🕉️ รู้หรือไม่!? ครั้งหนึ่งพระพรหม… ทรงสังหารอสูรวัชรณภะ ด้วยดอกบัวศักดิ์สิทธิ์ จนกลีบดอกบัวแตกออก ร่วงหล่นลงสู่พื้นพิภพ บัวกลีบหนึ่งร่วงหล่นลง สู่ผืนทะเลทรายอันร้อนระอุ บังเกิดเป็นทะเลสาบขึ้นมาท่ามกลางความแห้งแล้งอย่างน่าอัศจรรย์ เรียกว่า “ทะเลสาบปุษกร” หรือ “พุชการ์”

🕉️ รู้หรือไม่!? ในศาสนาฮินดูนั้นมีพระเจ้าผู้ยิ่งใหญ่สามพระองค์ คือ พระพรหมผู้สร้าง พระนารายณ์ผู้รักษา และพระศิวะผู้ทำลาย ชาวฮินดู ส่วนใหญ่นับถือพระนารายณ์และพระศิวะเป็นหลักแต่กลับหาผู้นับถือพระพรหมได้น้อยยิ่ง ทว่าในจำนวนผู้นับถือพระพรหม เมืองพุชการ์นี้โดดเด่นที่สุด…

🕉️ ปี 2025The Wild Chronicles ขอพาท่านเดินทางไป “อินเดีย” เที่ยวเมืองศักดิ์สิทธิ์พุชการ์

🕉️ ทัวร์ไม่จอยกรุ๊ป ไม่ชะโงก อะไรควรดูอยู่ดูนานขึ้น อะไรอยู่นอกเส้นทางปกติแต่ควรสัมผัสจะได้ไปสัมผัส ผู้สูงอายุก็สามารถไปได้เราดูแลอย่างดี มีวิทยากรผู้เชี่ยวชาญด้านประวัติศาสตร์เป็นคนนำทัวร์

ท่านจะได้ผจญภัยเที่ยวชม

🕌 ชม “ทัชมาฮาล” อนุสรณ์แห่งความรัก หนึ่งในสิ่งก่อสร้างที่สวยงามที่สุดในโลก
🕉️ เที่ยว “วัดอักชาร์ดาห์ม” หนึ่งในเทวลัยที่ใหญ่ที่สุดของอินเดีย
🛕 ชม “วัดเชนโซนีจีกีนาสิยา” วัดเชนเก่าแก่แห่งเมืองอัจเมอร์
🐪 ร่วม “ขี่อูฐชมเนินทราย” ในเมืองพุชการ์ ดื่มด่ำบรรยากาศของทะเลทรายราชสถาน
👑 แวะถ่ายภาพ “ชัลมาฮาล” พระราชวังกลางน้ำที่ตั้งเด่นสง่าอยู่กลางทะเลสาบ
🛡️ เที่ยว “ป้อมแอมเบอร์” ป้อมปราการอันงดงามและได้รับสถานะเป็นแหล่งมรดกโลก

พร้อมสถานที่สุดพีกอีกมากมาย..

เรามาดูรายละเอียดกันดีกว่าครับว่า ทำไมต้องไป.. “อินเดีย” เที่ยวเมืองศักดิ์สิทธิ์พุชการ์-อัจเมอร์ 🕉️ กับ The Wild Chronicles

ในศาสนาฮินดูมี 3 องค์เทพหลักเรียกขานว่า “ตรีมูรติ” หรือสามเทพผู้ยิ่งใหญ่ ประกอบด้วย “พระพรหม” ผู้สร้างโลก “พระวิษณุ” ผู้ปกป้องและรักษาสมดุล และ “พระศิวะ” ผู้ทำลาย ทั้งสามต่างมีความสำคัญและมีบทบาทหน้าที่แตกต่างกันในการสร้างสรรค์ รักษา และทำลายจักรวาล แต่หากมองจากจำนวนผู้ศรัทธาแล้ว พระพรหมกลับมีผู้นับถือน้อยที่สุดอย่างน่าประหลาดใจ

