รู้หรือไม่? เมื่อครั้งจักรวรรดิมองโกลแผ่ขยายอำนาจกว้างใหญ่ไพศาล รุกรานดินแดนต่าง ๆ ตั้งแต่อาหรับ จีน เกาหลี ญี่ปุ่น ไปจนถึงเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ “อาณาจักรล้านนา” ทางภาคเหนือของไทยในวันนี้ ก็เคยตกเป็นเป้าการรุกรานของกองทัพมองโกลด้วยเช่นกัน และที่น่าทึ่งยิ่งกว่านั้นคือ… ล้านนาสามารถต้านทานทัพมองโกลได้!

นี่คือ… เรื่องราวที่ไม่ได้ปรากฏบนบทเรียนประวัติศาสตร์ไทยฉบับส่วนกลาง หากแต่มันคือเรื่องราวของสงครามและการต่อสู้เพื่อเอาตัวรอดจากเงื้อมมือมหาอำนาจที่น่าสนใจเป็นอย่างยิ่ง!

เรื่องราวจะเป็นอย่างไร ท่านสามารถอ่านต่อด้านล่างได้เลยครับ…

1. จุดเริ่มต้นของอาณาจักรล้านนานั้นเกิดขึ้นเมื่อพญามังราย เจ้าผู้ปกครองนครเงินยางซึ่งขึ้นครองราชย์เมื่อปี 1259 (พ.ศ. 1802) ทรงขยายอำนาจของตนในลุ่มน้ำแม่กก แม่อิง และแม่น้ำปิงตอนบน จากการตีเมืองเล็กเมืองน้อยให้รวมเป็นปึกแผ่น พร้อมตั้งอาณาจักรล้านนาโดยมีเมืองเชียงรายเป็นศูนย์กลางอำนาจ ต่อมามีการเปลี่ยนศูนย์กลางที่เวียงฝาง, และเวียงกุมกาม

2. ขณะเดียวกัน ราชวงศ์หยวน ราชวงศ์ของชาวมองโกลซึ่งสามารถปกครองแผ่นดินได้เป็นปึกแผ่นโดยกุบไลข่าน หรือพระเจ้าหยวนซื่อจู่ ก็ได้เริ่มขยายอำนาจลงทางใต้ โดยการยึดครองอาณาจักรต้าหลี่ (ยูนนาน) เมื่อปี 1253 (พ.ศ. 1796) หลังจากนั้น กุบไลข่านได้ใช้ยูนนานเป็นฐานขยายอำนาจลงทางใต้ โดยตั้งขุนนางมองโกลและผู้นำท้องถิ่นปกครองยูนนาน

3. ราชวงศ์หยวนใช้วิธีรุกและยึดดินแดนต่าง ๆ เพื่อให้เข้ามาสวามิภักดิ์ ต่างจากราชวงศ์จีนยุคก่อนหน้าที่เห็นว่าตนเองเป็นศูนย์กลางแห่งจักรวาล ดินแดนต่าง ๆ จะต้องเข้ามาส่งบรรณาการเอง (จิ้มก้อง) ทำให้ราชวงศ์หยวนเริ่มทำสงครามเพื่อหมายยึดครองดินแดนทางตอนใต้ คือ เหมียนก๊ก (อาณาจักรพุกาม หรือพม่า), อันนัม (ไดเวียด หรือเวียดนาม), และ “ปาไป่สีฟู่กั๋ว” (แปลว่า อาณาจักรสนมแปดร้อย) หรืออาณาจักรล้านนาของพญามังราย ซึ่งไม่ยอมสวามิภักดิ์กับทางมองโกลนั่นเอง

4. มองโกลได้เริ่มรุกรานอันนัม (เวียดนาม) และพุกาม (พม่า) ก่อน โดยสามารถยึดครองพุกามได้สำเร็จในปี 1287 (พ.ศ. 1830) จนทำให้อาณาจักรพุกามล่มสลาย ขณะที่การรุกรานอันนัมกลับล้มเหลวทั้งสามครั้ง แม้จะเคยบุกได้ลึกถึงกรุงฮานอย แต่ต้องพ่ายแพ้ต่อการต่อต้านของกองทัพเวียดนาม

5.ส่วนการรุกรานล้านนา มองโกลส่งกองทัพมาตีล้านนาเป็นครั้งแรกเมื่อปี 1284 (พ.ศ. 1827) นำทัพโดยปู้หลู่เหอต๋า ทว่าเมื่อเดินทางถึงเชอหลี่ (เชียงรุ่งใหญ่ หรือสิบสองปันนา) เมืองชายแดนยูนนาน และเป็นเขตสำคัญที่ติดต่อกับล้านนาและพม่า ปู้หลู่เหอต๋าได้นำทหารม้ากว่า 300 นายไปเกลี้ยกล่อมให้เชอหลี่สวามิภักดิ์ แต่เจ้าเมืองไม่ยินยอม ทำให้มองโกลบุกเชียงรุ่งใหญ่ จนเชียงรุ่งใหญ่พ่ายแพ้และจำนนต่อราชวงศ์หยวน

