ช่วงนี้ประเด็นที่คนให้ความสนใจไม่น้อยคือสงครามการค้าจีน-สหรัฐที่ยังดำเนินต่อไปแม้พ้นยุคทรัมป์มาจะ 4 ปีแล้ว โดยสินค้าที่เป็นชนวนครั้งล่าสุดก็คือ “รถยนต์ไฟฟ้า” (EV) จากจีน
ข่าวนี้ถูกจับตามองและมีคนวิเคราะห์ไปหลายทาง บางคนบอกว่าสหรัฐต้องการขัดขวางการเติบโตของ EV ยี่ห้อ BYD จากจีนไม่ให้โตเป็นผู้ผลิต EV เบอร์ 1 ของโลก, บางคนบอกว่าเรื่องนี้ทำให้แผนการลดการปล่อยแก๊สเรือนกระจกจากรถยนต์ยิ่งล่าช้า และบางคนบอกว่าชาติตะวันตก “กลืนน้ำลาย” ตัวเองทั้งที่เคยสนับสนุนการค้าเสรีมาก่อน แต่พอตัวเองเสียประโยชน์ก็รีบขวางทันที
แน่นอนว่าเรื่องการกีดกันทางการค้าเป็นมุมหนึ่งที่สามารถมองได้ …แต่นอกจากสหรัฐกับชาติยุโรปที่ออกมาตรการกีดกัน EV ที่เป็นข่าวดังแล้ว ชาติอื่นๆ อีกไม่น้อยก็มีมาตรการกีดกันสินค้าจีนทะลักเช่นเดียวกัน รายละเอียดของเรื่องนี้เป็นอย่างไร? มาติดตามในโพสต์นี้นะครับ
_______________
🔴 [Overcapacity ผลิตมาเพื่อส่งออกอย่างเดียว]
1. เปิดเรื่องด้วยคำๆ หนึ่งที่ใช้กับเรื่องนี้กันก่อน คำนั้นคือ “overcapacity” หรือแปลว่า เกินความจุ หรือ เกินวิสัยสามารถ คำนี้เป็นคำที่มีการนำมาใช้เกร่อในช่วงหลังเพื่ออธิบายถึงปรากฏการณ์สินค้าจีนราคาถูกทะลักไปทั่วโลก
2. สาเหตุของ overcapacity มาจากความสามารถของจีนในการเป็น “โรงงานของโลก” สามารถผลิตสินค้าได้นานาชนิดและเป็นจำนวนมากด้วย ปัจจัยหนึ่งที่ทำให้จีนทำเช่นนี้ได้เป็นเพราะค่าแรงจีนถูกกว่าชาติตะวันตก แต่ก็มีปัจจัยเรื่องการแทรกแซงค่าเงินหยวน และการอุดหนุนการส่งออกจากภาครัฐด้วย …ซึ่งจริงๆ ก็ผิดกฎองค์การการค้าโลก (WTO) ซึ่งเป็นองค์การสนับสนุนการค้าเสรี
3. ยกตัวอย่างตัวเลขประมาณการของจีนมองว่าจีนอุดหนุนภาคการผลิตใช้เงินไปกว่า 248,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2019, อุดหนุนภาคการเกษตร 212,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2016 และอุดหนุนภาคพลังงานถึง 2.2 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2020! …แน่นอนว่าทุกประเทศต่างก็มีการอุดหนุนเศรษฐกิจของประเทศตัวเองเช่นกัน แต่ไม่มีประเทศใดที่ใช้เงินมากขนาดนี้
4. เรื่องการอุดหนุนการส่งออกของจีนเป็นสิ่งที่สร้างความตึงเครียดระหว่างจีนกับชาติตะวันตกมานานแล้ว โดยจีนมักย้ำว่านี่เป็นสิ่งจำเป็นเพื่อส่งเสริมเศรษฐกิจจีนให้พึ่งพาตัวเองได้และเป็นการพัฒนาประเทศ
5. แต่นักวิจารณ์เองก็มองว่าการอุดหนุนเหล่านี้ประโยชน์ไปตกแต่กับบริษัทยักษ์ใหญ่ของประเทศ ส่วน SME ในประเทศแทบจะล้มหายตายจาก นอกจากนี้ยังทำให้ความเหลื่อมล้ำในประเทศถ่างกว้างขึ้นด้วย อนึ่งธนาคารโลกรายงานค่าสัมประสิทธิ์จีนี (ใช้วัดความเหลื่อมล้ำ) ของจีนที่ 0.46 ซึ่งอยู่ในระดับที่สูง