ตำนานหนึ่งเล่าว่า เรื่องนี้เกี่ยวพันกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ณ เมืองพุชการ์ รัฐราชสถาน ซึ่งถือเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์เพียงไม่กี่แห่งในอินเดียที่มีวัดอุทิศแด่พระพรหม และหนึ่งในเมืองที่ยังคงรักษาความศักดิ์สิทธิ์นี้ไว้จนถึงปัจจุบัน

“พุชการ์” หรือ “ปุษกร” เป็นเมืองที่ถือกำเนิดขึ้นรอบทะเลสาบพุชการ์ ซึ่งมีความสำคัญอย่างยิ่งในตำนานของพระพรหม ตามบันทึกในคัมภีร์ฮินดูเล่าว่า ครั้งหนึ่งพระพรหมทรงสังหารอสูรชื่อวัชรณภะ ด้วยดอกบัวศักดิ์สิทธิ์ กลีบดอกบัวแตกกระจายและร่วงหล่นลงสู่พื้นพิภพ กลีบหนึ่งตกลงบนผืนทะเลทรายอันร้อนระอุ และบังเกิดเป็นทะเลสาบศักดิ์สิทธิ์แห่งนี้ขึ้นท่ามกลางความแห้งแล้งอย่างน่าอัศจรรย์

ทะเลสาบพุชการ์ยังเกี่ยวเนื่องกับเหตุผลว่าทำไมพระพรหมถึงมีผู้นับถือน้อยที่สุดอย่างน่าประหลาดใจ ตำนานเล่าว่าเมื่อพระพรหมตั้งใจจะประกอบพิธีบูชายัญ เพื่ออัญเชิญพลังแห่งสวรรค์ แต่ในวันพิธีพระชายา “พระแม่สาวิตรี” กลับมาไม่ทัน ด้วยเกรงว่าฤกษ์จะล่วงเลยพระพรหมจึงจําต้องอภิเษกกับหญิงสาวชาวท้องถิ่นนางหนึ่งนามว่า “คายาณี” และทําพิธีร่วมกัน ณ แท่นบูชาริมทะเลสาบพุชการ์

เมื่อพระแม่สาวิตรีมาถึงและเห็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น นางจึงโกรธแค้นและสาปพระพรหมว่า “ขอให้พระองค์มิได้เป็นที่เคารพบูชา ณ ที่ใดในโลก นอกจากเพียงที่นี่เท่านั้น” คําสาปนี้เอง ทําให้แม้พระพรหมจะเป็นหนึ่งในเทพเจ้าผู้ยิ่งใหญ่แห่งตรีมูรติแต่กลับแทบไม่มีวัดใดในอินเดียที่สร้างอุทิศแด่ท่าน เว้นเพียงที่ “พุชการ์” (ปุษกร) แห่งสําคัญที่สุด

ทัวร์นี้จึงน่าสนใจเป็นพิเศษในการเสนอแง่มุมใหม่ๆ ของอินเดีย เพราะพุชการ์คือเมืองที่มีความศรัทธาต่อพระพรหมอย่างลึกซึ้ง และเป็นหนึ่งในไม่กี่แห่งที่ยังคงรักษาธรรมเนียมการบูชาท่านไว้ นอกจากนั้นยังได้เดินทางต่อไปยัง “อัจเมอร์” เมืองเก่าแก่ที่ขึ้นชื่อเรื่องความหลากหลายทางวัฒนธรรม ทั้งวัดฮินดู มัสยิด และสุสานนักบุญซูฟีที่ผู้คนจากทุกสารทิศหลั่งไหลมากราบไหว้

เส้นทางนี้จึงไม่ใช่เพียงการเยี่ยมชมสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ แต่ยังเป็นการเปิดมุมมองใหม่ของอินเดีย ในฐานะประเทศที่มีความหลากหลายทางศาสนาและวัฒนธรรมอย่างน่าทึ่ง ให้ผู้เดินทางได้สัมผัสทั้งตำนาน ความศรัทธา และวิถีชีวิตที่ผสมผสานกันอย่างกลมกลืน

