ราคาเริ่มต้น : 144,900 บาท
จองทัวร์

ทัวร์อิรัก (Iraq : The First of Us) ตามรอยอารยธรรมเมโสโปเตเมีย ต้นกำเนิดรากเหง้าของเราทุกคน

Iraq
Not Rated
Duration

11 วัน, 9 คืน

Tour Type

Specific Tour

Group Size

25 people

🤩4 เหตุผลที่ต้องมาทัวร์ "อิรัก" (Iraq) กับ The Wild Chronicles🤩

🌍 อิรัก “The First of Us” ตามรอยรากเหง้าของเราทุกคน 🦁

The Wild Chronicles ขอพาท่านเดินทางไป “อิรัก” ตามรอยอารยธรรมเมโสโปเตเมีย ต้นกำเนิดรากเหง้าของเราทุกคน 🥰

วิทยากรคุณภาพคับแน่น

แต่ละทัวร์ของเราออกเดินทางร่วมกับวิทยากรผู้เชี่ยวชาญด้านประวัติศาสตร์พร้อมประสบการณ์นำเที่ยวกว่า 10 ปี เพื่อพาทุกท่านไปพบความรู้แปลกใหม่ ในสถานที่ที่ซ่อน “ความไม่ธรรมดา” เอาไว้มากมาย

เก็บครบไฮไลท์ทัวร์อิรักที่ดีที่สุด

โปรแกรมของเราการันตีว่า "ดีที่สุด" แน่นอน! อีกทั้งเต็มไปด้วยประวัติศาสตร์ของสถานที่เหล่านั้นอย่างลึกซึ้ง เพื่อรับประสบการณ์ที่แตกต่าง และสัมผัสบรรยากาศแบบใหม่ที่อาจไม่เคยลิ้มลอง

เรื่องราวประวัติศาสตร์ครบถ้วน

ประวัติศาสตร์ที่ซ่อนเร้นอยู่ในแต่ละสถานที่ ซึ่งเราจะนำมากล่าวขานให้ท่านได้ฟังแบบ "สรุปเข้าใจง่าย" รับรองว่าท่านจะได้รับความรู้อย่างเต็มที่แน่นอน

ประสบการณ์สุดพรีเมี่ยม

ทางเราจัดสรรสิ่งที่ดีที่สุดให้ท่านเสมอตามสไตล์ The Wild Chronicles ทางเราจึงเชื่อมั่นว่าจะเป็น “ทัวร์ดีมีของ” สำหรับนักผจญภัยที่ไม่ธรรมดาอย่างทุกท่านแน่นอนครับ!

Ctesiphon
Amedi
Great Mosque of Samarra
Erbil
Imam Ali Shrine
Basra
Kingdom of Hatra
Duhok
Holy Shrine Of Imam Hossain
Samarra
Mutanabbi Street
สถานที่สุดพีกอีกมากมาย!
Previous slide
Next slide

Lorem ipsum dolor sit amet, consectetur adipiscing elit. Ut elit tellus, luctus nec ullamcorper mattis, pulvinar dapibus leo.

Lorem ipsum dolor sit amet, consectetur adipiscing elit. Ut elit tellus, luctus nec ullamcorper mattis, pulvinar dapibus leo.

ประวัติศาสตร์ของมนุษยชาติเริ่มต้นที่อู่อารยธรรมอันเก่าแก่ทั้ง 6 อู่ ในจำนวนนี้ อู่อารยธรรมที่ “เก่าแก่” และอาจกล่าวได้ว่า “มีอิทธิพลต่อโลก” มากที่สุดคือ “อู่เมโสโปเตเมีย”

🦁 รู้หรือไม่? “รถยนต์สมัยใหม่” อาจถูกประดิษฐ์ขึ้นที่เยอรมันแต่ “ล้อ” ถูกประดิษฐ์ที่นี่
🦁 รู้หรือไม่? “การพิมพ์บล็อกไม้” อาจจะถูกสร้างขึ้นที่จีนแต่ “การเขียน” ถูกสร้างขึ้นที่นี่
🦁 รู้หรือไม่? “คอมพิวเตอร์” อาจจะถูกคิดค้นที่อังกฤษแต่ “คณิตศาสตร์” ถูกคิดค้นที่นี่

🦁 ปี 2025❗The Wild Chronicles ขอพาท่านเดินทางไป “อิรัก” 🦁 ตามรอยอารยธรรมเมโสโปเตเมีย ต้นกำเนิดรากเหง้าของเราทุกคน

ทริปนี้ไม่ใช่ทริปธรรมดา เพราะนี่คือดินแดนที่เป็นจุดเริ่มต้นของแทบทุกสิ่งบนโลกและเราทุกคนล้วนมีรากเหง้าบางอย่างสามารถหยั่งลงไปถึงมัน และการเดินทางไปสัมผัสมันอาจจะเปลี่ยนแปลงมุมมองต่อโลกของท่านไปตลอดกาล…

🦁 ไล่ตามเส้นทางเริ่มต้นจากนำท่านนั่งรถ “เลียบแม่น้ำชัตต์อัลอาหรับ” (Shatt al-Arab) แม่น้ำสายสําคัญทางยุทธศาสตร์ของภูมิภาคตะวันออกกลาง ที่หล่อเลี้ยงดินแดนเมโสโปเตเมียมาอย่างยาวนาน ระหว่างทาง ท่านจะได้เห็นภาพอันแปลกตานั่นคือ เรือยอร์ชสุดหรูของซัดดัม ฮุสเซน ที่อัปปางอยู่กลางแม่น้ำ เนื่องจากการโจมตีของกองทัพสหรัฐฯ

🦁 ลงเรือและล่องไปยัง “หนองบึงเมโสโปเตเมีย” ท่านจะได้ชม “บ้านกก” (Reed House) ของชนพื้นเมือง โดยหนองบึงแห่งนี้และวิถีชีวิตของชนพื้นเมือง ได้รับการยกย่องในระดับนานาชาติโดยองค์การยูเนสโกได้ขึ้นทะเบียน “พื้นที่ชุ่มน้ำเมโสโปเตเมีย” เป็นแหล่งมรดกโลกในปี 2016 เพื่อยกย่องระบบนิเวศที่เก่าแก่และวัฒนธรรมพื้นถิ่นที่สืบทอดมาอย่างยาวนานหลายพันปี

