หากพูดถึงสาวงามในบันทึกโบราณ ย่อมต้องนึกถึงตำนานของสี่หญิงงามในหน้าประวัติศาสตร์จีน พวกเธอทั้งงดงามและมีเรื่องเล่าสำคัญในประวัติศาสตร์ยิ่งและหนึ่งในสตรีผู้เลอโฉมที่สุด ผู้เป็นเจ้าของฉายา “มวลผกาละอายนาง” ก็คือพระนาง “หยางกุ้ยเฟย”

“มวลผกาละอายนาง” ฉายานี้มีที่มาเมื่อครั้งหนึ่งพระนางเดินเล่นอยู่ที่สวนดอกไม้ในอุทยาน เมื่อเหล่าดอกไม้ได้ยลโฉมของหยางกุ้ยเฟย ผนวกกับกลิ่นกายที่หอมฟุ้งไปทั่วบริเวณ เหล่ามวลดอกไม้ที่ชูช่ออยู่รอบกาย ต่างพากับหุบดอกเพราะความงามของหยางกุ้ยเฟย

หยางกุ้ยเฟย หรือชื่อเดิมเมื่อครั้งถือศีลว่า “ไท่เจิน” มีชีวิตอยู่ในช่วงราชวงศ์ถัง (ค.ศ. 719 – 756) พระนางเป็นสนมเอกผู้เป็นดั่งดวงใจของ จักรพรรดิถังเสวียนจง (โอรสในจักรพรรดิถังรุ่ยจง) ความลุ่มหลงที่พระองค์มีต่อนางนั้นลึกซึ้งยิ่งนัก

ในช่วงที่บ้านเมืองสงบสุขยาวนาน จักรพรรดิถึงเสวียนจงได้เริ่มวางมือจากราชกิจหันมาเสพสุขอยู่ข้างกายหยางกุ้ยเฟยจนละเลยการบริหารราชการแผ่นดิน ในแทบทุกวันพระองค์จะเสด็จไปประทับที่พระราชวังหัวชิงเป็นประจําเพื่อใช้เวลาเสพสุขร่วมกับหยางกุ้ยเฟย

แต่ความรักที่หอมหวน กลับกลายเป็นยาพิษสำหรับราชสำนักและแผ่นดินจีน การละเลยหน้าที่ของจักรพรรดิทำให้ “หลี่หลินฝู่” เสนาบดีกังฉินเข้ามาฉวยโอกาสกุมอำนาจในราชสำนัก กีดกันคนดี และสนับสนุนแม่ทัพชายแดนที่มาจากชนเผ่านอกกำแพงเพื่อสร้างฐานอำนาจตนเอง

สถานการณ์ยิ่งเลวร้ายลงเมื่อหลี่หลินฝู่เสียชีวิต และ “หยางกั๋วจง” ญาติผู้พี่ของหยางกุ้ยเฟย ได้ขึ้นมาเป็นเสนาบดีแทน

หยางกั๋วจงใช้อำนาจบาตรใหญ่ยิ่งกว่าเก่า ทั้งฉ้อราษฎร์บังหลวงและโกงกินจนระบบการเกณฑ์ทหารล้มเหลว นำไปสู่ความขัดแย้งรุนแรงกับ “อันลู่ซัน” แม่ทัพชายแดนภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ผู้กุมกำลังทหารได้อย่างเข้มแข็งและเริ่มมีอำนาจมาก

ในที่สุด อันลู่ซันจึงใช้ข้ออ้างในการกำจัดหยางกั๋วจง ก่อกบฏยกทัพบุกเข้านครฉางอัน ทำให้จักรพรรดิถังเสวียนจงและหยางกุ้ยเฟยต้องทิ้งวังหลวงและพากันหลบหนีมุ่งหน้าสู่เมืองเฉิงตู

