หนึ่งในความเชื่อนอกเรื่องของ “ผี” แล้วก็มี “มังกร” นี่แหละที่เป็นตำนานที่แพร่หลายอยู่ทั่วทุกมุมโลก และ รู้หรือไม่ว่า!? ในโลกของเรามีถึง 3 ประเทศในยุคปัจจุบัน ที่มีมังกรในธงชาติของตัวเองด้วย

ประเทศแรกคือ “ภูฏาน” ธงชาติของภูฏานมีรูปมังกรเด่นชัดอยู่ตรงกลาง มังกรตัวนี้มีชื่อว่า “ดรุ๊ก” หรือมังกรสายฟ้า ซึ่งหัวใจสำคัญของอัตลักษณ์ชาติภูฏานเลยทีเดียว เพราะชาวภูฏานเรียกแผ่นดินของตนเองว่า “ดรุกยุล” แปลตรงตัวได้ว่า “ดินแดนแห่งมังกรสายฟ้า”

ตำนานเล่าว่าเสียงฟ้าร้องและฟ้าผ่าที่ดังสนั่นบนเทือกเขาหิมาลัย เปรียบเหมือนเสียงคำรามของมังกรสายฟ้า เมื่อครั้งพระอาจารย์ผู้เผยแผ่วัชรยานเข้ามายังหุบเขาภูฏาน ก็มีเมฆรูปร่างคล้ายมังกรปรากฏขึ้นพร้อมเสียงฟ้าคำราม ทำให้ผู้คนเชื่อว่าดินแดนแห่งนี้ได้รับการปกป้องจากสิ่งศักดิ์สิทธิ์ มังกรจึงถูกยกให้เป็นผู้พิทักษ์ทั้งพระพุทธศาสนาและชาติบ้านเมือง

ประเทศที่สองคือ “เวลส์” ธงประจำชาติเวลส์มีมังกรสีแดงอยู่ตรงกลางที่เรียกว่า อะ ดรายก กอค (Y Ddraig Goch) เป็นหนึ่งในสัญลักษณ์เก่าแก่ที่สุดของยุโรป มังกรนี้มีรากมาจากทั้งตำนานและประวัติศาสตร์สามารถย้อนกลับได้ถึงยุคก่อนโรมันเลยทีเดียว

เชื่อกันว่าความเชื่อเรื่องมังกรของอังกฤษ ได้อิทธิพลมาจากโรมันในสมัยที่พวกเขายึดครองเกาะแห่งนี้ ต่อมาสัญลักษณ์มังกรก็ได้ถูกใช้เป็นเครื่องหมายของราชสำนักและผู้นำท้องถิ่นในยุคบริเตนโรมัน

ในเชิงประวัติศาสตร์ มังกรแดงถูกใช้โดยกองทัพอังกฤษตั้งแต่สมัยกษัตริย์เฮนรีที่ 5 ซึ่งปรากฏเด่นในสนามรบอย่างยุทธการอาแฌงคูร์ (Battle of Agincourt) ต่อมา มังกรแดงถูกนำมาใช้เด่นชัดยิ่งขึ้นในสมัยกษัตริย์เฮนรีที่ 7 ผู้ทรงใช้เป็นสัญลักษณ์การศึกที่สมรภูมิบอสเวิร์ธ (Battle of Bosworth Field) อันเป็นการรบสำคัญที่นำไปสู่การสถาปนาราชวงศ์ทิวดอร์

หลังจากชัยชนะของเฮนรีทิวดอร์ในการรุกรานอังกฤษ ธงมังกรแดงก็ถูกชูขึ้นที่มหาวิหารเซนต์ปอลในกรุงลอนดอน หลังจากที่กองทัพจัดขบวนแห่ชัยชนะผ่านเวลส์เข้ามา สีเขียวและสีขาวถูกเพิ่มเข้ามาในธงภายหลัง เพื่อแทนถึงราชวงศ์ทิวดอร์ที่มีสายสัมพันธ์กับเวลส์ ทำให้ธงมังกรแดงกลายเป็นเอกลักษณ์เฉพาะของชนชาติเวลส์ที่สืบทอดมาจนถึงปัจจุบัน

ประเทศสุดท้ายคือ “มอลตา” ทุกท่านอาจจะต้องซูมกันตาแตกนิดหน่อยครับ ที่มุมซ้ายบนมีไม้กางเขนเล็กๆ ซึ่งตรงกลางไม้กางเขนนี้เองมีภาพเล็กจิ๋วของนักบุญจอร์จ (Saint George) กำลังต่อสู้กับมังกร ปรากฏอยู่ในสัญลักษณ์ที่เรียกว่า “จอร์จครอส”

ตามตำนานนักบุญจอร์จเล่าว่า มังกรตนนี้อาศัยอยู่ใกล้บ่อน้ำใหญ่ พิษร้ายของมันทำให้ทั้งบ่อน้ำและพื้นที่รอบๆ ไม่สามารถใช้ประโยชน์ได้ เพื่อให้มังกรตนนี้สงบผู้คนต้องสังเวยสัตว์ของตนเองให้แก่มัน และยิ่งนานวันก็หนักขึ้น เริ่มเป็นผู้คน เริ่มเป็นบุตรหลาน และท้ายที่สุดก็คือเจ้าหญิงของเมือง แต่แล้วนักบุญจอร์จที่ผ่านทางมาสามารถปราบมันลงได้ ทำให้ท่านกลายเป็นสัญลักษณ์แห่งความกล้าหาญและความศรัทธาในที่สุด

ในส่วนที่มาของสัญลักษณ์ในธงชาติมอลตา เกิดขึ้นในช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง เมื่อมอลตาซึ่งเป็นเกาะเล็กๆ กลางทะเลเมดิเตอร์เรเนียนได้ทำหน้าที่สำคัญยิ่ง ทั้งการเป็นฐานปฏิบัติการฝ่ายสัมพันธมิตร และการเป็นที่ตั้งของโรงพยาบาลสนามเพื่อดูแลทหารที่ได้รับบาดเจ็บ เพื่อตอบแทน พระเจ้าจอร์จที่ 6 (King George VI) แห่งสหราชอาณาจักร ทรงมีพระราชหัตถเลขา เนื้อหาสำคัญคือทรงมอบ “จอร์จครอส” ให้แก่ชาวมอลตาเป็นเกียรติยศสูงสุดในความกล้าหาญและการเสียสละ มอลตาจึงได้นำสัญลักษณ์นี้มาไว้บนธงชาติอย่างเป็นทางการ

#TWCSummary #TWCWales #TWCBhutan #TWCMolta #TWC_Salmon