6. ในช่วงหลังที่จีนกำลังเผชิญกับภาวะเศรษฐกิจชะลอตัวท่ามกลางสงครามการค้าและการฟื้นตัวจากโควิด นานาชาติได้แนะนำให้จีนปรับเปลี่ยนโครงสร้างเศรษฐกิจใหม่โดยให้จีนเพิ่มสัดส่วนการบริโภคของครัวเรือนเป็นสัดส่วนของจีดีพีมากขึ้น ทั้งนี้เพราะจีนกดค่าแรงคนงานให้ต่ำเพื่อให้สินค้าส่งออกถูกลงด้วย แต่ก็ทำให้สินค้าจีนระบายในประเทศไม่ได้เช่นกัน)
7. อย่างไรก็ตามสีจิ้นผิงยังยืนยันแนวคิดเน้นส่งออกตามเดิม และกล่าวหาชาติตะวันตกว่าต้องการขัดขวางจีนไม่ให้โตแข่งเท่านั้น (ดูได้จากสื่อจีนที่เรียงหน้ามาตอบโต้เรื่อง overcapacity ที่พบได้มากมายในเน็ตนะครับ)
_______________
🔴 [ปฏิกิริยาต่อ Overcapacity]
8. นอกจากนี้สื่อจีนยังมักชูประเด็นว่าประเทศอื่นๆ โดยเฉพาะ “ประเทศโลกใต้” (Global South) หรือประเทศกำลังพัฒนาล้วน “ไม่คล้อยตาม” ข้อกล่าวหาเรื่อง overcapacity และยังคงซื้อสินค้าจากจีนต่อไป แต่มันเป็นอย่างนั้นหรือเปล่า?
9. เมื่อไปไล่ดูข่าวการขึ้นภาษีนำเข้าสินค้าจากจีนจะพบว่าหลายๆ ประเทศได้ตั้งกำแพงภาษีนำเข้าสินค้าจากจีนกับสินค้าหลายชนิด ทั้ง EV เหล็กกล้า ไปจนถึงเสื้อผ้า
10. เริ่มจากเหล็กกล้า ประเทศละตินอเมริกา 3 ประเทศคือเม็กซิโก บราซิลและชิลีได้ขึ้นภาษีต่อเหล็กกล้านำเข้าจากจีน ซึ่งบางกรณีขึ้นภาษีกว่า 2 เท่า เพื่อปกป้องงานจำนวน 1.4 ล้านตำแหน่งท่ามกลางเหล็กกล้าจีนที่ทะลักเข้ามา และโคลอมเบียเตรียมขึ้นภาษีตามด้วย
11. ชาติที่มีปัญหากับจีนในเรื่องเหล็กกล้าเช่นกันคือไทยกับเวียดนาม โดยสองประเทศนี้ได้เปิดการสอบสวนข้อกล่าวหาว่ามีการทุ่มตลาด (dumping) เหล็กกล้าจากจีน อนึ่งการทุ่มตลาดหมายถึงการยอมขายสินค้าถูกๆ เพื่อตัดราคาคู่แข่ง แล้วพอคู่แข่งหมดไปแล้วก็จะสามารถกลับมาตั้งราคาเท่าไหร่ก็ได้
12. ต่อมาเป็น EV มีข่าวว่าตุรกีได้ขึ้นภาษี EV จากจีนกว่า 40% เพื่อปกป้องอุตสาหกรรม EV ในประเทศและมองว่าตัวเองขาดดุลการค้าจากจีนมากเกินไป
13. และสินค้าอีกกลุ่มหนึ่งที่เป็นประเด็นกับชาติกำลังพัฒนาคือ สินค้าที่ขายบนแพลตฟอร์มออนไลน์ ที่ผ่านมาไทยเจอสินค้านำเข้าจากจีนทะลักเพราะไม่ได้เก็บภาษีสินค้านำเข้าราคาต่ำกว่า 1,500 บาทจนทำให้ผู้ประกอบการในประเทศเสียเปรียบ จึงได้มีการเปลี่ยนมาเก็บภาษีในส่วนนี้ อีกชาติหนึ่งคือแอฟริกาใต้ที่มีการขึ้นภาษีสินค้าในลักษณะเดียวกัน เพราะมีการนำเสื้อผ้าราคาถูกจากจีนมาขายออนไลน์กันมากเช่นกัน
14. เมื่ออ่านถึงตรงนี้ทุกท่านก็คงได้เห็นถึงประเด็น overcapacity และผลกระทบต่อประเทศอื่นๆ กันไปแล้วนะครับ แน่นอนว่าแต่ละท่านก็คงมีความเห็นต่อกำแพงภาษีของชาติต่างๆ ต่อจีนแตกต่างกันไป แต่ก็คงเห็นแล้วว่าสินค้าจีนราคาถูกไม่ได้มีแต่ประโยชน์เหมือนกับที่สื่อจีนโฆษณาไว้อย่างแน่นอน!
#TWCSummary #TWCChina #TWC_Cheeze
0 Comment