วันที่ 24 เมษายน 2025 ถือเป็นวันครบรอบ 110 ปี เหตุกาณณ์การฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ชาวอาร์เมเนีย (Armenian Genocide) ซึ่งมีการจัดงานรำลึกขึ้นทั่วโลกเพื่อไว้อาลัยต่อผู้เสียชีวิตกว่า 1.5 ล้านคน และเน้นย้ำความสำคัญของการจดจำเหตุการณ์อันโหดร้ายในประวัติศาสตร์มนุษยชาติ
เหตุการณ์นี้เริ่มต้นเมื่อจักรวรรดิออตโตมันเข้าสู่ยุคเสื่อมอำนาจในช่วงต้นศตวรรษที่ 20 และชาติพันธุ์ต่าง ๆ ภายในจักรวรรดิเริ่มเกิดกระแสชาตินิยม โดยเฉพาะชาวอาร์เมเนียที่มีศาสนาและวัฒนธรรมแตกต่างจากกลุ่มมุสลิมส่วนใหญ่
จนเมื่อสงครามโลกครั้งที่ 1 ปะทุขึ้นในปี 1914 สถานการณ์ก็ยิ่งตึงเครียด เพราะรัฐบาลออตโตมันตัดสินใจเข้าร่วมกับฝ่ายมหาอำนาจกลาง คือ เยอรมนีและออสเตรีย ทำให้แนวรบตะวันออกติดกับดินแดนของรัสเซียกลายเป็นพื้นที่ยุทธศาสตร์สำคัญ และชาวอาร์เมเนียบางส่วนเข้าร่วมกับรัสเซีย แต่รัฐบาลออตโตมันกลับกล่าวหาชาวอาร์เมเนียทั้งหมดว่าเป็นภัยต่อความมั่นคง…
วันที่ 24 เมษายน 1915 ถือเป็นจุดเริ่มต้นของโศกนาฏกรรม เพราะรัฐบาลออตโตมันได้จับกุมปัญญาชน ผู้นำศาสนา และนักเคลื่อนไหวชาวอาร์เมเนียกว่าสองร้อยคนในกรุงคอนสแตนติโนเปิล การจับกุมนี้ไม่ได้เกิดขึ้นอย่างฉับพลัน แต่เป็นการวางแผนอย่างเป็นระบบ ทำให้บางคนถูกส่งไปยังแดนไกลและไม่มีใครได้พบอีกเลย
นอกจากนี้ รัฐบาลออตโตมันยังประกาศคำสั่งเนรเทศชาวอาร์เมเนียในภาคตะวันออกของจักรวรรดิออกจากบ้านเกิดของตน โดยอ้างว่าเพื่อ “รักษาความสงบเรียบร้อยของรัฐในยามสงคราม”
ขบวนเนรเทศเหล่านั้นคือขบวนแห่งความตาย ผู้หญิง เด็ก และผู้สูงอายุถูกบังคับให้เดินเท้าผ่านทะเลทรายซีเรียโดยไม่มีน้ำ อาหาร หรือที่พักพิง ระหว่างทางพวกเขาถูกทหารออตโตมันและกลุ่มติดอาวุธในพื้นที่ข่มขืน ปล้นสะดม และสังหารอย่างไร้ความปรานี
บางหมู่บ้านที่ต่อต้านก็ถูกเผาทำลาย โบสถ์และอารามถูกทำลายราบ รวมถึงเอกสารทางประวัติศาสตร์ วรรณกรรม และศิลปะของชาวอาร์เมเนียก็ถูกลบหายไปจากพื้นที่ที่พวกเขาเคยอยู่มาเป็นพันปี
ผลของการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ครั้งนี้ทำให้ชาวอาร์เมเนียเสียชีวิตราว 1.5 ล้านคน และอีกหลายแสนคนต้องอพยพหนีตายไปตั้งรกรากใหม่ในเลบานอน, ซีเรีย, จอร์เจีย, รัสเซีย, สหรัฐอเมริกา, และยุโรปตะวันตก เหตุการณ์นี้ถือเป็นหนึ่งในโศกนาฏกรรมครั้งใหญ่ที่สุดของศตวรรษที่ 20 และมักถูกขนานนามว่าเป็น “การฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ครั้งแรกของยุคใหม่”
แม้เวลาจะผ่านมากว่าศตวรรษ แต่รัฐบาลตุรกีในปัจจุบันยังคงปฏิเสธว่าเหตุการณ์นี้เป็นการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ โดยอ้างว่าเป็นผลพวงของสงครามกลางเมืองและการทรยศของชาวอาร์เมเนียบางกลุ่ม อย่างไรก็ตาม หลักฐานทั้งเอกสาร คำให้การ และบันทึกจากนักการทูตต่างชาติที่อยู่ในเหตุการณ์ ล้วนชี้ชัดถึงเจตนารมณ์ของรัฐบาลออตโตมันในการทำลายล้างชาติพันธุ์อาร์เมเนียอย่างเป็นระบบ
ทุกวันที่ 24 เมษายน ของทุกปี ชาวอาร์เมเนียทั่วโลกจึงพร้อมใจกันจุดเทียน วางดอกไม้ และเดินรำลึกถึงผู้จากไป โดยหวังว่าความเจ็บปวดในอดีตจะกลายเป็นแรงผลักดันให้มนุษยชาติไม่เดินซ้ำรอยความโหดร้ายอีกครั้ง และเพื่อเรียกร้องให้โลกจดจำความจริงอย่างไม่บิดเบือนว่า มนุษย์บางกลุ่มเคยถูกกำจัด เพียงเพราะพวกเขาเกิดมาแตกต่างจากผู้ปกครอง…
#TWCHistory #TWCArmenia #TWCTurkey #TWC_Rama
0 Comment