัส เราจะพาทุกท่านไปสัมผัส ทัวร์นี้ผู้สูงอายุก็สามารถไปได้เพราะเราดูแลทุกท่านเป็นอย่างดี

⬇️หรือติดต่อสอบถามเพิ่มเติมได้ที่เบอร์ 082-894-8444 หรือแอดไลน์ที่ปุ่มด้านล่างและพิมพ์ว่า “สนใจทัวร์โมร็อกโก” ครับ ⬇️

“ราชินีโจรสลัดแห่งโมร็อกโก” – ซัยยิดะห์ อัล ฮูร์รา

ซัยยิดะห์ อัล ฮูร์รา “ราชินีโจรสลัดแห่งโมร็อกโก” ซึ่งสามารถนำกองเรือโจรสลัดโมร็อกโกบุกปล้นกองเรือสเปนและโปรตุเกส จนเป็นที่หวาดผวาไปทั่วทะเลเมดิเตอร์เรเนียน นอกจากนี้ เธอยังเป็นเจ้าเมืองเตตวนและสวยมากเสียจนทำให้สุลต่านโมร็อกโกยังมาแต่งงานกับเธอ… กดอ่านเลย

ศิลปะของมาเกร็บ วิวัฒนาการจากเปอร์เซียสู่แอฟริกาเหนือ

คำว่า “มาเกร็บ” (Maghreb) ที่มีความหมายว่า “ทิศตะวันตก” เป็นคำภาษาอาหรับที่ใช้เรียกพื้นที่ในทวีปแอฟริกาเหนือที่อยู่ทางตะวันตกของอียิปต์ ซึ่งพื้นที่เหล่านี้ชาวอาหรับมาพิชิตในช่วงการขยายอาณาเขตออกไปอย่างกว้างขวางของอาณาจักรอิสลามในช่วงศตวรรษที่ 7 กดอ่านเลย

มัวร์ (Moors) คืออะไร? – สรุปเข้าใจง่าย

มัวร์ (Moors) คือใคร? นี่คงเป็นคำถามที่ใครหลายคนสงสัย...หากได้อ่านประวัติศาสตร์ยุโรปที่กล่าวถึงชาวมัวร์ กดอ่านเลย

โปรแกรมการเดินทางรายวัน

วันที่ 1กรุงเทพฯ – ดูไบ

นัดพบที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เวลา 22:00 น. ชั้น 4 อาคารผู้โดยสารขาออก เช็คอินที่เคาน์เตอร์สายการบินเอมิเรตส์

  • 01:05 น. ออกเดินทางสู่ดูไบด้วยเที่ยวบิน EK385 (ประมาณ 6 ชม. 50 นาที)
ที่พัก
บนเครื่องบิน
วันที่ 2ดูไบ – คาซาบลังกา – ราบัต

ถึงดูไบ 04:55 น. แวะพักราว 2 ชม. 30 นาที ก่อนบินต่อด้วย EK751 ไปคาซาบลังกา ถึง 13:10 น. แล้วเดินทางสู่กรุงราบัต (Rabat) เมืองหลวงริมมหาสมุทรแอตแลนติก ซึ่งเป็นเมืองมรดกโลก

  • สุสานของกษัตริย์โมฮัมเหม็ดที่ 5 (Mausoleum of Mohammed V) สร้างปี 1961 ด้วยสถาปัตยกรรมโมร็อกโก–มัวร์
  • หอขานฮัสซัน (Hassan Tower) เริ่มสร้างปี 1195 ตั้งใจให้สูง 86 เมตรแต่สร้างไม่เสร็จ เหลือ 44 เมตร
  • ป้อมปราการอูไดอาส (Kasbah Les Udayas) ป้อมศตวรรษที่ 12 ที่เคยเป็นฐานของโจรสลัด พร้อมสวนอันดาลูเซีย
ที่พัก
NJ Hotel Rabat (4★) or similar
วันที่ 3ราบัต – เชลลาห์ – เชฟชาอูน

เยี่ยมชมเมืองโบราณเชลลาห์ (Chellah) ที่มีอารยธรรมซ้อนทับกันตั้งแต่ยุคฟีนีเชียน โรมัน อิสลาม ซากถนนโรมัน วิหาร โรงอาบน้ำ และสุสานหลวงราชวงศ์มารินิด จากนั้นเดินทางประมาณ 4 ชม. 30 นาทีสู่เชฟชาอูน (Chefchaouen) “ไข่มุกสีน้ำเงินแห่งโมร็อกโก”

