เมื่อวันก่อนผมมีโอกาสได้ไปดู Resident Evil ประกอบกับช่วงนี้มีข่าวโรคระบาดจากรัสเซีย พอไปหาคอนเทนต์ที่น่าสนใจเลยไปเจอที่มาของคำว่า “Quarantine” ครับ

รู้ไหมครับว่า คำว่า “Quarantine” ที่เราคุ้นหู มันมีที่มาด้วย..

เพราะแท้จริงแล้วเป็นคำที่มีอายุมากกว่า 600 ปี และมีต้นกำเนิดย้อนกลับไปถึงยุคที่กาฬโรคกำลังคร่าชีวิตผู้คนทั่วยุโรป

ย้อนกลับไปในช่วงกลางศตวรรษที่ 14 หรือช่วงยุคกลาง เมื่อยุโรปเผชิญกับการระบาดครั้งใหญ่ของ กาฬโรคซึ่งคร่าชีวิตประชากรยุโรปไปอย่างมหาศาล

ในเวลานั้นมนุษย์ยังไม่รู้จักแบคทีเรีย ไม่เข้าใจว่าโรคกาฬโรคแพร่เชื้อยังไง

ผู้คนจำนวนมากเชื่อว่าโรคเกิดจาก “อากาศเสีย” บ้างก็มองว่าเป็นการลงโทษจากพระเจ้า

ถึงจะยังไม่รู้ว่าอะไรเป็นต้นเหตุ แต่คนในเมืองท่าก็เริ่มสังเกตเห็นสิ่งหนึ่งว่า..

เมื่อเรือจากพื้นที่ที่กำลังเกิดโรคระบาดเดินทางเข้ามา ไม่นานนักโรคก็มักจะปรากฏขึ้นในเมืองตามไปด้วย

แม้พอจะเดาได้ว่าเรือที่มาค้าขายนี่แหละต้นตอ

แต่ปัญหาใหญ่สำหรับเมืองท่าการค้าต่างๆ รอบทะเลเมดิเตอร์เรเนียนและทะเลเอเดรียติกก็คือเพราะพวกเขาไม่สามารถปิดท่าเรือทั้งหมดได้ เพราะการค้าคือเส้นเลือดใหญ่หล่อเลี้ยงเศรษฐกิจเมืองในยุคนั้น (เหมือนประเทศแถวนี้ที่อ้างเรื่องท่องเที่ยวเลยเนอะ)

ในปี 1377 สาธารณรัฐรากูซา หรือเมืองดูบรอฟนึก จึงออกมาตรการให้ผู้ที่เดินทางมาจากพื้นที่ซึ่งมีกาฬโรคระบาด จะยังไม่ได้รับอนุญาตให้เข้าเมืองทันที แต่ต้องถูกแยกออกไปอยู่ในพื้นที่นอกเมืองเป็นเวลา 30 วัน เพื่อรอดูว่าจะมีอาการป่วยเกิดขึ้นหรือไม่

มาตรการดังกล่าวถูกเรียกว่า “Trentino” ซึ่งมาจากคำว่า trenta ในภาษาอิตาลีที่แปลว่า “สามสิบ”

ถ้าผ่านไป 30 วันแล้วยังไม่มีอาการ จึงค่อยได้รับอนุญาตให้เดินทางเข้าเมืองได้

นี่ถือเป็นหนึ่งในระบบกักกันโรคอย่างเป็นทางการที่เก่าแก่ที่สุดของยุโรป

( แนวคิดเรื่องการกักตัวเพื่อป้องกันโรคระบาดมีมาตั้งแต่สมัยโบราณแล้ว โดยมีหลักฐานปรากฏอยู่ในคัมภีร์ไบเบิลภาคพันธสัญญาเดิม ซึ่งระบุให้ผู้ป่วยโรคเรื้อนหรือโรคผิวหนังบางประเภทต้องแยกตัวออกจากชุมชนเพื่อป้องกันไม่ให้โรคแพร่กระจายไปสู่ผู้อื่น แต่การกักกันโรคที่พัฒนาเป็นมาตรการของรัฐอย่างเป็นระบบเริ่มในยุโรปช่วงนี้ )

