รู้หรือไม่? ดินแดนทางตอนใต้ของฝรั่งเศสมีภาษาที่ต่างจากภาษาฝรั่งเศสมาตั้งแต่โบราณ นั่นคือ ภาษาอ็อกซิตัน (Occitan)
ภาษานี้เป็นภาษาโรมานซ์เช่นเดียวกับภาษาฝรั่งเศส อิตาลี หรือสเปน คือมีรากมาจากภาษาละตินของจักรวรรดิโรมัน และเคยเป็นภาษาที่รุ่งเรืองมากในยุคกลาง โดยเฉพาะในดินแดนที่เรียกว่า อ็อกซิตาเนีย (Occitània) คือ แคว้นลองก์ด็อก, โปรวองซ์, กัสโกญ ของฝรั่งเศส และบางส่วนของอิตาลีตอนเหนือและสเปนตะวันออก
ภาษาอ็อกซิตันมีความใกล้ชิดกับภาษาคาตาลัน (Catalan) ซึ่งพูดในแคว้นคาตาโลเนีย ประเทศสเปน ทั้งสองภาษามีโครงสร้างทางไวยากรณ์ เสียง และคำศัพท์ที่คล้ายกันมาก จนบางนักภาษาศาสตร์จัดให้อยู่ในตระกูลย่อยเดียวกัน และผู้คนสามารถสื่อสารกันได้โดยไม่ต้องแปล
ภาษาอ็อกซิตันนี้เคยเป็นภาษาของ “ทรูบาดูร์” (troubadours) หรือกวีเพลงเร่ร่อนช่วงศตวรรษที่ 11–13 ผู้สร้างบทกวีและเพลงที่วางรากฐานให้แนวคิด “ความรักเทิดทูน” (courtly love) ความรักของอัศวินที่จงรักต่อหญิงสูงศักดิ์ ซึ่งกลายเป็นต้นแบบของวรรณกรรมยุโรปยุคกลางในเวลาต่อมา
อย่างไรก็ตาม เมื่อฝรั่งเศสทำสงครามครูเสดอัลบิเจนเซียนเพื่อปราบลัทธิคาธาร์ในภาคใต้ และผนวกอ็อกซิตาเนียเข้าเป็นส่วนหนึ่งของฝรั่งเศส รัฐฝรั่งเศสก็ได้เดินหน้านโยบายรวมศูนย์อำนาจ และเริ่มกดทับภาษาอ็อกซิตันอย่างเป็นระบบ โดยใช้ภาษาฝรั่งเศสเป็นเครื่องมือสร้างอัตลักษณ์ชาติแบบเดียว
ซึ่งเมื่อปี 1860 ประชากรฝรั่งเศสกว่า 39% ยังพูดภาษาอ็อกซิตันเป็นภาษาแม่ แต่ตลอด 150 ปีที่ผ่านมา ทางฝรั่งเศสได้มีการกดทับทางภาษาผ่านระบบการศึกษา เช่น การห้ามพูดในโรงเรียน และการลดทอนสถานะภาษาในสื่อและราชการ จนทำให้ภาษาอ็อกซิตันกลายเป็นเพียง “ภาษาท้องถิ่น” ที่ไม่ได้รับการยอมรับหรือสนับสนุนจากรัฐ
แม้วันนี้จะมีโรงเรียนและป้ายถนนแบบสองภาษา พร้อมความพยายามจากชุมชนท้องถิ่นในการฟื้นฟูภาษาอ็อกซิตัน แต่จำนวนผู้พูดก็ลดลงเหลือเพียงไม่กี่แสนคน และส่วนใหญ่เป็นผู้สูงอายุ จนองค์การยูเนสโกจัดให้ภาษานี้อยู่ในกลุ่มภาษาที่กำลังสูญหาย (endangered)
ช่างน่าเศร้า… ที่ภาษานี้ซึ่งครั้งหนึ่งเคยเปล่งประกายในบทกวีรักแห่งยุคกลางกำลังเลือนหายไปจากแผ่นดินของตนเอง เพราะแรงกดทับจากรัฐชาติที่พยายามหลอมทุกเสียงให้เป็นเสียงเดียว
#TWCVariety #TWCFrance #TWC_Rama
0 Comment