ชวนเที่ยวทัวร์มองโกเลียฤดูหนาว (Winter Mongolia) สัมผัสกลุ่มคนเลี้ยงกวางเรนเดียร์กลุ่มสุดท้ายของโลก ขี่ม้าและสุนัขลากเลื่อนบนธารน้ำแข็ง พร้อมธรรมชาติอันน่าทึ่ง
ไฮไลต์ของทริป
- ❄️ ผจญภัยบนพื้นน้ำแข็งไปพบกับ "ชาวซาตัน" ชนเผ่าเลี้ยงกวางเรนเดียร์กลุ่มสุดท้ายของโลก! 🛷✨ พร้อมขี่กวางเรนเดียร์กลางหิมะที่หาพบได้ยากมาก! ❄️
- 🌊 เยือน "ทะเลสาบฮุฟสกุล" ที่แปรเปลี่ยนเป็น "ลานน้ำแข็ง" อันกว้างใหญ่
- 🐴 นั่งรถ "ม้า" และ "ไซบีเรียน" 🐕 ลากเลื่อนกลางทุ่งน้ำแข็งมองโกเลีย
- ✨ สัมผัสวิถีของ "นักบวชชาแมน" แห่งศาสนาโบราณ
สถานที่ไฮไลต์

















วิทยากรประวัติศาสตร์นำทัวร์เองทุกทริปมีวิทยากรผู้เชี่ยวชาญด้านประวัติศาสตร์เดินทางไปด้วย เล่าเรื่องยากให้เข้าใจง่ายในทุกสถานที่
เส้นทางที่ไม่ธรรมดาพาไปดินแดนที่คนไม่ค่อยไป ตั้งแต่เอเชียกลาง ตะวันออกกลาง ไปจนถึงหิมาลัย
ไม่จอยกรุ๊ป ไม่ชะโงกทัวร์อะไรควรดูอยู่ดูนานขึ้น จัดกรุ๊ปขนาดพอดีเพื่อประสบการณ์ที่ดีที่สุด
เหนือกว่าการท่องเที่ยวปกติทุกทัวร์ออกแบบโดยนักเขียน และนักเดินทางมืออาชีพ เน้นสร้างประสบการณ์ สะท้อนตัวตน เหมาะกับนักเดินทางที่ต้องการอะไรที่เหนือกว่าการท่องเที่ยวปกติ
รายละเอียดทัวร์
☃️“ขี่กวางเที่ยวทัวร์มองโกเลียฤดูหนาว” : Mongolia Winter Reindeer☃️
The Wild Chronicles จะขอพาท่านผจญภัยบนพื้นน้ำแข็งไปกินอยู่หลับนอนร่วมกับ "ชาวซาตัน" ชนเผ่าเลี้ยงกวางเรนเดียร์กลุ่มสุดท้ายของโลก🦌 พร้อมขี่กวางเรนเดียร์กลางหิมะ
ซึ่งเป็นโอกาสหายากมาก!
อีกทั้งท่านจะได้รับชมสถานที่ต่างๆ ของมองโกเลียฤดูหนาวแบบครบจบในที่เดียว เป็น “อีกมุม” ที่จะทำให้ท่านเข้าใจประเทศนี้ได้อย่างลึกซึ้ง…🥰
แต่ละทัวร์ของเราออกเดินทางร่วมกับวิทยากรผู้เชี่ยวชาญด้านประวัติศาสตร์ เพื่อพาทุกท่านไปพบความรู้แปลกใหม่ ในสถานที่ที่ซ่อน “ความไม่ธรรมดา” เอาไว้มากมาย
สัมผัสชนพื้นเมืองแบบถึงแก่น ใกล้ชิดกวางเรนเดียร์
พาท่านผจญภัยบนพื้นน้ำแข็งไปกินอยู่หลับนอนร่วมกับ "ชาวซาตัน" ชนเผ่าเลี้ยงกวางเรนเดียร์กลุ่มสุดท้ายของโลก🦌 พร้อมขี่กวางเรนเดียร์กลางหิมะ ซึ่งเป็นโอกาสหายากมาก!
ทัวร์มองโกเลียฤดูหนาว! นานทีปีหน
สัมผัสสถานที่ทางธรรมชาติของมองโกเลียในช่วงหน้าหนาว ซึ่งรายล้อมไปด้วยหิมะสีขาวโพลนทั่วบริเวณ สวยงามจนต้องไปเที่ยวด้วยตัวเองสักครั้ง!
☃️…ภายใน “ประเทศมองโกเลีย” (Mongolia) มีชนเผ่าลึกลับนามว่า “ชาวซาตัน” พวกเขาเป็นคนกลุ่มสุดท้ายของโลกที่ยังคงเลี้ยงกวางเรนเดียร์ ซึ่งพวกเขาหลงเหลือเพียง 500 คนเท่านั้น!…
☃️กวางเรนเดียร์สำหรับชาวซาตัน ถือเป็นสมาชิกครอบครัวที่พวกเขาสามารถพึ่งพิงได้ โดยเป็นทั้งพาหนะ แหล่งอาหาร เครื่องนุ่งห่ม และยารักษาโรค ถ้าหากกวางเรนเดียร์สูญหายไป ชาวซาตันก็จะสูญสิ้นไปด้วย พวกเขาจึงรักและหวงแหนกวางเหล่านี้เป็นอย่างยิ่ง พวกเขามักกินนมกวาง แต่ไม่กินเนื้อถ้ามันไม่ตายเอง …ถ้าไม่จำเป็น พวกเขาจะไม่มีทางสังหารกวางเด็ดขาด!


