ติมอร์ตะวันออก หรือที่เราเรียกว่า ติมอร์-เลสเต เป็นดินแดนที่แทบไม่มีใครรู้จัก แม้แต่ไทยเราที่อยู่ในภูมิภาคเดียวกันกับติมอร์ตะวันออกก็แทบไม่รู้เรื่องราวของพวกเขามากนัก

ติมอร์ตะวันออก เป็นดินแดนที่ไม่มีประวัติศาสตร์สวยหรูเช่นชาติอื่นๆ ประวัติศาสตร์การสร้างชาติของติมอร์เต็มไปด้วยบาดแผล การกว่าจะได้มาซึ่งเอกราชหลังถูกอินโดนีเซียเข้ายึดครอง

เพื่อให้ชาวติมอร์ตะวันออกยอมจำนน อินโดนีเซียปกครองดินแดนส่วนนี้ด้วยระบอบทหารที่แข็งกร้าว ทั้งมาตรการกวาดล้าง ปิดล้อมหมู่บ้าน บังคับอพยพ มีการละเมิดสิทธิมนุษยชนอย่างกว้างขวาง เพียงแต่โลกภายนอกไม่มีใครรับรู้…

การกดขี่ชาวติมอร์ตะวันออกจึงดำเนินไปเรื่อยๆ จนกระทั่งคลิปวิดีโอการสังหารหมู่ชาวติมอร์ตะวันออกได้หลุดออกมา วิดีโอนี้ได้เผยให้เห็นความโหดร้ายที่โลกไม่เคยเห็นมาก่อน และทำให้ทั่วโลกหันมามองติมอร์ตะวันออกในที่สุด…

นี่คือโศกนาฏกรรมที่เป็นหนึ่งในปัจจัยให้ติมอร์ได้รับเอกราช และเริ่มถูกพูดถึงในเวทีนานาชาติ

โศกนาฏกรรมที่แลกด้วยชีวิตของประชาชนใน “เหตุการณ์สังหารหมู่ที่สุสานซานตาครูซ”

::: ::: ::: ::: ::: ::: ::: ::: ::: :::

– การเสียชีวิตของเซบาสเตียน โกเมส

ย้อนกลับไปในปี 1991 ยุคนั้นติมอร์ตะวันออกคือดินแดนแห่งการนองเลือด ฝ่ายอินโดนีเซียเริ่มปราบปรามกลุ่มเรียกร้องเอกราชอย่างหนัก โดยฝ่ายอินโดนีเซียเริ่มติดอาวุธให้กลุ่มนักเลงเพื่อทำภารกิจนอกกฎหมาย ใครก็ตามที่ถูกสงสัยว่าเป็นผู้เรียกร้องเอกราชจะถูกขมขู่หรือถูกใช้ความรุนแรงอย่างไร้กฏระเบียบ

เหตุการณ์ที่นำไปสู่โศกนาฏกรรมเริ่มต้นขึ้นเมื่อ เซบาสเตียน โกเมส ชายชาวติมอร์ตะวันออกธรรมดาคนหนึ่งที่สนับสนุนเอกราช ผู้ทำหน้าที่เป็นคนขับรถให้นักบวชใหญ่ในโบสถ์โมตาเอล ได้ถูกกลุ่มนักเลงที่ฝ่ายอินโดนีเซียหนุนหลังลอบสังหารบริเวณโบสถ์แห่งนั้น
เซบาสเตียนที่บาดเจ็บสาหัสพยายามลากสังขารเข้าไปในตัวโบสถ์ เขาเดินโซเซไปจนถึงแท่นบูชาและเริ่มวินวอนต่อชะตากรรมตนเอง จนกระทั่งเสียชีวิตลงที่แท่นนั้น

::: ::: ::: ::: ::: ::: ::: ::: ::: :::

– ขบวนมรณะ

การเสียชีวิตของเซบาสเตียนสร้างความสะเทือนใจให้ชาวติมอร์ตะวันออกอย่างมาก มันไม่ใช่เพียงการกดขี่ชาวติมอร์ แต่การเสียชีวิตของเซบาสเตียนซึ่งเป็นคนของโบสถ์เปรียบดั่งว่าอินโดนีเซียได้ล่วงล้ำถึงศาสนาที่พวกเขาเคารพศรัทธา

เหตุการณ์นี้ทำให้ชาวติมอร์ตะวันออกนับพันคนเดินทางมาร่วมขบวนแห่ร่างของเซบาสเตียนเพื่อไว้อาลัยและรำลึกถึงเขา ระหว่างที่เดินนั้นผู้ชุมนุมก็ได้ตะโกนเรียกร้องเอกราชไปด้วย การรวมตัวครั้งใหญ่นี้เองที่กลายเป็นสัญญาณการต่อต้านอย่างเปิดเผย และสร้างความไม่พอใจให้ฝ่ายอินโดนีเซียอย่างมาก