Reed House

🦁 เที่ยว “มหาซิกกูแรตแห่งอูร์” วิหารทรงสูงคล้ายพีระมิดที่สร้างขึ้นเมื่อประมาณ 4,100 ปีก่อน โดย “กษัตริย์อูร์นัมมู” เพื่อบูชา “เทพนันนา” หรือเทพแห่งดวงจันทร์ตามความเชื่อของชาวสุเมเรียน

Ziggurat

🦁 ชม “สุสานหลวงแห่งอูร์” โบราณสถานแห่งนี้พบหลุมศพของชาวสุเมเรียนนับพัน และมีหลุมศพบุคคลสำคัญอย่าง “ราชินีปูอาบี” ผู้มีบทบาทสําคัญในเมืองอูร์ ในหลุมศพเหล่านี้พบสิ่งของมีค่ามากมายทั้งเครื่องประดับทองคํา เครื่องดนตรี และ “โบราณวัตถุแห่งอูร์” (Standard of Ur)

🦁 เยี่ยมชม “บ้านของศาสดาอับราฮัม” (House of Prophet Abraham) ตามความเชื่อของศาสนาอิสลาม เมืองอูร์เป็นบ้านเกิดของ “ศาสดาอับราฮัม” ผู้เป็นแบบอย่างของความศรัทธาและการยอมจํานนต่อพระเจ้าองค์เดียว และมีบทบาทสําคัญในการสร้าง “กะอ์บะห์” ที่เมกกะ อันเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่สุดของศาสนาอิสลาม

House of Prophet Abraham

🦁 นำท่านสู่ “เมืองอูรุก” (Uruk) เมืองโบราณที่ตั้งอยู่ในดินแดนเมโสโปเตเมีย ถูกสร้างขึ้นประมาณ 4,500 ปีก่อนคริสตกาลและต่อมาได้กลายเป็นศูนย์กลางของชาวสุเมเรียน เมื่อประมาณ 3,200 ปี ก่อนคริสตกาล ณ จุดนั้นเมืองอูรุกได้ชื่อว่าเป็น “เมืองที่ใหญ่ที่สุดในโลก” โดยมีผู้คนอาศัยอยู่ราว 50,000 ถึง 80,000 คน

ที่สําคัญยิ่งกว่านั้น คือเมืองอูรุกเป็นต้นกําเนิดของเทคโนโลยีต่างๆ มากมายอันเป็นรากฐานของอารยธรรมมนุษย์ เช่น การเขียน, การทําตราประทับ และการผลิตอิฐแบบทีละมากๆ ซึ่งเป็นรากฐานของการสร้างสิ่งก่อสร้างขนาดใหญ่ด้วย

🦁 เยี่ยมชม “สุสานอิหม่ามอาลี” (Imam Ali Shrine) สถานที่ฝังศพของ “อิหม่ามอาลี อิบนุ อาบีฏอลิบ” ผู้เป็นลูกพี่ลูกน้องและบุตรเขยของศาสดามุฮัมมัด สุสานแห่งนี้ได้รับการยกย่องให้เป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์อันดับ 3 ของชาวชีอะห์ รองจากเมกกะ และเมดินะห์สองเมืองศักดิ์สิทธิ์ในประเทศซาอุดิอาระเบีย นอกจากนี้ “ศาสดาอดัมและโนอาห์” ได้ถูกฝังอยู่ที่นี่ด้วย

Imam Ali Shrine

🦁 เยี่ยมชม “สุสานวาดิอุสซาลาม” (Wadi-us-Salaam) ที่นี่เป็น “สุสานที่ใหญ่ที่สุดในโลก” มีพื้นที่กว้างประมาณ 6 ตารางกิโลเมตร และมีหลุมศพมากกว่า 6 ล้านหลุม สุสานนี้มีชื่อเสียงจากการที่มุสลิมชีอะห์ทั่วโลกเชื่อว่าถ้าได้ฝังศพใกล้กับอิหม่ามอาลีจะได้รับความเมตตาและจะได้ฟื้นคืนชีพพร้อมกับท่านในวันพิพากษา

Wadi-us-Salaam

🦁 เยี่ยมชม “สุสานของอิหม่ามฮุเซน อิบนุ อาลี” (Holy Shrine Of Imam Hossain) เป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่สุดแห่งหนึ่งของชาวมุสลิมนิกายชีอะห์ ท่านเป็นหลานชายของศาสดามุฮัมมัดและท่านถูกสังหารในยุทธการกัรบะลาอ์ เหตุการณ์ที่น่าเศร้านี้กลายเป็นสัญลักษณ์ของการต่อสู้
เพื่อความถูกต้อง ไม่ยอมแพ้ต่อความไม่ยุติธรรม และเป็นเหตุการณ์สําคัญที่ทําให้เกิดพิธีกรรมทางศาสนาที่สําคัญของชาวมุสลิมนิกายชีอะห์ โดยมีผู้คนนับล้านจากทั่วโลกเดินทางมาเข้าร่วม

Holy Shrine Of Imam Hossain

🦁 เยี่ยมชม “สุสานของอบู ฟัดห์ อัลอับบาส” (Holy Shrine Of Abu Fadhl Al-Abbas) ท่านเป็นบุตรชายของอิหม่ามอาลี และเป็นน้องชายต่างมารดาของอิหม่ามฮุเซน ในยุทธการกัรบะลาอ์ ปี 680 ท่านได้ถือธงนํากองทัพของอิหม่ามฮุเซน และเสียชีวิตขณะพยายามนําน้ำจากแม่น้ำยูเฟรตีสไปช่วยเหลือครอบครัวของอิหม่ามฮุเซนที่ถูกล้อมไว้ การเสียสละอันยิ่งใหญ่ของท่านเป็นสัญลักษณ์แห่งความภักดีและความกล้าหาญในประวัติศาสตร์อิสลาม

🦁 เดินทางสู่ “เมืองบาบิโลน” (Babylon) นครโบราณอันยิ่งใหญ่แห่งเมโสโปเตเมียซึ่งมีสถานะเป็นมรดกโลกของ UNESCO ครั้งหนึ่งที่นี่เคยเป็นศูนย์กลางแห่งอารยธรรมบาบิโลเนียนอันรุ่งเรืองและมีบทบาทสําคัญในยุคสมัยของกษัตริย์ผู้ยิ่งใหญ่อย่าง “ฮัมมูราบี” และ “เนบูคัดเนซซาร์ที่ 2”

