เมื่อวันที่ 28 เมษายน 2025 ประเทศสเปนและโปรตุเกสต้องเผชิญกับเหตุการณ์ไฟฟ้าดับครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ของทั้งสองประเทศ เมื่อระบบไฟฟ้าเกือบทั้งหมดของทั้งสองประเทศหยุดดับลงอย่างฉับพลันในเวลา 12:33 น. ตามเวลาท้องถิ่นของสเปน (CEST) ไฟดับกินเวลากว่าหลายชั่วโมง โดยหน่วยงานบริหารจัดการโครงข่ายไฟฟ้าของสเปน ได้ระบุว่าการกู้ไฟให้กลับมาทำงานได้ 100% ทั่วประเทศต้องใช้เวลาอย่างน้อย 1 สัปดาห์

ไฟดับอย่างฉับพลันส่งผลให้ประชาชนหลายสิบล้านคนตกอยู่ในความมืด รถไฟใต้ดินหยุดวิ่ง สนามบินต้องใช้ไฟสำรอง และระบบสื่อสารล่มในหลายเมือง ท่ามกลางความตื่นตระหนกที่เกิดขึ้น คำถามสำคัญที่ตามมาคือ สาเหตุไฟฟ้าดับครั้งใหญ่นี้เกิดมาจากสาเหตุใดโดยปัจจุบันยังสรุปสาเหตุแน่ชัดไม่ได้

ดังนั้นคำถามคือ เหตุการณ์เช่นนี้เคยเกิดขึ้นมาก่อนหรือไม่ และเราสามารถเรียนรู้สาเหตุที่ไฟฟ้าดับในอดีตได้บ้าง
บทความนี้จึงขอยกตัวอย่างเหตุการณ์ไฟฟ้าดับทั่วประเทศในอดีตจากประเทศอื่นๆว่าเกิดเหตุการณ์นี้เกิดจากสาเหตุใดได้บ้าง..

____________________________

⚡ไฟดับอิตาลีเพราะต้นไม้พาดสายไฟ
⚡ไฟดับเวเนซุเอลาเพราะขาดการบำรุง
⚡ไฟดับอาร์เจนตินา และ อุรุกวัย เพราะตั้งค่าระบบผิดพลาด
⚡ต้องติดตามกันต่อไป

____________________________

⚡ไฟดับอิตาลีเพราะต้นไม้พาดสายไฟ

1. เหตุเกิดเมื่อวันที่ 28 กันยายน 2003 เหตุการณ์ไฟดับนี้เกิดขึ้นอย่างฉับพลันในช่วงกลางดึก เวลาประมาณตีสามของวันอาทิตย์ ซึ่งโดยปกติช่วงเวลานี้ถือเป็นช่วงเวลาที่มีการใช้ไฟฟ้าอยู่ในระดับต่ำที่สุดของวัน

2. สาเหตุของไฟดับครั้งนี้เริ่มต้นขึ้นห่างไกลจากอิตาลี ที่เทือกเขาแอลป์ในสวิตเซอร์แลนด์ เมื่อมีต้นไม้ล้มพาดสายส่งไฟฟ้าแรงสูงสายหนึ่งที่ทำหน้าที่ส่งไฟฟ้าจากสวิตเซอร์แลนด์เข้าสู่อิตาลี

3. ความเสียหายเล็ก ๆ นี้ในตอนแรกดูเหมือนไม่ใช่เรื่องใหญ่นักแต่กลับกลายเป็นหายนะ เมื่อการสูญเสียไฟฟ้าจากสวิตเซอร์แลนด์ทำให้แรงดันไฟฟ้าในเครือข่ายลดลงอย่างรวดเร็ว ระบบป้องกันของโครงข่ายไฟฟ้าหลักในฝรั่งเศสและออสเตรีย ซึ่งเชื่อมต่อกับอิตาลีจึงตัดการส่งไฟฟ้าในทันที