ไล่ตามเส้นทางพาท่านชอบ “วัดอักชาร์ดาห์ม” (Swaminarayan Akshardham) หนึ่งในเทวลัยที่ใหญ่ที่สุดของอินเดีย โดยองค์วิหารสร้างจากหินทรายสีชมพูและหินอ่อนสีขาว พร้อมแกะสลักอย่างวิจิตรโดยไม่ใช้เหล็กหรือคอนกรีต องค์วิหารถูกแกะสลักอย่างวิจิตรโดยไม่ใช้เหล็กหรือคอนกรีตมนเทียร (Mandir) มีความสูงใหญ่ประดับด้วยเสาแกะสลัก โดม และรูปปั้นเทพเจ้ากว่า 20,000 ชิ้น เรียกได้ว่าเป็นสถานที่ที่รวบรวมงานศิลปะ สถาปัตยกรรม และความเชื่อทางจิตวิญญาณไว้อย่างลงตัว ดึงดูดนักท่องเที่ยวและผู้แสวงบุญจากทั่วโลก

เยี่ยมชม “ทัชมาฮาล” (Taj Mahal) หนึ่งในสิ่งก่อสร้างที่สวยงามที่สุดในโลก เป็นสัญลักษณ์ของความรักอันเป็นนิรันดร์ สร้างจากหินอ่อนสีขาวประดับด้วยงานแกะสลักและตกแต่งด้วยอัญมณี ผสมผสานงานศิลปะจากเปอร์เซีย อิสลาม และอินเดีย จนกลายเป็นผลงานชิ้นเอกที่มีความงดงามและอลังการ ทัชมาฮาลได้รับสถานะเป็น UNESCO World Heritage ในปี 1983 พร้อมเป็นหนึ่งในเจ็ดสิ่งมหัศจรรย์ของโลกยุคใหม่ และยังเป็นสถาปัตยกรรมหินอ่อนที่สวยที่สุดแห่งหนึ่งของโลกอีกด้วย

เยี่ยมชม “ป้อมแอมเบอร์” (Amber Fort) เป็นป้อมปราการที่ตั้งอยู่ในเมืองชัยปุระ และได้รับสถานะเป็น UNESCO World Heritage ในปี 2013 ป้อมแห่งนี้ถูกสร้างขึ้นในศตวรรษที่ 16 โดยผสมผสานสถาปัตยกรรมฮินดูและราชปุต สร้างจากหินทรายสีแดงและหินอ่อน ตั้งอยู่บนยอดเขาที่มองเห็นทัศนียภาพโดยรอบ ภายในป้อมมีพระราชวัง ห้องโถง สวน และวัดวาอารามหลายแห่ง

แวะถ่ายภาพ “ชัลมาฮาล” (Jal Mahal) เป็นพระราชวังกลางน้ำ ตั้งเด่นสง่าอยู่กลางทะเลสาบมันสาคร (Man Sagar) โดยมีเทือกเขานหาร์การห์ตั้งอยู่เบื้องหลัง พระราชวังและทิวทัศน์ของทะเลสาบโดยรอบถูกต่อเติมและปรับปรุงโดย ซาวาย ไจ สิงห์ที่ 2 ตัวพระราชวังนั้นสร้างได้อย่างสวยงามตามสถาปัตยกรรมราชปุตและโมกุล พร้อมยอดหลังคาทรงสี่เหลี่ยมที่ถูกสร้างตามแบบสถาปัตยกรรมเบงกอล ตัวอาคารสร้างโดยใช้หินทรายสีแดง ประกอบด้วยทั้งหมด 5 ชั้น ซึ่ง 4 ชั้นล่างจะถูกน้ําท่วมเมื่อทะเลสาบมีระดับน้ำสูงสุด โดยเหลือเพียงชั้นบนสุดซึ่งจะเผยขึ้นมาเหนือน้ำ