Babylon

🦁 ชม “ประตูอิชตาร์” (Ishtar Gate) ประตูเมืองที่สร้างขึ้นราว 569 ปีก่อนคริสตกาล ในรัชสมัยของกษัตริย์เนบูคัดเนซซาร์ที่ 2 ความงดงามของประตูนี้อยู่ที่การตกแต่งด้วยอิฐเคลือบสีฟ้าสดใส พร้อมภาพนูนต่ำของสัตว์ศักดิ์สิทธิ์นานาชนิด

Ishtar Gate

🦁 ชม “สิงโตแห่งบาบิโลน” (Lion of Babylon) ประติมากรรมสิงโตขนาดใหญ่ที่สร้างจากหินบะซอลต์ เชื่อกันว่าสร้างขึ้นในยุคของกษัตริย์เนบูคัดเนซซาร์ที่ 2 สิงโตตัวนี้เป็นสัญลักษณ์ของเทพีอิชตาร์ เทพีแห่งความรักและสงคราม โดยรูปปั้นสิงโตถูกค้นพบในปี 1776 และยังคงตั้งตระหง่านอยู่ในบริเวณซากเมืองโบราณ

Lion of Babylon

🦁 เที่ยวชม “พระราชวังของซัดดัม ฮุสเซน” (Saddam Hussein’s Palace) ในยุคสมัยที่ซัดดัมยังครองอำนาจในอิรัก เขาได้สั่งให้สร้างพระราชวังแห่งนี้ขึ้นในปี 1986 บนเนินเขาเทียมที่มองเห็นซากปรักหักพังของเมืองโบราณบาบิโลน อันเป็นสัญลักษณ์ของความรุ่นเรืองในดินแดนแถบนี้เมื่อครั้งอดีต

Saddam Hussein’s Palace

🦁 (รับชมจากภายนอก หากอยู่ระหว่างการก่อสร้าง) ชม “ซเทซิฟอน” (Ctesiphon) หนึ่งในเมืองหลวงที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของโลกยุคโบราณ หนึ่งในสัญลักษณ์ที่โด่งดังที่สุดของซเทซิฟอนคือ “ทัก คัซรา” (Taq Kasra) ซุ้มโค้งอิฐที่ใหญ่ที่สุดในโลกยุคโบราณ และเป็นโครงสร้างหลักที่ยังคงหลงเหลือจากยุคจักรวรรดิซัสซาเนียน

Ctesiphon

🦁 เดินทางสู่ “กรุงแบกแดด” (Baghdad) เมืองหลวงของอิรัก นครแห่งนี้ถือกําเนิดขึ้นในปี 762 โดย “กาหลิบแห่งราชวงศ์อับบาซียะห์ ด้วยทําเลยุทธศาสตร์ที่เชื่อมโยงเส้นทางการค้าระหว่าง 3 ทวีป ทําให้แบกแดดเติบโตเป็นศูนย์กลางแห่งความรู้ วิทยาศาสตร์ การแพทย์ และปรัชญาอันเจิดจรัสในยุคทองของอิสลาม

Baghdad

🦁 เยี่ยมชม “พิพิธภัณฑ์แห่งชาติอิรัก” (Iraqi National Museum) ที่นี่ก่อตั้งขึ้นในปี 1926 เพื่อรวบรวมและอนุรักษ์มรดกทางโบราณคดีของ “เมโสโปเตเมีย” ดินแดนที่ได้รับการยกย่องว่าเป็นแหล่งกําเนิดอารยธรรมแรกเริ่มของมนุษยชาติ ท่านจะได้พบกับคอลเลกชันถาวรที่บอกเล่าเรื่องราวประวัติศาสตร์อันยาวนานกว่า 7,000 ปี ครอบคลุมหลากหลายอารยธรรมสําคัญ ไม่ว่าจะเป็นสุเมเรียน อัคคาเดียน อัสซีเรียน บาบิโลเนียน และอิสลาม

Iraqi National Museum

🦁 เยี่ยมชม “อนุสาวรีย์วีรชนชาวอิรัก” (Iraqi Martyr Monument) เป็นอนุสาวรีย์ที่สร้างขึ้นเพื่อรําลึกถึงเหล่าทหารอิรักผู้พลีชีพในสงครามอิรัก – อิหร่าน และเชิดชูวีรชนผู้สละชีพเพื่อแผ่นดินเกิด อนุสาวรีย์แห่งนี้เปิดตัวอย่างเป็นทางการในปี 1983 ในยุคที่รัฐบาล “ซัดดัม ฮุสเซน” ดําเนินโครงการก่อสร้างเพื่อเสริมสร้างความภาคภูมิใจในชาติและยกย่องวีรกรรมของทหารอิรัก

Iraqi Martyr Monument

🦁 แวะถ่ายภาพที่ “อนุสาวรีย์การอนุรักษ์วัฒนธรรมอิรัก” (Saving Iraqi Culture Monument) เป็นผลงานของประติมากรชื่อดังชาวอิรัก รูปปั้นนี้มีลักษณะเป็นตราประทับทรงกระบอกที่แตกหัก แต่ได้รับการประคองไว้ด้วยแขนหลายข้างที่ยื่นออกมา สื่อถึงความร่วมมือร่วมใจของประชาชนชาวอิรักและนานาชาติในการพิทักษ์รักษาอัตลักษณ์ทางวัฒนธรรมของประเทศ

บนพื้นผิวของตราประทับจารึกด้วยอักษรคูนิฟอร์มความว่า “writing began here” เป็นการเน้นย้ําถึงบทบาทสําคัญของดินแดนอิรักในฐานะ “แหล่งกําเนิดของการเขียนของมนุษยชาติ”

Saving Iraqi Culture Monument

🦁 แวะถ่ายภาพที่ “รูปปั้นเชเฮราซาดและกษัตริย์ชาห์รียาร์” ผลงานชิ้นนี้เป็นฝีมือของ “โมฮัมหมัด กานี ฮิกมัต” ประติมากรชื่อดังชาวอิรัก ตัวรูปปั้นถ่ายทอดฉากสําคัญจากวรรณกรรมสุดคลาสสิกอย่าง “อาหรับราตรี” (One Thousand and One Nights) โดยแสดงภาพกษัตริย์ชาห์รียาร์ กําลังนั่งฟังเชเฮราซาดเล่าเรื่องซึ่งจะกลายเป็นนิทานเรื่องเอกของโลกอย่างตั้งอกตั้งใจ