4. เหตุที่ต้องตัดไฟเพราะอิตาลีในเวลานั้นพึ่งพาการนำเข้าพลังงานไฟฟ้าจากต่างประเทศสูงมาก เมื่อสายส่งจากสวิตเซอร์แลนด์ถูกตัดขาดอย่างกะทันหัน ปริมาณไฟฟ้าที่อิตาลีได้รับจึงลดลงอย่างรวดเร็ว แต่ความต้องการใช้งานยังคงสูง ระบบจึงเริ่ม “ไม่สมดุล”

5. ในโครงข่ายไฟฟ้าการไม่สมดุลนี้ส่งผลให้ “แรงดันไฟฟ้า” และ “ความถี่” (frequency) ของไฟฟ้าผันผวน หากไม่จัดการอย่างทันท่วงทีอาจนำไปสู่ความเสียหายรุนแรง เช่น เครื่องกำเนิดไฟฟ้าไหม้ หม้อแปลงระเบิด หรือโครงข่ายทั้งระบบล่ม (blackout) ได้ ทำให้ฝรั่งเศสและออสเตรีย “ป้องกันตัวเอง” โดยตัดขาดการเชื่อมต่อกับอิตาลีทันที

6. ไฟฟ้าดับทั่วประเทศ ตั้งแต่เมืองเหนืออย่างมิลาน เจนัว ไปจนถึงเมืองหลวงโรมและเมืองทางใต้เช่นเนเปิลส์ ผู้คนหลายสิบล้านคนต้องใช้เวลาทั้งวันในความมืด ระบบรถไฟหยุดให้บริการ รถไฟใต้ดินในโรมติดค้างกลางอุโมงค์เป็นเวลาหลายชั่วโมง สัญญาณไฟจราจรดับทั่วเมือง

7. แม้ว่าอิตาลีจะสามารถเริ่มฟื้นฟูระบบได้ในช่วงบ่ายของวันเดียวกัน แต่การฟื้นฟูสมรรถนะเต็มรูปแบบของโครงข่ายใช้เวลานานหลายวัน เหตุการณ์ครั้งนั้นทำให้รัฐบาลอิตาลีและสหภาพยุโรปต้องทบทวนความเปราะบางของโครงข่ายไฟฟ้าและวางมาตรการใหม่เพื่อป้องกันการล่มสลายแบบ “โดมิโน” ของระบบในอนาคต อิตาลีจึงได้เพิ่มความพยายามในการสร้างระบบผลิตไฟฟ้าในประเทศเพื่อลดการพึ่งพาการนำเข้าไฟฟ้าจากเพื่อนบ้าน ไม่ให้เกิดเหตุการณ์นี้ขึ้นอีก

____________________________

⚡ไฟดับเวเนซุเอลาเพราะขาดการบำรุง

8. เหตุเกิดเมื่อ 7 มีนาคม 2019 เวลาประมาณบ่ายสามโมงตามเวลาท้องถิ่น พื้นที่เกือบทั้งหมดของเวเนซุเอลารวมไปถึงเมืองหลวงของประเทศ เกิดไฟฟ้าดับฉับพลัน ไม่เพียงเท่านั้นเหตุการณ์ไฟฟ้าดับนี้ยืดเยื้อนานหลายวัน จนกลายเป็นวิกฤตการณ์ระดับประเทศ

9. สาเหตุหลักของปัญหาคือ โรงไฟฟ้าพลังน้ำที่รับผิดชอบการผลิตไฟฟ้ากว่า 70% ของประเทศ ประสบปัญหาด้านเทคนิคอย่างรุนแรง ส่งผลให้โครงข่ายไฟฟ้าหลักล่มทั้งระบบในทันที

10. รัฐบาลเวเนซุเอลาออกมาแถลงทันทีว่า ไฟดับครั้งนี้เกิดจาก “การโจมตีทางไซเบอร์” โดยกลุ่มก่อวินาศกรรมที่ได้รับการสนับสนุนจากต่างประเทศ แต่ผู้เชี่ยวชาญด้านพลังงานและวิศวกรรมจำนวนมากกลับมองต่างออกไป พวกเขาชี้ว่าปัญหาหลักเกิดจาก “การละเลยการบำรุงรักษาระยะยาว” ต่างหาก

