…เถี่ยน มี่ หมี่ หนี่ เซียว เต่อ เทียน มี่ มี่…
บทเพลงรักสุดคลาสสิคที่หลายคนคงต้องเคยได้ยินผ่านหูเมื่อครั้งเยาว์วัย วันนี้ The Wild Chronicles จะพามาทำความรู้จักกับบทบาททางการเมืองของราชินีเพลงป๊อปเอเชียตลอดกาล “เติ้งลี่จวิน” ผ่านเสียงเพลงที่ถูกแบนในจีนแผ่นดินใหญ่ ซึ่งเปรียบเสมือนจุดเชื่อมโยงความเป็นจีนท่ามกลางความแตกแยกระหว่างจีนแผ่นดินใหญ่และไต้หวัน
.
.
*** เติ้งลี่จวินคือใคร ***
เติ้งลี่จวิน (Teresa Teng) เป็นนักร้องเพลงจีนสากลชาวไต้หวันชื่อดัง โดยบทเพลงที่ได้รับความนิยม เช่น Tian Mi Mi, The Moon Represents My Heart และ Goodbye My Love บทเพลงของเธอทรงอิทธิพลอย่างมากจนเกิดวลีสุดโด่งดังว่า “มีชาวจีนอยู่ที่ไหน ก็จะได้ยินเพลงของเติ้งลี่จวินที่นั่น”
.
*** ทำไมเพลงของเติ้งลี่จวินถูกแบนในจีนแผ่นดินใหญ่ ***
ช่วงกลางทศวรรษ 1960 จีนแผ่นดินใหญ่ภายใต้การปกครองของท่านผู้นำเหมาเจ๋อตง ได้มีการทำสิ่งที่เรียกว่า “การปฏิวัติวัฒนธรรม” มุ่งกวาดล้างองค์ประกอบที่มีความเป็นทุนนิยม รวมถึงร่องรอยค่านิยมและวัฒนธรรมดั้งเดิมที่นำไปสู่การสร้างชนชั้นออกไปจากสังคมจีนแผ่นดินใหญ่ เพื่อสร้างและปกป้องอุดมการณ์ของพรรคคอมมิวนิสต์จีน
ด้วยนโยบายการเมืองลักษณะนี้ ทำให้รัฐบาลปิดกั้นดนตรีจากต่างประเทศทั้งหมด ผู้คนสามารถฟังได้แค่เพลงที่มีเนื้อหาทางการเมือง ซึ่งเชิดชูและส่งเสริมอุดมคติของพรรคคอมมิวนิสต์จีน โดยนักวิจารณ์เพลงชาวจีนผู้มีชื่อเสียง กล่าวถึงดนตรีในช่วงเวลานี้ว่า “มีความเป็นชายมากเกินไปและขาดความเป็นผู้หญิง”
หลังการเสียชีวิตของเหมาเจ๋อตง ส่งผลให้การปฏิวัติวัฒนธรรมสิ้นสุดลง อย่างไรก็ตามด้วยการปฏิวัติวัฒนธรรมที่มีมาอย่างยาวนานนับ 10 ปี มันทำให้ผู้คนขาดอารมณ์และการแสดงออกพื้นฐานอย่างที่มนุษย์ทั่วไปควรจะมี
เสียงขับร้องของเติ้งลี่จวินเริ่มเข้าไปในจีนแผ่นดินใหญ่ราวๆ กลางทศวรรษ 1970 เมื่อมีรายการวิทยุเปิดให้บริการ โดยเพลงของเธอส่วนใหญ่เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับความรักและความสัมพันธ์ของมนุษย์ ซึ่งเปรียบเสมือนสิ่งที่ขาดหายไปนานในวัฒนธรรมจีนแผ่นดินใหญ่ ยิ่งเมื่อคนจีนมีวิทยุขนาดพกพาเป็นของส่วนบุคคล ความนิยมในเพลงของเธอยิ่งเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ
นักเขียนชาวจีนในช่วงเวลานั้นเล่าว่า การฟังเพลงของเธอเป็นครั้งแรก มันเต็มไปความรู้สึกตื่นเต้นและเสพติดอย่างมาก โดยเขาและเพื่อนๆ จะเอาหูแนบกับกรอบไม้ของวิทยุเพียงเพื่อให้ได้ยินเสียงของเธอ สิ่งนี้สะท้อนให้เห็นถึงความนิยมในตัวของเติ้งลี่จวินได้อย่างดี
ต่อมาเติ้งเสี่ยวผิงได้ก้าวขึ้นมาเป็นผู้นำตนใหม่ของรัฐบาลจีน เขาได้ทำการปฏิรูปเศรษฐกิจจีน พร้อมทั้งเปิดพรมแดนประเทศ จุดนี้ทำให้เครื่องบันทึกเทปคาสเซ็ตและเทปเพลงของ เติ้งลี่จวินที่ละเมิดลิขสิทธิ์แพร่กระจายจากเมืองชายฝั่งไปยังส่วนอื่นๆ ของจีนแผ่นดินใหญ่ ส่งผลให้ความนิยมของเธอในจีนแผ่นดินใหญ่พุ่งทะยานอย่างมาก