เยี่ยมชม “กัลตาจี” (Galta Ji) เป็นสถานที่แสวงบุญของชาวฮินดูมาตั้งแต่โบราณ จึงทําให้ที่นี่มีวัดหลายแห่งโดยวัดที่มีชื่อเสียงที่สุดคือ วัดกัลตาจี(GaltaJi Temple) หรือ วัดลิง ที่มาของชื่อวัดนี้มาจากการสร้างเพื่ออุทิศแด่หนุมานเมื่อช่วงศตวรรษที่ 18

เที่ยวชม “พระราชวังหลวง” (The City Palace) สร้างขึ้นในศตวรรษที่ 18 เป็นการผสมผสานสถาปัตยกรรมแบบราชปุตโมกุลและยุโรปเข้าด้วยกัน บริเวณโดยรอบพระราชวังจะเป็นที่โล่งกว้าง มีอาคารหลายหลังและมีห้องต่างๆ อยู่ภายใน แสดงให้เห็นถึงความยิ่งใหญ่ของศิลปะอินเดียและยุโรป

แวะถ่ายภาพ “ฮาวามาฮาล” (Hawa Mahal) ถ่ายรูปกับพระราชวังสายลมแห่งเมืองชัยปุระ ที่นี่มีจุดเด่นคือหน้าต่าง 953 บาน ช่วยทําให้ลมพัดผ่านเย็นสบายตลอดทั้งปี พระราชวังหลังนี้สร้างขึ้นในปี 1799 ด้วยหินทรายสีชมพู ตามสถาปัตยกรรมของชาวเปอร์เซียผสมโมกุลมีลักษณะเป็นอาคาร 5 ชั้น รูปทรงอาคารเหมือนรวงผึ้งหรือมงกุฏของพระกฤษณะ มีช่องหน้าต่างจํานวนมากไว้สําหรับให้บรรดานางใน นางสนม และข้าราชบริพารสตรีคอยแอบดูบรรยากาศภายนอกพระราชวัง โดยที่คนภายนอกไม่สังเกตเห็น ด้วยความสวยงามของพระราชวังจึงเหมาะเป็นอย่างยิ่งที่จะถ่ายรูปเอาไว้

เดินทางสู่ “เมืองปุษกร” หรือ “เมืองพุชการ์” (Pushkar) เมืองศักดิ์สิทธิ์และศูนย์กลางการแสวงบุญที่สําคัญยิ่งของศาสนาฮินดู ตั้งอยู่ในรัฐราชสถาน ประเทศอินเดีย เชื่อกันว่าเป็นเมืองที่มีมาตั้งแต่สมัยพระพรหมสร้างโลก บรรยากาศภายในเมืองมีความเงียบสงบ เต็มไปด้วยกลิ่นอายของจิตวิญญาณและความเชื่อทางศาสนาผู้คนเป็นมิตร และยังคงรักษาวิถีชีวิตแบบดั้งเดิมไว้ได้อย่างดีเยี่ยม

เยี่ยมชม “วัดสาวิตรี” (Shree Savitri Mata Mandir) วัดฮินดูที่ประดิษฐานองค์พระแม่สาวิตรี พระชายาองค์แรกของพระพรหม วัดแห่งนี้ตั้งอยู่บนยอดเขารัตนคีรี (Ratnagiri Hill) ในเมืองปุชการ์ รัฐราชสถาน ประเทศอินเดีย สร้างขึ้นในปี 1687 เพื่อเป็นสถานที่สักการะพระแม่สาวิตรีซึ่งชาวฮินดูเชื่อว่าเป็นเทพีแห่งความบริสุทธิ์และคุณธรรม

