เรื่องที่คนมักเข้าใจผิด คือ “ชาวเกาหลีเหนือไม่รู้เรื่องโลกภายนอก” จริงๆ แล้วพวกเขารู้ดีพอควรเลย เพราะมีการลักลอบนำหนังต่างประเทศเข้าไปดูอย่างแพร่หลาย ทั้งในหมู่ประชาชนแล้วเจ้าหน้าที่ (ผมเคยเล่าแล้วว่า เห็นแอบดูราพุนเซลกันในโรงแรม)

ความหอมหวนจากโลกภายนอก และความอดอยากจากภายในกดดันให้หลายคนพยายามหลบหนี

แน่นอนว่าการหลบหนีนี้มีโทษร้ายแรงถึงตาย และต่อให้หนีสำเร็จ เขาคนนั้นก็จะถูกตราหน้าเป็น “ขยะมนุษย์” และครอบครัวสามชั่วโคตรของเขาก็จะถูกส่งเข้าคุกแรงงาน

อย่างไรก็ตามนั่นไม่ได้หยุดชาวเกาหลีเหนือจากการพยายามหลบออกนอกประเทศ ทุกๆ ปี จะมีชาวเกาหลีเหนือหนีออกมาสำเร็จประมาณ 1,000-3,000 คน (ส่วนพวกที่ตายกลางทางนั้นน่าจะเยอะกว่า แต่เราไม่ทราบจำนวน)

บทความนี้จะพูดถึงวิธีการหนีจากเกาหลีเหนือ 10 วิธี ซึ่งทุกวิธีมีคนทำสำเร็จมาแล้วทั้งสิ้น มีทั้งวิธีที่อันตรายที่สุด (วิธีที่ 1), โหดที่สุด (วิธีที่ 5), ไม่น่าเชื่อที่สุด (วิธีที่ 9), และน่าหมั่นไส้ที่สุด (วิธีที่ 10)

วิธีที่ 1: หนีผ่าน DMZ หรือเส้นพรมแดนเกาหลีเหนือ-ใต้, วิธีนี้เป็นวิธีที่รวบรัดและรวดเร็วที่สุด เพราะทันที่ที่ชาวเกาหลีเหนือเข้าเกาหลีใต้ได้ เขาจะได้รับการต้อนรับ และได้สถานะประชาชน

อย่างไรก็ตามวิธีนี้ก็มีอันตรายที่สุด เพราะตลอดแนวชายแดนเกาหลีเหนือใต้มีทั้งกับระเบิด รั้วลวดหนามและพลปืนซุ่มยิงจากทั้งสองฝั่ง ดังนั้นคนที่จะหลบหนีด้วยวิธีนี้ได้มีแต่ทหารเกาหลีเหนือที่ถูกส่งมารักษาพรมแดนเองนั่นแหละ ไม่นานนี้มีทหารเกาหลีเหนือคนหนึ่งพยายามขับรถฝ่ามา ถูกเพื่อนทหารยิงหลายนัด จนได้รับบาดเจ็บสาหัส แต่ก็ลากสังขารเข้ามารับการรักษาที่เกาหลีใต้สำเร็จ

วิธีที่ 2: ว่ายน้ำหนี, เกาหลีเหนือมีชายฝั่งอันยาวไกลยากควบคุมหมด ทำให้การว่ายน้ำข้ามพรมแดนมีโอกาสสำเร็จ แต่ผู้ว่ายต้องมีกำลังกายแข็งแรง เพราะกระแสน้ำนั้นเชี่ยวกราก และเย็นมาก นอกจากนั้นยังมีความเสี่ยงถูกเรือลาดตระเวนจับ

วิธีที่ 3: พายเรือหนี, เนื่องจากการว่ายน้ำนั้นยาก คุณอาจเลือกพายเรือหนีแทน แต่จำไว้ว่าวิธีนี้มีโอกาสถูกเรือลาดตระเวนตรวจเจอง่ายกว่าเดิม และทหารเรือจะไม่ลังเลที่จะจมเรือสังหารคุณ

จะเกริ่นถึงการหนีทางชายแดนจีน, แน่นอนว่ามีหน่วยตรวจตราอยู่ตลอดชายแดนด้านนี้ แต่เมื่อเทียบกับชายแดนเกาหลีใต้แล้ว ชายแดนจีนมีการตรวจตราน้อยกว่ามาก ชาวเกาหลีเหนือจึงนิยมใช้วิธีนี้มากที่สุด