Shahrazad & Shahryar Statue

🦁 เยี่ยมชม “สุสานอิหม่ามอาลี อัลฮาดี” (Haram of Imam Ali al-Hadi) ที่นี่เป็นที่ฝังศพของ อิหม่ามลำดับที่ 10 และ 11 ผู้เป็นบุคคลสําคัญในศาสนาอิสลามนิกายชีอะห์ ความสําคัญอีกอย่างของที่นี่คือเป็นที่ๆ เชื่อว่าอิหม่ามมะห์ดีห์ได้เข้าสู่การเร้นลับ ปัจจุบันยังมีชาวชีอะห์จํานวนมากเชื่อว่าอิหม่ามมะดีห์นี้ยังมีชีวิตอยู่ในการเร้นลับ และจะปรากฏกายอีกครั้งเพื่อนําทัพของคนดี เอาชนะทัพของผู้ชั่วร้ายและรื้อฟื้นอิสลามที่แท้จริงเมื่อวันพิพากษามาถึง

Haram of Imam Ali al-Hadi

🦁 ชม “มัสยิดใหญ่แห่งซามาร์รา” (Great Mosque of Samarra) สร้างขึ้นระหว่างปี 848 – 852 โดย ณ จุดหนึ่งที่นี่เคยเป็นมัสยิดที่ใหญ่ที่สุดของโลก มีพื้นที่ราว 38,000 ตารางเมตร มีห้องโถงละหมาด 17 ช่องทางและผนังประดับโมเสกแก้วสีน้ําเงินเข้ม แต่ปัจจุบันเหลือเพียงกําแพงรอบนอกและหออะซาน

Great Mosque of Samarra

🦁 เที่ยวชม “หอคอยอัลมัลวียะห์” หออะซานหรือที่สําหรับใช้เรียกชาวมุสลิมมาละหมาด เป็นหอขนาดใหญ่ที่มีความสูงประมาณ 52 เมตร มีทางเดินวนรอบนําขึ้นสู่ยอดเป็นรูปทรงเกลียวนี้เชื่อกันว่ารูปทรงเกลียวนี้ได้รับแรงบันดาลใจจากสิ่งก่อสร้างเก่าแก่ อย่างเช่นที่เมืองฟิรุซาบาดในอิหร่าน หรืออาจจะมาจากซิกกูแรตของเมโสโปเตเมีย

🦁 เดินทางสู่ “เมืองโบราณฮาตรา” (Kingdom of Hatra) มหานครโบราณที่ครั้งหนึ่งเคยรุ่งเรืองอย่างยิ่งใหญ่ โดยก่อตั้งขึ้นตั้งแต่ในศตวรรษที่ 3 ก่อนคริสตกาล ที่นี่โดดเด่นด้วยป้อมปราการอันแข็งแกร่งและวิหารหลากหลายรูปแบบ สะท้อนอารยธรรมอันรุ่งโรจน์ที่ผสมผสานสถาปัตยกรรมแบบ “เฮลเลนิสติก” (หรือแบบกรีก) และแบบตะวันออกเข้าไว้ด้วยกันอย่างลงตัว

Kingdom of Hatra

🦁 เดินทางสู่ “เมืองโมซูล” (Mosul) เมืองใหญ่อันดับสองของอิรักรองจากแบกแดด มีประวัติศาสตร์ยาวนานกว่า 2,500 ปี ทว่าในปี 2014 โมซูลได้ถูกยึดครองโดยกลุ่มไอเอสซึ่งทำลายโบราณสำคัญของเมืองนี้ไปมากมาย ก่อนเมืองถูกปลดปล่อยในอีก 3 ปีถัดมา และเมืองกำลังถูกฟื้นฟูอย่างต่อเนื่องภายใต้ความร่วมมือของ UNESCO และรัฐบาลอิรัก

🦁 เยี่ยมชม “เมืองโบราณนีนะเวห์” (Nineveh Archaeological Site) อันเคยรุ่งเรืองสุดขีดในศตวรรษที่ 7 ก่อนคริสตกาล ในฐานะเมืองหลวงของ “จักรวรรดิอัสซีเรีย” และเคยเป็นเมืองที่ใหญ่ที่สุดในโลก นีนะเวห์มีคนอยู่อาศัยมาตั้งแต่ยุคก่อนประวัติศาสตร์ และเป็นศูนย์กลางศาสนาและการค้าในยุคสําริด

🦁 (รับชมจากภายนอก หากอยู่ระหว่างการก่อสร้าง) ชม “มัสยิดอัลนาบี ยูนุส” (Al-Nabi Yunus Mosque) สร้างขึ้นตั้งแต่ศตวรรษที่ 14 และเชื่อกันว่าเป็นที่ประดิษฐานของหลุมฝังศพศาสดาโยนาห์ (ยูนุส) สถานที่นี้ต้องพังทลายลงด้วยน้ำมือของไอเอสในเดือนกรกฎาคม 2014 แต่หลังการปลดปล่อยเมืองในปี 2017 ได้มีการค้นพบที่น่าตื่นตะลึง คือพบเครือข่ายอุโมงค์โบราณสมัยอัสซีเรียที่ซ่อนอยู่ใต้ฐานมัสยิด เผยให้เห็นภาพนูนต่ำและรูปแกะสลักอันเก่าแก่

🦁 (รับชมจากภายนอก หากอยู่ระหว่างการก่อสร้าง) ชม “มัสยิดใหญ่อัลนูรี” (Great Mosque of al-Nuri) สร้างขึ้นในศตวรรษที่ 12 ถือเป็นมัสยิดเอกของเมืองโมซูล มีชื่อเสียงจากหออะซานที่เอียงอันเป็นเอกลักษณ์ ก่อนถูกใช้เป็นสถานที่ก่อตั้งประเทศของตนเองโดยกลุ่มไอเอส

ต่อมาในปี 2017 เมื่อไอเอสเพลี่ยงพล้ำต่อทัพอิรัก และเห็นว่าจะรักษาเมืองไว้ไม่ได้ จึงได้ทําลายมัสยิดและหออะซานแห่งนี้ ซึ่งปัจจุบันการบูรณะมัสยิดใหญ่อัลนูรีอยู่ภายใต้การนําของยูเนสโก พวกเขาสร้างกลับขึ้นมาโดยวัสดุเดิมเท่าที่จะหาได้จนสําเร็จ ข่าวดีคือมัสยิดแห่งนี้ได้กลับมาเปิดให้ละหมาดอีกครั้งเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2025 ที่ผ่านมา