11. ตั้งแต่ก่อนเหตุไฟฟ้าดับ โรงไฟฟ้านี้ประสบปัญหาในหลายด้านเช่น อุปกรณ์ไฟฟ้าและระบบควบคุมเสื่อมสภาพเพราะ ขาดการบำรุงรักษาต่อเนื่อง, ระบบป้องกันความผิดพลาดล้าสมัย ไม่สามารถทำงานได้เต็มประสิทธิภาพ, ไม่มีระบบสำรองไฟ และขาดบุคลากรที่เชี่ยวชาญ

12. เหตุการณ์เกิดจาก เกิดการลัดวงจร หรือ การโอเวอร์โหลด กับหนึ่งในสายส่งไฟฟ้าแรงสูงที่เชื่อม โรงไฟฟ้ากับโครงข่ายไฟฟ้าระดับประเทศ แต่ระบบตัดไฟอัตโนมัติกลับไม่ทำงาน เมื่อกระแสไฟฟ้าไหลผิดปกติและไม่มีการตัดไฟ ระบบควบคุมแรงดันและความถี่ของโรงไฟฟ้าจึงในล้มเหลวทันที

13. เหตุนี้ทำให้เครื่องกำเนิดไฟฟ้าหลักของโรงไฟฟ้าถูกบังคับให้หยุดทำงานเพื่อปกป้องตัวเอง เวเนซุเอลาที่ต้องพึ่งพาโรงไฟฟ้านี้เป็นหลักจึงสูญเสียไฟฟ้าเกือบทั้งหมดในทันที เพราะประเทศนี้ไม่มีระบบไฟฟ้าสำรองหรือโรงไฟฟ้าอื่น ๆ ที่สามารถเสริมกำลังพอที่จะรักษาความเสถียรของโครงข่ายได้

14. ผลกระทบของไฟดับครั้งนี้รุนแรงและกินเวลายาวนานอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อนในประวัติศาสตร์สมัยใหม่ของประเทศ โรงพยาบาลไม่สามารถรักษาผู้ป่วยหนักได้ น้ำประปาไม่ไหล เกิดการขาดแคลนอาหารและน้ำดื่มในเวลาอันสั้น และการสื่อสารผ่านโทรศัพท์และอินเทอร์เน็ตล่มเกือบทั่วประเทศ

15. สุดท้ายไฟฟ้าบางส่วนถูกกู้คืนได้หลังจากผ่านไปประมาณ 5 วัน แต่ในบางพื้นที่ของเวเนซุเอลา ต้องใช้เวลานานถึง 2–3 สัปดาห์ กว่าที่ระบบจะกลับมาทำงานได้อย่างไม่เสถียรนัก

____________________________

⚡ ไฟดับอาร์เจนตินา และ อุรุกวัย เพราะตั้งค่าระบบผิดพลาด

16. เพียงไม่กี่เดือนหลังจากเวเนซุเอลาประสบกับไฟดับครั้งประวัติศาสตร์ ลาตินอเมริกาก็ได้เผชิญกับเหตุการณ์ไฟฟ้าดับครั้งใหญ่อีกครั้ง คราวนี้เป็นอาร์เจนตินาและอุรุกวัยที่ตกอยู่ในความมืด เมื่อวันที่ 16 มิถุนายน 2019 เวลาประมาณ 7 นาฬิกาตามเวลาท้องถิ่น ไฟฟ้าดับทั่วทั้งสองประเทศอย่างฉับพลัน

17. เหตุการณ์ครั้งนี้เริ่มต้นในช่วงเช้าวันอาทิตย์ ซึ่งเป็นวันเลือกตั้งท้องถิ่นในหลายพื้นที่ของอาร์เจนตินา นั่นทำให้ความสำคัญของการมีไฟฟ้าใช้งานต่อเนื่องในวันดังกล่าวสูงยิ่งกว่าปกติ อย่างไรก็ตาม เหตุการณ์ไม่คาดคิดก็เกิดขึ้นจนได้