☃️ในหน้าร้อนนั้นการเดินทางไปหาพวกเขา เป็นไปอย่างยากลำบาก เพราะเส้นทางเต็มไปด้วยโคลนตม …แต่เมื่อถึงฤดูหนาวซึ่งอาณาบริเวณเย็นเยือก พื้นที่โคลนและทะเลสาบเหล่านั้นจะกลายเป็นพื้นน้ำแข็ง และกลายเป็นโอกาสที่ดีให้สามารถลุยฝ่าเข้าถึงพวกเขาได้…

☃️The Wild Chronicles จะขอพาท่านสัมผัสประสบการณ์ ขับรถบนพื้นน้ำแข็งไปหาพื้นที่ของชาวซาตัน เพื่อสัมผัสและเรียนรู้วิถีของชาวซาตันได้อย่างลุ่มลึกและเข้มข้น รวมถึงพักในกระท่อมไม้แบบดั้งเดิม ซึ่งเป็นที่อยู่อาศัยของชาวซาตัน พร้อมกินอยู่ร่วมกับชาวซาตันอย่างใกล้ชิด
…และพิเศษยิ่งขึ้นคือท่านจะได้ขี่กวางเรนเดียร์กลางหิมะกับชาวซาตันอีกด้วย โอกาสแบบนี้หาไม่ได้ง่ายเลย!...
☃️ท่านจะได้ชื่นชมธรรมชาติไปกับ “อุทยานแห่งชาติเทเรลจ์” (Terelj National Park) เป็นอุทยานที่มีภูเขาหินแกรนิตสูงและมีเนินเขาอยู่ทางตอนเหนือที่ปกคลุมไปด้วยป่า ทุ่งหญ้า และดอกไม้นานาชนิด
อีกทั้งไปชม “หินเต่า” (Turtle Rock) เป็นหินขนาดยักษ์ที่มีลักษณะคล้ายกับเต่าอันเกิดจากลมและน้ำฝน ซึ่งถือเป็นไฮไลท์สำคัญที่ไม่ควรพลาดเมื่อมาเยือนอุทยานแห่งนี้ หากในฤดูหนาว อุทยานแห่งนี้จะปกคลุมไปด้วยหิมะนุ่มฟูอันขาวโพลนเต็มพื้นที่ทุ่งหญ้าและภูเขา และยังมีทิวทัศน์ริมฝั่งแม่น้ำตูลอันสวยงาม ซึ่งอุณหภูมิที่ลดต่ำถึง -40 องศาเซลเซียส


☃️…สุดพิเศษ เราจะพาท่านไปสัมผัสประสบการณ์ใหม่ด้วยการ “นั่งสุนัขลากเลื่อนมองโกล” ซึ่งเป็นสุนัขสายพันธุ์ไซบีเรียนฮัสกี้ที่พร้อมทำหน้าที่นำท่านเดินทางทั่วอุทยานแห่งชาติเทเรลจ์เป็นระยะทาง 5 กม. เพื่อชมความสวยงามของป่าและริมฝั่งแม่น้ำท่ามกลางทุ่งหิมะขาวโพลน
☃️อีกทั้งตื่นตากับ “ทะเลสาบคุฟส์กูล” (Khuvsgul Lake) หนึ่งในทะเลสาบที่สวยงามที่สุดของมองโกเลีย ซึ่งมีสมญานามว่า “ไข่มุกสีฟ้าแห่งมองโกเลีย” ที่นี่มีรายล้อมด้วยหนองน้ำ ทุ่งหญ้าสเตปป์ ทุนดรา ป่าสนไทก้า และเขตอัลไพน์ จึงทำให้ทะเลสาบคุฟส์กูลมีนกและสัตว์ป่าหายากหลายชนิด
โดยในช่วงหน้าหนาว ทะเลสาบแห่งนี้จะกลายเป็นลานน้ำแข็งอันกว้างใหญ่สุดลุกหูลูกตา ซึ่งเชิญชวนให้นักท่องเที่ยวมาเดินเล่นบนน้ำแข็งและสัมผัสกับความหนาวเย็นสุดประทับใจ