Great Mosque of al-Nuri

🦁 ชม “มัสยิดอัลมุสฟี” (Al Musfi Mosque) มัสยิดที่เก่าแก่ที่สุดในเมืองโมซูล และถือเป็นหนึ่งในมัสยิดที่เก่าแก่ที่สุดในโลก โดยมัสยิดนี้ถูกสร้างขึ้นเมื่อ 1,400 ปีที่แล้ว หรือตั้งแต่อาณาจักรคอลีฟะห์รอชิดูน (Rashidun Caliphate) ซึ่งเป็นราชวงศ์แรกหลังการถึงแก่อนิจกรรมของศาสดามุฮัมมัด และเป็นอีกหนึ่งสถานที่สําคัญที่ได้รับผลกระทบช่วงที่กลุ่มไอเอสร้ายยึดครองโมซูล ปัจจุบันมัสยิดยังอยู่ในช่วงการประเมินความเสียหายและการฟื้นฟู

Al Musfi Mosque

🦁 เดินทางสู่ “เขตเคอร์ดิสถาน” ซึ่งเปรียบเสมือนเป็นอีกประเทศหนึ่ง ดินแดนแห่งนี้มีประชากรส่วนใหญ่เป็นชาวเคิร์ด พวกเขากระจายตัวอยู่ในหลายประเทศรอบดินแดนแห่งนี้ แม้ชาวเคิร์ดจะมีรัฐสภา กองกําลัง มีงบประมาณแยกจากรัฐบาลกลางในแบกแดด หรือมีแม้แต่สถานทูต ของตนเองในประเทศอื่น แต่พวกเขาก็ไม่เคยมีประเทศของตนที่ได้รับการยอมรับจากสหประชาชาติ ปัจจุบันชาวเคิร์ดในอิรักอยู่รวมกับอิรักในฐานะสหพันธรัฐ การสร้างชาติของตนเองจึงเป็นอุดมคติที่สําคัญยิ่งสําหรับชาวเคิร์ดเสมอมา

🦁 เยี่ยมชม “อารามมาร์มัตไต” (Mor Mattai Monastery) อารามเก่าแก่ของ คริสตจักรซีเรียคออร์โธดอกซ์ถือเป็นหนึ่งในอารามคริสเตียนที่เก่าแก่ที่สุดในโลก สร้างขึ้นในปี 363 โดยนักบวชชื่อ “มาร์มัตไต” หรือเซนต์แมทธิว ผู้สามารถรักษาโรคเรื้อนให้บุตรีของกษัตริย์อัสซีเรีย และสั่งสอนให้เธอเปลี่ยนศาสนาเป็นคริสต์

Mor Mattai Monastery

🦁 เยี่ยมชม “อารามลาลิช” (Lalish Temple) ที่หุบเขาอันเงียบสงบทางตอนเหนือของอิรัก ที่นี่มีความสําคัญทางศาสนาอย่างลึกซึ้งต่อ “ชาวยาซิดี” เนื่องจากเป็นที่ตั้งของ “สุสาน ชีคอาดี อิบน์มูซาฟีร์” ผู้เป็นบุคคลสําคัญใน “ศาสนายาซิดี” ผู้มีชีวิตอยู่ช่วงคริสต์ศตวรรษที่ 12 ชาวยาซิดีเชื่อว่าชีคอาดีคือร่างอวตารของ “ทาอุส เมเลก” หรือ เทพนกยูง ผู้ที่พระเจ้าทรงมอบหมายให้ดูแลโลก

Lalish Temple)

🦁 เยี่ยมชม “ประตูโมซูล” (The Mosul Gate of Al-Amadiya) ประตูหินโบราณที่ยังคงตั้งตระหง่านเป็นทางเข้าเพียงแห่งเดียวสู่เมืองอาเมดี ประตูแห่งนี้ถูกสร้างขึ้นในศตวรรษที่ 13 ระหว่างปี 1225 – 1259 อันสะท้อนถึงความสําคัญเชิงยุทธศาสตร์ในฐานะปราการป้องกันที่แข็งแกร่ง และยังเป็นจุดเชื่อมต่อกับเส้นทางการค้าสําคัญที่มุ่งหน้าสู่เมืองโมซูลและเมืองซินจาร์

The Mosul Gate of Al-Amadiya

🦁 นําท่านชม “ป้อมปราการเออร์บิล” (Erbil Citadel) ตั้งอยู่ใจกลางเมืองเออร์บิลในเขตเคอร์ดิสถานของอิรักป้อมแห่งนี้มีอายุเก่าแก่ กว่า 6,000 ปี ถือเป็นหนึ่งในสถานที่ที่มีผู้คนอาศัยต่อเนื่องยาวนานที่สุดในโลก และได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกโดย UNESCO ในปี 2014

Erbil Citadel

🦁 เยี่ยมชม “คุกอัมนา สุรากา” (Amna Suraka) หนึ่งในสถานที่ที่สะท้อนความโหดร้ายของอิรักภายใต้ระบอบ ซัดดัม ฮุสเซน ได้อย่างชัดเจน ที่นี่เคยเป็นศูนย์ควบคุมตัว สอบสวน และทรมานชาวเคิร์ด รวมถึงผู้เห็นต่างทางการเมืองอีกหลายพันคนโดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วง “ปฏิบัติการอันฟาล”

Amna Suraka

🦁 เยี่ยมชม “อนุสรณ์ฮาลาบาจา” (Halabja Monument) อนุสรณ์สถานที่สร้างขึ้นเพื่อรําลึกถึงหนึ่งในการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ที่โหดร้ายที่สุดในประวัติศาสตร์ร่วมสมัย จากเหตุการณ์ที่กองทัพอิรักภายใต้ระบอบซัดดัม ฮุสเซน ใช้อาวุธเคมีโจมตีเมืองฮาลาบาจา โดยมีเป้าหมายเป็นพลเรือนผู้บริสุทธิ์อย่างชัดเจน

Previous slide
Next slide

🫶 พร้อมสถานที่สุดพีกอีกมากมาย

…อย่าช้ารีบจองเลย!…

Lorem ipsum dolor sit amet, consectetur adipiscing elit. Ut elit tellus, luctus nec ullamcorper mattis, pulvinar dapibus leo.

Lorem ipsum dolor sit amet, consectetur adipiscing elit. Ut elit tellus, luctus nec ullamcorper mattis, pulvinar dapibus leo.