อย่างไรก็ตามเมื่อหนีเข้าจีนสำเร็จแล้วก็ใช่จะปลอดภัย เพราะรัฐบาลจีนเป็นมิตรกับท่านผู้นำ มักจับผู้หลบหนีกลับไปพบความตายเสมอๆ

ผู้หลบหนีที่เข้าจีนสำเร็จจึงมีทางเลือกคือ 1. อยู่จีนแบบผิดกฏหมาย ซึ่งก็มักถูกนักเลงจีนเอาเปรียบ จับผู้ชายเป็นแรงงาน จับผู้หญิงเป็นโสเภณี 2. หนีไปชาติอื่นต่อ ซึ่งจะเป็นที่มาของวิธีที่ 4 และ 5

ตรงนี้อยาก note ว่าพวกที่ถูกชาวจีนจับเป็นทาสยังบอกว่า เป็นทาสอยู่จีน ดีกว่าอดตายในเกาหลีเหนือ

วิธีที่ 4: หนีเข้าจีนแล้วมาไทย, วิธีนี้คือวิธีที่ปลอดภัย และเป็นที่นิยมที่สุด เพราะเมื่อมาถึงไทยแล้วรัฐบาลไทยจะช่วยส่งตัวต่อไปยังเกาหลีใต้

อย่างไรก็ตามมันไม่ง่ายเลย เพราะก่อนมาถึงไทย พวกผู้หลบหนีต้องคอยซ่อนตัว เดินทางผ่านป่าเขาอันกว้างไกล หากเขาถูกจับที่จีน พม่า หรือลาว ก็มีสิทธิถูกส่งกลับไปตายที่เกาหลีเหนืออยู่มาก เพราะพม่าและลาวสวามิภักดิ์จีน และจีนเป็นมิตรกับเกาหลีเหนือ (ส่วนไทยเป็นนกสองหัว สวามิภักดิ์ทั้งจีน กับอเมริกา สลับๆ กัน)

วิธีที่ 5: หนีเข้าจีนแล้วไปมองโกลเลีย, มองโกลเลียเป็นอีกชาตินึงที่จะช่วยส่งตัวผู้หลบหนีไปเกาหลีใต้ แต่การไปมองโกลเลียได้จะต้องผ่านทะเลทรายโกบีอันแห้งแล้ง ขาดทั้งน้ำและอาหาร วิธีนี้จึงโหดที่สุด

วิธีที่ 6: เข้าค่ายแรงงานที่รัสเซีย, รัสเซียนั้นมีพื้นที่กว้างใหญ่ บางพื้นที่มีความสำคัญทางยุทธศาสตร์และทรัพยากร แต่หนาวเกิน แล้งเกิน ไม่มีใครยอมมาอยู่ ปูตินจึงติดต่อขอจ้างคนจากประเทศที่ประชาชนมีค่าเท่ามดปลวกเช่นเกาหลีเหนือมาใช้แรงงานในที่ทุรกันดารเช่นไซบีเรีย

ค่ายแรงงานที่รัสเซียนี้หนีไม่ง่ายเพราะภูมิประเทศมันโหดร้าย แต่ยังนับว่าง่ายกว่าหลายวิธีข้างต้น

คนงานที่จะมาเข้าค่ายนี้ได้ต้องเป็นคนที่แต่งงานแล้ว เพราะจะได้จับลูกเมียเป็นตัวประกัน อย่างไรก็ตามก็มีคนทิ้งลูกเมียหนีไปฝ่าชะตากรรมหลายคน

วิธีที่ 7: เป็นนักเรียนแลกเปลี่ยน, วิธีที่พูดมาก่อนหน้านี้คือวิธีหนีของพวกชาวบ้านที่อดอยากลำบาก ต้องหนีตายไปเสี่ยงเอาดาบหน้า แต่ถ้าคุณเกิดเป็นชนชั้นกลาง และชนชั้นสูงของเกาหลีเหนือแล้ว มันก็มีวิธีง่ายกว่านั้นมากอยู่หลายวิธี

เช่นคุณอาจได้เป็นนักเรียนแลกเปลี่ยนไปต่างประเทศ และขอหลบหนีสำเร็จ อย่างไรก็ตามนั่นยังคงหมายความว่าคุณต้องละทิ้งสมบัติทั้งหมดที่ประเทศของคุณ และครอบครัวสามชั่วโคตรของคุณจะต้องเข้าคุกแรงงานนะ