  • เรื่องราวของซัยยิดะฮ์ อัล ฮุรเราะฮ์ ราชินีโจรสลัดผู้ครองเมือง
  • เดินชมเมดินาของเชฟชาอูน ย่านบ้านสีน้ำเงินฟ้า ร้านงานฝีมือ พรม และเครื่องหนัง
อาหาร
เช้า · กลางวัน · เย็น
ที่พัก
Dar Ba Sidi & Spa Hotel (5★) or similar
วันที่ 4เชฟชาอูน – เม็กเนส – โวลูบิลิส – เฟส

เดินทางประมาณ 4 ชม. สู่เม็กเนส (Meknes) เมืองหลวงสมัยกษัตริย์มูเล อิสมาอิลแห่งราชวงศ์อาลาวิด ได้ฉายา “แวร์ซายส์แห่งโมร็อกโก” และเป็นมรดกโลกปี 1996

  • โบราณสถานโวลูบิลิส (Volubilis) เมืองโรมันโบราณ พื้นโมเสกลายเทพเจ้ากรีก–โรมัน เป็นมรดกโลก
  • บับ มันซูร์ (Bab Mansour) ประตูชัยสไตล์มัวร์ สร้างต้นศตวรรษที่ 18
  • เดินทางต่อสู่เฟส (Fez) ก่อตั้งปี ค.ศ. 789 โดยกษัตริย์อิดริสที่ 1 อดีตหนึ่งในสี่เมืองหลวงของโมร็อกโก
อาหาร
เช้า · กลางวัน · เย็น
ที่พัก
Hotel Les Merinides (5★) or similar
วันที่ 5เฟส (เมืองเก่าและตลาดซูค)

เดินตลาดซูค (Souks) ของเฟส ซอยแคบเรียงร้านเครื่องหนัง เครื่องเทศ และลานทำพรม

  • สุสานของกษัตริย์มูเล อิดริสที่ 2 ผู้สถาปนาเฟสเป็นเมืองหลวง (ชมจากภายนอก)
  • มัสยิดและมหาวิทยาลัยอัล เกาะเราะวียีน (Al-Qarawiyyin) ก่อตั้งปี 859 มหาวิทยาลัยที่ยังเปิดสอนเก่าแก่ที่สุดในโลก
  • โรงฟอกหนังฮัวรา (Chouara Tannery) ใช้วิธีดั้งเดิมมาเกือบพันปี
  • บับ บู เจอลูด (Bab Bou Jeloud) “ประตูฟ้า” สร้างปี 1913 และด้านหน้าพระราชวังหลวงแห่งเฟสที่มีประตูทองเหลืองเจ็ดบาน
อาหาร
เช้า · กลางวัน · เย็น
ที่พัก
Hotel Les Merinides (5★) or similar
วันที่ 6เฟส – อิเฟรน – หุบเขาซีซ – เมอร์ซูกา

เยี่ยมโบสถ์ยิวอาเบน ดานัน (Aben Danan Synagogue) โบสถ์ออร์โธดอกซ์ศตวรรษที่ 17 แล้วเดินทาง 1 ชม. 30 นาทีสู่อิเฟรน (Ifrane) “สวิตเซอร์แลนด์แห่งโมร็อกโก” เมืองตากอากาศสไตล์ยุโรปที่ฝรั่งเศสสร้างปี 1929 บนความสูงราว 1,665 เมตร

  • ขับผ่านหุบเขาซีซ (Ziz Valley) โอเอซิสต้นอินทผลัมกลางภูเขาแอตลาส
  • นั่งรถขับเคลื่อนสี่ล้อสู่ทะเลทรายซาฮารา ณ เมอร์ซูกา (Merzouga) ชมอาทิตย์ตก ทานอาหารค่ำ และชมดาวกลางทะเลทราย
อาหาร
เช้า · กลางวัน · เย็น
ที่พัก
Shooting Star Desert Camp or similar
วันที่ 7ซาฮารา – หุบเขาทอดร้า – วอร์ซาเซ็ท