เพียงแต่สถานที่ฝังศพซานตาครูซ ตั้งอยู่ตรงข้ามกับค่ายทหารอินโดนีเซีย ทำให้ทหารอินโดนีเซียจำนวนมากมายืนคุมเชิงตลอดพิธีศพ
เมื่อขบวนศพถึงสุสาน ชาวติมอร์บางส่วนยังคงยืนประท้วงอยู่ด้านหน้ากำแพงสุสาน อาจมีการยั่วยุจากฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง จนทำให้ทหารอินโดนีเซียเริ่มเคลื่อนกำลังเข้ามาอย่างรวดเร็ว กองกำลังทหารเพิ่มขึ้นกว่า 200 นาย มายืนล้อมฝูงชนไว้ในเวลาไม่กี่นาที โดยพยานหลายคนเห็นทหารอินโดนีเซียเริ่มประทับปืน

ความวุ่นวายเริ่มขึ้น เมื่อมีผู้ประท้วงและนายทหารอินโดนีเซียรายหนึ่งถูกแทง ทหารกล่าวหาว่าชาวติมอร์เป็นฝ่ายเริ่มก่อน แต่ฝ่ายประชาชนยืนยันว่าทหารเป็นฝ่ายใช้ความรุนแรงใส่ขบวนแห่ก่อน

ฝูงชนเริ่มวิ่งหนีเข้าไปในสุสาน และวิดีโอที่เปรียบเสมือนขุมนรกก็ได้เริ่มต้นขึ้น

::: ::: ::: ::: ::: ::: ::: ::: ::: :::

– เหตุการณ์สังหารหมู่ที่สุสานซานตาครูซ

ชาวติมอร์ตะวันออกซึ่งไร้อาวุธถูกไล่ล่าสังหารโดยทหารอินโดนีเซีย โดยมีนักข่าวต่างชาติ 3 คนเป็นประจักษ์พยาน ได้แก่ เอมี กู๊ดแมน, อัลลัน แนร์ และแม็กซ์ สตาล เป็นพยานสำคัญในเหตุการณ์นี้

กู๊ดแมนและแนร์พยายาม เอาตัวเองเป็นโล่กำบังให้กับชาวติมอร์ กู๊ดแมนและแนร์ถูกทหารอินโดนีเซียทุบตีด้วยอาวุธปืน จนแนร์กะโหลกศีรษะแตก

แม็กซ์ สตาล เลือกที่จะยกกล้องถ่ายวิดีโอการสังหารหมู่ที่กำลังเกิดขึ้นตรงหน้า ความโกลาหลของผู้คนที่พยายามหนีเอาชีวิตรอด และความโหดร้ายของทหารอินโดนีเซียในเวลานั้น

เมื่อทหารอินโดนีเซียเริ่มเข้าควบคุมพื้นที่ได้ สตาลรู้ดีว่าหากฟิล์มตกอยู่ในมือฝ่ายอินโดนีเซีย หลักฐานทั้งหมดคงจะถูกทำลายและเขาเองก็อาจตกอยู่ในอันตรายไปด้วย จึงรีบซ่อนฟิล์มไว้ในหลุมศพภายในสุสานซานตาครูซก่อนจะถูกจับกุมไป

::: ::: ::: ::: ::: ::: ::: ::: ::: :::

– ทั่วโลกได้รับรู้

หลังได้รับการปล่อยตัว ในที่สุดสตาลก็สามารถลักลอบนำฟุตเทจวิดีโอไปยังออสเตรเลียได้สำเร็จ แม้ระหว่างทางจะถูกเจ้าหน้าที่ออสเตรเลียตรวจค้นอย่างหนักเช่นกัน

สุดท้ายสตาลตัดสินใจส่งฟุตเทจทั้งหมดให้กับนักข่าวชาวดัตช์ เพื่อให้หลักฐานของการสังหารหมู่สามารถออกสู่สาธารณะได้ในที่สุด
ฟุตเทจเหล่านี้เองที่ต่อมาถูกนำเสนอในสารคดี First Tuesday ตอน In Cold Blood: The Massacre of East Timor ซึ่งออกฉายในสหราชอาณาจักร ในเดือนมกราคม ปี 1992

สารคดีนี้เองที่ทำให้ติมอร์ตะวันออกเริ่มเป็นที่รู้จักของคนทั้งโลก รับรู้ถึงความโหดร้ายที่ถูกปิดบังมาอย่างยาวนาน และกลายเป็นหนึ่งในแรงกดดันสำคัญที่นำไปสู่กระบวนการเอกราชของติมอร์ตะวันออกในเวลาต่อมา…

ยังมีเรื่องราวของติมอร์ตะวันออกอีกหลายเรื่องเลยครับที่ยังไม่ได้เล่า ที่ออกฉายในรายาร ”Beyond Chronicles: เล่าเรื่องโลก“

หรือจะเป็นเรื่องราวของประเทศอื่นเช่น เรื่องของตาลีบันในอัฟกานิสถาน ประเทศที่ไม่มีอยู่จริงอย่าง สาธารณรัฐอาร์ทซัค และ การกลับไปเยือนอดีตดินแดน “อีแลม” ในศรีลังกาอีกครั้ง ทุกท่านสามารถรับชม ”Beyond Chronicles: เล่าเรื่องโลก“ ได้ทั้งใน Youtube และเว็บไซต์นะครับ

#TWCHistory #TWCTimor_leste #TWC_Salmon