ซัยยิดะห์ อัล ฮูร์รา “ราชินีโจรสลัดแห่งโมร็อกโก” ซึ่งสามารถนำกองเรือโจรสลัดโมร็อกโกบุกปล้นกองเรือสเปนและโปรตุเกส จนเป็นที่หวาดผวาไปทั่วทะเลเมดิเตอร์เรเนียน นอกจากนี้ เธอยังเป็นเจ้าเมืองเตตวนและสวยมากเสียจนทำให้สุลต่านโมร็อกโกยังมาแต่งงานกับเธอ…
หากนึกถึง “โจรสลัด” ใครหลายคนอาจนึกถึง กลุ่มคนที่ทำการปล้นหรือโจรกรรมในทะเล ซึ่งส่วนมากมักเป็นผู้ชาย เพราะโจรสลัดจำเป็นต้องเดินเรืออย่างยากลำบากและยาวนาน จึงทำให้ไม่ค่อยมีภาพของโจรสลัดหญิงมากนัก
แต่ในหน้าหนึ่งของประวัติศาสตร์โมร็อกโก ได้มีสตรีคนหนึ่งที่เก่งกาจสามารถจนกลายเป็น “ราชินีโจรสลัดแห่งโมร็อกโก” เธอผู้นั่น ก็คือ “ซัยยิดะห์ อัลฮูร์รา”
ซัยยิดะห์ อัล ฮูร์รา เกิดเมื่อปี 1485 ในตระกูลขุนนางชนชั้นสูงรัฐกรานาดา รัฐอิสลามแห่งสุดท้ายในยุโรป (ปัจจุบันตั้งอยู่ในแคว้นอันดาลูเซีย ประเทศสเปน) โดยตัวของเธอมีชื่อเดิมว่า “ไอชา” ซึ่งแปลว่า “ผู้หญิงที่มีชีวิตชีวา” ซึ่งดูเหมือนว่าชื่อนี้เข้ากับบุคลิกของเธอ เพราะไอชาเป็นเด็กอัจฉริยะที่มีความเฉลียวฉลาด ช่างสงสัย และสามารถพูดภาษาต่างๆ ได้คล่องแคล่วหลายภาษา ไม่ว่าจะเป็นภาษาอาหรับ, คาสตีล, และโปรตุเกส รวมไปถึงความรอบรู้ทางด้านเทววิทยาและคณิตศาสตร์
จนเมื่อเธออายุได้เจ็ดขวบ ชาวมุสลิมทุกคนในสเปนได้ถูกขับไล่ออกโดยพระเจ้าเฟอร์ดินานด์ที่ 2 แห่งอารากอน และสมเด็จพระราชินีนาถอิซาเบลลาที่ 1 แห่งคาสตีล จึงทำให้ไอชาและครอบครัวของเธอต้องเดินทางอพยพมายังเมืองเชฟชาอูนในโมร็อกโก
ไอชาในวัย 16 ปี ได้แต่งงานกับซิดี อัล-มันดรีที่ 2 หลานชายของอาลี อัล-มันดรี ผู้ก่อตั้งและเจ้าเมืองเตตวน ซึ่งเป็นเมืองที่ตั้งขึ้นโดยผู้ลี้ภัยชาวมุสลิมจากแคว้นอันดาลูเซีย จึงทำให้เธอย้ายไปอยู่อาศัยที่เมืองเตตวนกับสามีของเธอ
สามีของเธอได้ขึ้นครองเมืองเตตวน โดยที่ไอชาคอยช่วยเหลือสามีของเธอในการบริหารบ้านเมืองและดูแลเมืองยามที่สามีของเธอออกนอกเมือง จนเมื่อสามีของเธอเสียชีวิตในปี 1515 ไอชาก็ได้กลายเป็นเจ้าเมืองเตตวน และดำรงตำแหน่งเป็น “ซัยยิดะห์ อัล ฮูร์รา – สตรีผู้สูงศักดิ์ที่ไม่ก้มหัวให้กับผู้ที่มีอำนาจเหนือกว่า” ซึ่งถือเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไม่บ่อยนักในสังคมอิสลาม
นอกจากนี้ ในปี 1541 สุลต่านอาเหม็ด อัล-วัตตา แห่งราชวงศ์วัตตาซิดของโมร็อกโก ยังได้ขอเธอแต่งงาน แต่ซัยยิดะห์ยืนยันจะแต่งงานได้ที่เมืองเตตวนเท่านั้น จึงทำให้สุลต่านอาเหม็ดยอมเดินทางจากเมืองเฟซ เมืองหลวงไปเมืองเตตวนเพื่อแต่งงานกับเธอ ซึ่งการแต่งงานครั้งนี้ ถือเป็นครั้งแรกและครั้งเดียวในประวัติศาสตร์โมร็อกโกที่กษัตริย์ทรงแต่งงานนอกเมืองหลวง
ในฐานะเจ้าเมืองเตตวน ซัยยิดะห์ใช้กองเรือโจรสลัดเป็นส่วนหนึ่งในการปกป้องเมืองชายฝั่งของเธอ โดยร่วมมือกับ “เคราแดง” หรือ ไฮเรดดิน บาร์บารอสซ่า โจรสลัดและแม่ทัพเรือของจักรวรรดิออตโตมัน ซึ่งคุมกองเรือในแอลจีเรีย ทำการบุกปล้นสะดมเรือสินค้าของสเปนและโปรตุเกส จนสร้างความหวาดกลัวให้กับลูกเรือที่ต้องเดินทางบริเวณทะเลเมดิเตอร์เรเนียนฝั่งตะวันตก
นอกจากการปกป้องเมืองเตตวน เธอยังใช้กองเรือโจรสลัดแก้แค้นแทนครอบครัวและชาวมุสลิมที่ถูกเนรเทศออกมาจากสเปน โดยการจับกุมและรีดไถทรัพย์สมบัติจากชาวคริสต์ จนทำให้เธอกลายเป็นมหาเศรษฐีจากสมบัติจำนวนมากมายมหาศาล และค่าไถ่ตัวนักโทษชาวคริสต์ที่เธอจับกุมได้ ทำให้เธอมีฉายาว่า “ราชินีโจรสลัดมุสลิมตะวันตก” หรือที่ต่อมาถูกนักประวัติศาสตร์โมร็อกโกเรียกว่า “ราชินีโจรสลัดแห่งโมร็อกโก”
แต่ในปี 1542 ลูกเขยของเธอก็ได้ยึดอำนาจ พร้อมริบทรัพย์สินของเธอที่สั่งสมมาอย่างยาวนาน ซึ่งทางซัยยิดะห์ได้แต่ยินยอมโดยดี และกลับไปใช้ชีวิตในช่วงบั้นปลายที่เมืองเชฟชาอูนจนเสียชีวิตเมื่อปี 1561 ด้วยวัย 75 ปี เป็นการปิดฉากเรื่องราวของ “ราชินีโจรสลัดแห่งโมร็อกโก” ลงอย่างเรียบง่ายและปกติสุข
#twchistory #twcMorocco #TWC_Rama
0 Comment