ซึ่งรัฐบาลไต้หวันก็ได้ใช้เพลงของเธอเป็นเครื่องมือโฆษณาชวนเชื่อทางสงครามจิตวิทยาต่อรัฐบาลจีนแผ่นดินใหญ่ โดยเปิดเพลงเหล่านั้นด้วยเสียงดังกระหึ่มมากๆ ที่หมู่เกาะจินเหมินแล้วหันลำโพงไปทางจีนแผ่นดินใหญ่ เพื่อให้ผู้คนที่นั่นได้ยินเสียงขับร้องของเติ้งลี่จวิน
อย่างไรก็ตามด้วยความตึงเครียดทางการเมืองระหว่างไต้หวันและจีนแผ่นดินใหญ่ ส่งผลให้เพลงของเธอ และนักร้องคนอื่นๆ ที่มาจากไต้หวันและฮ่องกง “ถูกแบน” โดยให้เหตุผลว่าเพลงเหล่านี้มีเนื้อหาความเป็นชนชั้นแสดงความเป็นทุนนิยมมากเกินไป
ถึงจะโดนรัฐบาลแบน ผู้คนในจีนแผ่นดินใหญ่ก็ยังคงแอบเปิดเพลงของเธอทั่วทุกหนแห่ง ตั้งแต่ไนท์คลับไปจนถึงสถานที่ราชการ เติ้งลี่จวินจึงได้รับความนิยมไปทั่วจีนแผ่นดินใหญ่ จนคนตั้งฉายาว่า “เติ้งน้อย” เนื่องจากแช่เดียวกับเติ้งเสี่ยวผิง ท่านผู้นำในขณะนั้น จนเกิดเป็นวลีที่ว่า “เติ้งหนึ่งปกครองยามทิวา แต่อีกเติ้งหนึ่งทรงฤทธายามราตรี”
นอกจากนี้ยังมีวลีเปรียบเทียบอีกว่า คนฟังเติ้งเฒ่าในกลางวันเพราะ “ถูกบังคับให้ฟัง” แต่คนฟังเติ้งน้อยในกลางคืนเพราะ “อยากฟัง”
แม้เพลงของเธอจะมีความเป็นทุนนิยมสูงขัดแย้งกับแนวคิดคอมมิวนิสต์ของรัฐบาลจีนแผ่นดินใหญ่ ณ ตอนนั้น แต่ด้วยความนิยมที่สูงมาก ทำให้ต่อมาคำสั่งแบนได้ถูกยกเลิกลงในกลางทศวรรษ 1980
การยกเลิกแบนเพลงของเติ้งลี่จวินกลายเป็นภาพสะท้อนว่าบทเพลงอันไพเราะของเธอสามารถเข้ามาปลอบประโลมใจของคนจีนภายหลังการปฏิวัติวัฒนธรรมอันแสนยาวนานได้เป็นอย่างดี รวมถึงเชื่อมโยงความเป็นจีนเข้าด้วยกันท่ามกลางความขัดแย้งระหว่างไต้หวันและจีนแผ่นดินใหญ่
.
.
อย่างไรก็ดี ถึงเติ้งลี่จวินจะโด่งดังและมีคอนเสิร์ตในหลายประเทศทั่วโลก แต่เธอกลับไม่เคยได้ไปแสดงที่จีนแผ่นดินใหญ่สักครั้งจวบจนหมดลมหายใจ
โดยเมื่อถูกถามเกี่ยวกับเรื่องการแสดงในจีนแผ่นดินใหญ่ เธอกลับบอกว่า เธอจะไปแสดงก็ต่อเมื่อแผ่นดินใหญ่มีการปกครองแบบประชาธิปไตย จุดนี้แสดงให้เห็นถึงแนวคิดจุดยืนทางการเมืองของเธอได้เป็นอย่างดี
…น่าเสียดาย แม้ผ่านมาเป็นเวลาหลายทศวรรษ สิ่งที่เธอต้องการ ณ ตอนนั้น มันยังไม่เกิดขึ้นในปัจจุบัน…
ความขัดแย้งระหว่างไต้หวันและจีนแผ่นดินใหญ่ยังคงเกิดขึ้น อีกทั้งบรรยากาศยังตึงเครียดขึ้นทุกวัน นอกจากนี้จีนแผ่นดินใหญ่ยังมีการออกมาตรการแบนศิลปินหรือนักแสดงต่างๆ ที่มีพฤติกรรมขัดหลักการของพรรคคอมมิวนิสต์จีน ซึ่งมันช่างคล้ายคลึงกับสิ่งที่ยุคของเติ้งลี่จวินเคยเผชิญเหลือเกิน
ปล. รู้ไหมครับว่าวันที่ 23–28 พฤศจิกายนนี้ ทาง The Wild Chronicles กำลังจะมีทริปพิเศษพาไปทัวร์ “เกาะจินเหมิน” ของไต้หวัน!
บนเกาะแห่งนี้เต็มไปด้วยไฮไลต์ประวัติศาสตร์การรบระหว่างจีน-ไต้หวันมากมาย รวมไปถึง “ห้องส่งของเติ้งลี่จวิน” ที่เธอเคยมาขับร้องเพลง เถียนมีมี่ พร้อม “กำแพงลำโพงยักษ์ 48 ตัว” ที่ในอดีตเคยใช้เปิดเพลงส่งเสียงอันไพเราะ ข้ามทะเลไปถึงฝั่งจีนแผ่นดินใหญ่
เราจะพาทุกท่านไปยังทั้ง 2 จุดนี้ด้วย แถมมีสถานที่ท่องเที่ยวสุด Unseen อื่นๆแบบจุใจแน่นอนครับ! ใครที่สนใจอยากร่วมเดินทางไปสัมผัสประวัติศาสตร์ด้วยกัน สามารถติดต่อสอบถามรายละเอียดผ่าน Line OA ที่ลิงก์ใต้คอมเมนต์ได้เลยนะครับ
#TWCHistory #TWCome
0 Comment