ทริปสุดพิเศษประจำปี 2025 แบบนี้ ออกเดินทาง 26 ธ.ค. 2025 – 5 ธ.ค. 2026 ท่องเที่ยวเต็มอิ่มกว่า 11 วัน 9 คืน โดยทริปนี้ “คุณปั๊บ พงศ์ศรณ์ ภูมิวัฒน์” เจ้าของเพจ The Wild Chronicles จะนำพาทุกท่านไปพบความรู้แปลกใหม่ ในสถานที่ที่ซ่อน “ความไม่ธรรมดา” เอาไว้มากมาย

วิทยากรด้านประวัติศาสตร์ต่างประเทศ

Lorem ipsum dolor sit amet, consectetur adipiscing elit. Ut elit tellus, luctus nec ullamcorper mattis, pulvinar dapibus leo.

Lorem ipsum dolor sit amet, consectetur adipiscing elit. Ut elit tellus, luctus nec ullamcorper mattis, pulvinar dapibus leo.

ทัวร์ของเราการันตีว่า "ประสบการณ์สุดพรีเมี่ยม" ตามสไตล์ The Wild Chronicles โดยเราเลือกสิ่งที่ดีที่สุดให้คุณเท่านั้น ไม่ว่าจะสถานที่ โรงแรมที่พัก รวมถึงบริการสุด Exclusive ที่จะทำให้ท่านประทับใจแบบไม่รู้ลืม😍

รายชื่อโรงแรมที่ทางเราจัดไว้ให้สำหรับทุกท่านที่ร่วมเดินทางไปทัวร์กับ The Wild Chronicles

เราใส่ใจเลือกเมนูที่ดีที่สุดให้ทุกท่านเสมอ และไม่ว่าท่านจะมี condition ทางอาหารอย่างไร เราก็สามารถจัดให้ทานอย่างดีที่สุด และให้เข้าถึงวัฒนธรรมท้องถิ่นให้มากที่สุด รับรองได้ว่ามันจะเป็นอีกประสบการณ์อาหารที่นักผจญภัยอย่างท่านไม่ควรพลาดจริงๆ

…ย้ำทัวร์เราไม่จอยกรุ๊ป! ไม่ชะโงก อะไรควรดูอยู่ดูนานขึ้น อะไรอยู่นอกเส้นทางปกติแต่ควรสัมผัสจะได้ไปสัมผัส โดยเฉพาะผู้รักการผจญภัย และหลงไหลในประวัติศาสตร์และทิวทัศน์ที่ตื่นตา ไม่ควรพลาดด้วยประการทั้งปวง!!

…ทัวร์ใหม่พิเศษแบบนี้ อย่าช้ารีบจองเลย!…

👉 หากท่านใดสนใจให้กด "จองทัวร์"  ได้เลย👈

⬇️หรือติดต่อสอบถามเพิ่มเติมได้ที่เบอร์ 082-894-8444 หรือแอดไลน์ที่ปุ่มด้านล่างและพิมพ์ว่า “สนใจทัวร์สเปน” ครับ ⬇️

🎈 บริษัท The Wild Chronicles ใบอนุญาตประกอบธุรกิจท่องเที่ยวที่ 11/10382 🎈
คุณธัญญา
คุณธัญญา
Read More
ชอบเส้นทางแบบนี้ Local Guide บรรยายดีมาก ข้อมูลดีมาก ถามอะไรตอบได้หมด คนขับรถบริการดีสุดๆค่ะ
คุณบี
คุณบี
Read More
ขอบคุณมากนะคะ ประทับใจทุกคน ทั้งผู้จัดและผู้ร่วมคณะค่ะ
คุณภาคภูมิ
คุณภาคภูมิ
Read More
ยินดีที่ได้เจอกันครับ เป็นทริปที่สนุก ทรหดอดทนกันมาก 😁👍
Previous
Next

Lorem ipsum dolor sit amet, consectetur adipiscing elit. Ut elit tellus, luctus nec ullamcorper mattis, pulvinar dapibus leo.

Lorem ipsum dolor sit amet, consectetur adipiscing elit. Ut elit tellus, luctus nec ullamcorper mattis, pulvinar dapibus leo.

สนใจเรื่องราวและบทความประวัติศาสตร์เพิ่มเติม กดอ่านได้เลย

เมืองอเมดิ ดินแดนลอยฟ้า อันซีนที่เหมือนไม่มีอยู่จริง

เมืองอเมดิ ตั้งอยู่ไม่ใกล้ไม่ไกลจากทิศเหนือของเมืองดูฮอก ประเทศเคอร์ดิสถาน ด้วยความที่เป็นเมืองตั้งอยู่อย่างโดดเดี่ยวท่ามกลางภูเขาที่มีลักษณะราบๆ เหมือนเตียงนอน จึงถูกเรียกว่าดินแดนลอยฟ้าสุดงดงาม โดดเด่นตรงที่มีความแปลกด้านที่ตั้งที่ไม่เหมือนเมืองอื่นใดบนโลก จนหลายคนสงสัยว่าทำไมมีเมืองไปตั้งอยู่ตรงที่แบบนั้นได้นะ…?

อนุสรณ์สถานบาร์ซาน แกลเลอรี่ประวัติศาสตร์ชาวเคิร์ดที่ไม่ธรรมดา

อนุสรณ์สถานน้องใหม่ ที่เพิ่งเปิดตัวในปี 2023 ที่ผ่านมา และต้องขอบอกเลยว่าที่นี่ไม่ธรรมดาทั้งในเรื่องแนวคิดและการออกแบบ ซึ่งที่แห่งนี้นั้นมีชื่อว่า อนุสรณ์สถานบาร์ซาน ตั้งอยู่ในเมืองเออร์บิล เขตปกครองตนเองเคอร์ดิสถานประเทศอิรัก..หากใครอยากรู้แล้วว่าที่นี่จะน่าสนใจแค่ไหน วันนี้แอดมินจะมาเล่าให้ฟังค่า

ป้อมปราการเออร์บิล เมืองที่เก่าแก่ที่สุดในโลกกว่า 7,000 ปี

ป้อมเออร์บิลเป็นเมืองที่ตั้งอยู่ในเมืองเออร์บิล เขตปกครองตนเองเคอร์ดิสถานประเทศอิรัก มีความพิเศษกว่าสถานที่อื่นๆ เพราะมีหลักฐานค้นพบว่าที่นี่เป็นสถานที่ที่มนุษย์เริ่มตั้งถิ่นฐานเป็นที่แรกๆ โดยหลักฐานเก่าแก่ที่สุดพบว่า มีการตั้งถิ่นฐานมา 7,000 กว่าปีที่แล้วเลยล่ะ!