6. พญามังรายซึ่งกำลังแผ่ขยายอำนาจของตนเอง ทรงทราบว่าราชวงศ์หยวนกำลังรุกรานลงมาทางใต้ จึงจำเป็นต้องขยายอำนาจทางใต้และพิชิตหริภุญชัยได้ในปี 1292 (พ.ศ. 1835) ปีเดียวกัน ราชวงศ์หยวนวางแผนยกทัพโจมตีล้านนา ทว่ากุบไลข่านทรงสิ้นพระชนม์ในปี 1294 (พ.ศ. 1837) ทำให้แผนการต้องยุติลงชั่วคราว พร้อมกันนั้น เตมูร์ข่าน หรือพระเจ้าหยวนเฉิงจง ซึ่งขึ้นปกครองแผ่นดินจีนต่อจากกุบไลข่าน ยังทรงหยุดทำสงครามขยายดินแดน และสร้างสันติภาพกับรัฐต่าง ๆ เช่น ไดเวียด และจามปาแทน

7. แต่ราชวงศ์หยวนยังคงต้องการปกครองเชอหลี่ หรือเชียงรุ่งใหญ่ พื้นที่สำคัญในการติดต่อกับล้านนาและพม่าอย่างเต็มที่ ทำให้ในปี 1296 (พ.ศ. 1839) ราชวงศ์หยวนตั้งกองทัพเพื่อปกครองดินแดนแห่งนี้ และปีเดียวกันนี้ พญามังรายได้สถาปนาเมืองเชียงใหม่เป็นราชธานี นอกจากนี้ พญามังรายทรงโต้กลับมองโกล โดยการผนึกกำลังกับเมืองลื้อ (เชียงรุ่งน้อย) โจมตีเชียงรุ่งใหญ่ หรือเชอหลี่ของจีน

8. เตมูร์ข่านจึงตัดสินใจส่งกองทัพไปปราบล้านนาอย่างเด็ดขาด เพื่อทำให้ชายแดนสงบสุข ทั้งยังดึงอำนาจจากพม่าและลาวได้ แม้จะมีเสียงต่อต้านจากขุนนางในราชสำนักจีนว่าไม่จำเป็นต้องทำเช่นนี้ เพราะล้านนาอยู่ไกล เต็มไปด้วยทิวเขาสลับซับซ้อน ควรจะใช้คนไปเกลี้ยกล่อมสวามิภักดิ์แทนก็ตาม แต่ก็ไม่สำเร็จผล

9. ปี 1301 (พ.ศ. 1844) ราชวงศ์หยวนได้ส่งหลิวเซิน, เหอล่าไต้, และเจิ้งโย่ว นำไพร่พลไปบุกตีล้านนากว่า 20,000 นาย ทว่าขณะนั้นราชวงศ์หยวนรับศึกหลายด้าน ทั้งกบฏในยูนนาน การทำสงครามกับพม่า จึงทำให้เสียกำลังพลไปเป็นจำนวนมาก ส่งผลต่อการทำศึกที่ล้านนาด้วยเช่นกัน

10. ท้ายที่สุด การไปตี “ล้านนา” ในครั้งนี้ก็ต้องเป็นอันพ่ายแพ้ไป… อีกทั้งเตมูร์ข่านยังสั่งประหารหลิวเซินเพื่อกลบเกลื่อนความอัปยศ แต่เตมูร์ข่านยังไม่สิ้นความพยายาม พระองค์ทรงสั่งรุกล้านนาอีกในปี 1302–1303 (พ.ศ. 1845–46) ก็ล้มเหลวเช่นเดิม

11. ปี 1309 รัชกาลคูลุกข่าน หรือพระเจ้าหยวนอู่จง รัชกาลที่ 3 แห่งราชวงส์หยวน พญามังรายแห่งล้านนาร่วมมือกับเมืองลื้อ (เชียงรุ่งน้อย) รุกรานดินแดนยูนนาน ซึ่งทางยูนนานไปปราบได้ผลแค่เล็กน้อย ซึ่งความพ่ายแพ้ต่อล้านนาตลอดเวลาที่ผ่านมา ทำให้การส่งทหารไปปราบล้านนาถูกขุนนางเริ่มทัดทาน และเสนอให้เน้นการทูตแทน ซึ่งคูลุกข่านไม่เชื่อและยังส่งคนไปปราบ แต่ยังไม่ถึงขั้นทำสงคราม

