เลส สแคดดิง (Les Scadding) ชายชาวเวลส์วัย 58 ปี เขาอาศัยอยู่ในเมืองคาฟิลลี ประเทศสหราชอาณาจักร ในอดีตเขาเป็นเพียงคนว่างงานที่ตกงานมาเกือบจะหนึ่งปีแล้ว และกำลังประสบปัญหาทางการเงินอย่างหนัก ถึงขนาดที่เงินในบัญชีติดลบถึง 68 ปอนด์ กระทั่งวันหนึ่งในเดือนพฤศจิกายน ปี 2009 ชีวิตของเขาก็เปลี่ยนไปตลอดกาล
ในสหราชอาณาจักรมีลอตเตอรี่ที่ได้รับความนิยมสูงสุดคือ “ยูโรมิลเลียนส์” EuroMillions ซึ่งจับรางวัลร่วมกันในหลายประเทศยุโรป โดยรางวัลใหญ่หรือ “แจ็กพอต” สามารถสะสมได้ระดับ “มหาศาล” และในงวดนั้นเองที่ เลสก็คือหนึ่งในผู้ถูกรางวัล 45.5 ล้านปอนด์ หรือกว่า 2,200 ล้านบาทไทย กลายเป็นมหาเศรษฐีในชั่วข้ามคืน
เพียงชั่วข้ามคืนที่โชคชะตาได้พลิกชีวิต เขาก็กลายเป็นข่าวดังไปทั่วเกาะอังกฤษทันที แสงเริ่มสาดส่องมาที่เขา มีสื่อและคนทั้งประเทศติดตามชีวิตของเขาไม่ต่างจากดาราคนหนึ่งเลย
เลสระบุว่าปกติเขามี “เลขประจำ” อยู่แล้ว แต่วันที่เขาไปซื้อลอตเตอรี่เขาลืมเอากระดาษที่จดเลขติดตัวไปด้วย เขาจึงซื้อแบบให้เครื่องคอมพิวเตอร์สุ่มๆ ให้ซะเลย
เลสไม่ได้ตรวจผลรางวัลทันที จนกระทั่งวันถัดมาหลังออกรางวัล ภรรยาของเขาใช้ให้เขาออกไปซื้อของ เลสจึงกลับไปที่ซูเปอร์มาร์เก็ตสาขาเดิม และให้พนักงานช่วยตรวจสลากให้
“ตอนผมขอให้พนักงานหลังเคาน์เตอร์ตรวจเลข เครื่องมันก็พิมพ์สลิปสีชมพูออกมา บอกว่าให้ติดต่อไปที่ผู้จัดการสลากแห่งชาติของอังกฤษ (Camelot) โดยตรง” เลสระบุ
“ตอนแรกผมคิดว่าคงถูกราวๆ 50,000 ปอนด์ ผมเลยรีบกลับบ้านไปบอกภรรยาของผม” เขาเล่าต่อ เมื่อถึงบ้าน ภรรยาก็เปิดแล็ปท็อปออกมาเช็กผลรางวัล “พอเรารู้ว่าตรงครบทั้งเจ็ดหมายเลข เราแทบทำแล็ปท็อปหล่นเลย” เลสกล่าว
ในช่วงแรกหลังถูกรางวัล เลสใช้ชีวิตแบบที่ใครหลายคนใฝ่ฝัน เขาซื้อบ้านหรูมูลค่า 1.2 ล้านปอนด์ ซื้อรถหรูรุ่นเดียวกันกับ เดวิด เบ็คแฮม และเดินทางท่องเที่ยวในหลายประเทศ
แต่ในทางกลับกัน เขาก็ยังคงย้ำเสมอว่าเขาไม่เคยลืมคุณค่าของเงินเลย เขายังจัดงบประมาณอย่างรอบคอบ เวลาซื้อของในซูเปอร์มาร์เก็ตก็ยังชอบเปรียบเทียบราคาหาโปรโมชั่นที่คุ้มที่สุดอยู่