☃️รวมถึงสัมผัสบรรยากาศ “การนอนพักในเกอร์” (Ger) ที่พักแบบกระโจมสไตล์มองโกเลีย ซึ่งเป็นอีกหนึ่งไฮไลท์ที่เป็นเอกลักษณ์ของมองโกเลีย พร้อมชมความงามของธรรมชาติริมทะเลสาบได้อย่างเต็มที่
☃️ตื่นตากับ “แม่น้ำจาร์กันท์” (Jargant River) ที่มีจุดเด่นคือเป็นแม่น้ำที่ไม่เคยแข็งตัว แม้อุณหภูมิจะลดต่ำลงถึง -50 องศาเซลเซียส จนได้รับการขนานนามว่า “แม่น้ำแห่งชีวิต” คอยต้อนรับผู้คนเยี่ยมเยียนพืชพรรณต่างๆ ที่เติบโตท่ามกลางไอน้ำจากแม่น้ำคล้ายดินแดนแห่งเทพนิยายสีขาว


☃️ผจญภัยใน “หุบเขาดาร์ฮัด” (Darkhad Valley) หุบเขาขนาดใหญ่ทางตะวันตกเฉียงเหนือของมองโกเลีย ซึ่งเปรียบเสมือน “อัญมณีอันซ่อนเร้นของมองโกเลีย” ที่ให้ความรู้สึกที่ไม่เหมือนใคร เพราะที่นี่ยังคงอนุรักษ์ความสวยงามทางธรรมชาติอันอุดมสมบูรณ์ และรักษาประเพณีของชนเผ่าทุ่งหญ้า เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการสำรวจโลกที่เต็มไปด้วยธรรมชาติอันอุดมสมบูรณ์ และวัฒนธรรมที่น่าสนใจ

☃️รับชม “กลุ่มหินกวาง ณ หุบเขาเขาอูชิกกิน อูวูร์” (Deer Stones at Uushignii Uvur Valley) ซึ่งมีเนินฝังศพและหินกวางมากมายในพื้นที่ โดยท่านจะได้สำรวจหินกวาง 14 ก้อน ที่วางเรียงกันอยู่ใกล้ๆ กัน และมีการแกะสลักรูปกวางจำนวนต่างกันบนหิน
ที่นี่สันนิษฐานว่าสร้างขึ้นโดยชนเผ่าเร่ร่อนในยุคสำริด เพื่อใช้ในการประกอบพิธีกรรม เพราะเชื่อว่ากวางเป็นสัตว์ที่มีจิตวิญญาณและอยู่ในโลกเหนือธรรมชาติ ดังนั้นเมื่อมีคนตาย กวางก็จะนำวิญญาณของเขาไปสู่โลกเหนือธรรมชาติ ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญทางศาสนาท้องถิ่นและวิถีชีวิตเร่ร่อนในมองโกเลีย

☃️ตระการตารูปปั้นทรงม้าสแตนเลสที่ใหญ่ที่สุดในโลก “อนุเสาวรีย์เจงกิสข่าน” รับรู้เรื่องราวมหาบุรุษแห่งจักรวรรดิมองโกลอันแสนเกรียงไกร หนึ่งในจักรวรรดิที่ยิ่งใหญ่ที่สุดนับตั้งแต่โลกเคยมีมา
☃️เยี่ยมชม “อารามกันดัน เทกิชิเลน” (Gandan Tegichilen Monastery) อารามที่เคยรุ่งเรืองและมีพระภิกษุสงฆ์กว่า 2,000 รูปพำนักอยู่ จนกระทั่งถูกทำลายลงเมื่อปี 1937 โดยพรรคคอมมิวนิสต์มองโกเลีย แต่หลังการปฏิวัติประชาธิปไตยมองโกเลีย อารามแห่งนี้ได้รับการฟื้นฟูขึ้นใหม่อีกครั้ง โดยภายในมีคอลเลกชัน “ทังก้า” ภาพจิตรกรรมพุทธศาสนาสไตล์ทิเบตอันงดงามอีกด้วย


