📍 เหตุการณ์โจมตีกรุงเคียฟ

สถานการณ์ในยูเครน 🇺🇦 กลับมาร้อนแรงอีกครั้ง เมื่อกรุงเคียฟ เมืองหลวงของประเทศ ตกเป็นเป้าหมายการโจมตีทางอากาศอย่างรุนแรงจากรัสเซียในช่วงกลางดึกของวันที่ 23 เมษายนที่ผ่านมา โดยใช้อาวุธผสมผสานระหว่างขีปนาวุธและโดรนรบ

การโจมตีครั้งนี้นับเป็นหนึ่งในปฏิบัติการทางอากาศที่รุนแรงที่สุดในรอบหลายเดือน ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 9 ราย และบาดเจ็บอีก 63 ราย รวมถึงพลเรือนจำนวนมากที่ได้รับผลกระทบ

ข้อมูลจากทางการยูเครนระบุว่า รัสเซียได้ยิงขีปนาวุธพิสัยไกล 11 ลูก, ขีปนาวุธร่อน 55 ลูก, และโดรนโจมตีอีก 145 ลำ กระจายโจมตีเป้าหมายทั้งในกรุงเคียฟและพื้นที่อื่น ๆ ทั่วประเทศ การโจมตีครั้งนี้สร้างความเสียหายต่อโครงสร้างพื้นฐานทั้งด้านพลังงาน การแพทย์ และที่อยู่อาศัยของประชาชน

✈️ เซเลนสกีกลับด่วน ตอบสนองสถานการณ์

ท่ามกลางวิกฤตครั้งนี้ ประธานาธิบดียูเครน โวโลดิเมียร์ เซเลนสกี ซึ่งอยู่ระหว่างการเยือนประเทศแอฟริกาใต้ ได้ตัดสินใจยกเลิกบางส่วนของภารกิจเพื่อเดินทางกลับประเทศโดยด่วน เพื่อเข้าร่วมการประชุมฉุกเฉินและสั่งการกองทัพในการตอบโต้การโจมตี

แม้เซเลนสกีจะยังคงเข้าพบกับประธานาธิบดี ซีริล รามาโฟซา ของแอฟริกาใต้ เพื่อหารือด้านความร่วมมือระดับภูมิภาค แต่สถานการณ์ภายในประเทศทำให้เขาต้องลดบทบาทด้านการทูตลงชั่วคราว เพื่อโฟกัสกับวิกฤตความมั่นคงในบ้านเกิด

🔥 ข้อเสนอ “แลกดินแดนเพื่อสันติภาพ” จุดไฟการเมือง

อีกด้านหนึ่ง บรรยากาศทางการทูตระหว่างประเทศกลับมาคุกรุ่น เมื่อโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ออกมาวิจารณ์แนวทางของเซเลนสกีว่าเป็น “อุปสรรคต่อกระบวนการสันติภาพ” หลังยูเครนแสดงจุดยืนชัดเจนว่าจะไม่ยอมรับการยึดครองไครเมียของรัสเซีย

ทรัมป์ระบุว่า “เขาสามารถมีสันติภาพได้ หรือสู้ต่อไปอีก 3 ปี ก่อนจะเสียประเทศทั้งหมด… คำแถลงของเซเลนสกีในวันนี้ จะไม่ทำอะไรเลยนอกจากยืดเวลาการสังหารหมู่”

ถ้อยคำนี้ก่อให้เกิดเสียงวิจารณ์อย่างกว้างขวาง บ้างมองว่าเป็นการเรียกร้องให้ “แลกอธิปไตยเพื่อสันติภาพ” ขณะที่ผู้สนับสนุนทรัมป์กลับเห็นว่าเป็นการพูดความจริงที่นักการเมืองคนอื่นไม่กล้าเอ่ย

เซเลนสกีโต้กลับทันควันโดยย้ำว่า “สันติภาพที่ต้องแลกกับอธิปไตยและศักดิ์ศรีของชาติ ไม่ใช่สันติภาพที่แท้จริง” พร้อมยืนยันว่าทั้งเขาและประชาชนยูเครนจะไม่ยอมจำนน ไม่ว่าแรงกดดันจากรัสเซียหรือนานาชาติจะมีมากเพียงใด

🕊 ทางออกของสงคราม?

สงครามยูเครน–รัสเซียดำเนินมาอย่างยืดเยื้อนับตั้งแต่กุมภาพันธ์ 2022 รวมเวลากว่า 3 ปีที่ประชาชนต้องเผชิญกับเสียงไซเรน ความสูญเสีย และความไม่แน่นอน แม้จะมีความพยายามเจรจาสันติภาพหลายครั้ง แต่สถานการณ์กลับรุนแรงขึ้นทั้งในแนวรบและเวทีการทูต

การถล่มกรุงเคียฟครั้งล่าสุดไม่เพียงแต่สะท้อนความสามารถในการทำลายล้างของรัสเซีย แต่ยังชี้ให้เห็นถึง ความล้มเหลวของประชาคมโลกในการหาทางยุติความขัดแย้งอย่างยั่งยืน

ขณะที่ชาวยูเครนยังคงยืนหยัดอยู่ท่ามกลางเงาแห่งสงคราม เส้นทางสู่สันติภาพยังคงดูเลือนราง และไม่มีใครสามารถตอบได้ว่า… จุดจบของสงครามนี้จะมาถึงเมื่อใด

อ้างอิงภาพ: Reuters

#TWCNews #TWCRussia #TWCUkraine #TWC_Rama