เมื่อเร็วๆ นี้มีการกล่าวหาว่าเมื่อพรรคการเมืองพรรคหนึ่งชนะการเลือกตั้งแล้วจะทำให้สหรัฐเข้ามาตั้งฐานทัพ หรือฐานยิงขีปนาวุธในประเทศไทยได้ ซึ่งก็มีหลายฝ่ายออกมาตอบโต้แล้วว่าไม่เป็นความจริง และชี้ว่าสหรัฐไม่มีความจำเป็นทางยุทธศาสตร์ในการทำเช่นนั้นด้วย
และอย่างที่ผมเคยชี้ไปแล้วว่าพื้นที่ที่อาจเป็นชนวนเหตุสงครามใหญ่ระหว่างชาติมหาอำนาจรอบใหม่ ก็คือ พื้นที่ทะเลจีนใต้ซึ่งเป็นพื้นที่อุดมทรัพยากร ซึ่งยังมีการแข่งขันระหว่างสหรัฐกับจีนอยู่ เพราะฉะนั้นหากสหรัฐจะสนใจคงทหารไว้ก็ควรจะเป็นไปเพื่อขยายกำลังอำนาจ (power projection) ในพื้นที่ส่วนนี้มากกว่า
ซึ่งหากเราดูฐานทัพของทั้งสองประเทศในพื้นที่เอเชียตะวันออกเฉียงใต้นี้ จะพบว่าปัจจุบันสหรัฐไม่ได้มีฐานทัพของตัวเองในภูมิภาคนี้อีกแล้ว แต่ใช้ความตกลงให้กองทัพของตนสามารถเข้าใช้ฐานทัพต่างๆ ในภูมิภาคได้แทน (military access)
ปัจจุบันสหรัฐมีข้อตกลงอยู่กับ 2 ประเทศ คือ สิงคโปร์ ได้แก่ ฐานทัพอากาศปายาเลบาร์, ฐานทัพเรือชางงี และฐานทัพเรือเซมบาวัง และฟิลิปปินส์ ได้แก่ ฐานทัพอากาศอันโตนีโอเบาติสตา, ฐานทัพอากาศบาซา, ค่ายแม็กไซไซ, ฐานทัพอากาศลัมเบีย และฐานทัพอากาศมัคตัน-เบนิโต เอเบียน และในปี 2023 มีข้อตกลงเพิ่มอีก 4 ฐาน คือ สนามบินลัลโล, ฐานทัพเรือคามิลโลโอซิอัส, ค่ายเมลชอร์เดลาครุซ, และเกาะบาลาบัค
0 Comment