วิธีที่ 8: หลบหนีขณะทำงานให้รัฐบาลที่ต่างประเทศ, เกาหลีเหนือมีการส่งคนไปต่างประเทศหลายกรณี ทุกวันนี้แอร์โครยอ ซึ่งเป็นสายการบินประจำชาติ มีเที่ยวบินบินไปจีนและรัสเซียทุกอาทิตย์ บรรดาพนักงานสายการบินหากเด็ดเดี่ยวไม่แคร์ครอบครัวตัวประกันก็สามารถหนีได้

นอกจากสายการบินแล้ว เกาหลีเหนือยังส่งคนไปเผยแพร่วัฒนธรรมในต่างประเทศ โดยมักจะมาในรูปร้านอาหาร บรรดาสาวเสิร์ฟในร้านเหล่านี้จะถูกคัดเลือกจากผู้หญิงที่สวย และมีฝีมือทางการแสดงเพื่อเป็นหน้าเป็นตาแก่บ้านเมือง (สาวเสิร์ฟในร้านเหล่านี้จะแสดงโชว์ร้องเพลงเต้นรำด้วย)

ปัจจุบันร้านอาหารเกาหลีเหนือในไทยชื่อว่าร้านเปียงยางแฮมาจิ อยู่ต้นซอยสุขุมวิท 26 เลย K-Village ไปเล็กน้อย มีโชว์ประมาณ 20.00 – 20.30 สาวเสิร์ฟสวยและเก่งทุกคน อาหารบางอย่างอร่อยกว่าที่เกาหลีเหนือ ผมการันตีเพราะพึ่งไปกินมา

วิธีที่ 9: เป็นเจ้าหน้าที่รัฐบาล, ที่ผ่านมามีเจ้าหน้าที่ระดับสูง รวมทั้งทูตเกาหลีเหนือหลายคนใช้โอกาสที่ได้ไปต่างประเทศทำการหลบหนีซะเลย

เจ้าหน้าที่ระดับสูงสุดที่หลบหนีคือนายฮวางจางยอป ซึ่งเป็นเลขาธิการพรรคกรรมกรที่ปกครองเกาหลีเหนืออยู่ นอกจากนั้นยังเป็นเสนาธิการคนสนิทของคิมอิลซุง และเป็นผู้อยู่เบื้องหลังการคิดปรัชญาจูเช ที่ใช้ชี้นำคนในประเทศ ต่อมาเมื่อสิ้นคิมอิลซุง คิมจองอิลสืบทอดอำนาจแล้วขัดแย้งกับเขา ทำให้เขาอยู่ไม่ได้ต้องหลบหนี

แน่นอนว่าเขาถูกก่นด่าเป็นขยะมนุษย์ และหลังจากเขาหลบหนีแล้วครอบครัวที่เกาหลีเหนือก็เละหมด เมียฆ่าตัวตาย ลูกสาวคนหนึ่งตกรถบรรทุกตายปริศนา ลูกคนอื่นๆ ถูกจับเข้าคุกแรงงาน

วิธีที่ 10: เป็นราชวงศ์คิม, ในขณะที่ประชาชนอื่นๆ เข้าออกเกาหลีเหนือด้วยความลำบาก คนของราชวงศ์คิมกลับสามารถทำได้ง่ายมาก จนไม่ควรเรียกการออกจากประเทศของเขาว่า “การหลบหนี” ด้วยซ้ำ

ก่อนตั้งคิมจองอึลเป็นรัชทายาท, คิมจองอิลเคยมีรัชทายาทอีกคนชื่อคิมจองนัม แต่คิมจองนัมนั้นไม่เอาถ่านเกินไป เขาถูกจับได้ขณะปลอมตัวเข้าญี่ปุ่น และพอถูก ตม. สอบสวน ก็บอกตรงๆ ว่ามาเพราะอยากเที่ยวดิสนีย์แลนด์

เรื่องนี้ทำให้คิมจองอิลอับอายมาก จนถอดคิมจองนัมออกจากการเป็นทายาท คิมจองนัมจึงไปใช้ชีวิตเป็นนักพนันอย่างหรูหราในมาเก๊า พร้อมมีเมียหลายคน

ต่อมาเมื่อคิมจองอิลตาย คิมจองอึลขึ้นครองบัลลังก์ คิมจองนัมอิจฉาน้องชายก็ให้สัมภาษณ์ด่า ต่อมาเขาถูกลอบสังหารตายอย่างปริศนาในสนามบินที่มาเลเซีย

คนเกาหลีเหนือ ไม่รู้ หรือไม่ก็ไม่พูดถึงเรื่องนี้…