ต่อมาแนวคิดดังกล่าวถูกนำไปใช้ในเมืองท่าอื่นๆ และระยะเวลาการกักตัวก็ค่อยๆ ถูกขยายจาก 30 วันเป็น 40 วัน

คำเรียกระยะเวลา 40 วันนี้มาจากคำว่า quaranta ที่แปลว่า “สี่สิบ” และพัฒนากลายเป็นคำว่า quarantino หรือ quarantena

ก่อนที่ในเวลาต่อมาจะกลายมาเป็นคำภาษาอังกฤษว่า “Quarantine” ที่เราใช้กันจนถึงทุกวันนี้

ส่วนคำถามว่าทำไมต้องเป็น “40 วัน” นั้น จริงๆ แล้วยังไม่มีคำตอบที่สามารถฟันธงได้แน่นอน

สันนิษฐานหนึ่งเกี่ยวข้องกับศาสนาคริสต์ เพราะเลข 40 ปรากฏอยู่บ่อยครั้งในคัมภีร์ไบเบิล ไม่ว่าจะเป็นฝนที่ตก 40 วัน 40 คืนในเรื่องเรือโนอาห์ หรือพระเยซูที่ทรงถือศีลอดในทะเลทรายเป็นเวลา 40 วัน

เลข 40 ถึงมีความหมายในเชิงของช่วงเวลาแห่งการทดสอบ การชำระล้าง และการเปลี่ยนผ่านตามความเชื่อของศาสนา

อีกแนวคิดหนึ่งอาจเกี่ยวข้องกับความเชื่อทางการแพทย์ในยุคนั้น ซึ่งมองว่าหากโรคร้ายบางชนิดไม่แสดงอาการภายในช่วงเวลาหนึ่ง ผู้เดินทางก็น่าจะปลอดภัยพอที่จะเข้าสู่เมืองได้

แต่ไม่ว่าจะมาจากเหตุผลใด มาตรการนี้กลับช่วยลดความเสี่ยงจากการนำโรคเข้ามาในเมืองได้จริง แม้ว่าคนในสมัยนั้นจะยังไม่เข้าใจด้วยซ้ำว่าเชื้อโรคคืออะไร

หนึ่งในเมืองที่พัฒนาระบบนี้อย่างจริงจังที่สุดคือเวนิส เพราะในยุคนั้นเวนิสเป็นมหาอำนาจด้านการค้าทางทะเล มีเรือและผู้คนจากดินแดนต่างๆ เดินทางเข้าออกอยู่ตลอดเวลา

ในปี 1423 สาธารณรัฐเวนิสจึงจัดตั้งสถานที่สำหรับแยกผู้ป่วยและผู้ที่อาจนำโรคเข้ามา บนเกาะ Santa Maria di Nazareth ในลากูนเวนิส ซึ่งต่อมารู้จักกันในชื่อ “Lazzaretto Vecchio”

สถานที่ลักษณะนี้ถูกเรียกว่า “Lazaretto” และกลายเป็นต้นแบบของสถานีกักกันโรคตามเมืองท่าต่างๆ ในยุโรป

ผู้เดินทางอาจถูกกักไว้บนเกาะ ขณะที่สัมภาระและสินค้าก็ถูกแยกออกจากเมือง บางชนิดจะถูกผึ่งอากาศหรือรมควันตามความเชื่อเรื่องการกำจัดสิ่งที่ทำให้เกิดโรคในสมัยนั้น

แนวคิดง่ายๆ ที่เกิดขึ้นท่ามกลางความตายจากกาฬโรคเมื่อกว่า 600 ปีก่อน จึงกลายเป็นหนึ่งในรากฐานสำคัญของระบบสาธารณสุขสมัยใหม่ และทิ้งร่องรอยเอาไว้ในคำศัพท์ที่เรายังคงใช้กันอยู่ทุกวันนี้

อ้างอิง : pmc(ดอท)ncbi(ดอท)nlm(ดอท)nih(ดอท)gov/articles/PMC7133622/

#TWCHistory #TWCItaly #TWCCroatia TWC_Salmon