ขุมทรัพย์ใต้ท้องทะเลอาจฟังดูเป็นเรื่องแฟนตาซี ลึกลับและน่าค้นหา แต่ด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัยขึ้นในทุกๆวัน ได้ทำให้เรื่องเล่าในอดีตมากมายคลี่คลายปมมากขึ้นเรื่อยๆ รวมถึงเรื่องของเรือซานโจเซ่

ซานโจเซ่เป็นเรือขนสมบัติที่สำคัญของสเปนก่อนจมลงสู่ท้องทะเลโดยกองทัพอังกฤษ เรื่องเล่าของมันถูกเล่าขานมานานนับร้อยปี นานเสียจนคนคิดว่าเป็นแค่เรื่องเล่าในตำนานที่อาจถูกแต่งขึ้น จนกระทั่ง..

เรือถูกค้นพบด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัยในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา แต่แทนที่เราจะได้เชยชมสมบัติใต้ท้องทะเลกว่าหลายร้อยปี กลับกลายเป็นดราม่าระหว่างประเทศเสียอย่างนั้น

เพราะทั้งโคลัมเบียที่เป็นเจ้าของน่านน้ำที่เรือจม และ สเปนที่เป็นเจ้าของเรือและสมบัติ ต่างอ้างสิทธิในสมบัติของเรือลำนี้ที่มีมูลค่ามหาศาล!
เรื่องราวของเรือนี้จะเป็นอย่างไร?

สมบัติของเรือลำนี้ควรเป็นของประเทศใดกันแน่?

ติดตามรับชมไปพร้อมกับครับ..

_________________________________________________

🔱 เรือขนสมบัติ
🌊 สู่ก้นท้องทะเล
🔍 การค้นพบในรอบหลายร้อยปี
🪙 ครูปรีชาและลุงจรูญ
🪸 ไม่มีเจ้าของอย่างแท้จริง

_________________________________________________

🔱 เรือขนสมบัติ

1. เรือรบซานโจเซ่ (San José) คือหนึ่งในเรือรบชั้นนำของจักรวรรดิสเปนในช่วงต้นศตวรรษที่ 18 ซานโจเซถูกประจำการในช่วง สงครามชิงราชบัลลังก์สเปน (War of the Spanish Succession) 1701–1714 ซึ่งเป็นสงครามครั้งใหญ่ที่หลายชาติมหาอำนาจเข้าร่วมเพื่อแย่งชิงสิทธิในการครองราชย์ของสเปน

2. เรือลำนี้ถูกจัดให้อยู่ใน “กองเรือสมบัติ” ของสเปน โดยออกเดินทางจากท่าเรือในโคลอมเบียและเปรู เพื่อขนทองคำ, เหรียญเงิน, อัญมณี, และของมีค่าที่สเปนได้มาจากอเมริกาใต้กลับไปยังราชสำนักสเปน

3. ในสงครามชิงราชบัลลังก์สเปน ราชสำนักสเปนภายใต้กษัตริย์ เฟลิเป้ที่ 5 ซึ่งเป็นเชื้อสายบูร์บง ได้เป็นพันธมิตรกับฝรั่งเศส ในขณะที่อังกฤษและเนเธอร์แลนด์จับมือกับออสเตรียเพื่อต้านอิทธิพลบูร์บงในยุโรป เพื่อตัดกำลังเศรษฐกิจของสเปนและฝรั่งเศส เส้นทางขนทองของสเปนจึงกลายเป็นเป้าหมายในโจมตีของกองทัพอังกฤษไปโดยปริยาย

4. เมื่ออังกฤษทราบข่าวว่าซานโจเซ่บรรทุก ทองคำ เหรียญเงิน อัญมณีและมรกต ไว้บนเรือจำนวนมากแผนการโจมตีเรือลำนี้ของอักฤษจึงเริ่มต้นขึ้น