ตอนเช้าขี่อูฐชมพระอาทิตย์ขึ้นเหนือทะเลทรายซาฮารา ทะเลทรายใหญ่ที่สุดในโลก และฟังเรื่องเส้นทางคาราวานที่เชื่อมโมร็อกโกกับแอฟริกาตะวันตก จากนั้นเดินทางสู่หุบเขาทอดร้า (Todra Gorge) ผนังหินทรายสูงเทียบตึก 40 ชั้น

  • เดินทางต่อสู่วอร์ซาเซ็ท (Ouarzazate) “ประตูสู่ทะเลทราย” ระหว่างเทือกเขาแอตลาสสูงและซาฮารา
อาหาร
เช้า · กลางวัน · เย็น
ที่พัก
Karam Palace Hotel (4★) or similar
วันที่ 8ไอท์ เบน ฮัดดู – มาร์ราเกช

เยี่ยมหมู่บ้านไอท์ เบน ฮัดดู (Ait Ben Haddou) หมู่บ้านป้อมดินเหนียวแบบเบอร์เบอร์ มรดกโลก UNESCO ปี 1987 ที่เคยควบคุมเส้นทางคาราวานจากซาฮาราไปมาร์ราเกช

  • โบสถ์ยิวเก่าแห่งตาโอริร์ต (Old Synagogue of Taourirt) หลักฐานชุมชนชาวยิวอามาซีฆ
  • เดินทางประมาณ 4 ชม. สู่มาร์ราเกช (Marrakech) “เมืองสีแดง” สร้างโดยราชวงศ์อัลโมราวิดปี ค.ศ. 1070 ต้นกำเนิดของชื่อประเทศ “โมร็อกโก”
อาหาร
เช้า · กลางวัน · เย็น
ที่พัก
Grand Plaza Marrakech Hotel (4★) or similar
วันที่ 9มาร์ราเกช (เมดินาและจัตุรัสเฌมา เอล ฟนา)

เที่ยวมาร์ราเกชทั้งวัน

  • สวนฌาร์แดง มาชอแรล (Jardin Majorelle) สร้างปี 1923 ต่อมาบูรณะโดยอีฟว์ แซ็ง โลร็อง
  • พระราชวังบาเฮีย (Bahia Palace) ศตวรรษที่ 19 มีกว่า 150 ห้อง
  • สวนลับ (Le Jardin Secret) และโดมอัลโมราวิด (Almoravid Koubba) อาคารศตวรรษที่ 12
  • วิทยาลัยมาดราซาเบน ยูซุฟ (Madrasa Ben Youssef) ศตวรรษที่ 14 ยอดสถาปัตยกรรมยุคซาเดียนส์
  • จัตุรัสเฌมา เอล ฟนา (Djemaa El Fna) ที่ UNESCO ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ ยามเย็นเต็มไปด้วยนักเล่านิทานและนักดนตรี
อาหาร
เช้า · กลางวัน · เย็น
ที่พัก
Grand Plaza Marrakech Hotel (4★) or similar
วันที่ 10มาร์ราเกช – คาซาบลังกา

ชมสุเหร่าคูโตเบีย (Kutobia Mosque) ศตวรรษที่ 12 หอขานสูง 70 เมตร ต้นแบบของหอระฆังลา คิรัลดาในเซบียา แวะถ่ายรูปที่บับ อักนาอู (Bab Agnaou) และเยี่ยมสุสานราชวงศ์ซาเดียนส์ (Saadian Tombs) พร้อมห้องสิบสองเสา

  • เดินทางประมาณ 3 ชม. สู่คาซาบลังกา (Casablanca) เมืองท่าใหญ่ที่สุดของโมร็อกโก
  • ดินเนอร์ที่ร้านริคคาเฟ่ (Rick's Cafe) ที่ได้แรงบันดาลใจจากภาพยนตร์ Casablanca ปี 1942
อาหาร
เช้า · กลางวัน · เย็น
ที่พัก
Barceló Hotel (4★) or similar
วันที่ 11คาซาบลังกา – ดูไบ

เยี่ยมมัสยิดกษัตริย์ฮัสซันที่ 2 (King Hassan II Mosque) แล้วสร้างเสร็จปี 1993 ริมมหาสมุทรแอตแลนติก หอขานสูง 210 เมตร เป็นมัสยิดที่เปิดให้ผู้ไม่ใช่มุสลิมเข้าชมได้ จากนั้นเดินทางไปสนามบิน รับประทานอาหารกลางวันอิสระ

