อยู่ๆ ในช่วงไตรมาส 2 ของปี 2025 “โดนัลด์ ทรัมป์” ได้ประกาศขึ้นภาษีนำเข้าสินค้าจากแทบทุกประเทศทั่วโลก โดยไทยเป็นหนึ่งในนั้นด้วย ในตอนแรกทรัมป์ประกาศภาษีนำเข้าจากไทยถึง 36% ก่อนมีการเจรจาเคาะอัตราภาษีลงมาเหลือ 19%
…อย่างไรก็ตามดีลลดภาษีนี้ต้องแลกมาด้วยการเปิดตลาดไทยให้สินค้าอเมริกันนำเข้าแบบภาษี 0% กว่าหมื่นรายการ บวกกับการยอมนำเข้าสินค้าบางชนิดจนอาจทำให้สุขภาพและภาคการส่งออกของไทยปั่นป่วน
หนึ่งในตัวอย่างของการนำเข้าแล้วส่อเกิดผลกระทบคือ “สารเร่งเนื้อแดง” ซึ่งแม้จะนำเข้ามาบริโภคเพียง 2-3 วันก็หมดแล้ว แต่อาจส่งผลทำให้สุขภาพคนไทยกับธุรกิจอีกนับหมื่นๆ ล้านต้องได้รับความเสียหายไปด้วย รายละเอียดจะเป็นอย่างไร?
__________
*** ดีลที่มีคนได้คนเสีย ***
1. แม้ว่าอัตราภาษีที่ไทยเจรจากับสหรัฐลดลงน่าจะเป็นเรื่องดี แต่เรื่องที่ยังไม่ค่อยพูดถึงกันมากคือข้อแลกเปลี่ยนของไทยที่ต้องเปิดตลาดให้สินค้าอเมริกันเข้ามานับหมื่นรายการ ในประเด็นนี้บทวิเคราะห์ของนักวิชาการมองว่าภาคที่ได้รับประโยชน์เต็มๆ จากดีลดังกล่าวคือภาคอุตสาหกรรม เช่น ชิ้นส่วนอิเล็กโทรนิกส์ กับประมง ขณะที่เศรษฐกิจบางส่วนได้รับผลกระทบ โดยเฉพาะสินค้าเกษตรที่ดีลกำหนดให้มีการนำเข้ามาจากสหรัฐ
2. สินค้าที่นำเข้ามาแม้พยายามให้เป็นสินค้าขาดแคลนที่ไทยต้องนำเข้าอยู่แล้ว แต่บางรายการก็ชัดเจน “ถูกยัดเยียด” เข้ามาจากแรงกดดันจากสหรัฐเอง หนึ่งในสินค้าที่ว่านั่นก็คือ เนื้อหมู…
3. บางคนอาจเข้าใจว่าการนำเข้าหมูจากอเมริกาเป็นเรื่องน่ากังวลเพราะจะทำให้เนื้อหมูราคาถูกเข้ามาตีตลาดทำให้ผู้ประกอบการไทยขาดทุน แต่จริงๆ แล้วปริมาณเนื้อที่นำเข้ามานั้นกินหมดเพียง 2-3 วันเท่านั้น ทว่าสิ่งที่เป็นปัญหาใหญ่กว่านั้นคือ “สารเร่งเนื้อแดง” ที่ติดมากับเนื้อหมูเหล่านี้มากกว่า
__________
*** สารเร่งเนื้อแดง ***
4. อธิบายว่า “สารเร่งเนื้อแดง” คือสารเคมีชนิดที่ใช้เลี้ยงสัตว์เพื่อให้ได้เนื้อที่มีสีแดงสวย เพราะสัดส่วนกล้ามเนื้อเพิ่มขึ้น แต่ตามโครงสร้างของมันจริงๆ ก็คือยากลุ่ม beta-agonists หรือยาขยายหลอดลมที่ใช้รักษาโรคหอบหืดในทางการแพทย์นั่นเอง
5. การปนเปื้อนของยาในเนื้อของสัตว์ที่มาเป็นอาหารให้กับคนนับเป็นความเสี่ยงต่อสุขภาพ ดังนั้นประเทศส่วนใหญ่ในโลกรวมถึงไทยจึงออกกฎหมายห้ามใช้สารเร่งเนื้อแดงในการเลี้ยงสัตว์ แปลว่าปริมาณสารเร่งเนื้อแดงจะต้องเป็น 0 เท่านั้น
6. ส่วนทางฝั่งสหรัฐกลับเปิดช่องให้ใช้สารเร่งเนื้อแดงในการเลี้ยงสัตว์ได้ เพราะมองว่าการใช้สารเร่งเนื้อแดงช่วยลดต้นทุนและเพิ่มประสิทธิภาพของการเลี้ยงสัตว์ มีการอ้างว่าผลกระทบต่อสุขภาพคนไม่ได้มากขนาดนั้น และมีการกำหนดเพดานสารตกค้างไม่ได้ปล่อยปละละเลย
7. อย่างไรก็ตาม แม้การศึกษาจะยังไม่มาก แต่ก็พอมีหลักฐานว่าสารเร่งเนื้อแดงหรือที่เรียกว่า แร็กโตปามีน (ractopamine) อาจทำให้เกิดอาหารหัวใจเต้นเร็ว ใจสั่น มือสั่น ปวดศีรษะ กล้ามเนื้อหดเกร็งและความดันโลหิตสูงในมนุษย์ได้
8. แต่ที่แน่ๆ ในปศุสัตว์ยืนยันแล้วว่าสารแร็กโตปามีนนี้ทำให้สัตว์อยู่ไม่นิ่ง ใจเต้นผิดปกติ หมดสติ เกิดความเครียดและการเปลี่ยนแปลงทางอารมณ์เช่นพฤติกรรมก้าวร้าว ส่งผลต่อระบบการทำงานของร่างกาย ไปจนถึงเสียชีวิตได้… คำถามคือรู้อย่างนี้แล้วจะกล้าเสี่ยงกินอยู่อีกหรือ!?
