MOU 43-44 ซึ่งเป็นข้อตกลงระหว่างรัฐบาลไทยกับกัมพูชาเพื่อหาทางแก้ไขปัญหาพิพาทชายแดนระหว่างสองประเทศที่มีการลงนามตั้งแต่ปี 2000 และ 2001 นั้น ได้กลายมาเป็นประเด็นร้อนในช่วงนี้เนื่องจากกระแสเรียกร้องให้ยกเลิกมีมากขึ้นทุกที จนล่าสุดมีการพูดกันว่าอาจมีการลงประชามติกันแล้ว
โดยเนื้อหาของมันข้อตกลงดังกล่าวได้ตั้งกลไกทวิภาคีระหว่างสองประเทศให้เจรจาหาทางออกในเรื่องเขตแดนระหว่างกัน แะผู้สนับสนุนยังชี้ว่าข้อตกลงดังกล่าวมีประโยชน์เพื่อให้ประชาคมโลกเห็นว่าไทยกับกัมพูชามีช่องทางเจรจากันแล้ว ICJ ไม่ควรสอดมือเข้ามายุ่งเกี่ยวอีก
อย่างไรก็ตามกลไกดังกล่าวได้มีมากว่า 20 ปีแล้วแต่ปัญหาชายแดนไทย-กัมพูชายังไม่ใกล้ยุติลงเลย ถึงแม้นี่จะเป็นช่องทางเจรจาทวิภาคีซึ่งไทยที่มีความเข้มแข็งทางเศรษฐกิจและทหารน่าจะเป็นฝ่ายได้เปรียบ แต่ที่ผ่านมาฮุนเซนกลับยังสามารถทำอะไรก็ได้ตามใจโดยแทบไม่ได้รับการตอบสนองจากไทยเลย โดยมีอดีตผู้นำคนหนึ่งที่ทำได้เพียงส่งหนังสือประท้วงเป็นร้อยๆ ฉบับ และอีกคนหนึ่งที่โทรศัพท์ไปขอเจรจาแบบอ่อนน้อม จนดูเหมือนไทยไม่ได้เป็นฝ่ายได้เปรียบอะไรกัมพูชาเลย ฮุนเซนกลับเกรงใจเวียดนามและลาวมากกว่าเสียด้วยซ้ำ!
แน่นอนว่าการยกเลิก MOU ทั้งสองฉบับนี้มีทั้งข้อดีและข้อเสีย แต่โจทย์สำคัญคือแนวทางที่เคยปฏิบัติกันมา 20 กว่าปีนี้ไม่ได้ผลอย่างสิ้นเชิง หากจะใช้ MOU ต่อไปก็ต้องคิดต่อว่าจะทำอย่างไรให้แตกต่างจากเดิม หรือหากยกเลิก MOU ก็ต้องตอบว่าจะมีกลไกอะไรมาทดแทน เพื่อไม่ให้ไปเข้าทางกัมพูชาที่จ้องฟ้องศาลโลกอยู่แล้ว
#TWCSummary #TWCThailand #TWCCambodia TWC_Cheeze
0 Comment