“หลุมก๊าซดาร์วาซา” หรือฉายาที่เรียกว่า “ประตูนรก” ในเติร์กเมนิสถาน เป็นหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวชื่อดังระดับโลก เนื่องจากความแปลกของที่เปลวไฟในหลุมก๊าซลุกโชนช่วงตลอดเวลาติดต่อกันมายาวนานกว่า 50 ปีแล้ว ซึ่งเป็นสิ่งดึงดูดนักท่องเที่ยวจำนวนมากให้มาที่ประเทศแห่งนี้

ทว่าเมื่อช่วงไม่กี่ปีมานี้เปลวไฟของหลุมก๊าซเริ่มน้อยลงอย่างเห็นได้ชัด หลังจากที่รัฐบาลเติร์กเมนิสถานประกาศความพยายามในการปิดกั้นก๊าซมีเทนที่จำเป็นต่อการเผาไหม้ เพื่อไม่ให้เกิดการลุกไหม้อีกต่อไป โดย อิรินา ลูรีเยวา (Irina Luryeva) จากสถาบันวิจัยก๊าซธรรมชาติของเติร์กเมนิสถาน ระบุว่า การเพิ่มกำลังการผลิตก๊าซในพื้นที่ใกล้เคียง ทำให้สามารถควบคุมการไหลของก๊าซที่ซึมออกมาได้ และขณะนี้ปริมาณก๊าซที่รั่วไหลไปที่หลุมไฟที่ลุกไหม้อยู่ก็ค่อยๆ ลดลงแล้ว

ภาพถ่ายดาวเทียมจากสถาบันวิจัยอวกาศเกาหลีแสดงให้เห็นว่า ปัจจุบันเปลวไฟยังคงลุกไหม้อยู่ แต่มีเปลวไฟที่น้อยลงอย่างเห็นได้ชัด สำนักข่าว AKI ของประเทศคีร์กีซสถาน ซึ่งเป็นประเทศเพื่อนบ้านรายงานว่าปัจจุบันปริมาณการเผาไหม้ลดลงมากกว่า 3 เท่าเมื่อเทียบกับเดือนสิงหาคมเมื่อปี 2023

แม้จะเป็นหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวชื่อดังระดับโลก รัฐบาลเติร์กเมนิสถานก็ได้พยายามหาทางดับหลุมไฟแห่งนี้มาแล้วหลายครั้ง ในปี 2022 ประธานาธิบดีเซรดาร์ แบร์ดิมูฮาเมดอฟ (Serdar Berdimuhamedow) ได้ประกาศอย่างเป็นทางการว่า

“การเผาไหม้ก๊าซอย่างต่อเนื่องเช่นนี้ ส่งผลกระทบต่อสุขภาพประชาชน สิ่งแวดล้อม และยังเป็นการสูญเสียทรัพยากรพลังงานอย่างไร้ประโยชน์”
พร้อมกับสั่งการให้หน่วยงานวิศวกรรมของรัฐเร่งหาแนวทางเพื่อ “ดับไฟ” อย่างถาวร

อย่างไรก็ตาม แผนการนี้กลับซับซ้อนกว่าที่คาดไว้มาก และจนถึงปัจจุบัน ยังไม่มีแนวทางอย่างเป็นทางการออกมา ว่าจะดำเนินการอย่างไรจึงจะสามารถยุติการเผาไหม้ได้อย่างปลอดภัยและถาวร

#TWCNEWS #TWCTurkmenistan #TWC_Salmon