Highlights

  • 🌍 ทัวร์อิรัก “The First of Us” ตามรอยรากเหง้าของเราทุกคน
  • 🏛 ชม ‘อูรุก’ มหานครแห่งแรกของโลก ต้นกำเนิดสรรพสิ่ง
  • 🏺 เยือน 'บาบิโลน' ดูซากสวนลอยฟ้า
  • 📚 ซึมซับกลิ่นไอเทพนิยายอาหรับราตรี ณ นครแบกแดด
  • 🕌 ดู ‘ซากวังซัดดัม‘ และ ‘ซากโบราณสถานที่ถูก ISIS ทำลาย‘ เพื่อเรียนรู้ความเจ็บปวดจากสงคราม
  • 🗻 ชม 'อเมดิ' นครบนท้องฟ้า พร้อมฟังเรื่องชาวเคิร์ด ใน ‘ประเทศที่ไม่มีอยู่จริง’
  • ✨ ออก 26 ธ.ค. 2025 – 5 ม.ค. 2026 นำโดย “คุณปั๊บ” วิทยากรนักผจญภัย และผู้เขียนหนังสือเรื่องประเทศนี้มาแล้ว

รายละเอียดการจอง

ช่วงที่เดินทาง ผู้ใหญ่ เด็ก
ยังไม่มีตารางทัวร์

calendar-color ข้อมูลการจอง

ราคาเบื้องต้น
0 บาท

ข้อมูลผู้จอง

Booking

เงื่อนไขการจอง

  1. กรุณาอ่านเงื่อนไขท้ายโปรแกรมอย่างละเอียด เพื่อประโยชน์ของตัวท่านเอง
  2. พาสปอร์ตของท่านจะต้องมีวันหมดอายุอย่างน้อย 6 เดือน นับจากวันสุดท้ายของการเดินทาง
  3. ทางบริษัทขอสงวนสิทธิ์ราคานี้เฉพาะนักท่องเที่ยวชาวไทยและ เป็นลักษณะ Join Tour เท่านั้น
  4. ในกรณีที่ลูกค้าต้องออกตั๋วโดยสารภายในประเทศ กรุณาสอบถามเจ้าหน้าที่ก่อนทุกครั้ง มิเช่นนั้นทางบริษัทฯจะไม่รับผิดชอบค่าใช้จ่ายใดๆทั้งสิ้น
  5. การรูดบัตรไม่มีค่าธรรมเนียม ในกรณีกรุ๊ปไม่คอนเฟิร์มการเดินทาง สามารถยก Credit ไปใช้กับพีเรียดอื่น หรือโปรแกรมทัวร์อื่นๆได้ (หากต้องการให้คืนเงิน จะหักค่าธรรมเนียมตามที่ธนาคารเรียกเก็บ 3%) และกรณีลูกค้ายกเลิกการเดินทาง (กรณีสามารถยกเลิกได้) ทางเราขออนุญาต คิดค่าธรรมเนียมตามธนาคารเรียกเก็บ 3% หักจากยอดชำระที่ได้ทำการตัดบัตรชำระเข้ามา
  6. บริษัทฯ สงวนสิทธิ์ที่จะเปลี่ยนแปลงรายละเอียดบางประการในทัวร์นี้ เมื่อเกิดเหตุสุดวิสัยจนไม่อาจแก้ไขได้
  7. บริษัทจะไม่รับผิดชอบค่าเสียหายใดๆ ในกรณีเหตุการณ์ที่เกิดจากสายการบิน ภัยธรรมชาติ ปฏิวัติและอื่นๆที่อยู่นอกเหนือการควบคุมของทางบริษัทฯ
  8. หากไม่สามารถไปเที่ยวในสถานที่ที่ระบุในโปรแกรมได้ อันเนื่องมาจากธรรมชาติ ความล่าช้า และความผิดพลาดจากทางสายการบิน จะไม่มีการคืนเงิน/ชดเชยใดๆทั้งสิ้น แต่ทั้งนี้ทางบริษัทฯจะจัดหารายการเที่ยวสถานที่อื่นๆมาให้ โดยขอสงวนสิทธิ์การจัดหานี้โดยไม่แจ้งให้ทราบล่วงหน้า
  9. กรณีเจ็บป่วยจนไม่สามารถเดินทางได้ซึ่งจะต้องมีใบรับรองแพทย์จากโรงพยาบาลรับรอง ทางบริษัทฯจะพิจารณาเลื่อนการเดินทางของท่านไปยังคณะต่อไปแต่ทั้งนี้ท่านจะต้องเสียค่าใช้จ่ายที่ไม่สามารถเรียกคืนได้ เช่นค่าตั๋วเครื่องบินค่าห้อง ค่าธรรมเนียมวีซ่าตามที่สถานทูตฯ เรียกเก็บ และค่าใช้จ่ายอื่นๆที่เกิดขึ้นตามจริง ในกรณีที่ไม่สามารถเดินทางได้
  10. กรณียื่นวีซ่าแล้วไม่ได้รับการอนุมัติวีซ่าจากทางสถานทูต (วีซ่าไม่ผ่าน) ในกรณีที่ท่านได้ชำระค่าทัวร์หรือมัดจำมาแล้ว ทางบริษัทฯ คืนค่าทัวร์หรือมัดจำให้ แต่ทางบริษัทขอสงวนสิทธิ์ในการหักค่าบริการยื่นวีซ่า, ค่าวีซ่า และค่าใช้จ่ายบางส่วนที่เกิดขึ้นจริงเป็นกรณีไป (อาทิ กรณีออกตั๋วเครื่องบินไปแล้ว หรือได้ชำระค่าบริการในส่วนของทางเมืองนอกเช่น โรงแรม ฯลฯ ไปแล้ว) ทางบริษัทขอสงวนสิทธิ์ในการหักเก็บค่าใช้จ่ายจริงที่เกิดขึ้นแล้วกับท่านเป็นกรณีไป
  11. กรณีวีซ่าผ่านแล้ว แจ้งยกเลิกก่อนหรือหลังออกตั๋วโดยสาร บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการ ไม่คืนค่าทัวร์ทั้งหมด
  12. กรณีวีซ่าผ่านแล้ว แต่กรุ๊ปออกเดินทางไม่ได้ เนื่องจากผู้เดินทางท่านอื่นในกลุ่มโดนปฏิเสธวีซ่า หรือไม่ว่าด้วยสาเหตุใดๆก็ตาม ทางบริษัทขอสงวนสิทธิ์ในการหักเก็บค่าใช้จ่ายจริงที่เกิดขึ้นแล้วกับท่านเป็นกรณีไป
  13. บริษัทฯ จะไม่รับผิดชอบต่อการห้ามออกนอกประเทศ หรือ ห้ามเข้าประเทศ อันเนื่องมาจากมีสิ่งผิดกฎหมาย หรือเอกสารเดินทางไม่ถูกต้อง หรือ การถูกปฏิเสธในกรณีอื่นๆ และบริษัทขอสงวนสิทธิ์ในการ ไม่คืนค่าทัวร์ทั้งหมด
  14. หากท่านถอนตัวก่อนรายการท่องเที่ยวจะสิ้นสุดลง ทางบริษัทฯ จะถือว่าท่านสละสิทธิ์และจะไม่รับผิดชอบค่าบริการที่ท่านได้ชำระไว้แล้วไม่ว่ากรณีใดๆ ทั้งสิ้น