_________________________________________________

🌊 สู่ก้นท้องทะเล

5. ค่ำวันที่ 8 มิถุนายน 1708 ท้องทะเลนอกชายฝั่งโคลัมเบียก้องกังวาลไปด้วยเสียงปืนใหญ่ เมื่อซานโจเซ่ต้องเผชิญหน้ากับเรือรบอังกฤษและกองเรือสมทบของแต่ละฝ่าย การดวลปืนใหญ่ที่กินเวลาเพียงไม่กี่สิบนาที

6. อังกฤษที่ได้เปรียบทางกลยุทธ์มากกว่า สามารถยิงกระสุนปืนใหญ่ทะลุเข้าสู่ด้านล่างของเรือซานโจเซ่ และกระทบเข้ากับคลังเก็บดินปืนซึ่งอยู่ภายในเรือ ส่งผลให้เกิดการระเบิดครั้งใหญ่จนเรือแตกเป็นเสี่ยงๆ และจมลงสู่ก้นทะเลภายในเวลาไม่กี่นาที

เป็นเหตุให้ลูกเรือของซานโจเซ่ ทองคำ เงิน และอัญมณีที่ขนมากับเรือ ต่างจมลงสู่ก้นทะเลนับตั้งแต่นั้น

7. เรื่องของเรือซานโจเซ่กลายเป็นตำนาน เพราะมีทั้งเรื่องเล่า คำสาป โดยเฉพาะมีความเชื่อว่านี่คือขุมทรัพย์ทองคำใต้ท้องทะเลที่มีมูลค่าขนาดที่พลิกเศรษฐกิจของประเทศใดเลยทีเดียว

_________________________________________________

🔍 การค้นพบในรอบหลายร้อยปี

8. ในปี 2015 รัฐบาลโคลอมเบียประกาศอย่างเป็นทางการว่า พวกเขาได้ค้นพบซากเรือซานโจเซ่ที่อยู่ลึกลงไปกว่า 600 เมตรใต้ทะเล บริเวณนอกชายฝั่งเมืองการ์ตาเฮนา (Cartagena) โดยเป็นความร่วมมือระหว่างกองทัพเรือโคลอมเบีย, นักสำรวจทางทะเล, และการใช้เทคโนโลยีหุ่นยนต์ใต้น้ำขั้นสูงในการสำรวจครั้งนี้

9. ซากเรือที่พบมีรายละเอียดที่ตรงกับบันทึกทางประวัติศาสตร์ของเรือซานโจเซ่อย่างชัดเจน ไม่ว่าจะเป็นจำนวนปืนใหญ่, ลวดลาย, โครงสร้างของตัวเรือ และหลักฐานทางโบราณคดีอื่นๆ เช่น เหรียญทองคำ และชิ้นส่วนของตัวเรือที่สลักตราประจำราชวงศ์สเปน เป็นเครื่องการันตีว่านี่แหละคือเรือซานโจเซ่ในตำนานจริงๆ!

10. ข่าวนี้กลายเป็นหัวข้อระดับโลกทันที เพราะขุมทรัพย์ที่อยู่ใต้ทะเลนั้น ประเมินกันว่าอาจมีมูลค่ามากกว่า 17-20 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือมากกว่า 6-7 แสนล้านบาท แต่การค้นพบนี้ไม่ได้จบด้วยเรื่องราวอันงดงาม แต่กลับกลายเป็นดราม่าระหว่างประเทศเสียอย่างนั้น

_________________________________________________

🪙 ครูปรีชาและลุงจรูญ

11. หลังการประกาศการค้นพบซากเรือซานโจเซ่ได้ไม่นาน กลับมีหลายฝ่ายที่ออกมาอ้างสิทธิในเรือลำนี้จนกลายเป็นดราม่าที่นำไปสู่ข้อพิพาทระดับนานาชาติ

ฝ่ายสเปนได้ออกมาโต้แย้งว่า เรือลำนี้เป็น “เรือของสเปน” และเป็นส่วนหนึ่งของกองเรือจักรวรรดิสเปนในอดีต ดั้งนั้นเรือลำนี้รวมถึงทรัพย์สินควรเป็นของฝ่ายสเปน