18. สาเหตุของไฟดับครั้งนี้มีความซับซ้อนน้อยกว่ากรณีของเวเนซุเอลา การสอบสวนหลังเหตุการณ์พบว่าต้นเหตุหลักคือ ความผิดพลาดในการทำงานระหว่างระบบป้องกันไฟฟ้าและการซ่อมบำรุง มีการซ่อมแซมสายส่งไฟฟ้าขนาดใหญ่ที่เชื่อมระหว่างเขตชายแดนทางตะวันออกเฉียงเหนือของอาร์เจนตินา แต่ในการบริหารจัดการโครงข่าย ช่างเทคนิคได้ทำการตั้งค่าระบบสำรองไฟผิดพลาด ทำให้เมื่อเกิดความผิดปกติในสายส่งหนึ่ง ระบบไม่สามารถชดเชยภาระที่หายไปได้

19. โครงข่ายไฟฟ้าในอาร์เจนตินาเป็นระบบขนาดใหญ่ที่ต้องอาศัยการ “ถ่วงสมดุล” อย่างละเอียดอ่อนระหว่างโรงไฟฟ้าหลายแห่งทั่วประเทศ อธิบายง่ายๆ คือ ไฟฟ้าที่ผลิตต้องพอดีกับไฟฟ้าที่ผู้คนใช้อยู่ตลอดเวลา แม้เพียงเล็กน้อยก็มีผลต่อเสถียรภาพของทั้งระบบ

20. ดังนั้นเมื่อมีความผิดปกติเกิดขึ้น เช่น การสูญเสียกำลังผลิตจากบางแหล่ง ระบบจะต้องปรับสมดุลอย่างรวดเร็ว เช่น ตัดไฟในบางพื้นที่ชั่วคราว หรือเพิ่มการผลิตจากแหล่งอื่น

21. ในวันเกิดเหตุ การสูญเสียพลังงานในบางสายส่งเกิดขึ้นอย่างกะทันหัน แต่ระบบป้องกันอัตโนมัติ ซึ่งควรทำหน้าที่ลดภาระการใช้ไฟในบางส่วนเพื่อรักษาเสถียรภาพของระบบ กลับทำงานไม่ทันการณ์ ความถี่ไฟฟ้าในโครงข่ายจึงลดต่ำลงเรื่อย ๆ ในเวลาเพียงไม่กี่วินาที

22. เมื่อความถี่ไฟฟ้าต่ำเกินไป โรงไฟฟ้าหลายแห่งถูกบังคับให้หยุดทำงานโดยอัตโนมัติเพื่อป้องกันความเสียหายต่อเครื่องจักร และเมื่อแหล่งผลิตไฟฟ้าหยุด การใช้ไฟฟ้าในพื้นที่อื่น ๆ ก็ไม่มีแหล่งจ่ายไฟเพียงพอ กลายเป็นว่าไฟฟ้าดับในบางพื้นที่ก่อน แล้วพลังงานที่เหลือก็ไม่พอเลี้ยงพื้นที่ที่ยังทำงานอยู่ ทำให้เกิดโหลดเกินตามมาเรื่อย ๆ

23. กระบวนการนี้เรียกว่า “ความล้มเหลวแบบเรียงซ้อน” (Cascading failure) คือความล้มเหลวที่ลุกลามเป็นลูกโซ่ พื้นที่หนึ่งล่ม แล้วอีกพื้นที่หนึ่งก็ล่มตาม จนสุดท้ายโครงข่ายทั้งประเทศดับสนิทในเวลาไม่ถึงครึ่งนาที

24. ไฟฟ้าในอาร์เจนตินาทั้งประเทศดับสนิทในเวลาไม่ถึง 30 วินาที ขณะที่ไฟฟ้าในอุรุกวัยซึ่งเชื่อมต่อกับอาร์เจนตินาผ่านสายส่งระหว่างประเทศ ก็ถูกตัดขาดตามไปด้วยทันทีโดยปริยายเพื่อป้องกันไม่ให้โครงข่ายตัวเองเสียหายหนักกว่าเดิม นอกจากนี้บางส่วนของบราซิลและชิลีที่มีการเชื่อมต่อกับอาร์เจนตินาก็ได้รับผลกระทบบางส่วนด้วย แม้จะไม่ถึงขั้นดับทั้งประเทศก็ตาม