  • 15:05 น. ออกเดินทางสู่ดูไบด้วยเที่ยวบิน EK752 (ประมาณ 7 ชม. 25 นาที)
อาหาร
เช้า · กลางวัน
ที่พัก
บนเครื่องบิน
วันที่ 12ดูไบ – กรุงเทพฯ

ถึงดูไบ 01:30 น. แวะพักราว 2 ชม. 20 นาที ออกเดินทางสู่กรุงเทพฯ ด้วย EK376 เวลา 03:50 น. ถึงสุวรรณภูมิ 12:55 น. โดยสวัสดิภาพ

อัตรานี้รวม

  • ค่าตั๋วเครื่องบินไป-กลับระหว่างประเทศ ชั้นประหยัด (Economy Class)
  • ค่าน้ำหนักสัมภาระ ชั้นประหยัด ตามมาตรฐานของสายการบิน ทั้งสัมภาระโหลดและถือขึ้นเครื่อง
  • ค่าบริการรถรับ-ส่งและนำเที่ยว พร้อมคนขับที่มีประสบการณ์
  • ค่าที่พักตามที่ระบุในโปรแกรม พักห้องละ 2 ท่าน
  • ค่าเข้าชมสถานที่ตามที่ระบุในโปรแกรม
  • ค่าอาหารตามที่ระบุในโปรแกรม
  • มัคคุเทศก์ท้องถิ่นผู้มีประสบการณ์
  • วิทยากรและหัวหน้าทัวร์ชาวไทย
  • ค่าธรรมเนียมวีซ่า (ประเทศโมร็อกโก)
  • ค่าประกันอุบัติเหตุระหว่างการเดินทาง วงเงินคุ้มครองท่านละ 1,000,000 บาท (ตามเงื่อนไขในกรมธรรม์)

อัตรานี้ไม่รวม

  • ค่าอัพเกรดตั๋วเครื่องบินเป็นชั้นธุรกิจ (Business Class)
  • ค่าห้องพักเดี่ยว (กรณีพักคนเดียว)
  • ค่าใช้จ่ายส่วนตัว เช่น ค่าทำหนังสือเดินทาง ค่าโทรศัพท์ ค่าอินเทอร์เน็ต ค่าซักรีด ค่ามินิบาร์ ค่าอาหารพิเศษหรือเครื่องดื่มนอกเหนือโปรแกรม ค่าน้ำหนักกระเป๋าเกิน ค่าสำรองที่นั่งล่วงหน้า ค่ารักษาพยาบาลจากโรคประจำตัว เป็นต้น
  • ค่าทิปหัวหน้าทัวร์ ไกด์ท้องถิ่น และคนขับรถ (แนะนำ 130 USD/ท่าน)
  • ภาษีมูลค่าเพิ่ม 7% และภาษีหัก ณ ที่จ่าย 3% และภาษีอื่น ๆ ตามที่กฎหมายกำหนด
  • ค่าธรรมเนียมน้ำมันและภาษีสนามบิน ในกรณีที่สายการบินปรับขึ้นราคา