สัมผัสประสบการณ์สุดพิเศษกับ การขี่อูฐชมเนินทรายในเมืองปุษกรดื่มด่ำกับบรรยากาศทะเลทรายราชสถาน อูฐจะพาท่านตะลุยไปบนสันทรายกว้างใหญ่ ชมความงามของผืนทรายที่พลิ้วไหว พร้อมดื่มด่ําความเงียบสงบ เป็นกิจกรรมที่ไม่ควรพลาดที่จะสร้างความทรงจําอันล้ำค่าให้กับการเดินทางของท่าน

เยี่ยมชม “ทะเลสาบปุษกร” (Pushkar Lake) เป็นทะเลสาบศักดิ์สิทธิ์อันเป็นหัวใจทางจิตวิญญาณของเมืองและศาสนาฮินดู ทะเลสาบแห่งนี้ล้อมรอบด้วยท่าอาบน้ำ (Ghats) กว่า 52 แห่งที่ผู้แสวงบุญจากทั่วโลกจะเดินทางมาอาบน้ำ เพื่อชําระล้างบาปและรับพรศักดิ์สิทธิ์ บรรยากาศริมทะเลสาบเต็มไปด้วยความสงบเงียบ พร้อมวิวทิวทัศน์ของวัดวาอารามและภูเขาโดยรอบ เป็นจุดที่เหมาะสําหรับการสัมผัสวิถีชีวิตทางศาสนาและวัฒนธรรมอันลึกซึ้งของอินเดีย

เดินทางสู่ “เมืองอัจเมอร์” (Ajmer) เมืองโบราณสําคัญที่ตั้งอยู่ใจกลางรัฐราชสถาน ได้รับฉายาว่า หัวใจของรัฐราชสถาน เมืองนี้ก่อตั้งขึ้นในศตวรรษที่ 11 โดยกษัตริย์ราชปุต และเคยเป็นเมืองหลวงของราชวงศ์ชัวฮาน ก่อนที่จะตกอยู่ภายใต้การปกครองของอาณาจักรมุสลิมและอังกฤษในเวลาต่อมา

เมืองอัจเมอร์เป็นเมืองที่มีความหลากหลายทางศาสนาและวัฒนธรรม โดยเป็นศูนย์กลางการแสวงบุญที่สําคัญสําหรับทั้งชาวมุสลิมและชาวฮินดูตัวเมืองถูกล้อมรอบด้วยเทือกเขาอราวลี (Aravalli Range) มีภูมิประเทศสวยงาม ผสมผสานระหว่าง ธรรมชาติ ประวัติศาสตร์ และสถาปัตยกรรมแบบอินโด – อิสลาม ได้อย่างลงตัวทําให้เป็นจุดหมายปลายทางที่น่าสนใจสําหรับผู้ที่ต้องการสัมผัสกับมรดกทางวัฒนธรรมของอินเดียอย่างแท้จริง

เยี่ยมชม “วัดเชนโซนีจีกีนาสิยา” (Soni Ji Ki Nasiya Jain Temple) เป็นวัดเชนที่งดงามและสําคัญมาก สร้างขึ้นในช่วงปลายศตวรรษที่ 19 โดยเศรษฐีชาวเชนท่านหนึ่ง จุดเด่นของวัดนี้คือ สวรรณานครี(Swarna Nagri) หรือเมืองทองคํา เป็นห้องโถงที่จัดแสดงแบบจําลองทองคําของจักรวาลวิทยาและตํานานในศาสนาเชน รวมถึงฉากจากเมืองศักดิ์สิทธิ์และเรื่องราวของคุรุเชน (Tirthankaras) วิหารแห่งนี้จึงเป็นตัวอย่างที่โดดเด่นของสถาปัตยกรรมเชนที่ละเอียดอ่อนและประณีตในอินเดีย

เยี่ยมชม “ดาร์กาห์อัจเมอร์” (Khwaja Gharib Nawaz Dargah Sharif) เป็นสุสานศักดิ์สิทธิ์ของนักบุญซูฟีผู้เป็นที่รู้จักในนาม การิบ นาวาซ (Gharib Nawaz) ที่มีความหมายว่าผู้เมตตาต่อคนยากไร้