การจองนี้ยังไม่ใช่การยืนยันที่นั่ง
(เนื่องจากที่ว่างมีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา)

จนกว่าท่านจะได้รับการยืนยันจากพนักงานขาย และได้รับ INVOICE แล้ว

  • ค่าตั๋วเครื่องบินไป-กลับ สำหรับเที่ยวบินระหว่างประเทศ ชั้นประหยัด (Economy Class)
  • ค่าน้ำหนักสัมภาระ สำหรับเที่ยวบินระหว่างประเทศ ชั้นประหยัด (Economy Class) ตามมาตรฐานของสายการบิน ทั้งสัมภาระโหลดใต้ท้องเครื่องและสัมภาระถือขึ้นเครื่อง
  • ค่าบริการรถรับ-ส่งและนำเที่ยว พร้อมคนขับรถที่มีประสบการณ์
  • ค่าที่พัก ตามที่ระบุในโปรแกรม (พักห้องละ 2 ท่าน)
  • ค่าอาหาร ตามมื้อที่ระบุในโปรแกรม
  • ค่าธรรมเนียมเข้าชมสถานที่ ทุกแห่งตามที่ระบุในโปรแกรม
  • มัคคุเทศก์มืออาชีพ คอยให้บริการและอำนวยความสะดวกตลอดการเดินทาง
  • ค่าประกันอุบัติเหตุระหว่างการเดินทางให้ความคุ้มครองสูงสุด 1,000,000 บาทต่อท่าน (ตามเงื่อนไขที่ระบุในกรมธรรม์)
  • ค่าธรรมเนียมวีซ่า (ทางเราดำเนินการให้)
  • ค่าห้องพักเดี่ยว (กรณีพักคนเดียว)
  • ค่าใช้จ่ายส่วนตัว เช่น ค่าทำหนังสือเดินทาง / ค่าอินเทอร์เน็ต / ค่าซักรีด / ค่ามินิบาร์ในห้องพัก / ค่าอาหารพิเศษที่อยู่นอกเหนือจากโปรแกรม / ค่าเครื่องดื่มที่สั่งเพิ่มเติม / ค่าน้ำหนักกระเป๋าเกินกว่าที่สายการบินกำหนด / ค่าสำรองที่นั่งบนเครื่องบินล่วงหน้า / ค่ารักษาพยาบาลจากโรคประจำตัว / ค่ากระป๋องออกซิเจนพกพาส่วนตัว / ค่ากระเป๋าเดินทางหรือของมีค่าที่สูญหายระหว่างการเดินทาง เป็นต้น
  • ค่าทิป สำหรับหัวหน้าทัวร์ ไกด์ท้องถิ่น และคนขับรถ ตามมาตรฐาน 90 USD /ท่าน
  • ภาษีและค่าธรรมเนียมต่างๆ ทั้งภาษีมูลค่าเพิ่ม 7% / ภาษีหัก ณ ที่จ่าย 3% และภาษีอื่นๆ ตามที่กฎหมายกำหนด
  • ค่าธรรมเนียมน้ำมันและภาษีสนามบิน ในกรณีที่สายการบินมีการปรับขึ้นราคา

อิรัก
เคอร์ดิสถาน

Specific Tour

International Tours

Tour's Location

Iraq

Wild Score คืออะไร?

Wild Score หมายถึงความแปลกของทัวร์ ทั้งในด้านตัวโปรแกรมและประสบการณ์ที่ผู้ไปจะได้รับ ทั้งนี้ไม่ได้เกี่ยวกับคุณค่าทางประวัติศาสตร์ หรือการไปยากง่าย

การชําระเงินและเงื่อนไขการจอง

• งวดแรก ชําระ 70,000 บาท ก่อนเพื่อทําการจอง (หากยืนยันการเดินทาง กรุณาชำระเงินมัดจำภายใน 7 วันหลังจากตัดสินใจจอง)
• งวดที่สอง ชําระยอดที่เหลือ ภายใน 30 วันก่อนการเดินทาง
• ต้องการเข้าพักเดี่ยวเพิ่ม 13,000 บาท
สายการบิน Air Arabia ไม่มีที่นั่งชั้น Business Class
**หากต้องการนั่ง Business Class จะมีของสายการบิน Emirates ซึ่งบินเวลาใกล้เคียงกัน สามารถขอข้อมูลเพิ่มเติมได้จากเจ้าหน้าที่**

ในกรณีที่ลูกค้าตัดสินใจ ยกเลิกการเดินทางก่อน 60 วัน หรือหลังจากที่มีการซื้อตั๋วเครื่องบินไปแล้ว ทางบริษัทขอสงวนสิทธิ์ในการเก็บมัดจําทั้งหมดหรือบางส่วน และหาก ยกเลิกภายใน 40 วันก่อนการเดินทาง ขอสงวนสิทธิ์ในการเก็บเต็มจำนวนทุกกรณี

** หากท่านใดเดินทางมาจากทางไกล และต้องสำรองตั๋วยานพาหนะหรือที่พักที่ใช้ในการเดินทางไป – กลับจุดต้น/ปลายทางของโปรแกรม กรุณายืนยันสถานะว่าทัวร์ออกได้กับทางบริษัทก่อน เพราะหากทัวร์ ออกไม่ได้ด้วยเหตุใดเหตุหนึ่งทาง บริษัทฯ ไม่อาจรับผิดชอบค่าใช้จ่ายในส่วนนี้ได้ **

ช่องทางการชําระเงิน

บัญชีออมทรัพย์ บริษัทเดอะไวลด์โครนิเคิลส์ จํากัด ธนาคารกสิกรไทย เลขที่บัญชี 078–3–76866–6

ราคาเริ่มต้น 144,900 บาท

Information Contact

Email

tour@thewildchronicles.com

Phone

082-894-8444

You might also like