12. แต่ความขัดแย้งครั้งนี้ยังไม่ถึงขั้นทำสงคราม เพราะเมื่อคูลูกข่านสวรรคตลงเมื่อปี 1311 (พ.ศ. 1854) และอายูร์บาร์วาดา หรือพระเจ้าหยวนเหรินจง รัชกาลที่ 4 ของราชวงศ์หยวน ขึ้นครองราชย์ ขุนนางสายเน้นการทูตก็ขึ้นเป็นใหญ่ พร้อมกับจักรพรรดิองค์ใหม่พยายามแก้ไขปัญหาที่องค์เก่าสืบมา คือ ปัญหาการขาดงบประมาณจากการทำสงคราม ทำให้ราชวงศ์หยวนลำบากและเสียหายหนัก สงครามระหว่างราชวงศ์หยวนกับอาณาจักรต่างๆ รวมถึงล้านนาจึงยุติลง

13. ฝั่งล้านนาก็มีการเปลี่ยนแปลงเช่นกัน เพราะในปี 1311 (พ.ศ. 1854) พญามังรายที่ทรงสู้กับมองโกลมาตลอดเกิดสวรรคตพอดี พญาไชยสงครามซึ่งขึ้นครองล้านนาแทนพระราชบิดา เปลี่ยนท่าทีต่อราชวงศ์หยวน หันมาส่งเครื่องบรรณาการ (จิ้มก้อง) คบค้าด้วยการทูตแทน และทรงย้ายกลับไปประทับที่เชียงราย ให้พระราชโอรสคือเจ้าแสนพูกลับไปรื้อฟื้นเมืองเชียงแสน อันเป็นเสมือนประตูของล้านนา

14. กระนั้น ทางยูนนานก็ยังต้องการยกทัพไปตีล้านนาเพื่อพยายามเอาเชียงรุ่งกลับมาปกครอง แต่ทั้งสองก็ไม่ได้ทำสงครามกันหลังจากนั้น จนยุคปลายราชวงศ์หยวน การเมืองภายในไม่ค่อยมั่นคง มีการเปลี่ยนรัชกาลบ่อย ๆ นโยบายการปกครองของแต่ละรัชกาลจึงปรับเปลี่ยน

ส่วนภายในล้านนาก็มีปัญหาการเมืองภายในเช่นกัน ทำให้ความสัมพันธ์ในระบบบรรณาการระหว่างจีนและล้านนาในสมัยราชวงศ์หยวนจึงไม่ราบรื่น แต่ล้านนาก็ได้ส่งบรรณาการและยอมรับอำนาจของจีน โดยให้ราชวงศ์หยวนปกครองล้านนาเชิงสัญลักษณ์ และล้านนาใช้ระบบบรรณาการเป็นประโยชน์ทางการเมืองและการค้า

จวบจน ราชวงศ์หยวนของมองโกลล่มสลายลงเมื่อปี 1368 (พ.ศ. 1911) ทางล้านนาก็ได้สืบต่อการส่งบรรณาการกับราชวงศ์ใหม่อย่างราชวงศ์หมิงแทน

นี่จึงเป็นเรื่องราวของศึกสงครามล้านนา–มองโกล ศึกที่อาณาจักรเล็ก ๆ แห่งหนึ่งสามารถต้านทานทัพของจักรวรรดิที่เคยพิชิตโลกได้! แม้นภายหลัง ล้านนาจะหันมาสวามิภักดิ์ แต่มันก็เป็นไปตามคติการปกครองของยุคนั้น โดยล้านนายังคงรักษาความเป็นอิสระของตนไว้ มิใช่การตกเป็นเมืองขึ้น

อ้างอิง: silpa-mag (ดอท) com/history/article_89353?
Silpa-mag (ดอท)com/history/article_127396
Prachachat (ดอท) net/d-life/news-1086094
โจวปี้เฝิง. ล้านนาสวามิภักดิ์ ความสัมพันธ์ในระบบบรรณาการระหว่างจีนกับล้านนา. มติชน; 2565.
โจวปี้เฝิง, สรัสวดี อ๋องสกุล. ความสัมพันธ์ในระบบบรรณาการระหว่างจีนและล้านนา
ในสมัยปลายคริสต์ศตวรรษที่ 13 – 16. วารสารจีนศึกษา มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ปีที่ 13 ฉบับที่ 2 พุทธศักราช 2563, หน้า 232-250.

ภาพประกอบ: ภาพทหารมองโกล และอนุสาวรีย์พ่อขุนเม็งรายมหาราช (พญามังราย) จ.เชียงราย

#TWCHistory #TWCThailand #TWCMongolia #TWC_Rama