☃️และสถานที่สุดพีกอีกมากมาย การันตีว่าเข้าถึงธรรมชาติของมองโกเลียที่หาชมได้ยากอย่างแน่นอน!
ทริปเส้นทางพิเศษนี้เดินทางวันที่ 26 กุมภาพันธ์ - 5 มีนาคม 2568 เหมาะสำหรับเหล่านักผจญภัยที่ต้องการสัมผัสประสบการณ์ที่แตกต่าง เดินทางร่วมกับผม (ปั๊บ เจ้าของเพจ The Wild Chronicles) นำทัวร์ด้วยตนเอง เพื่อพาทุกท่านไปพบความรู้แปลกใหม่ ในสถานที่ที่ซ่อน “ความไม่ธรรมดา” เอาไว้มากมาย

"พงศ์ศรณ์ ภูมิวัฒน์" หรือ "คุณปั๊บ" เจ้าของเพจ The Wild Chronicles และเป็นเจ้าของผลงานสารคดีชุด The Wild Chronicles ที่จะพูดถึงเกร็ดประวัติศาสตร์ สงคราม เรื่องต่างประเทศ และการท่องเที่ยวไปในสถานที่แปลกๆ โดยมีปณิธานว่า "อยากเอาเรื่องยากๆ มาอธิบายให้เข้าใจง่ายๆ" และเพื่อสิ่งนี้จึงได้จัดทำทัวร์ เพื่อเผยแพร่ความรู้แปลกใหม่ให้กับผู้สนใจ
ทัวร์ของเราการันตีว่า "จัดเต็มสิ่งที่ดีที่สุด" ตามสไตล์ The Wild Chronicles โดยเราเลือกสิ่งที่ดีที่สุดให้คุณเท่านั้น ไม่ว่าจะสถานที่ โรงแรม รวมถึงบริการสุด Exclusive ที่จะทำให้ท่านประทับใจแบบไม่รู้ลืม😍



