การรักเพศเดียวกันในดินแดนนี้อาจมีโทษถึงตาย เนื่องจากอิหร่านเป็นประเทศเคร่งศาสนา แม้จะเป็นเกย์แล้วมีโทษถึงตาย แต่หากเป็นกะเทยที่แปลงเพศแล้ว ก็ถือว่าอยู่เป็นผู้หญิงได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย

สาเหตุที่อิหร่านมีกฎนี้เพราะยุคหลังปฏิวัติอิสลามใหม่ ๆ (ยุค 1980s) มีกะเทยคนหนึ่งชื่อ มัรยัม ฮาทูน โมลคารา (Maryam Khatoon Molkara) ได้พยายามเรียกร้องสิทธิของตนต่ออิหม่ามโคเมนีผู้นำประเทศ

เธออ้างว่าเธอไม่ได้ทำผิดหลักศาสนาแต่เธอเจ็บป่วย โดยเธอเกิดเป็นผู้หญิงแต่กลับอยู่ในร่างของผู้ชาย และเมื่อป่วยก็ควรจะได้รับการรักษาโดยการแปลงเพศ

ตอนแรกมัรยัมถูกตำรวจศาสนาทำร้าย ทุบตี บังคับฉีดฮอร์โมนเพศชาย เพื่อให้เป็นผู้ชาย แต่เธอก็ยืนหยัดเรื่อยมา …กระทั่งโคเมนีบังเกิดความสงสาร จึงออกฟัตวา (หมายถึงการตีความ, กฎอิสลามมีการตีความได้หลากหลาย ขึ้นกับผู้รู้จะตีความไปทางใด) อนุญาตการแปลงเพศ

นับแต่นั้นมาหากกะเทยอิหร่านต้องการเป็นผู้หญิง สามารถส่งหนังสือขออนุญาตต่อรัฐบาล แล้วเข้ารับการแปลงเพศ ก็จะได้รับสิทธิเหมือนผู้หญิงทุกประการ รัฐบาลช่วยแม้กระทั่งค่าผ่าตัด ไม่เกินครึ่งหนึ่งของค่าผ่าทั้งหมด มีข้อแม้คือถ้าขออนุญาตสำเร็จแล้วต้องรีบผ่านะ ถ้าไม่รีบผ่าจะอยู่ในสถานะผิดกฎหมายแบบอึนๆ ที่ทำให้เสียสิทธิหลายอย่าง

การกระทำของโคเมนี ถูกก่นด่าทั้งจากฝ่ายอนุรักษนิยมและเสรีนิยม คือฝ่ายเคร่งศาสนาก็บอกว่าทำผิดหลัก ส่วนฝ่ายเสรีนิยมก็ตำหนิว่าหน้าไหว้หลังหลอก เอาใจแต่กะเทย แล้วเกย์ล่ะ? แล้วเลสเบี้ยนล่ะ? แล้วคนที่เป็นกะเทยแต่ไม่อยากแปลงเพศล่ะ?

สิ่งนี้คงเป็นความเมตตาที่มากที่สุดเท่าที่โคเมนีจะให้ได้ในบริบทของผู้นำศาสนา ความเมตตานี้เป็นโทษกับเขา แต่เป็นประโยชน์กับเหล่ากะเทยอิหร่านซึ่งเคยถูกกดขี่เป็นอันมาก

#TWCHistory #TWCTour #Iran