ที่น่าทึ่งที่สุดคือ เขากลายเป็นประธานสโมสรฟุตบอลนิวพอร์ต เคาน์ตี้ (Newport County) ทีมบ้านเกิดของเวลส์ ซึ่งเป็นสิ่งที่เขาภาคภูมิใจอย่างมาก เขาเข้ามากอบกู้สโมสรที่กำลังจะล้มละลาย ทำให้เขาได้รับการยกย่องว่าเป็นผู้พลิกฟื้นสโมสรให้กลับขึ้นสู่ลีกอาชีพอีกครั้ง
ทว่าท่ามกลางความสุขเหล่านี้ รางวัลกลับแฝงคำสาปมาอยู่เสมอ เพราะชีวิตคู่ของเลสกับภรรยาของเขาจบลงด้วยการหย่าร้างกันในปี 2013 หลังจากถูกรางวัลได้เพียง 4 ปี
แม้เขาไม่เคยเปิดเผยรายละเอียดลึกๆ แต่สื่อเจ้าพ่อข่าวฉาวอย่าง Daily Star ได้ไปสัมภาษณ์แหล่งข่าวใกล้ชิดของทั้งสองฝ่าย หนึ่งในแหล่งข่าวระบุว่า
“เงินทำให้แซม (ภรรยาของเลส) เปลี่ยนไป เธอใช้เวลาส่วนใหญ่อยู่ในโรงแรมหรูที่ลอนดอนและเกาะบาร์เบโดส ขณะที่เลสไม่เคยเป็นคนที่ยึดติดกับวัตถุเลย แต่แซมกลับหลงใหลในเครื่องประดับ โดยเฉพาะเพชรจนเรียกได้ว่าเธอแทบจะประดับร่างกายด้วยเพชรตลอดเวลา ผมคิดว่ามันคงจริง เงินซื้อความรักไม่ได้” ผู้ไม่ระบุตัวตน กล่าว
อีกแหล่งข่าวหนึ่งก็เสริมว่า ปัจจัยที่ทำให้ทั้งคู่ไปกันไม่รอดอีกปัจจัยหนึ่ง อาจเป็นเพราะมุมมองต่อครอบครัวที่ต่างกัน เลสมีลูกติดที่โตแล้วสามคนและไม่ต้องการมีลูกเพิ่ม ขณะที่แซมกลับอยากมีลูกเพิ่ม ที่เป็นลูกแท้ๆ ของเธอเอง
หลังการหย่าร้าง เลส ก็ค่อยๆ ถอยห่างจากแสงสปอร์ตไลต์ เขาลาออกจากตำแหน่งประธานสโมสรนิวพอร์ต เคาน์ตี้ในเวลาต่อมา และแทบจะหายไปจากหน้าสื่ออังกฤษโดยสิ้นเชิง
เขาเลือกไปใช้ชีวิตแบบเรียบง่ายและเงียบสงบ ที่เกาะบาร์เบโดสกับคนรักใหม่ของเขา ทิ้งภาพมหาเศรษฐีที่เคยโลดแล่นบนหน้าหนังสือพิมพ์ไว้เบื้องหลัง ที่นั่นเขาไม่ต้องรับแรงกดดันจากสังคม เงินของเขามากพอสำหรับการใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน และไม่ต้องตอบคำถามซ้ำซากเกี่ยวกับเงินก้อนโตที่เปลี่ยนชีวิตเขาอีกต่อไป
เลสเคยกล่าวไว้ว่า “เงินมันไม่ได้งอกเงยบนต้นไม้หรอกนะ ผมทำงานมาตลอดชีวิต วันละ 12 ชั่วโมง สัปดาห์ละหกวัน นานถึง 27 ปี ผมเคารพเงิน เคารพในสิ่งที่มันทำได้ และรู้ว่ามันมาจากไหน คุณยังต้องใช้มันอย่างระมัดระวังเสมอ”
ประโยคนี้สะท้อนชัดว่า แม้เงินจะเปลี่ยนชีวิตเขา แต่เขาไม่เคยลืมการทำงานหนักและการผ่านความยากลำบากมาก่อน เพราะฉะนั้นความสุขที่แท้จริงไม่ได้อยู่ที่การใช้เงินอย่างไม่จำกัด แต่อยู่ที่การรู้จักคุณค่าและใช้มันอย่างรู้คุณค่าต่างหาก…
#TWCVariety #TWCUK #TWCSalmon
0 Comment