ย้ำอีกครั้ง! ทัวร์มองโกเลียของเรายังคงคอนเซ็ปต์ “ทัวร์ดีมีของ” คุณภาพเต็มเปี่ยม ร่วมออกเดินทางไปกับเรา เพื่อสัมผัสประสบการณ์สำหรับนักผจญภัยที่ไม่ธรรมดาแบบคุณ”🎊
⬇️หรือติดต่อสอบถามเพิ่มเติมได้ที่เบอร์ 082-894-8444 หรือแอดไลน์ที่ปุ่มด้านล่างและพิมพ์ว่า “สนใจทัวร์มองโกเลียฤดูหนาว” ครับ ⬇️
รีวิวอาหารมองโกเลียแบบถึงพริกถึงขิง
“เรียบง่าย แต่พิสดาร แหกกฎทุกตำราอาหาร” และสิ่งสุดท้ายที่ต้องอุทานออกมาคือ “อร่อยมาก อร่อยจริงๆ ไม่คิดว่าประเทศที่ทุรกันดารขนาดนี้ จะมีอาหารอร่อยขนาดนี้!” กดอ่านเลย
ไมเคิลแองเจโลแห่งเอเชีย – ซานาบาซาร์
วันนี้ The Wild Chronicles จะพาไปทำความรู้จักกับบุคคลที่ได้รับขนานนามว่า “ไมเคิลแองเจโลแห่งเอเชีย” อย่าง “ซานาบาซาร์” กันครับ กดอ่านเลย
นิทานกาวๆ แห่งมองโกเลียตอน “พระอาทิตย์เจ็ดดวง”
นี่คือนิทานมองโกเลียชื่อพระอาทิตย์เจ็ดดวง ซึ่งเป็นคนละเรื่องกับนิทานจีนชื่อ “โฮ่วอี้ผู้ยิงพระอาทิตย์” ที่ได้รับการคัดเลือกมาลงเพราะกาวกว่ามากนั่นเอง กดอ่านเลย
โปรแกรมการเดินทางรายวัน
วันที่ 1กรุงเทพฯ – อูลานบาตอร์
นัดพบที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เวลา 12:00 น. เคาน์เตอร์สายการบิน MIAT Mongolian Airlines ออกเดินทางสู่ท่าอากาศยานนานาชาติเจงกิสข่าน (UBN) 15:15 น. เที่ยวบิน OM762 ถึงกรุงอูลานบาตอร์ 22:25 น. (เวลามองโกเลียเร็วกว่าไทย 1 ชั่วโมง) พักที่กรุงอูลานบาตอร์
วันที่ 2อนุสาวรีย์เจงกิสข่าน – อุทยานแห่งชาติเทเรลจ์ – สุนัขลากเลื่อน
เที่ยวชม:
- อนุสาวรีย์เจงกิสข่าน (Genghis Khan Statue Complex) สร้างปี 2008 เนื่องในโอกาสครบรอบ 800 ปีการสถาปนาจักรวรรดิมองโกล เป็นรูปปั้นทรงม้าสแตนเลสที่ใหญ่ที่สุดในโลก
- อุทยานแห่งชาติเทเรลจ์ (Terelj National Park) ภูเขาหินแกรนิตรูปร่างแปลกตา ฤดูหนาวปกคลุมด้วยหิมะและมีทิวทัศน์ริมแม่น้ำตูล
- นั่งสุนัขลากเลื่อนไซบีเรียนฮัสกี้ ระยะทาง 5 กม. 1 เลื่อนนั่งได้ 2 ท่าน เรียนรู้วิธีขับเลื่อนและทำความรู้จักกับสุนัข
จากนั้นเดินทางกลับอูลานบาตอร์
วันที่ 3อูลานบาตอร์ – มูรุน – ทะเลสาบฮุฟสกุล
เดินทางไปท่าอากาศยานนานาชาติเจงกิสข่าน และบินสู่ท่าอากาศยานมูรุน (MXV) จากนั้นเดินทางต่ออีกประมาณ 1 ชั่วโมง 30 นาทีสู่ ทะเลสาบฮุฟสกุล (Khuvsgul Lake) ซึ่งได้ชื่อว่า "ไข่มุกสีฟ้าแห่งมองโกเลีย" เป็นทะเลสาบน้ำจืดที่ใหญ่และลึกที่สุดของประเทศ ในฤดูหนาวกลายเป็นลานน้ำแข็งกว้างใหญ่ให้เดินสำรวจ
พักแบบ เกอร์ (Ger) กระโจมสไตล์มองโกเลียริมทะเลสาบ
วันที่ 4แม่น้ำจาร์กันท์ – หุบเขาดาร์ฮัด – พบชาวซาตัน
- ขี่ม้าลากเลื่อนสไตล์มองโกลบนทุ่งน้ำแข็ง (optional ท่านละ 10 USD ไม่รวมในค่าทัวร์)
- แม่น้ำจาร์กันท์ (Jargant River) แม่น้ำที่ไม่เคยแข็งตัวแม้อุณหภูมิต่ำมาก ชาวบ้านเรียกว่า "แม่น้ำแห่งชีวิต" ป่าสนปกคลุมด้วยหิมะและไอหมอกลอยเหนือแม่น้ำ
- เดินทางประมาณ 3 ชั่วโมงสู่ หุบเขาดาร์ฮัด (Darkhad Valley) สูงราว 1,600 เมตร ฤดูร้อนเป็นโคลนเข้าถึงยาก แต่ฤดูหนาวขับรถข้ามพื้นน้ำแข็งได้
- พบกับ ชาวซาตัน (Tsaatan) คนเลี้ยงกวางเรนเดียร์ซึ่งเหลือราว 500 คน และพักในกระท่อมไม้แบบดั้งเดิมของพวกเขา