สถานที่แห่งนี้ไม่เพียงเป็นศูนย์รวมจิตใจและเป็นสถานที่แสวงบุญสําคัญของชาวมุสลิมเท่านั้น แต่ยังดึงดูดผู้คนจากทุกศาสนาทั่วโลกให้มาเยือนเพื่อขอพรและแสวงหาความสงบทางจิตใจอีกด้วย

คําสอนของท่านการิบ นาวาซที่เน้นย้ำถึงความรัก ความเห็นอกเห็นใจ และการบริการเพื่อนมนุษย์ โดยไม่แบ่งแยกศาสนาทําให้ดาร์กาห์แห่งนี้กลายเป็นสัญลักษณ์แห่งความสามัคคีปรองดองทางศาสนาได้อย่างแท้จริง ตัวอาคารหลักโดดเด่นด้วยสถาปัตยกรรมแบบอินโด – อิสลามอันงดงาม พร้อมโดมสีขาว โค้งแกะสลักอย่างวิจิตร และลานกว้างขวาง

เยี่ยมชม “อาไดดินกาโจปรา” (Adhai Din Ka Jhopra) เป็นมัสยิดโบราณที่มีชื่อเสียงแห่งหนึ่ง ชื่อ อาไดดินกาโจปรา นั้นแปลว่ากระท่อมสองวันครึ่ง โดยมีตํานานเล่าขานว่า สถานที่แห่งนี้สร้างเสร็จภายในเวลาเพียง 2.5 วัน แต่ในความเป็นจริงแล้วอาคารนี้ถูกสร้างขึ้นโดยการดัดแปลงและขยายจากอาคารเดิมในคริสต์ศตวรรษที่ 12 โดย กุตุบ อุดดิน ไอบัก (Qutb al-Din Aibak) ผู้ปกครองคนแรกของรัฐสุลต่านเดลี

นอกจากนี้เดิมเชื่อกันว่าที่นี่เคยเป็นวิหารและโรงเรียนสอนภาษาสันสกฤตของชาวฮินดู ก่อนจะถูกดัดแปลงให้เป็นมัสยิดจึงนับเป็นตัวอย่างอันยอดเยี่ยมของสถาปัตยกรรมแบบอินโด – อิสลามที่ผสมผสานองค์ประกอบของทั้งศิลปะฮินดูและอิสลามได้อย่างลงตัว

ยังมีสถานที่และเรื่องราวอันตื่นตาอีกมากที่เรายังไม่ได้กล่าวถึง และกำลังรอให้ทุกท่านไปสัมผัสด้วยตัวเอง! ทริปสุดพิเศษประจำปี 2025 แบบนี้ ออกเดินทาง 5 – 10 ธันวาคม ท่องเที่ยวเต็มอิ่มกว่า 6 วัน 4 คืน

…ย้ำว่าทัวร์ของเราไม่จอยกรุ๊ป!! ไม่ชะโงก อะไรควรดูอยู่ดูนานขึ้น อะไรอยู่นอกเส้นทางปกติแต่ควรสัมผัสจะได้ไปสัมผัส โดยเฉพาะผู้รักการผจญภัย หลงไหลในประวัติศาสตร์ และประสบการณ์ที่แทบไม่มีใครได้สัมผัส ไม่ควรพลาดด้วยประการทั้งปวง!!

รับประสบการณ์ที่แตกต่าง และสัมผัสบรรยากาศแบบใหม่ที่อาจไม่เคยลิ้มลอง หากท่านใดสนใจขอโปรแกรม สามารถติดต่อได้ทาง หมายเลข 082-894-8444, 089-927-6446 หรือแอด LINE OA ได้ที่ @thewildchronicles (พิมพ์ @ ด้านหน้า) และพิมพ์ว่า “สนใจทัวร์อินเดีย” ได้เลยนะครับ หรือกดปุ่ม “จองทัวร์” ได้เลยครับ