__________
*** ความเสี่ยงกับความเสียหายต่อเศรษฐกิจ ***
9. นอกจากความเสี่ยงด้านสุขภาพแล้ว ผู้ประกอบธุรกิจส่งออกเนื้อสัตว์ ซึ่งเฉพาะมูลค่าการส่งออกเนื้อไก่ไปยังสหภาพยุโรปและญี่ปุ่นซึ่งเป็นตลาดใหญ่มีมูลค่ากว่า 8 หมื่นล้านบาทในปี 2022 ก็อาจได้รับผลกระทบจากการนำเข้าเนื้อปนเปื้อนสารเร่งเนื้อแดง อาจทำให้ตลาดใหญ่เหล่านี้ปิดประตูนำเข้า เพราะมองว่าเนื้อสัตว์ที่ส่งออกอาจมีสารเร่งเนื้อแดงตามไปด้วย เรียกได้ว่านี่อาจเป็นการล่มสลายของตลาดส่งออกเนื้อสัตว์ไทยเลยทีเดียว…
10. นอกจากนี้ยังมีความกังวลเกี่ยวกับกฎหมายสารเร่งเนื้อแดงของไทย เนื่องจากทางการก็คงทราบภายหลังว่าไทยมีกฎหมายระดับกฎกระทรวงห้ามไว้อยู่ …จึงอาจต้องมีการปรับแก้ไขเนื้อหากฎหมายให้รองรับการนำเข้าเนื้อสัตว์ที่ปนเปื้อนสารดังกล่าวจากสหรัฐเป็นอย่างน้อยเพื่อให้ถูกกฎหมาย
แต่นั่นก็อาจจะทำให้เกิดผลกระทบตามมาเป็นลูกโซ่ เมื่อกฎหมายเอื้อให้นำเข้า หากไม่รัดกุมก็อาจมีเอกชนนำเข้าเนื้อที่ปนเปื้อนสารดังกล่าวเข้ามาได้อีกเช่นกัน …ทีนี้เนื้อสัตว์ไทยก็จะกู้ภาพปลอดสารเร่งเนื้อแดงไม่ได้อีกแล้ว!
11. ที่ผ่านมาจึงได้มีการเคลื่อนไหวโดยนายกสมาคมผู้เลี้ยงสุกรแห่งชาติ นายกสมาคมสัตวแพทย์ควบคุมฟาร์มสุกรไทย และนายกสมาคมสัตวแพทย์ควบคุมฟาร์มสัตว์ปีกได้มีการยื่นหนังสือต่อคณะกรรมาธิการของสภาเพื่อร่วมกันหาทางออก คัดค้านการแก้ไขกฎหมายดังกล่าว รวมไปถึงคัดค้านการเปิดตลาดไทยรับนำเข้าเนื้อสัตว์ปนเปื้อนสารเร่งเนื้อแดงจากสหรัฐ
__________
*** ยอดของภูเขาน้ำแข็ง? ***
12. อย่างไรก็ตาม ประเด็นสารเร่งเนื้อแดงอาจเป็นเพียงยอดภูเขาน้ำแข็งของผู้ได้รับผลกระทบจากดีลภาษีไทย-สหรัฐ มีการตั้งข้อสังเกตจากตัวแทนในคณะกรรมาธิการที่เกี่ยวข้องของสภาว่า ตัวแทนไทยที่ไปเจรจาเรื่องภาษีนำเข้ากับสหรัฐนั้นประกอบด้วยตัวแทนจากหอการค้าและกลุ่มอุตสาหกรรมต่างๆ ทำให้มีอาจการรักษาผลประโยชน์เฉพาะของอุตสาหกรรมบางกลุ่มจึงทำให้เกิดช่องโหว่กับอุตสาหกรรมที่ไม่มีตัวแทนไปเจรจา
13. แม้จนถึงขณะนี้สถานการณ์เรื่องภาษีนำเข้าที่ทรัมป์กำหนดขึ้นก็ยังไม่แน่นอน เพราะล่าสุดศาลอุทธรณ์สหรัฐสั่งว่าอัตราภาษีนำเข้าของทรัมป์นั้นขัดต่อกฎหมาย แปลว่าอาจยังมีลุ้นที่เรื่องราวเหล่านี้อาจจบลงโดยที่การเมืองสหรัฐจัดการตัวมันเอง
แต่นั่นก็ยังเป็นความหวังที่ยังริบหรี่อยู่ ต้องดูกันต่อไปว่าดีลภาษีนำเข้าไทย-สหรัฐจะยังมีประเด็นอะไรซุกซ่อนอยู่กลายเป็นประเด็นขึ้นมาอีก!?
#TWCNews #TWCThailand #TWCUSA TWC_Cheeze
0 Comment