แต่หนทางหนีกลับกลายเป็นจุดจบของหยางกุ้ยเฟยเมื่อขบวนเสด็จมาถึงด่านหม่าเหว่ย ทหารที่โกรธแค้นและเหนื่อยล้าจากการหนีศึกพากันลงความเห็นว่า ต้นเหตุแห่งวิกฤตการณ์ครั้งนี้คือคนตระกูลหยาง ที่ทำให้จักรพรรดิถังเสวียนจงหลงมัวเมาจนละเลยราชกิจ

เหล่าทหารจึงลุกฮือสังหารหยางกั๋วจง และบีบบังคับจักรพรรดิถังเสวียนจง ด้วยข้อเสนอที่เจ็บปวดที่สุด นั่นคือ “ท่านต้องประหารชีวิตหยางกุ้ยเฟย” เพื่อแลกกับความจงรักภักดีและการคุ้มครองจักรพรรดิต่อไป

แม้ความรักจะยิ่งใหญ่เพียงใด แต่อำนาจและความอยู่รอดของราชวงศ์กลับสำคัญกว่า จักรพรรดิถังเสวียนจงจำต้องกลืนน้ำตา สั่งให้ขันทีคนสนิท “เกา ลี่ชื่อ” รัดคอหยางกุ้ยเฟยจนสิ้นลมหายใจ… ปิดฉากชีวิตสาวงามสะท้านแผ่นดินในวัยเพียง 37 ปี

ปล. รูปลักษณ์ที่แท้จริงของหยางกุ้ยเฟย 🤨

เรามักจะจินตนาการว่าสาวงามต้องมีรูปร่างบอบบาง ผิวขาว หุ่นผมเพรียวดูรักสุขภาพ ตาโตเหมือนสาวหลุดมาจากโต่วอิน ( tiktok จีน )

แต่ความงามในสมัยราชวงศ์ถังนั้น “ความอวบอิ่ม” คือสัญลักษณ์ของความงามและความมั่งคั่ง หยางกุ้ยเฟยจึงถูกบันทึกว่าเป็นสตรีที่มีรูปร่างเจ้าเนื้อ อวบ และมีน้ำมีนวล จนเกิดเป็นสำนวนจีนที่ว่า “หวนเฝยเยี่ยนโช่ว” (環肥燕瘦) ซึ่งหมายถึง “หยางหวน (หยางกุ้ยเฟย) อวบอ้วน เจ้าเยี่ยน (จ้าวเฟยเยี่ยน) ผอมบาง” เพื่อเปรียบเทียบความงามสองสไตล์ที่แตกต่างกันกับจ้าวเฟยเยี่ยนที่มีรูปร่างผอมเพรียว

อย่างไรก็ตาม นักวิชาการสมัยใหม่บางส่วนตั้งข้อสังเกตว่า คำนิยามว่า ‘อวบ’ อาจเป็นการใส่ร้ายป้ายสีจากปัญญาชนในยุคหลัง หรือเป็นการตีความค่านิยมความงามที่ผิดเพี้ยนไป

เพราะหากอ้างอิงตามบันทึกบางฉบับ หยางกุ้ยเฟยมีส่วนสูงประมาณ 165 เซนติเมตร และน้ำหนักเพียง 60 กิโลกรัม และแม้กระทั่งจักรพรรดิถึงเสวียนจงในวัย 63 ปียังสามารถอุ้มหยางกุ้ยเฟยได้อย่างง่ายดาย

หากเทียบกับมาตรฐานปัจจุบันก็นับว่าเป็นรูปร่างที่สมส่วนและมีน้ำมีนวลพองาม ไม่ได้ถึงขั้นเจ้าเนื้อจนเกินไปอย่างที่ตำนานกล่าวอ้าง

แม้รูปลักษณ์ที่แท้จริงของหยางกุ้ยเฟยจะไม่มีใครที่รู้จริงแน่ชัด แต่สิ่งหนึ่งที่ปฏิเสธไม่ได้คือเสน่ห์ที่ล้นเหลือของนางนั้นสามารถสะกดใจให้จักรพรรดิถังเสวียนจงได้อย่างอยู่หมัดทีเดียว…

( ภาพ : ฟ่านปิงปิงในบทหยางกุ้ยเฟย )

#TWCHistory #TWCChina