25. ผลกระทบในช่วงชั่วโมงแรกมีความโกลาหลไม่น้อย แต่อย่างไรก็ตาม กลับแตกต่างจากกรณีเวเนซุเอลาและอิตาลีที่ต้องใช้เวลาหลายวัน ในการฟื้นฟูในครั้งนี้ทำได้รวดเร็วกว่ามาก ภายในเวลา 6–8 ชั่วโมงหลังเกิดเหตุทีมวิศวกรสามารถกู้คืนระบบได้มากกว่า 80% และภายในค่ำของวันเดียวกัน ระบบไฟฟ้าทั้งประเทศกลับมาทำงานได้เกือบเต็มรูปแบบ

____________________________

⚡ต้องติดตามกันต่อไป

26. จากเหตุการณ์ไฟดับครั้งใหญ่ในอดีตที่เกิดขึ้นในหลายประเทศ เราเห็นได้ว่าความเปราะบางของโครงข่ายพลังงานอาจถูกกระตุ้นด้วยสาเหตุที่แตกต่างกันออกไป ตั้งแต่ความผิดพลาดทางเทคนิคเพียงเล็กน้อย ปัญหาสะสม ไปจนถึงข้อผิดพลาดด้านการตั้งค่าระบบ

27. ซึ่งยังมีอีกหลายกรณีที่ยังไม่ได้กล่าวถึงที่ส่งผลให้เกิดไฟฟ้าดับทั่วประเทศ แต่สำหรับกรณีของสเปนและโปรตุเกสในปี 2025 เหตุการณ์ไฟฟ้าดับใหญ่ที่เกิดขึ้นสร้างความตื่นตระหนกไม่น้อย ท่ามกลางกระแสการตั้งข้อสงสัยมากมายว่าสาเหตุที่แท้จริงคืออะไรกันแน่

28. เบื้องต้นมีการคาดการณ์ถึงความเป็นไปได้หลากหลาย ตั้งแต่ปรากฏการณ์ทางบรรยากาศที่หายาก ซึ่งอาจกระทบต่อเสถียรภาพของสายส่งไฟฟ้า ไปจนถึงความผิดพลาดในการบริหารจัดการโครงข่ายจากฝรั่งเศส ซึ่งทางฝรั่งเศสได้ออกมาปฏิเสธข้อสันนิฐานดังกล่าวแล้ว และบางส่วนยังคงตั้งข้อสงสัยเกี่ยวกับความเป็นไปได้ของภัยคุกคามทางไซเบอร์อีกด้วย

29. อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ยังเร็วเกินไปที่จะสรุปอย่างชัดเจนว่าสาเหตุที่แท้จริงของวิกฤตไฟดับครั้งนี้คืออะไร จำเป็นต้องรอการสอบสวนเชิงลึกและข้อมูลทางเทคนิคที่ได้รับการยืนยันจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก่อนจึงจะสามารถวิเคราะห์ได้อย่างชัดเจน

30. สิ่งที่แน่ชัดในตอนนี้มีเพียงว่า ไฟดับครั้งใหญ่ที่สเปนและโปรตุเกสกำลังเผชิญอยู่ คืออีกหนึ่งเครื่องเตือนใจที่สำคัญว่า แม้ในประเทศที่มีโครงสร้างพื้นฐานทางพลังงานทันสมัย แต่การรักษาความเสถียรและความมั่นคงของระบบไฟฟ้ายังคงเป็นความท้าทายที่ไม่อาจละเลยได้แม้แต่เรื่องเล็กน้อยก็ตาม

#TWCHistory #TWCSpain #TWCPortugal #TWCItaly #TWCVenezuela #TWCAgentina #TWCUruguay #TWC_Salmon