กำแพงหินสูงเกือบ 30 ชั้น (ประมาณ 300 ฟุต) ในประเทศโบลิเวียแห่งนี้ ถูกค้นพบเมื่อปี 1994 ว่ามีรอยเท้าไดโนเสาร์มากกว่า 5,000 รอย จากไดโนเสาร์อย่างน้อย 10 สายพันธุ์ เดินต่อเนื่องกันเป็นเส้นทางกว่า 462 เส้นทางจากเมื่อราว 65 ล้านปีก่อน

ที่นี่รู้จักกันในชื่อ “คัล ออร์โก” (Cal Orck’o) ตั้งอยู่ใกล้เมืองซูเกร (Sucre) ประเทศโบลิเวีย ถือเป็นหนึ่งในแหล่งรวมรอยเท้าไดโนเสาร์ที่ใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยพบมาในโลก

หากทุกท่านสงสัยว่าทำไมรอยเท้าไดโนเสาร์ขึ้นไปตั้งชันแบบนั้นได้ ต้องบอกว่ากำแพงหินที่สูงเกือบ 300 ฟุตนี้ เดิมเป็นพื้นดินริมทะเลสาบโบราณในยุคครีเทเชียสตอนปลายที่เคยเป็นโคลนเปียก ก่อนจะถูกทับถมด้วยตะกอนจนแข็งตัวกลายเป็นหินปูนในเวลาต่อมา

การเคลื่อนตัวของเปลือกโลกทำให้ชั้นหินโบราณเหล่านี้ค่อยๆ เอียงขึ้นจนตั้งเกือบเป็นแนวดิ่ง จนกระทั่งการทำเหมืองในภายหลังทำให้มนุษย์ค้นพบชั้นหินนี้

รอยเท้าทั้ง 5,000 รอยที่กระจายอยู่บนผนังนี้ เป็นของไดโนเสาร์อย่างน้อย 10 ชนิด รวมถึง ไททันโนซอร์ (Titanosaur), แองคีโลซอร์ (Ankylosaur) และ เทอโรพอด (Theropod) ซึ่งเป็นกลุ่มไดโนเสาร์นักล่าขนาดใหญ่

รอยเท้าที่มีชื่อเสียงที่สุดคือ รอยทางยาว 347 ฟุต ซึ่งเชื่อกันว่าเป็นของ ไดโนเสาร์นักล่าขนาดกลางคล้ายไทรันโนซอรัสวัยเยาว์ ที่นักวิทยาศาสตร์ตั้งชื่อเล่นว่า “จอห์นนี่ วอล์กเกอร์ (Johnny Walker)”

อย่างไรก็ตามปัจจุบันกำแพงหินแห่งนี้ยังคง ถูกการกัดเซาะอย่างช้าๆ จากธรรมชาติ ทำให้นักอนุรักษ์กำลังแข่งกับเวลาเพื่อรักษากำแพงนี้ไว้

ส่วนหนึ่งของพื้นใกล้เคียงได้ถูกจัดตั้งเป็นพิพิธภัณฑ์กลางแจ้งชื่อว่า “Parque Cretácico” เพื่อให้ผู้เข้าชมสามารถเข้าไปดูรอยเท้าไดโนเสาร์เหล่านี้ได้อย่างใกล้ชิด

#TWCHistory #TWC_Salmon #TWCBolivia