วันที่ 5ใช้ชีวิตกับชาวซาตัน ขี่กวางเรนเดียร์
ชมป่าสนหิมะและแสงอาทิตย์สีทองยามเช้า ใช้เวลาทั้งวันกับชาวซาตัน เข้าพบ หมอผี (Shaman) ประจำเผ่า ผู้ทำหน้าที่ติดต่อกับดวงวิญญาณแห่งธรรมชาติและชี้แนะแนวทางทางจิตวิญญาณ และมีโอกาสขี่กวางเรนเดียร์ร่วมกับชาวซาตัน (optional ท่านละ 10 USD ไม่รวมในค่าทัวร์)
วันที่ 6หุบเขาดาร์ฮัด – มูรุน
ขับรถ 317 กม. ประมาณ 7 ชั่วโมงสู่ เมืองมูรุน (Murun) เมืองใหญ่ทางภาคเหนือของมองโกเลีย แวะถ่ายรูปทิวทัศน์ฤดูหนาวระหว่างทาง เช็คอินและพักผ่อนใน เกอร์ อีกครั้ง
วันที่ 7หินกวาง – อารามกันดันดาร์จาลิง – กลับอูลานบาตอร์
- กลุ่มหินกวางที่หุบเขาอูชิกกิน อูวูร์ (Deer Stones at Uushignii Uvur Valley) หินสลักรูปกวางอายุราว 1,000 ปีก่อนคริสตกาล เชื่อว่าสร้างโดยชนเผ่าเร่ร่อนยุคสำริดเพื่อใช้ในพิธีกรรม เป็นแหล่ง UNESCO World Heritage
- เมืองมูรุน เมืองหลวงของจังหวัดฮุฟสกุล-ไอมัก และ อารามกันดันดาร์จาลิง (Gandandarjaalin Monastery) ที่ถูกทำลายเมื่อปี 1937 และฟื้นฟูขึ้นใหม่ ปัจจุบันมีพระราว 40 รูป และมีภาพทังก้า
จากนั้นบินจากมูรุนกลับอูลานบาตอร์
วันที่ 8อูลานบาตอร์ – กรุงเทพฯ
เดินทางไปท่าอากาศยานนานาชาติเจงกิสข่าน ออกเดินทาง 08:10 น. เที่ยวบิน OM701 ถึงท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ 13:45 น.
อัตรานี้รวม
- ค่าตั๋วเครื่องบินไป-กลับภายในประเทศ (UBN – MXV – UBN) ชั้นประหยัด
- ค่ารถรับ-ส่งและนำเที่ยว พร้อมคนขับที่มีประสบการณ์
- ค่าที่พักตามที่ระบุในโปรแกรม พักห้องละ 2 ท่าน (กระโจมอาจพักมากกว่า 2 ท่าน)
- ค่าเข้าชมสถานที่ตามที่ระบุในโปรแกรม
- ค่าอาหารตามที่ระบุในโปรแกรม
- มัคคุเทศก์ท้องถิ่นผู้มีประสบการณ์
- วิทยากรและหัวหน้าทัวร์ชาวไทย
- ประกันอุบัติเหตุระหว่างการเดินทาง วงเงินคุ้มครองท่านละ 1,000,000 บาท (ตามเงื่อนไขในกรมธรรม์)
- ค่านั่งสุนัขไซบีเรียนลากเลื่อน
อัตรานี้ไม่รวม
- ค่าตั๋วเครื่องบินไป-กลับระหว่างประเทศ (BKK – UBN – BKK) ชั้นประหยัดและชั้นธุรกิจ
- ค่าห้องพักเดี่ยว (เฉพาะคืนที่นอนในกรุงอูลานบาตอร์)
- ค่าใช้จ่ายส่วนตัว เช่น ค่าโทรศัพท์ อินเทอร์เน็ต ซักรีด มินิบาร์ อาหารและเครื่องดื่มนอกรายการ ค่าน้ำหนักกระเป๋าเกิน ค่ารักษาพยาบาลจากโรคประจำตัว
- ค่าทิปหัวหน้าทัวร์ ไกด์ท้องถิ่น และคนขับรถ (แนะนำ 70 USD/ท่าน)
- ค่านั่งม้าลากเลื่อน 10 USD/ท่าน
- ค่าขี่กวางเรนเดียร์ 10 USD/ท่าน
- ค่าซิมการ์ด
- ภาษีมูลค่าเพิ่ม 7% ภาษีหัก ณ ที่จ่าย 3% และภาษีอื่น ๆ
- ค่าธรรมเนียมน้ำมันและภาษีสนามบิน กรณีสายการบินปรับขึ้นราคา
คำถามเกี่ยวกับทัวร์นี้
ทัวร์มองโกเลียฤดูหนาวนี้ราคารวมตั๋วเครื่องบินไหม
คนไทยต้องทำวีซ่าเข้ามองโกเลียไหม
จองทัวร์มองโกเลียต้องมัดจำเท่าไร ชำระส่วนที่เหลือเมื่อไร
พักเดี่ยวเพิ่มเท่าไร
ที่พักในทัวร์มองโกเลียฤดูหนาวเป็นแบบไหน
ค่าทิปและกิจกรรมเสริมในทริปมองโกเลียเท่าไร
ใครเป็นวิทยากรนำทัวร์
ยกเลิกทัวร์ได้ไหม
ทัวร์มองโกเลียฤดูหนาว (Mongolia Winter Reindeer)
สนใจทัวร์นี้? ทักไลน์ได้เลย ทีมงานตอบไว






