หลังชัยชนะอันยิ่งใหญ่หนือกองทัพเปอร์เซียในศึกอิสซัส

(กองทัพของพระเจ้าอเล็กซานเดอร์เอาชนะกองทัพเปอร์เซียที่มากกว่า 2 เท่าตัวได้)

เส้นทางมุ่งหน้ากรุงบาบิโลน ศูนย์กลางของจักรวรรดิเปอร์เซียก็ได้ถูกเปิดออก จักรวรรดิที่เคยยิ่งใหญ่กำลังระส่ำระสายและตกเป็นฝ่ายเสียท่าอย่างหนัก

แต่แทนที่พระเจ้าอเล็กซานเดอร์จะทรงมุ่งหน้าไปเผด็จศึกจักรวรรดิเปอร์เซียให้สิ้นซาก พระองค์กลับตัดสินใจหักเลี้ยวทัพอย่างที่ไม่มีใครคาดคิด โดยทรงมุ่งหน้าลงใต้สู่ดินแดนลุ่มแม่น้ำไนล์อย่าง “อียิปต์”

ในเวลานั้น เหล่าแม่ทัพของพระเจ้าอเล็กซานเดอร์ต่างพากันคัดค้านและทัดทานพระองค์อย่างหนัก โดยมองว่าการเดินทัพลงใต้มุ่งสู่อียิปต์นั้นเป็นเรื่องไร้ประโยชน์ และอาจเกิดการรบครั้งใหญ่ที่ไม่จำเป็น

ทว่า… สิ่งที่เกิดขึ้นหลังจากนั้น

เมื่อเดินทางมาถึงอียิปต์ ชาวอียิปต์ต่างพากันออกมาต้อนรับพระองค์ด้วยความยินดี

ชาวอียิปต์ต่างมองว่าพระองค์คือผู้ปลดปล่อย เพราะพวกเขาเกลียดชังผู้ปกครองเปอร์เซียที่ชอบลบหลู่เทพเจ้าของตน

เมื่อพระองค์มาถึงเมืองเมมฟิส สิ่งแรกที่ทรงทำคือการทำพิธีเซ่นไหว้เทวรูปเอพิส เทพเจ้าวัวศักดิ์สิทธิ์ของอียิปต์ และเทพเจ้าองค์อื่นๆ ของอียิปต์อย่างนอบน้อม ซึ่งตรงกันข้ามกับกษัตริย์เปอร์เซียที่เคยลบหลู่และสังหารวัวศักดิ์สิทธิ์นี้

ส่วนหนึ่งอาจเป็นเพราะรากฐานความเชื่อแบบชาวกรีก ที่มองว่าเทพเจ้าในวัฒนธรรมอื่น แท้จริงแล้วก็คือเทพองค์เดียวกับที่พวกตนเคารพนับถือ เพียงแต่เรียกขานคนละนาม เช่นเดียวกับที่ทรงเชื่อว่าเทพเจ้าซุสของกรีก และ เทพเจ้าอามุนของอียิปต์คือเทพองค์เดียวกัน

และแม้ว่าพระเจ้าอเล็กซานเดอร์จะมีพระชนมายุเพียง 24 พรรษา แต่พระองค์กลับทรงเป็นผู้ที่คลั่งไคล้และให้ความเคารพในอารยธรรมรวมถึงเทพเจ้าโบราณของอียิปต์เป็นอย่างยิ่ง

พระเจ้าอเล็กซานเดอร์ทรงเข้าทำพิธีสักการะเทพเจ้าอามุน หรือราชาแห่งเทพเจ้าของอียิปต์อย่างนอบน้อม พร้อมทั้งให้คำมั่นสัญญาต่อประชาชนว่าจะทรงเคารพในขนบธรรมเนียมดั้งเดิม และจะไม่กดขี่ข่มเหงชาวอียิปต์เหมือนอย่างที่พวกเปอร์เซียเคยทำมาโดยตลอด

การซื้อใจด้วยความเคารพนี้ได้ผลอย่างดียิ่ง ชาวอียิปต์ที่เอือมระอากับการปกครองของเปอร์เซียต่างพากันต้อนรับพระองค์ด้วยความเต็มใจ กองทัพเปอร์เซียที่อยู่ประจำการเห็นพ้องว่าไม่มีประโยชน์ที่จะสู้ต่อ จึงยอมสยบแทบเท้าพระองค์โดยไม่มีการเสียเลือดเนื้อแม้แต่หยดเดียวในการยึดครองอียิปต์ของพระเจ้าอเล็กซานเดอร์

ความเลื่อมใสของชาวอียิปต์พุ่งขึ้นถึงขีดสุดเมื่อพระเจ้าอเล็กซานเดอร์ทรงเดินทางฝ่าทะเลทรายที่แสนอันตรายไปยังวิหารแห่งพยากรณ์ เพื่อให้เหล่านักบวชทำพิธีสรรเสริญ

และที่นั่นเองพระองค์ได้รับการประกาศจากเหล่านักบวชหลวงว่าเป็น “บุตรที่แท้จริงของเทพเจ้าอามุน”

ในท้ายที่สุด พระเจ้าอเล็กซานเดอร์มหาราชได้รับการสถาปนาขึ้นเป็นฟาโรห์แห่งอียิปต์ อย่างถูกต้องตามราชประเพณีโบราณ

การได้ครอบครองอียิปต์ในครั้งนี้กลายเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญ เพราะได้อู่ข้าวอู่น้ำคอยส่งเสบียงบำรุงทัพซึ่งช่วยให้พระเจ้าอเล็กซานเดอร์สามารถยกทัพกลับไปเผด็จศึกจักรวรรดิเปอร์เซียและยึดครองบาบิโลนได้สำเร็จในท้ายที่สุด

#TWCHistory #TWCEgypt #TWC_Salmon