ส่วนฝ่ายโคลอมเบีย ก็ยืนกรานว่าซากเรือจมอยู่ใน “น่านน้ำของโคลอมเบีย” และอยู่ภายใต้กฎหมายของประเทศตน ดั้งนั้นเรือลำนี้รวมถึงทรัพย์สินควรเป็นของฝ่ายโคลอมเบียสิ

นอกจากนี้ยังมีฝ่ายบริษัทเอกชน Sea Search Armada (SSA) ของสหรัฐอเมริกา ซึ่งเคยอ้างว่าเป็นผู้ค้นพบจุดจมของซานโจเซ่มาตั้งแต่ยุค 1980 ก็ออกมาเรียกร้องส่วนแบ่งจากมูลค่าสมบัติด้วยเช่นกัน โดยอ้างสิทธิเพราะเป็น “ผู้แจ้งเบาะแส” ก่อนหน้า (สุดท้ายศาลสหรัฐจะตัดสินให้ฝ่ายโคลอมเบียเป็นฝ่ายชนะคดีในกรณีนี้เท่านั้น)

ยังไม่จบเท่านั้น ในมุมมองของชาวพื้นเมืองในเปรูและโบลิเวีย มีการตั้งคำถามว่าสมบัติทองคำและเงินที่ขนอยู่บนเรือลำนั้น มาจากการกดขี่ชนพื้นเมืองในยุคล่าอาณานิคม ดังนั้นแล้วมันก็ควรถูกนำมาแบ่งปัน เพื่อความยุติธรรมของชนพื้นเมืองที่เคยถูกขูดรูดในอดีตหรือไม่?

_________________________________________________

🪸 ไม่มีเจ้าของอย่างแท้จริง

12. จนถึงปัจจุบันก็ยังไม่มีข้อสรุปหรือคำตัดสินที่เป็นเอกฉันท์จากศาลระหว่างประเทศหรือหน่วยงานใดๆ ว่าสมบัติของเรือซานโจเซ่ควรเป็นของประเทศใดโดยสมบูรณ์ ทำให้แต่ละฝ่ายยังคงยื่นข้อเรียกร้องและดำเนินการทางกฎหมายในระดับต่างๆ หากมีประเทศใดอ้างสิทธิในเรือลำนี้

13. ทำให้เรือซานโจเซ่และขุมทรัพย์ทองคำส่วนใหญ่ยังคงจมอยู่ที่ก้นท้องทะเล แม้ว่าโคลอมเบียจะเริ่มดำเนินการสำรวจและกู้คืนสมบัติบางส่วนขึ้นมาเพื่อการวิจัยและอนุรักษ์แล้ว

14. ทว่าการกู้คืนทั้งหมดเป็นเรื่องที่ทำได้ยากและใช้เงินทุนจำนวนมหาศาล โดยทรัพย์สินบนเรือทั้งหมดนั้นทางโคลัมเบียจะไม่ขายตามคำร้องขอของยูเนสโก (UNESCO)

15. สมบัติมหาศาลกว่า 6 แสนล้านบาทนี้ยังคงไร้ผู้เจ้าของอย่างแท้จริง และยังคงเป็นเป้าหมายที่ถูกเฝ้าระวังอย่างเข้มงวด และเป็นปริศนาว่าท้ายที่สุดแล้วขุมทรัพย์ในตำนานนี้จะตกเป็นของใคร หรือจะคงอยู่ในก้นทะเลต่อไปจนกว่าจะมีข้อตกลงที่ทุกฝ่ายยอมรับได้ในอีกไม่รู้กี่สิบกี่ร้อยปีข้างหน้า..

#TWCHistory #TWCSpain #TWCColombia #TWC_Salmon

_________________________________________________

อ้างอิง :
theguardian(ดอท)com/environment/2024/mar/18/san-jose-shipwreck-recovery
history(ดอท)com/articles/san-jose-shipwreck-battle-2