คำถามเกี่ยวกับทัวร์นี้

ทัวร์โมร็อกโก Sand of Legends ราคาเท่าไร รวมตั๋วเครื่องบินไหม?
ราคา 129,900 บาทต่อท่าน เมื่อเดินทาง 10 ท่านขึ้นไป รวมตั๋วเครื่องบินไป-กลับชั้นประหยัดกับสายการบินเอมิเรตส์ ถ้าไม่ใช้ตั๋วเครื่องบินของบริษัทลดค่าทัวร์ลง 30,000 บาท
ต้องทำวีซ่าโมร็อกโกไหม ใครดำเนินการ?
ค่าธรรมเนียมวีซ่าโมร็อกโกรวมอยู่ในราคาทัวร์แล้ว หนังสือเดินทางต้องมีอายุเหลือมากกว่า 6 เดือน หลังจองให้ชำระมัดจำพร้อมแนบหน้าพาสปอร์ตภายใน 7 วัน
จองทัวร์ต้องมัดจำเท่าไร และชำระส่วนที่เหลือเมื่อไร?
งวดแรกชำระท่านละ 60,000 บาทเพื่อจอง และชำระงวดที่เหลือภายใน 30 วันก่อนออกเดินทาง ทัวร์ออกเดินทางเมื่อครบ 10 ท่าน
พักห้องเดี่ยวเพิ่มเท่าไร?
ชำระเพิ่มท่านละ 15,000 บาท หากจองคนเดียวและให้บริษัทหาคู่พักแต่หาไม่ได้ อาจต้องชำระค่าพักเดี่ยวเต็มจำนวน
พักโรงแรมระดับไหน?
โรงแรมระดับ 4-5 ดาวหรือเทียบเท่า ยกเว้นคืนที่พักในค่ายทะเลทรายซาฮาราที่เมอร์ซูกา (Shooting Star Desert Camp หรือเทียบเท่า) ทุกโรงแรมมีอาหารเช้า และมีอาหารกลางวันและเย็นตามโปรแกรม
ค่าทิปเท่าไร?
ค่าทิปหัวหน้าทัวร์ ไกด์ท้องถิ่น และคนขับรถไม่รวมในราคาทัวร์ แนะนำ 130 USD ต่อท่าน
ใครเป็นวิทยากรนำทัวร์โมร็อกโก?
ทัวร์นำโดยคุณปั๊บ วิทยากรด้านประวัติศาสตร์ของ The Wild Chronicles ที่มีประสบการณ์นำเที่ยวกว่า 10 ปี เป็นทัวร์ไม่จอยกรุ๊ป
ยกเลิกทัวร์ได้ไหม?
หากยกเลิกก่อน 60 วัน หรือหลังบริษัทออกตั๋วเครื่องบินแล้ว บริษัทขอสงวนสิทธิ์เก็บค่ามัดจำทั้งหมดหรือบางส่วน และหากยกเลิกภายใน 30 วันก่อนเดินทาง ขอสงวนสิทธิ์เก็บค่าทัวร์เต็มจำนวน

ทัวร์โมร็อกโก (Morocco : Sand of Legends)

สนใจทัวร์นี้? ทักไลน์ได้เลย ทีมงานตอบไว

จองทัวร์ผ่าน LINE

เสียงจากผู้ร่วมเดินทาง

อ่านรีวิวทั้งหมด
ชอบเส้นทางแบบนี้ Local Guide บรรยายดีมาก ข้อมูลดีมาก ถามอะไรตอบได้หมด คนขับรถบริการดีสุดๆค่ะ
คุณธัญญา
ยินดีที่ได้เจอกันครับ เป็นทริปที่สนุก ทรหดอดทนกันมาก 😁👍
คุณภาคภูมิ
ขอบคุณมากนะคะ ประทับใจทุกคน ทั้งผู้จัดและผู้ร่วมคณะค่ะ
คุณบี

บทความที่เกี่ยวข้อง

FILE Nº 0589
DECLASSIFIED
โจรสลัด
#ประวัติศาสตร์22 ก.ค. 2568

“สาธารณรัฐโจรสลัดซาเล” ฐานบัญชาการของเหล่าโจรสลัดแห่งเมดิเตอร์เรเนียน

รู้หรือไม่? ในหน้าประวัติศาสตร์ของมนุษย์เคยมี สาธารณรัฐสำหรับเหล่าโจรสลัดอย่างเป็นทางการ

FILE Nº 0004
DECLASSIFIED
โมร็อกโก
#วัฒนธรรม16 พ.ค. 2568

Morocco ทำไมต้องไป “โมร็อกโก” กับ The Wild Chronicles

รู้หรือไม่? ในแอฟริกาเหนือ ยังมีดินแดนที่ทอดตัวอยู่ระหว่างทะเลทรายซาฮารา เทือกเขาแอตลาส และทะเลเมดิเตอร์เรเนียน ประเทศนั้นคือโมร็อกโก…

FILE Nº 0117
DECLASSIFIED
Who is Moors Banner
#ประวัติศาสตร์15 ต.ค. 2567

มัวร์ (Moors) คืออะไร? – สรุปเข้าใจง่าย

“มัวร์” (Moors) เป็นคำที่ชาวคริสต์ในยุโรปใช้เรียกชาวมุสลิมทั่วไป แต่เดิมมีความหมายถึงชาวมุสลิมเบอร์เบอร์จากแอฟริกาเหนือ

ทัวร์ที่เปิดจอง

ราคาเริ่มต้น129,900
สอบถามผ่าน LINE